สำหรับมือใหม่ที่อยากจะหาซื้อกล้องติดรถยนต์ดี ๆ มาใช้งานสักตัว แต่ยังเลือกไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะต้องซื้อแบบไหน? ราคาเท่าไหร่ดี? บทความนี้เรามีคำแนะนำง่าย ๆ มาฝากครับ ซึ่งคุณสามารถนำไปใช้เลือกกล้องติดรถยนต์ได้เลย ส่วนใครที่ยังไม่กล้าสั่งซื้อแบบออนไลน์ เพราะกลัวจะติดตั้งไม่เป็น ขอบอกเลยว่ากล้องรุ่นใหม่ ๆ มีการออกแบบให้ใช้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก ๆ ครับ โดยถ้าเพื่อน ๆ ลองดูคลิปการติดตั้งกล้องหน้ารถของเรา (ซึ่งติดตั้งครั้งแรกเหมือนกัน) เพื่อน ๆ ก็จะเห็นเลยว่า เราสามารถติดตั้งได้ง่าย ๆ โดยไม่ใช้เครื่องมือใด ๆ เลย เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวครับ ทุก ๆ คนสามารถทำได้แน่นอน
วิธีเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์ ให้คุ้มราคา
ถึงแม้กล้องทุกรุ่นจะถูกออกแบบมาเพื่อใช้บันทึกภาพหน้ารถเหมือนกัน แต่สเปกภายในจะต่างกันมากครับ โดยเฉพาะเลนส์กล้อง ความละเอียด และรูรับแสง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อความคมชัดโดยตรง นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันเสริมอีกมากมาย ซึ่งถ้าคุณมีงบเหลือ ๆ การซื้อรุ่นไฮเอนด์ไปเลย จะมีทุกอย่างให้คุณพร้อมสับ แต่หากคุณมีงบจำกัด ข้อมูลด้านล่างนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่คุณสามารถใช้เลือกกล้องติดรถยนต์ที่เหมาะกับคุณที่สุดได้
1. ความละเอียด คุณภาพวิดีโอ

แต่ถ้าต้องขับรถข้ามจังหวัดเป็นประจำ ขอแนะนำให้คุณลงทุนกับกล้องแพง ๆ ไปเลยจะดีกว่าครับ เพราะภาพที่ได้จะคมชัดทั้ง ระยะใกล้ และไกลเลย แถมการบันทึกภาพตอนกลางคืน รุ่นแพง ๆ จะมีเทคโนโลยีมาคอยช่วย ทำให้ต่อให้มีแค่แสงไฟจากไฟหน้ารถ คุณก็ยังเห็นป้ายทะเบียนได้ชัดอยู่ อีกทั้งในบางรุ่นยังมีระบบ GPS ที่สามารถบันทึกความเร็วและพิกัดแบบเรียลไทม์ลงไปในวิดีโอได้ด้วย พร้อมกับฟังก์ชันเสริมอีกหลายตัว ที่เข้ามาช่วยปกป้องคุณ และรถของคุณ
2. อัตรา Frame Rate หรือ fps

อัตราเฟรมภาพต่อวินาที (fps) เป็นหน่วยวัดจำนวนการบันทึกภาพเคลื่อนไหวของกล้องต่อ 1 วินาที ยิ่งมีค่า fps สูงภาพที่ออกมาก็จะมีความสมูท ลื่นไหลขึ้นเท่านั้น ถ้านึกภาพไม่ออกลองนึกถึงคลิปวิดีโอสมัย 10-20 ปีก่อนดู เราก็จะเห็นเลยว่า มันจะมีอาการกระตุกเป็นช็อต ๆ ซึ่งนั่นแหละครับเป็นผลมาจากการที่มี fps ต่ำ ดังนั้นในกล้องติดรถยนต์ก็เหมือนกัน แนะนำให้เลือกที่ 30 fps ซึ่งเป็นระดับที่กำลังดี แถมไฟล์ก็ไม่ได้ใหญ่จนเกินไป
3. การบันทึกภาพในที่แสงน้อย หรือเวลากลางคืน
กล้องติดรถยนต์ที่ดีควรจะบันทึกภาพได้คมชัดทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะตอนกลางคืน หรือช่วงที่มีฝนตก ซึ่งเป็นช่วงที่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่า เพราะฉะนั้นถ้าคุณรู้ตัวว่าต้องขับรถกลางคืนเป็นประจำ มองข้ามกล้องถูก ๆ ไปได้เลยครับ เพราะมันจะมีปัญหาตอนอยู่ในที่แสงน้อย แต่ถ้าหากเป็นกล้องงบ 2-3 พันบาท จะมีเทคโนโลยี Wide Dynamic Range (WDR) หรือโหมด Night vision เข้ามาช่วยปรับแสงในภาพ จุดไหนที่มืด หรือสว่างเกินไป ก็จะถูกเกลี่ย ๆ ให้สมดุลกัน
4. มุมมองภาพที่กว้างพอ

อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้ข้ออื่น ๆ เลยคือ มุมมองภาพ ครับ ซึ่งเลนส์กล้องแต่ละรุ่นจะมีมุมมองภาพที่ต่างกัน บางรุ่นมีมุมกว้างถึง 170 องศา ช่วยให้เก็บภาพหน้ารถ รวมถึงด้านข้างได้ทั้งหมดจนแทบจะไม่มีจุดบอดเลย แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 140-150 องศาครับ ซึ่งเป็นมุมที่เพียงพอแล้ว สามารถจับภาพเลนด้านหน้า และด้านข้างซ้าย-ขวาได้ชัดเจน (ขอแนะนำให้คุณดูภาพจริง ๆ ของกล้องก่อนจะซื้อ เพื่อที่คุณจะนำมาเปรียบเทียบกันได้)
5. ปัจจัยอื่น ๆ
ในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคนเลยว่า ต้องการฟังก์ชันเสริมอะไรบ้าง ? ซึ่งในปัจจุบันนี้มีทั้ง ระบบแจ้งเตือนออกนอกเลน (LDW), ระบบแจ้งเตือนการชน (FCW), ระบบบันทึกภาพขณะจอดอัตโนมัติ (Parking Mode), ระบบล็อกไฟล์ในทันที เมื่อเกิดอุบัติเหตุ (G-sensor), ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว (Motion Detection), ระบบบันทึกแบบวนทับ (Loop Recording), และอื่น ๆ อีกมากมายครับ

โดยบางรุ่นคุณอาจจะต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่มจึงจะใช้ฟังก์ชันเหล่านั้นได้ ดังนั้นมันขึ้นอยู่กับคุณแล้วล่ะครับว่า ต้องการให้กล้องติดรถยนต์มีฟังก์ชันอะไรบ้าง ? แต่แน่นอนว่า ยิ่งมีฟังก์ชันเยอะราคาก็จะแพงขึ้น เพราะฉะนั้นหากคุณมีงบไม่จำกัด คุณก็สามารถเลือกได้ตามสบายครับ ยิ่งแพงคุณภาพก็ย่อมดีกว่า แต่ถ้าคุณมีงบจำกัด แนะนำให้คุณตัดฟังก์ชันทิ้งไปก่อน เน้นภาพที่คมชัดทั้ง กลางวัน และกลางคืนก็พอครับ เพราะเวลาที่เราใช้งานจริง ๆ ฟังก์ชันบางอย่างแทบไม่ได้ใช้เลย เหมือนกับมีไว้เท่ ๆ เฉย ๆ