14 ที่เที่ยวสงขลา – หาดใหญ่ จุดเช็คอินคูล ๆ ที่ไม่ควรพลาด

หลายคนคงจะพอรู้อยู่บ้างแล้วว่าที่สงขลามีสถานที่ที่เด่นและดังตรงไหนบ้าง แต่นั้นอาจจะเป็นข้อมูลฉบับเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ก็เป็นไปได้ค่ะ เพราะตอนนี้สงขลามีสถานที่ท่องเที่ยวเกิดใหม่ขึ้นมามากมายไว้สำหรับรองรับแขกนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน โดยเฉพาะในยุคสมัยที่ทุกคนต่างพากันเป็นเน้นท่องเที่ยวสายถ่ายรูปแล้วนั้น ต้องขอเลยว่าคุณไม่ควรจะพลาดบทความของเราในวันนี้จริง ๆ ค่ะ ซึ่งในวันนี้จะเปลี่ยนมาเป็นรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองสงขลาจะมีที่ไหนกันบ้างมาดูกันเลยค่ะ

สถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองสงขลา

หมายเหตุ : ลำดับที่ 1-5 เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเมืองสงขลา

1. ย่านเมืองเก่า สงขลา

ที่ตั้ง : ตำบล บ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา

อันดับแรกสำหรับสงขลานั้น คงจะหนีไม่พ้นย่านเมื่องเก่าที่ถือว่าเป็นจุดแลนด์มาร์คสุดฮิตของเมืองสงขลาเลยก็ว่าได้ ย่านเมืองเก่าของสงขลานั้นจะมีถนน 3 สายหลัก ๆ ไว้สำหรับเดินถ่ายรูป ได้แก่ ถนนนครนอก-ถนนนครใน-ถนนนางงาม โดยคุณสามารถหาที่จอดรถได้ตลอดเส้นทาง แต่มันค่อนข้างหาที่จอดลำบากเสียหน่อย เราแนะนำให้คุณขับรถไปจอดบริเวณลานจอดรถย่านเมืองเก่าสงขลาข้าง ๆ สถานีดับเพลิง ซึ่งจะอยู่ท้ายสุดของย่านเมืองเก่าจะดีที่สุดค่ะ

โดยจุดถ่ายรูปยอดฮิตของที่นี่ นอกจากจะมี “กำแพงสตรีทอาร์ต (Street Art)” และตึกโบราณแบบสถาปัตยกรรมจีนผสมผสานชิโนโปรตุกีสมากมายให้ถ่ายรูปแล้ว ยังมี “หับ โห้ หิ้น” ที่ตั้งบนถนนนครนอก เป็นโรงสีข้าวสุดเก่าแก่ มีสีแดงสุดแรงฤทธิ์ที่ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นสถานที่ถ่ายรูปไปเรียบร้อยแล้วค่ะ เดินเลยมาลงหน่อยจะก็พบ “บ้านนครใน เมืองสงขลา” ที่เป็นแหล่งรวมของเก่าแก่จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ ตกแต่งสวยงาม ไม่มีค่าใช้จ่าย ตรงข้ามจะมีมุมถ่ายรูปเป็นวิวทะเลและท้องฟ้าสวย ๆ โดยถนนนครนอกจะมีร้านคาเฟ่มากมายให้คุณได้เลือกเข้าไปถ่ายรูปและจิบกาแฟเบา ๆ ไม่ว่าจะเป็น Songkhla Station, Teman Cafe, Cafe Der See Nakornnok ซึ่งเป็นร้านกาแฟที่ตกแต่งได้อย่างกลมกลืนกับย่านเมืองเก่ามาก ๆ สายถ่ายรูปต้องไม่พลาดค่ะ ซึ่งบางร้านก็จะเห็นวิวติดทะเลด้วยนะคะ หากคุณเดินไปสุดซอยก็จะพบกับ “ประตูเมืองเก่าสงขลา” คุณสามารถแวะถ่ายรูปกันตามอัธยาศัยให้พอเป็นพิธีและเดินขึ้นซอยถัดไปคือ ถนนนครใน ต่อได้เลยค่ะ

ถัดมาก็จะเป็นถนนนครใน ที่ยังคงมีมุมและตึกให้ถ่ายรูปมากมายอีกเช่นเคย และยังมีร้านกาแฟคาเฟ่ที่น่าสนใจมากมาย เพราะทั้งอร่อยและมีมุมให้ถ่ายรูปเยอะเช่นกัน อย่าง Lyn’s The Shanghai, Heart Made Coffee And Eatery, เดือนฉายคาเฟ่ (ร้านกาแฟ พิพิธภัณฑ์) เป็นต้น

สำหรับถนนนางงามจะมีศาลเจ้าพ่อกวนอูเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองสงขลามายาวนาน และยังเป็นถนนที่เริ่มเน้นสายกินแล้วค่ะ เมื่อคุณมาที่นี่ทั้งทีคุณคงไม่อยากพลาดอร่อยของสงขลาไปใช่มั้ยค่ะ เราขอแนะนำให้คุณแวะทาน ไอติมโอ่ง, ข้าวสตูเกียดฟั่ง ที่มีซาลาเปาสุดแสนอร่อยลูกเท่าหัวเด็กขายอยู่ (ต้องซื้อจากที่นี่เท่านั้นนะคะเพราะบางที่ก็เป็นของเลียนแบบ), บ้านขนมไทยสองแสน (เป็นร้านขนมของฝากที่อร่อยทุกอย่าง), ไอติมยิว (แนะนำทานไอติมไข่แข็ง), ก๋วยเตี๋ยวหางหมู, โจ๊กเกาะไทย (ที่จะเปิดในช่วงเช้า), ก๋วยเตี๋ยวใต้โรงงิ้ว และ ขนมไข่เตาถ่าน

โดยถนนทุกสายที่กล่าวมาจะมีซอยเล็ก ๆ ยิบย่อยอีกมากมายที่สามารถเดินทะลุถึงกันได้ทุกสายไม่ว่าจะเป็น ถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงาม ค่ะ


2. เขาตังกวน – เขาน้อย

ที่ตั้ง : ตำบล บ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา

เขาตังกวน – เขาน้อย เป็นเขาที่มีลิงอาศัยอยู่จำนวนมาก แต่โดยส่วนใหญ่แล้วลิงที่นี่ไม่ดุค่ะ คุณสามารถให้อาหารลิงได้ สำหรับ “เขาตังกวน” นั้นจะมีทางขึ้น 2 ทาง ได้แก่ บันไดพญานาค ใกล้วัดแหลมทราย ที่มีจำนวนบันไดรวมแล้ว 145 ขั้น และลิฟท์ขึ้นเขา ที่ตั้งอยู่ระหว่างเขาตังกวนและเขาน้อย มีค่าบริการผู้ใหญ่คนละ 30 บาท และ เด็ก 20 บาท เปิดแต่ตั้ง 10.00-18.00 น. ซึ่งเมื่อขึ้นไปข้างบนแล้วคุณจะพบกับวิวเมืองสงขลา, พระเจดีย์หลวง, ประภาคาร และศาลาพระวิหารแดง ที่เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์สงขลา

เมื่อลงมาแล้วตรงข้ามเขาตังกวนจะเรียกว่า “เขาน้อย” มีทางขึ้น 2 ทางเช่นกัน คุณสามารถนำรถขึ้นไปชมวิวสวย ๆ และชมพระตำหนักเขาน้อย รวมถึงแวะร้านนิรวาณคาเฟ่ ที่เป็นคาเฟ่ตั้งอยู่บนเขาได้ด้วยนะคะ


3. หาดสมิหลา – หาดชลาทัศน์

ที่ตั้ง : ตำบล บ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา

หาดสมิหลานั้นจะเป็นจุดแลนด์มาร์คอีกจุดที่ไม่ว่าใครมาแล้วจะต้องแวะ เพราะว่าที่หาดสมิหลาจะมีรูปปั้นนางเงือกสีทองขนาดเท่าคนตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่นั่นเองค่ะ ถัดมาก็จะพบกับรูปปั้นหนูกับแมวที่เป็นตัวแทนสัญลักษณ์ของเกาะหนูเกาะแมว ที่เกาะจริง ๆ นั้นอยู่หลังรูปปั้นค่ะ ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชอบมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันมาก ๆ โดยจะมีลานที่ไว้สำหรับนั่งพักผ่อนมีบรรยากาศที่ร่มรื่นมาก ๆ เช่นกันค่ะ

เดินเลยมาอีกนิดคุณจะพบกับ “เวียนเช็คชื่อ” หรือ “วงเวียนสุนทรภู่” ที่ตั้งอยู่สุดถนนของหาดชลาทัศน์ซึ่งเชื่อมต่อกับรูปปั้นนางเงือกเลยค่ะ ซึ่งหากเดินมาอีกนิดหน่อยคุณก็จะพบกับ “ไมอามี่สงขลา” ที่เป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ของเมือง มีบรรยากาศเหมือนอยู่ต่างประเทศมาก ๆ มีความคล้าย Miami Beach ที่ไม่ว่าคุณจะถ่ายมุมไหน รูปก็จะออกมาปังทุกรูปแน่นอน เราขอแนะนำให้คุณถ่ายในช่วงเช้าถึงบ่าย ๆ นะคะ เพราะเป็นช่วงที่ยังไม่มีคนพลุกพล่านมากเท่าไหร่ หากมาในช่วงตอนเย็น ๆ รับรองว่าคุณจะได้รูปที่เต็มไปด้วยผู้คนอย่างแน่นอนค่ะ 😛


4. จุดชมวิวหัวนายแรง (วัดเขาเก้าแสน)

ที่ตั้ง : ตำบล บ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา

ระหว่างทางขับรถบนถนนชลาทัศน์ เพื่อจะไปจุดชมวิวเก้าแสนนั้นคุณจะพบกับร้านคาเฟ่สวย ๆ ในสไตล์บาหลีที่มีสีสันสดใส อย่าง Summer House Beach ก็อย่าลืมและลงไปถ่ายรูปสัก 2-3 รูปกันก่อนนะคะ เพราะที่นี่เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ที่นิยมมาก ๆ ในสงขลาเลยค่ะ และติด ๆ ก็ยังมี Vacation Coffee & Bar เป็นคาเฟ่สไตล์กึ่ง ๆ สวนน้ำ เพราะอยู่ติดกับโรงแรม The Bed Vacation Rajamangala Hotel เลยค่ะ อันที่จริงก็ถือว่าอยู่ในเครือของโรงแรม แต่เป็นส่วนที่คนภายนอกสามารถเข้าไปได้นั่นเอง

เมื่อมาถึงวัดเขาเก้าแสน ซึ่งมีทางขึ้นที่ค่อนข้างลาดชันเล็กน้อย แต่ถือว่าคุ้มค่ากับการมาครั้งนี้จริง ๆ ค่ะ เพราะเป็นวัดที่มีบรรยากาศดีมาก มีวิวทะเลสวย ๆ และปรับทางขึ้นไปยังจุดชมวิวให้เดินได้สะดวกขึ้น โดยที่วิวเขาเก้าแสนนั้นคุณจะพบกับหินขนาดใหญ่มากมาย และจะมีหินก้อนหนึ่งตั้งเด่นมาก ๆ มาพร้อมผ้าผูกหลากสี มันเป็นหินที่เกือบจะหล่นลงไปในทะเลแต่ก็ไม่มีท่าทีหล่น เราเรียกหินนี้ว่า “หัวนายแรง” ค่ะ ซึ่งจะมีเรื่องเล่ามาแต่นมนานว่าภายใต้หินก้อนนั้นมีสมบัติมากมายของดวงวิญญาณที่ชื่อว่า นายแรง ที่เป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ โดยหากมีใครสามารถผลักหินให้ตกได้ก็จะเจอสมบัติของนายแรงนั่นเองค่ะ


5. เกาะยอ

ที่ตั้ง : ตำบล เกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา

เอาละค่ะถึงเวลาที่ต้องออกจากเมืองสงขลาแล้ว ก่อนจะออกจากเมืองสงขลาเราแนะนำให้คุณแวะชมความสวยของเกาะยอ โดยคุณจะต้องข้ามสะพานติณสูลานนท์ ซึ่งขอบอกว่าวิวระหว่างสะพานนั้นสวยสุด ๆ แต่ไม่ควรกลั้นหายใจขอพรตามสะพานสารสินที่ภูเก็ตนะคะ 😛 เพราะสะพานติณสูลานนท์นั้นมีความยาวมาก ๆ โดยแบ่งความยาวได้ 2 ช่วง คือช่วงแรก (สงขลา-เกาะยอ) 1,140 เมตร และช่วงที่สอง (เกาะยอ-อำเภอสิงหนคร) 1,800 เมตร

ขอบคุณข้อมูลจาก ศาลากลางจังหวัดสงขลา

สำหรับเกาะยอนั้นเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่คนรักอาหารทะเลจะต้องไม่พลาด เพราะที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องความสดของอาหารจริง ๆ ค่ะ ไม่จะเป็นร้านอาหาร น้ําเคียงดิน, มหัศจรรย์เกาะยอ และศิรดาเกาะยอ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นร้านอาหารซิกเนเจอร์ของที่นี่

นอกจากนี้ยังมีร้านคาเฟ่ต่าง ๆ มากมายในเกาะยอที่คุณไม่ควรพลาด เพราะมีวิวถ่ายรูปที่สวยมาก ๆ อย่าง Kongkang Café วิวติดทะเล หรือบางร้านนั้นก็ต้องขับรถขึ้นเขาไปแต่ก็คุ้มค่ากับวิวราคาหลักล้านจริง ๆ ค่ะ เราแนะนำเป็นร้าน I am Cake และ Good Mountain ที่ขอบอกว่าอย่าพลาดเด็ดขาด โดยทั้งสองร้านนั้นตั้งอยู่ติดกันมาก คุณสามารถเลือกเข้าร้ายใดก็ได้หรือหากเลือกไม่ได้ก็แนะนำให้เข้าทั้งสองร้านเลยค่ะ 🙂 และสำหรับใครที่อยากจะไปวัด เราแนะนำเป็นวัดแหลมพ้อ เป็นวัดที่มีพระพุทธรูปปางปรินิพพานองค์ใหญ่, วัดเขากุฏต้องขับรถขึ้นไปบนเขา และวัดท้ายยอ ที่มีบรรยากาศร่มรื่นและสวยงามเฉพาะตัวมาก ๆ ค่ะ


ที่เที่ยวหาดใหญ่ 

หมายเหตุ : สำหรับลำดับที่ 6-10 จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งจะเน้นไปทางสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างสวนสาธารณะ, วัด, ตลาดน้ำ และมัสยิด ซึ่งรับรองได้ว่า จะเป็นสถานที่ที่น่าจดจำแน่นอนค่ะ เพราะมีความสวยของวิวและบรรยากาศที่คุณไม่สามารถหาได้จากที่ไหน

สำหรับร้านอาหารขนมหวานอร่อย ๆ ในหาดใหญ่ที่คุณไม่ควรพลาด “ซาลาเปาทอดโกอ้วน” ซาลาเปาทอดกรอบ ๆ ร้อน ๆ แนะนำให้ทานไส้หมูแดงไข่เค็มนะคะ อร่อยมาก ๆ , “ร้านอาหารในรู” ของดี ของถูกและอร่อยมีอยู่จริง, มันเดือยหาดใหญ่ น้ำกะทิเข้มข้นเป็นขนมหวานที่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ , “ก๋วยเตี๋ยวโคกเสม็ดชุน” ก๋วยเตี๋ยวเนื้อรสชาติดีเป็นร้านเล็ก ๆ ตั้งอยู่ริมถนนที่อร่อยจนต้องต่อคิว 🙂 เอาละค่ะแนะนำที่กินมาพอสมควร เรามาเริ่มสถานที่ท่องเที่ยวในหาดใหญ่ที่คุณไม่ควรพลาดกันบ้างดีกว่านะคะ

6. สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่

ที่ตั้ง : ตำบล คอหงส์ อำเภอหาดใหญ่

สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ตั้งอยู่ ถนนกาญจนวนิช (สายเก่า) เป็นทางผ่านสำหรับใครที่จะเข้าอำเภอเมืองสงขลา อยู่ห่างจากตัวเมืองหาดใหญ่ไปประมาณ 6 กิโลเมตร ด้านล่างเป็นสวนสำหรับที่พักผ่อนหย่อนใจ ส่วนด้านบนเขานั้นจะเป็นจุดชมวิวเขาคอหงส์ จะต้องขับรถขึ้นไปหรือคุณอาจจะไปกับกระเช้าลอยฟ้าไปก็ได้เช่นกันค่ะ โดยเปิดให้บริการทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ ค่าบริการ 100 บาทสำหรับผู้ใหญ่และ 50 บาทสำหรับเด็ก ซึ่งเมื่อขึ้นไปแล้วคุณจะได้พบกับวิวของเมืองสงขลาที่สวยมาก ๆ และยังได้พบกับ “พระพุทธมงคลมหาราช” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปประจำนครหาดใหญ่ และเป็นที่ประดิษฐานของ “ท้าวมหาพรหม” หากเดินลงมาด้านล่างอีกชั้นจะเป็นที่ประดิษฐาน “พระโพธิสัตว์กวนอิม” ด้วยนะคะ


7. พระมหาเจดีย์ไตรภพ ไตรมงคล (เจดีย์สแตนเลส)

ที่ตั้ง : ตำบล คอหงส์ อำเภอหาดใหญ่

เจดีย์สแตนเลสนั้นตั้งอยู่บนถนนปุณณกัณฑ์เป็นถนนเส้นหลังมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (จะขนาบคู่กับทางไปสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่นะคะ) โดยจุดเด่นของวัดนี้คือ เจดีย์สแตนเลสขนาดใหญ่ ที่ในช่วงกลางคืนจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนเขาคอหงส์ ซึ่งสามารถมองเห็นวิวเมืองของหาดใหญ่โดยรอบได้อย่างสวยงาม

หากคุณมาทางถนนปุณณกัณฑ์อย่าลืมแวะนั่งเล่นที่คาเฟ่ SAMO Coffee Bar ตั้งอยู่ตรงข้ามศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และร้านอาหาร Alive ชีวิตชีวา ที่เป็นร้านอาหารและคาเฟ่ที่สวยงาม มีบรรยากาศที่ร่มรื่น เพราะมีต้นไม้ใหญ่ เหมาะสำหรับมาทานในช่วงเย็น ๆ เพราะที่นี่จะเปิดไฟที่ประดับประดาอยู่บนต้นไม้สวย ๆ รับรองว่าคุณจะต้องชอบมาก ๆ ค่ะ


8. เจดีย์ชเวดากอง วัดคลองแห

ที่ตั้ง : ตำบล คลองแห อำเภอหาดใหญ่

นอกชื่อที่ฟังดูเหมือนภาษาพม่าแล้ว การออกแบบของวัดก็คล้าย ๆ กับวัดในพม่ามาก ๆ ค่ะ ซึ่งก็ไม่แปลกแต่อย่างใดเลยค่ะ เพราะที่นี่เป็นสถานที่แห่งแรกของประเทศไทยที่ชาวพม่าสร้างเจดีย์ชเวดากองนี้ขึ้น เพื่อถวายให้กับวัดคลองแหนั่นเองค่ะ ซึ่งก็ตั้งอยู่ใกล้กับตลาดน้ำคลองแหด้วยนะคะ


9. ตลาดน้ำคลองแห

ที่ตั้ง : ตำบล คลองแห อำเภอหาดใหญ่

มาหาดใหญ่แล้วก็ต้องแวะตลาดน้ำคลองแหกันซักหน่อยนะคะ โดยตลาดน้ำนี่มีความยาวประมาณ 200 เมตร ตั้งอยู่ริมฝั่งคลองตรงข้ามกับวัดคลองแหเลยค่ะ ที่นี่ถือเป็นตลาดน้ำในเชิงวัฒนธรรม โดยส่วนใหญ่ตลาดน้ำของที่นี่จะมีตั้งแต่อาหารพื้นบ้าน ผลิตในท้องถิ่น และผลผลิตทางเกษตรมาขายกันเยอะมาก ๆ ซึ่งจะเปิดบริการในวัน ศุกร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 13.00 น. จุดเด่นของที่นี่ก็คือมีเรือจำหน่ายสินค้าที่พายอยู่ในคลองจำนวนมากมาย และยังมีร้านค้าของตลาดโบราณ ทำให้คุณได้เพลิดเพลินไม่รู้เบื่อเลยค่ะ


10. มัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา

ที่ตั้ง : ตำบล คลองแห อำเภอหาดใหญ่

มัสยิดที่สวยและใหญ่โตมาก ๆ ของจังหวัดสงขลา มีอีกชื่อว่า “ทัชมาฮาลเมืองไทย” ตั้งอยู่บนถนนสายใหม่ถนนลพบุรีราเมศวร์  เป็นสถานที่ที่ช่างภาพหรือสายถ่ายรู้จักกันดี แนะนำให้มาในช่วงพระอาทิตย์ตกนะคะ คุณจะได้รูปสวย ๆ อย่างแน่นอนค่ะ จุดเด่นของที่นี่คือมีสระน้ำด้านหน้ามัสยิดที่ทอดยาวไปประมาณ 200 เมตร เมื่อถ่ายรูปให้เงามัสยิดกระทบลงในสระน้ำจะเป็นอะไรที่สวยมาก ๆ ค่ะ


สถานที่ท่องเที่ยวฝั่ง อำเภอ สิงหนคร, สทิงพระ และกระแสสินธุ์

หมายเหตุ : สำหรับลำดับที่ 11-13 นั้น จะเริ่มเป็นสถานที่ท่องเที่ยวฝั่ง อำเภอสิงหนคร, สทิงพระ และกระแสสินธุ์ ที่จะต้องข้ามสะพานติณสูลานนท์ช่วงที่ 2 ไป หรือจะข้ามแพทางฝั่งอำเมืองสงขลาไปก็ได้เช่นกันค่ะ ซึ่งสถานที่ส่วนมากจะเป็นทางธรรมชาติ

11. หาดกระบองเพชร

ที่ตั้ง : ตำบล ม่วงงาม อำเภอสิงหนคร

หาดกระบองเพชรเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่พึ่งจะบูมได้ไม่นานมานี้เองค่ะ จุดเด่ดของหาดกระบองเพชรก็คงหนีไม่พ้นต้นกระบองเพชรที่ขึ้นอยู่ริมหาด ซึ่งจะขึ้นอยู่เฉพาะส่วนเท่านั้น แต่พออยู่รวมกันสวยมากพอที่จะถ่ายรูปออกมาได้ปังสุด ๆ ค่ะ เพราะต้นกระบองเพชรที่นี่นั้นมีขนาดใหญ่มาก ไม่ว่าคุณจะยืนหรือจะนั่ง ก็สามารถเก็บภาพได้ไม่มีเบื่อ หากคุณมาในช่วงที่กระบองเพชรออกดอกคุณได้เห็นดอกสีขาวบานเต็มต้นเลยค่ะ เราแนะนำให้มาถ่ายรูปในช่วงเช้าหรือเย็น เพราะแดดไม่ร้อนมากจนเกินไป แต่หากมาในช่วงวันเสาร์อาทิตย์นักท่องเที่ยวค่อนข้างคึกคักหน่อยนะคะ อาจจะมีเขินอายระหว่างถ่ายกันบ้าง 😛 แต่เพื่อรูปที่สวยแล้วแค่นี้สบายมากใช่มั้ยคะ

นอกจากนี้ยังมี ทุ่งทานตะวัน ที่ชาวบ้านแถวนั้นปลูกไว้ออกดอกบานสะพรั่งอย่างสวยงามที่รอคุณมาถ่ายรูป และยังมี โซฟาทราย ที่เป็นการนำทรายมาก่อตัวให้เป็นรูปโซฟาที่สามารถนั่งได้จริง ตกแต่งด้วยผ้าสีชมพูสดใส ทำให้ได้รูปออกมาสวยอย่าบอกใครเลยค่ะ


12. วัดพะโคะ

ที่ตั้ง : ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ

วัดพะโคะเป็นวัดที่โด่งดังมาก ๆ ทั้งยังเป็นวัดที่ชาวบ้านนิยมมาสักการะบูชา “หลวงปู่ทวด” หรือ “ต้นกำเนิดหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด” นั่นเองค่ะ ซึ่งตัววัดพะโคะนั้นตั้งอยู่บนเขา คุณสามารถขึ้นไปยังวัดพะโคะได้ 3 ทาง ได้แก่ทางรถยนต์, ทางบันได และทางลิฟท์ ภายในวัดมีบรรยากาศที่ร่มรื่นมาก ๆ ทั้งยังมีเจดีย์หลวงขนาดใหญ่, วิหารพระนอน, บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์, อุโบสถที่สวยงาม ซึ่งอันที่จริงแล้วที่วัดพะโคะนั้นมีอีกหลายอย่างที่เราไม่ได้กล่าว และยังมีเรื่องเล่าอีกมากมายเกี่ยวกับหลวงปู่ทวดให้คุณได้ศึกษา ซึ่งหากคุณอยากรู้รายละเอียดมากกว่านี้คุณจะต้องไปสัมผัสด้วยตัวเองแล้วค่ะ หากไปแล้วก็อย่าลืมไปอธิษฐานยกช้างเสี่ยงทายกัยด้วยนะคะ 🙂


13. แกรนด์แคนยอน สิงหนคร

ที่ตั้ง : ตำบล เกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์

Welcome to Grand Canyon ของสงขลา ค่ะ ใช้แล้วคุณอ่านไม่ผิดหรอก เพราะที่สงขลาก็มีแกรนด์แคนยอนกับเขาเหมือนกันนะคะ ซึ่งแกรนด์แคนยอนนี่ถือว่าเป็นแลนด์มาร์คจุดใหม่ที่ผู้คนนิยมไปถ่ายรูปกันเยอะมาก มันเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีบริการเรือถีบให้คุณได้ทำกิจกรรมผ่อนคลาย และรอบบริเวณของแอ่งน้ำจะเป็นหน้าผาที่ค่อนข้างสูงซึ่งตรงนี้แหละค่ะที่ทำให้แอ่งน้ำนี่พิเศษไม่เหมือนใคร ในส่วนข้าง ๆ จะมีร้านคาเฟ่กาแฟ ชื่อว่า “เกาะใหญ่แกรนด์แคนยอน” คุณสามารถขึ้นไปยังชั้นบนของคาเฟ่ เพื่อให้ได้มุมที่สวย หรือจะเดินลงไปยังจุดถ่ายรูปของแกรนด์แคนยอนเองก็ได้เช่นกันค่ะ

สถานที่ท่องเที่ยว อำเภอจะนะ

14. ลิวงค์

ที่ตั้ง : ตำบลท่าหมอไทร อำเภอจะนะ

สุดท้ายนี้ก่อนจากกันเราแนะนำ “ลิวงค์” หรือที่เรียกว่า “สวิตเซอร์แลนด์ แดนจะนะ” แน่นอนค่ะว่าชื่อนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย เพราะมันมีบรรยากาศที่เหมือนอยู่ประเทศอย่างสวิตเซอร์แลนด์จริง ๆ ค่ะ โดยเดิมทีนั้นลิวงค์เป็นเหมืองแร่เก่า ที่ถูกล้อมไปด้วยวิวทิวทัศน์อันสวยงามจากธรรมชาติ ลิวงค์นั้นเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่มาก ๆ ที่ถูกล้อมไปด้วยธรรมชาติต้นไม้ที่สีเขียว ซึ่งเป็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามเหนือคำบรรยายมากค่ะ เหมาะสำหรับเป็นจุดชมพระอาทิตย์ไม่ว่าจะเป็นพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตก และคุณยังสามารถตั้งแค้มป์ในบริเวณนี้ได้ แต่ไม่แนะนำให้ลงว่ายน้ำนะคะเพราะน้ำที่นี่ค่อนข้างลึกมาก แนะนำให้ไปในตอนเช้าประมาณ 07.00 – 08.00 น. เป็นช่วงที่คนยังไม่เยอะ สำหรับค่าเข้านั้น ผู้ใหญ่ 50 บาท และเด็ก 20 บาทค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในสงขลาที่เราได้แนะนำไป หวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งบทความที่คุณชื่นชอบนะคะ สำหรับใครที่อยากเที่ยวให้จังหวัดใกล้เคียงเราแนะนำเป็น ที่เที่ยวคูล ๆ จุดเช็คอินสวย ๆ ใน จ.พัทลุง หรือจะเป็น วัดเจดีย์ ไอ้ไข่ จ.นครศรีธรรมราช ที่กำลังเป็นที่นิยมสำหรับคนที่ต้องการขอพร

ขยับไปไกลหน่อยก็จะเป็น ที่ท่องเที่ยวจังหวัดสตูลแบบธรรมชาติ อย่าง เกาะหลีเป๊ะ หรือหากคุณอยากจะไปไกลขึ้นอีกหน่อย เราแนะนำเป็น จังหวัดกระบี่ (อ่าวนาง เกาะลันตา และเกาะพีพี), จังหวัดพังงาอย่างเขาหลักก็เป็นอีกที่ที่น่าสนใจ และสุดท้ายคงจะหนีไม่พ้นจังหวัดภูเก็ต ที่เป็นจังหวัดที่มีชายหาดที่สวยมาก ๆ ทั้งยังมีอีกหลายชายหาดที่รอคุณไปเที่ยวอยู่นะคะ 🙂

Next Post