• Affiliate Policy
  • Contact Us
  • Content Policy
  • Global Styles
  • Our Services
  • Our Story
  • Privacy Policy
  • ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการเว็บไซต์
  • ต้องการให้เรารีวิวสินค้า ?
  • ติดต่อเรา
  • ยี่ห้อไหนดี
  • รวมโปร 7.7 สินค้าลดราคา ดีลดีเบสท์รีวิวเลือกให้
  • รีวิว สินค้า
  • รีวิวสินค้า ซื้อรุ่นไหน ยี่ห้อไหนดี เราคัดของดีมาให้คุณ
  • สาระน่ารู้
  • สินค้าที่เราเลือกมาแนะนำ
  • หมวดหมู่สินค้าที่ถูกเลือก โดยเบสท์รีวิว
  • เกี่ยวกับเรา
    • About us
  • เทศกาลถือศีล-กินเจ: แนะนำวัตถุดิบ / สูตรเมนูอาหารเจ
  • เบสท์รีวิว
  • แนะนำสินค้า ซื้อยี่ห้อไหนดี ?
  • ไอเดีย วันวาเลนไทน์
Best Review Asia
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
  • สาระน่ารู้
No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
  • สาระน่ารู้
No Result
View All Result
Best Review Asia
No Result
View All Result

แนะนำ เครื่องชงกาแฟแบบดริป ยี่ห้อไหนดี

เครื่องชงกาแฟสดแบบดริปและหยด หอม อร่อย เข้มข้ม ในฉบับ Coffee Drip

Team BR โดย Team BR
August 19, 2026
ใน อุปกรณ์ชงกาแฟ
0

หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟจริง ๆ คุณจะทราบว่ากาแฟจะมีรสชาติที่ต่างกัน ซึ่งความแตกต่างนี้ก็มาจากสายพันธุ์ของเมล็ดกาแฟและแหล่งที่เพาะปลูก, ระดับความหยาบและความละเอียดในการบดเมล็ดกาแฟ, ความสดใหม่ของผงกาแฟ และสุดท้ายคือวิธีการชงกาแฟที่ไม่เหมือนกันก็จะให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันด้วย ซึ่งปัจจุบันก็มีการชงกาแฟที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการชงกาแฟสำเร็จรูปหรือจะเป็นการชงกาแฟสด ในส่วนของคอกาแฟมักรู้ดีว่าการชงกาแฟสดนั้นมีความหอม อร่อย เข้มข้น และกลมกล่อมมากกว่ากาแฟสำเร็จรูป ดังนั้นก่อนที่คุณจะเริ่มเข้าสู่วงการกาแฟอย่างจริงจัง คุณจะต้องเรียนรู้รูปแบบการชงกาแฟสดประเภทต่าง ๆ เสียก่อนนะคะ เพราะมันมีวิธีที่หลากหลายในการชงจริง ๆ ค่ะ

แต่สำหรับวันนี้เราอยากจะแนะนำการชงกาแฟสดแบบวิธีดริปให้คุณได้รู้จักกัน ซึ่งคุณอาจจะพอรู้มาบ้างแล้วว่าการ Drip นั้นคือการค่อย ๆ รินน้ำร้อนลงในเมล็ดกาแฟบด โดยจะมีตัวกรองฟิลเตอร์ไว้ใช้กรองผงกาแฟอีกที ซึ่งมันเป็นวิธีชงกาแฟที่ค่อนข้างท้าทาย เพราะเราจะต้องควบคุมอัตราการไหลของน้ำเอง หากรินเร็วเกินไปก็จะทำให้ได้รสชาติกาแฟที่ไม่อร่อยและไม่เข้มข้นเอาได้ แต่หากรินช้าเกินไปก็จะทำให้ได้รสชาติกาแฟที่ผิดเพี้ยนและเสียอรรถรสในตอนดื่ม ดังนั้นจึงได้มีเครื่องชงกาแฟแบบดริปอัตโนมัติขึ้นมา เพื่อคอยกำหนดอัตราการไหลของน้ำให้คงที่อย่างแม่นยำและสม่ำเสมอ อีกทั้งยังสามารถควบคุมอุณหภูมิของน้ำในระดับที่เหมาะสม และยังสามารถอุ่นกาแฟเสิร์ฟร้อน ๆ ได้ในเครื่องเดียว ถือว่าค่อนข้างตอบโจทย์คนรัก Coffee Drip ที่ไม่มีเวลาในการชงด้วยตัวเองเป็นอย่างมากเลยนะคะ เพราะเจ้าเครื่องนี้มันสามารถทำงานได้เองโดยที่คุณไม่ต้องยืนควบคุมสั่งการใด ๆ ให้ยุ่งยาก แถมในบางรุ่นยังสามารถกำหนดเวลาชงกาแฟแบบดริปล่วงหน้าได้ด้วย ซึ่งวันนี้เราก็ไม่ได้มามือเปล่าเหมือนเช่นเคย เพราะเราจะมีข้อมูลดี ๆ ในการเลือกซื้อพร้อมทั้งแนะนำเครื่องชงกาแฟแบบดริปในรุ่นใหม่ ๆ ว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้างให้คุณได้พิจารณากันด้วยค่ะ

การชงกาแฟสดมีกี่แบบ : ประเภทของเครื่องชงกาแฟสด

หลาย ๆ คนคงจะสงสัยว่า “เครื่องชงกาแฟสด” ทำไมถึงมีหลากหลายรูปแบบ แล้วแบบไหนจะให้รสชาติที่ดีที่สุด อีกทั้งทำไมเครื่องชงกาแฟบ้างประเภทถึงมีราคาที่แพงนักเมื่อเทียบกับเครื่องชงกาแฟทั่ว ๆ ไป วันนี้เราจะมาแนะนำเครื่องชงกาแฟสดให้คุณได้รู้จักกันค่ะ

เครื่องชงกาแฟแบบเอสเปรสโซ่ (Espresso Machine)

1. เครื่องชงกาแฟแบบเอสเปรสโซ่ (Espresso Machine)

Espresso Machine เป็นเครื่องชงกาแฟขนาดใหญ่ ราคาค่อนข้างสูงที่นิยมใช้ในร้านกาแฟมาก ๆ เพราะเป็นการชงแบบใช้แรงอัดไอน้ำบาร์สูง ๆ ที่ทำให้ได้รสชาติของกาแฟที่มีความนุ่มนวลอย่างแท้จริง ทั้งยังมีรสชาติเข้มข้นถึงใจสุด ๆ โดยใช้เวลาในการชงอย่างรวดเร็ว และสามารถทำเมนูกาแฟได้หลากหลาย จุดเด่นอีกอย่างคือสามารถทำ Crema ได้ ซึ่ง Crema ก็คือโฟมครีมมีความหนานุ่มนั่นเองค่ะ แต่วิธีล้างทำความสะอาดเครื่องอาจจะยุ่งยากอยู่สักหน่อย ไม่ว่าจะเป็น หัวกรุ๊ป, ท่อระบายแรงดัน, ก้านสตรีมนม, ด้ามชงกาแฟ Basket รวมถึงถาดกรองน้ำ ดังนั้นมันจึงเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นมืออาชีพมากกว่าค่ะ

เครื่องชงกาแฟแบบเฟรนช์เพรส (French Press)

2. เครื่องชงกาแฟแบบเฟรนช์เพรส (French Press)

French Press เป็นเครื่องชงกาแฟที่ทำเองได้ง่าย ๆ จากที่บ้านใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์มากมาย เพราะหลักการชงกาแฟจะคล้าย ๆ กับการชงชาสมุนไพรที่จะเอาเมล็ดกาแฟบดอย่างหยาบไปแช่ในน้ำร้อนก่อนสักครู่ และค่อย ๆ คนอย่างเบามือ จากนั้นก็เอาตะแกรงกรองผงกาแฟบดใส่ลงไปในโถและดันตัวตะแกรงให้ลงไปสุดก้นโถ วิธีนี้จะทำให้กากกาแฟไม่กลับมาผสมในน้ำกาแฟอีก ทำให้คุณสามารถดื่มกาแฟที่มีความเข้มข้นมากขึ้นกว่าการชงกาแฟทั่วไป

เครื่องชงกาแฟแบบแอโร่เพรส (Aeropress)

3. เครื่องชงกาแฟแบบแอโร่เพรส (AeroPress)

AeroPress มีวิธีการชงที่ง่ายและใช้เวลาไม่นาน โดยจะเริ่มจากนำน้ำร้อนเทลงในที่ใส่เมล็ดกาแฟบดซึ่งอยู่ในกระบอกทรงยาว จากนั้นคนให้เข้ากันและแช่ทิ้งไว้สัก 1-2 นาที จึงค่อยนำฝาปิดที่เป็นกระดาษกรองฟิลเตอร์มาปิดไว้ให้แน่น และพลิกตัวอุปกรณ์คว่ำลง พร้อมกับนำเหยือกเสิร์ฟมารองไว้ด้านล่าง และจึงค่อยกดกระบอกสูบลงช้า ๆ ให้น้ำกาแฟไหลลงเหยือกเสิร์ฟผ่านตัวกรอง วิธีนี้จะทำให้เกิดเป็นแรงดันที่มือกดขึ้นมาในขณะที่ชงค่ะ ซึ่งหลาย ๆ คนอาจมองว่ามันมีหลักการเหมือน Espresso Machine (ที่แพงกว่า) งั้นก็ซื้อแบบ AeroPress ดีกว่าไหม? แต่ในความเป็นจริงแล้ว AeroPress นั้นมีแรงดันน้อยกว่ามาก ดังนั้นรสชาติที่ออกมาก็จะต่างกัน แต่ในเรื่องความขมใกล้เคียงระดับหนึ่งเลยนะคะ เหมาะสำหรับพกพาในเวลาต้องเดินทาง

มอคค่าพอท (Moka Pot)

4. มอคค่าพอท (Moka Pot)

Moka Pot หรือหม้อต้มกาแฟ เป็นการชงกาแฟสดสไตล์อิตาเลียนที่มีมาแต่โบราณ เป็นที่นิยมในฝั่งยุโรปและขณะนี้ก็กำลังเป็นที่นิยมในไทยด้วยเช่นกันโดยเฉพาะในหมู่นักตั้งแคมป์ ซึ่งการชงกาแฟด้วย Moka Pot นั้นจะอาศัยแรงดันของน้ำผ่านการต้มน้ำจากเตาแก๊สโดยตรงและปล่อยให้น้ำเดือด จากนั้นไอน้ำจากหม้อด้านล่างก็จะดันน้ำขึ้นไปข้างบน ซึ่งระหว่างทางก็จะผ่านเมล็ดกาแฟบดและตัวกรองก่อน จึงทำให้ได้กาแฟที่เข้มข้นคล้าย ๆ กับการชงด้วยเครื่อง Espresso Machine เช่นกันค่ะ แต่ Moka Pot จะสามารถสร้างแรงดันได้สูงสุดอยู่ที่ 1-2 บาร์เท่านั้น ดังนั้นกาแฟจึงยังเข้มไม่ถึงใจเท่าที่ควร (ในแง่ของนักดื่มกาแฟตัวยง)

การชงกาแฟแบบไซฟอน (Syphon)

5. การชงกาแฟแบบไซฟอน (Syphon) 

Syphon หรือการชงกาแฟแบบสุญญากาศที่มีการประยุกต์มาจากคนญี่ปุ่น หากมองดูเผิน ๆ อาจเหมือนการทดลองวิทยาศาสตร์ แต่เป็นการทดลองที่คุ้มค่าเพราะได้กาแฟรสชาติเข้มข้มกลมกล่อมทั้งยังมีกลิ่นหอม วิธีการเริ่มจากใส่น้ำลงในเหยือกต้มที่ทำจากแก้วทนความร้อน จากนั้นจุดไฟตะเกียงไฟ (หรือเตาแก๊ส) แล้วรอให้น้ำเดือด เมื่อน้ำพุ่งขึ้นไปสู่ภาชนะด้านบนให้เราเริ่มใส่เมล็ดกาแฟบดลงไปผสมกับน้ำร้อน และคนให้เข้ากันเล็กน้อย จากนั้นให้ปิดตะเกียงไฟและรอให้น้ำเริ่มไหลลงกลับที่เหยือกเดิม ซึ่งจะผ่านตัวกรองก่อน แม้ว่าจะเป็นขั้นตอนการชงที่น่าสนใจ แต่ก็ค่อนข้างใช้เวลานานพอสมควร วิธีการชงจะคล้าย ๆ กับ Moka Pot ที่อาศัยการเดือดของน้ำแต่จะต่างกันตรงไอน้ำที่ขึ้นไปนั้นเป็นการแช่เมล็ดกาแฟบดในน้ำสักครู่ก่อน ไม่ใช่น้ำร้อนที่ผ่านเมล็ดกาแฟบดเฉย ๆ ดังนั้นจึงอาจเรียกไว้ว่า Syphon เป็นการผสมผสานกันระหว่าง French Press กับ Moka Pot ก็ได้ค่ะ

การชงกาแฟแบบดริป (Drip Coffee)

6. การชงกาแฟแบบดริป (Drip Coffee)

ในบรรดาเครื่องชงกาแฟสดที่กล่าวมาการชงแบบดริปเป็นวิธีการชงเดียวที่ไม่ซ้ำใคร เพราะมันต้องควบคุมการไหลของน้ำเอง ซึ่งจะผ่านเมล็ดกาแฟบดที่มีกระดาษกรอง (Filter) รองอยู่ ดังนั้นต้องอาศัยอุณหภูมิน้ำและน้ำหนักมือของคนชงในการค่อย ๆ รินน้ำ จึงเป็นการชงที่ต้องมีความพิถีพิถันและความตั้งใจมาก ๆ เพราะการรินน้ำของคุณจะส่งผลต่อรสชาติของกาแฟโดยตรง ซึ่งค่อนข้างท้าทายไม่น้อยเลยใช่มั้ยคะ? แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นปัจจุบันได้มีการออกแบบให้การชงกาแฟแบบดริปอัตโนมัติที่มีความสะดวกมากขึ้น อาทิเช่นการใช้ “เครื่องชงกาแฟแบบดริป” ที่คุณไม่ต้องยืนควบคุมสั่งการใด ๆ ก็จะได้กาแฟมาดื่มอย่างง่ายดายแล้วค่ะ

หมายเหตุ : สำหรับใครที่สงสัยว่าแล้วเครื่องชงกาแฟแคปซูลจัดอยู่ในประเภทไหน? ก็ต้องตอบว่า เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล (Capsule Machine) เป็นเครื่องชงสำเร็จรูปที่ไม่ใช่การชงกาแฟสดนะคะ เพราะตัวแคปซูลกาแฟนั้นเป็นการปรุงรสชาติมาแล้ว โดยเครื่องชงกาแฟประเภทนี้จะให้ผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอและรวดเร็วมาก ทั้งยังมีวิธีการทำงานไม่ยุ่งยากซับซ้อน แต่แคปซูลกาแฟส่วนใหญ่รวมถึงตัวเครื่องชงมักมีราคาสูงอยู่สักหน่อยค่ะ


การชงกาแฟแบบดริป มีกี่ประเภท

เมื่อรู้จักวิธีการชงกาแฟสดในเครื่องชงกาแฟประเภทต่าง ๆ แล้ว เรามาดูการชงกาแฟแบบดริปที่จะเจาะลึกลงไปอีกระดับกันค่ะ ว่าจะมีการดริปกาแฟแบบไหนบ้างที่น่าสนใจ พร้อมทั้งบอกถึงข้อดีและข้อเสียของการดริปกาแฟแต่ละแบบด้วย

กาแฟดริปแบบซอง

1. กาแฟดริปแบบซอง

กาแฟดริปแบบซองเป็นการดื่มกาแฟเข้มข้นด้วยวิธีดริปที่ง่ายดายที่สุด เพราะคุณไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรมากมาย อาศัยเพียงแค่แก้วกาแฟ น้ำร้อน และซองกาแฟแบบดริปที่มีถุงกรองเป็นผ้ากระดาษบาง ๆ และมีหูเกี่ยวมาให้ภายในจะมีเมล็ดกาแฟคั่วบดที่สามารถเลือกระดับการคั่วได้เองตามสูตรต่าง ๆ ใช้เวลาเพียง 1-2 นาทีเท่านั่นในการทำให้น้ำร้อนสัมผัสกับผงกาแฟ ที่สำคัญคือคุณไม่ต้องบดเมล็ดกาแฟเอง ไม่ต้องเตรียมกรวยกรองกาแฟให้ยุ่งยาก และไม่ต้องล้างเครื่องชงให้เหนื่อย แต่จะมีราคาต่อซองที่สูงกว่ากาแฟซอง 3in1 ทั่วไปหน่อยนะคะ

  • ใช้งานสะดวกเป็นแบบสำเร็จรูป ไม่ต้องเตรียมอะไรมาก เตรียมแค่น้ำร้อน
  • ราคาการดื่มต่อครั้งค่อนข้างสูง
เหยือกดริปกาแฟ

2. เหยือกดริปกาแฟ

เหยือกดริปกาแฟจะมีเพียงแค่กรวยกรองกับเหยือกเสิร์ฟ ที่ได้รับการออกให้สามารถใช้งานได้สะดวกที่สุด โดยส่วนใหญ่แล้วเหยือกจะเป็นแก้วที่สามารถใช้ได้ทั้งแบบร้อนและแบบเย็น นิยมใช้ในร้านอาหารหรือร้านเครื่องดื่มทั่วไป สามารถชงกาแฟต่อครั้งได้ในปริมาณหลายแก้ว แต่การดริปกาแฟประเภทนี้จะต้องต้มน้ำร้อนแยกต่างหากทำให้เป็นการเสียเวลาพอสมควร แต่ก็มีราคาในหลักร้อยเท่านั้น เหมาะสำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัดหรือคนที่เป็นมือใหม่เพิ่งเริ่มหัดชงกาแฟ

    • ราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับการชงดื่มต่อครั้ง
    • ต้องต้มน้ำร้อนเอง ต้องเตรียมเมล็ดกาแฟบดเอง ต้องควบคุมการชงเองทั้งหมด
เครื่องชงกาแฟแบบดริป

3. เครื่องชงกาแฟแบบดริป (ที่จะรีวิวในวันนี้)

เครื่องชงกาแฟแบบดริปจะเป็นวิธีการชงที่สะดวกขึ้นมาอีกระดับ เพราะคุณจะไม่ต้องไปต้มน้ำร้อนแยกให้วุ่นวายเหมือนสองแบบแรก เพียงแค่คุณใส่น้ำในตัวเครื่อง จากนั้นก็ใส่ผงกาแฟบดในกรวยกรอง เปิดสวิทช์และรอเวลาให้เครื่องทำงานเอง อีกทั้งยังมีฟังก์ชันการทำงานไม่ยุ่งยาก ในบางรุ่นก็อาจจะปรับระดับความเข้มของกาแฟได้ ซึ่งถือเป็นตัวเลือกที่อยู่ในระดับกลาง ๆ แบบไม่แพงจนเกินไป ที่สามารถทำให้คุณเพลิดเพลินกับรสชาติของกาแฟที่อร่อยได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว (วิธีเลือกเครื่องชงกาแฟแบบดริป)

  • ชงเองอัตโนมัติ ใช้เวลาไม่นาน ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก
  • ราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับการชงดื่มต่อครั้ง
เครื่องชงกาแฟ Cold Brew เครื่องชงกาแฟแบบ Cold Dripper

4. อุปกรณ์ชงกาแฟดริปเย็น

นอกจากที่กล่าวมาทั้ง 3 อย่างแล้ว ก็ยังมีการดริปกาแฟแบบเย็นด้วยนะคะ ซึ่งจะเรียกว่า “การสกัดเย็น” โดยหลัก ๆ ก็คือการทำให้น้ำไหลผ่านกาแฟบดเช่นเดิม แต่จะต่างตรงที่น้ำที่ใช้จะเป็นน้ำเย็น ซึ่งจะมีตัววาล์วอยู่ตรงกลางเครื่องชงก่อนที่หยดน้ำจะหยดลงในตัวกรองอีกที ทำให้ต้องใช้เวลานานหน่อย โดยน้ำกาแฟที่ได้จะถูกเก็บไว้ในขวดแก้วสุญญากาศเพื่อรักษาความเย็นไว้ เรียกว่าการชงแบบ Cold Drip หรือ Cold Brew ที่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง อย่างต่ำที่สุดก็อยู่ที่ประมาณ 3.5 ชั่วโมงค่ะ

  • รสชาติไม่เปรี้ยว ไม่ขม มีความเข้มข้น
  • ใช้เวลาในการชงนานกว่าปกติ



เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน

เครื่องชงกาแฟ BRAUN รุ่น KF 7120 6-12 ถ้วย

เครื่องชงกาแฟ BRAUN รุ่น KF 7120 6-12 ถ้วย
เครื่องชงกาแฟจาก BRAUN ผู้ผลิตยักษ์ใหญ่จากเยอรมันนีที่ดูเหมือนจะมีราคาที่สูงอยู่สักหน่อย แต่แลกมากับฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การตั้งโปรแกรมชงอัตโนมัติตามเวลาที่กำหนดไว้, สามารถปรับระดับรสชาติกาแฟได้ตามความต้องการ, มีระบบแจ้งเตือนการทำความสะอาดและมีระบบล้างตระกรันอัตโนมัติเพื่อคงคุณภาพของกาแฟ, สามารถกำหนดปริมาณการชงได้ด้วยปุ่ม 1-4 cup โดยจะคอยควบคุมอุณหภูมิ/ระยะเวลา/การสกัด จึงทำให้ได้รสชาติและกลิ่นของกาแฟที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังมีเทคนิคเฉพาะตัวในการคงอุณหภูมิและรสชาติเอาไว้ได้นานยิ่งขึ้นทำให้คุณดื่มกาแฟตอนไหนก็ยังอร่อยไม่มีเปลี่ยน มาในดีไซน์ที่ดูทันสมัยและสวยงาม พร้อมด้วยหน้าบอกเวลาแบบ LED ที่ดูง่ายดายจากระยะไกล
ขนาด 20 x 36 x 20 ซม.
กำลังไฟ 1000 วัตต์
ประเภทของโถ แก้ว
ตั้งโปรแกรมการทำงานได้
ดูได้ที่ Shopee

BUONO เครื่องชงกาแฟ Coffee Drip มีเครื่องบดในตัว รุ่น BUO-260617 เครื่องชงกาแฟแบบหยด

BUONO เครื่องชงกาแฟ Coffee Drip มีเครื่องบดในตัว รุ่น BUO-260617 เครื่องชงกาแฟแบบหยด
เครื่องชงกาแฟแบบ 2in1 ที่สามารถชงแบบ Drip ได้ทั้งยังมีเครื่องบดในตัวจากแบรนด์ BUONO ทำให้คุณใช้ชีวิตได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเครื่องบดนั้นสามารถบดได้ทั้งแบบหยาบและแบบละเอียด ตัวเครื่องชงมีระบบสลับการทำงานที่แม่นยำ ทั้งยังสามารถหยุดทำงานได้อัตโนมัติ มาในขนาดกะทัดรัดช่วยให้ประหยัดพื้นที่ได้ดี โดยจะชงกาแฟได้ครั้งละ 4 ถ้วยหรือประมาณ 0.6 ลิตร ปุ่มมีไฟคอยบอกสถานะการทำงานเป็นสีเขียว-แดงที่ดูง่ายจากระยะไกล มาพร้อมกับระบบอุ่นกาแฟให้อัตโนมัติ วัสดุของตัวเครื่องทำจากพลาสติกที่แข็งแรงทนทานทั้งยังดูสวยงามและทันสมัยสุด ๆ ด้วยโทนสีแดงดำ

จุดเด่นของสินค้า

  • เป็นระบบ 2in1 มีทั้งระบบการบดและระบบการชง
  • สามารถชงได้ครั้งละ 0.6 ลิตร หรือประมาณ 4 ถ้วยต่อครั้ง ซึ่งถือว่าค่อนข้างเยอะ
  • มีระบบอุ่นกาแฟทำให้แกแฟที่ดริปมีความอุ่นพร้อมดื่มอยู่ตลอดเวลา
ขนาด 22.5 x 30 x 33 ซม.
กำลังไฟ 900 วัตต์
ประเภทของโถ แก้ว
ตั้งโปรแกรมการทำงานได้
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

เครื่องชงกาแฟแบบดริป Russell Hobbs รุ่น 24031-56 (สีแดง)

เครื่องชงกาแฟแบบดริป Russell Hobbs รุ่น 24031-56 (สีแดง)
เครื่องชงกาแฟจาก Russell Hobbs ผู้ผลิตเครื่องใช้ในครัวเรือนจากแดนอังกฤษ ที่รุ่นนี้มีความพิเศษตรงที่ระบบจ่ายน้ำเป็นแบบหมุนวนไปมา ทำให้คุณได้กาแฟรสชาติที่เข้มข้นกว่าเดิม เนื่องจากน้ำร้อนสามารถไหลผ่านเมล็ดกาแฟบดได้อย่างทั่วถึง มาพร้อมกับระบบป้องกันน้ำหยด, ระบบตั้งเวลาได้, ระบบอุ่นร้อน, ระบบปิดเครื่องเอง, มีขนาดความจุถึง 1.25 ลิตร เรียกว่าจัดเต็มชุดใหญ่จริง ๆ ค่ะ ตัวเครื่องทำจากสเตนเลสสตีลที่มีแข็งแรงทนทานและสวยงาม หน้าจอแสดงผล LCD ใช้งานง่ายมาก หากใครกำลังลังเลระหว่างรุ่นนี้กับรุ่นก่อนหน้า RH24210-AP (ขนาดเล็กที่ขายดี) เราขอบอกเลยค่ะด้วยฟังก์ชันใหม่ ๆ ที่ใส่มาให้อย่างมากมายนั้น รุ่นนี้ดีกว่าแน่นอนค่ะ!!
ขนาด 26 × 21 × 35 ซม.
กำลังไฟ 1100 วัตต์
ประเภทของโถ แก้ว
ตั้งโปรแกรมการทำงานได้

Ariete เครื่องชงกาแฟแบบ Drip สไตล์ Vintage

Ariete เครื่องชงกาแฟแบบ Drip สไตล์ Vintage
เครื่องชงกาแฟแบบดริปจาก Ariete ที่มาในสไตล์วินเทจผสมมินิมอล มีสีคุมโทนที่ดูเรียบง่ายแต่สวยงาม ชงกาแฟได้สูงถึง 12 แก้วเล็ก ตัวเครื่องสามารถตั้งเวลาทำงานได้และมีระบบหยุดอัตโนมัติโดยไม่ต้องรอให้เครื่องทำงานเสร็จ ตัวหม้อกาแฟทำจากกระจกนิรภัยเทมเปอร์ (Tempered Glass) ที่ปลอดภัย ทั้งยังมาพร้อมกับถาดอุ่นหม้อกาแฟในตัว กรวยกรองสามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ง่าย เหมาะสำหรับคนที่ชอบดื่มกาแฟแต่ก็ยังอยากตกแต่งบ้านด้วย
ขนาด 21 x 23.5 x 34.5 ซม.
กำลังไฟ 2000 วัตต์
ประเภทของโถ กระจกนิรภัยเทมเปอร์
ตั้งโปรแกรมการทำงานได้
ดูได้ที่ Lazada

De'Longhi เครื่องชงกาแฟ DRIP รุ่น ICM15210

De'Longhi เครื่องชงกาแฟ DRIP รุ่น ICM15210
หลาย ๆ คนอาจจะมองข้ามเครื่องชงกาแฟจากแบรนด์ De'Longhi (ดีลองกี้) ไป เพราะด้วยราคาที่สูงกว่าแบรนด์ตามท้องตลาดเมื่อเทียบกับคุณสมบัติของฟังก์ชันที่ใส่มา แต่เราขอบอกเลยว่าดีลองกี้นั้นเป็นผู้ผลิตเครื่องชงกาแฟอันดับหนึ่งในประเทศอิตาลีที่ได้รับการยอมรับจากบาริสต้ามืออาชีพและมือสมัครเล่นแล้วว่าดีจริงและใช้งานง่าย แม้ De'Longhi รุ่นนี้จะเป็นเครื่องดริปหยดกาแฟที่ไม่ได้มีฟังก์ชันพิเศษใส่เข้ามา แต่ก็ผลิตมาจากวัสดุมีคุณภาพแข็งแรงทนทาน ตัวเครื่องมีระบบตัดไฟอัตโนมัติ ทั้งยังมีระบบป้องกันน้ำหยดด้วย ที่ฐานของตัวเครื่องออกแบบมาให้ป้องกันการลื่น โดนตัวโถมีความจุโถอยู่ที่ 1.25 ลิตร ใช้งานง่ายด้วยปุ่มกดเพียงปุ่มเดียว สำหรับใครที่อยากได้ฟังก์ชัน Aroma เพิ่มความหอมนั้นต้องเป็น De'Longhi รุ่น ICM12011.BK เลยค่ะ แต่ราคาจะสูงขึ้นมาประมาณ 400-500 บาทเลยค่ะ
ขนาด 20.5 x 32 x 22.5 ซม.
กำลังไฟ 900 วัตต์
ประเภทของโถ แก้ว
ตั้งโปรแกรมการทำงานได้

Electrolux เครื่องชงกาแฟแบบดริป รุ่น E4CM1-20SS

Electrolux เครื่องชงกาแฟแบบดริป รุ่น E4CM1-20SS

มาถึงเครื่องชงกาแฟแบบดริปจากแบรนด์ Electrolux ที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง เพราะไม่ได้เป็นเครื่องดริปกาแฟทั่วไป แต่มาพร้อมกับฟังก์ชันอโรม่า (Aroma) ช่วยที่เพิ่มความหอมให้กาแฟของคุณน่าดื่มมากยิ่งขึ้น ตัวเหยือกทำจากแก้วนิรภัยที่ทนทานสามารถจุได้ถึง 12 แก้วเล็ก ตัววาล์วถูกออกแบบมาให้ป้องกันน้ำหยดในกรณีที่ยกเหยือกออกระหว่างการทำงาน เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานด้วยระบบตัดไฟอัตโนมัติหากเปิดเครื่องนานเกิน 40 นาที ที่ถาดอุ่นมีการป้องกันเหยือกละลายติดกัน มาในดีไซน์ภายนอกเป็นพลาสติกผสมสเตนเลสที่ดูหรูหราน่าใช้งานและแข็งแรงมาก ๆ

จุดเด่นของสินค้า

  • เหยือกค่อนข้างใหญ่และมีความทนทาน สามารถรองรับน้ำกาแฟได้กว่า 12 แก้ว
  • มีระบบ อโรม่า (Aroma) ทำให้กาแฟหอมขึ้นมาหลายเท่าตัว
  • มาพร้อมกับระบบตัดไฟ ช่วยป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร หากมีการเปิดเครื่องนานกว่า 40 นาที

ข้อควรพิจารณา

  • สินค้าไม่มีตัวกรอง ดังนั้นอาจจะต้องหาตัวกรองมาใช้งานเพื่อกรองกากกาแฟ
ขนาด 28 x 17.1 x 34.4 ซม.
กำลังไฟ 915 - 1080 วัตต์
ประเภทของโถ แก้วนิรภัย
ตั้งโปรแกรมการทำงานได้
ดูได้ที่ Shopee

เครื่องชงกาแฟแบบดริป MiniMex รุ่น MDC2

เครื่องชงกาแฟแบบดริป MiniMex รุ่น MDC2
เครื่องชง Drip Coffee ที่สามารถมองเห็นกระบวนการทำได้อย่างทะลุปรุโปร่ง โดยเฉพาะตรงส่วนกรวยกรองที่จะเห็นได้ว่ามันทำงานอย่างไร? หรือมันติดขัดตรงไหนบ้าง? มาพร้อมกับระบบป้องกันน้ำหยดในตัวเมื่อยกโถออก ใต้โถมีถาดอุ่นความร้อนให้อัตโนมัติ มีฟังก์ชันปิดเครื่องเองในกรณีเปิดเครื่องไว้นานเกิน 40 นาที โถเสิร์ฟกาแฟจุได้ถึง 0.75 ลิตร หรือ 6 แก้วเล็ก ซึ่งรุ่น MDC2 นี้จะดีกว่ารุ่น MDC1 สีดำแบบสเตนเลสตรงที่มันมีระบบป้องกันภัยมาให้นั่นเองค่ะ  
ขนาด 21 x 28 x 13 ซม.
กำลังไฟ 700 วัตต์
ประเภทของโถ แก้ว
ตั้งโปรแกรมการทำงานได้
ดูได้ที่ Lazada

OTTO เครื่องชงกาแฟ รุ่น CM-025A

OTTO เครื่องชงกาแฟ รุ่น CM-025A
เครื่องชงกาแฟราคาประหยัดจากแบรนด์คุ้นหูอย่าง OTTO ที่ถือว่าเป็นรุ่นขายดี เพราะด้วยราคาและคุณภาพไปในทิศทางเดียวกัน เพิ่มความมั่นใจในการใช้งานด้วยระบบตัดไฟอัตโนมัติ โถเสิร์ฟมีความจุที่ 0.6 ลิตร หรือประมาณ 5 แก้วเล็ก ด้วยขนาดที่เล็กนี้จึงช่วยให้ชงกาแฟแบบดริปได้อย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่นาที สามารถอุ่นกาแฟอัตโนมัติได้ โดยใช้อุณหภูมิประมาณ 50-70 °C
ขนาด ไม่ระบุ
กำลังไฟ 550 วัตต์
ประเภทของโถ แก้ว
ตั้งโปรแกรมการทำงานได้
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว

9 วิธีเลือก เครื่องชงกาแฟแบบดริป ที่ดีที่สุด

แม้ว่าเครื่องชงกาแฟแบบดริปจะใช้งานได้ง่าย ช่วยให้คุณมีเวลาไปทำอย่างอื่น แต่คุณก็ไม่ควรสุ่มซื้อเครื่องชงกาแฟแบบดริปไปเรื่อยนะคะ เพราะมันจะเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณต้องเสียเงินซื้อเครื่องใหม่ได้ในที่สุด ซึ่งในวันนี้เราจะแบ่งปันข้อมูลต่าง ๆ ที่สำคัญต่อคุณ และคุณเองก็สามารถจัดลำดับความสำคัญในการเลือกซื้อตามไลฟ์สไตล์ของคุณได้ค่ะ

1. ขนาดของเครื่องชงกาแฟ

ขนาดของเครื่องจะเป็นข้อที่สำคัญมาก ๆ หากคุณมีพื้นที่ใช้สอยบนเคาน์เตอร์เพียงเล็กน้อย นั่นหมายความว่าคุณจะต้องตระหนักถึงขนาดของเครื่องชงเป็นอันดับแรกว่ามันสอดคล้องกับพื้นที่ที่คุณมีหรือไม่? หรือหากคุณเป็นคนที่ต้องย้ายที่อยู่ที่พักอาศัยบ่อย ๆ การเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟขนาดพอดีก็เป็นความคิดที่เข้าท่ามาก ๆ ในแง่ของการเคลื่อนย้ายค่ะ

2. ปริมาณกาแฟที่สามารถชงได้

ปริมาณกาแฟที่สามารถชงได้มักจะสอดคล้องกับขนาดของเครื่องเสมอ แต่ทั้งนี้คุณก็ควรจะศึกษารายละเอียดของสินค้าแต่ตัวด้วยว่ามันสามารถชงได้มากน้อยเพียง เนื่องเครื่องชงบางรุ่นก็มีดีไซน์ที่เน้นความสวยงามอย่างเดียวทำให้มีเครื่องขนาดใหญ่โตแต่กลับชงได้เพียงละ 1-2 แก้วเท่านั้น

3. ประเภทของโถ/เหยือกเสิร์ฟ

ประเภทของเหยือกเสิร์ฟสำหรับเครื่องชงกาแฟแบบดริปที่ดีจะต้องเป็นแก้วหรืออาจจะเป็นโถหุ้มฉนวนสเตนเลสสตีลที่สามารถตั้งบนจานอุ่นได้ อีกทั้งตัวเหยือกควรจะมีหูจับไว้สำหรับเพิ่มความสะดวกในการใช้งานด้วย ซึ่งต้องจะเป็นหูจับที่ทนความร้อนเช่นกันค่ะ สำหรับเครื่องชงกาแฟแบบดริปส่วนใหญ่จะมีแผ่นความร้อนที่อยู่ใต้โถหรือหม้อที่บรรจุกาแฟ อาทิเช่น โถหุ้มฉนวนสเตนเลสสตีลที่จะช่วยให้กาแฟของคุณอุ่นได้นานกว่าโถประเภทอื่น ๆ

สำหรับโถแก้วเป็นโถที่พบได้บ่อยที่สุดและยังเป็นตัวเลือกที่ถูกที่สุดอีกด้วย แต่ปัญหาคือแก้วที่มีแผ่นความร้อนที่สามารถดึงน้ำมันกาแฟออกมามากเกินไปและทำให้กาแฟขมได้ หลาย ๆ คนยอมรับโถที่เป็นสเตนเลสสตีลจะทำให้รสชาติกาแฟดีขึ้นทั้งยังประหยัดพลังงานมากกว่าแบบแก้ว แต่ประเด็นเดียวที่ทำให้มันไม่ค่อยเป็นที่นิยมก็คือราคาที่แพงนั่นเองค่ะ

4. ความเร็วในการชง

เครื่องชงกาแฟบางเครื่องก็มีกำลังวัตต์สูงมาก ซึ่งหมายความว่าน้ำจะได้รับความร้อนและการสูบผ่านได้เร็วขึ้นนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามการชงที่รวดเร็วขึ้นก็อาจส่งผลต่อรสชาติกาแฟได้เช่นกันนะคะ

5. ทำความสะอาดง่าย

เราเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากได้เครื่องชงกาแฟที่ทำความสะอาดยุงยาก ดังนั้นโปรดตรวจสอบเกี่ยวกับชุดตัวกรองกาแฟว่ามันเป็นแบบใช้แล้วทิ้งหรือแบบต้องล้างทำความสะอาด นอกจากนี้เครื่องชงกาแฟที่ดีจะต้องทำให้คุณสามารถถอดตัวกรองได้ง่ายดายโดยไม่ต้องเสียเวลาดังนั้นอย่าลืมตรวจสอบการถอดชิ้นส่วนของเครื่องด้วยนะคะ ขอแนะนำให้คุณทำความสะอาดหม้อกาแฟเป็นประจำ เพราะมันจะส่งผลต่อคุณภาพกาแฟที่คุณดื่ม

6. ประเภทตัวกรอง

พูดถึงการทำความสะอาดตัวกรองไปแล้ว มาพูดถึงประเภทตัวกรองกันสักหน่อยค่ะ เพราะตัวกรองที่ดีจะต้องเป็นตัวกรองที่ทำความสะอาดง่ายที่สุด รวมถึงจะต้องกรองได้อย่างละเอียดไม่ควรมีผงเมล็ดกาแฟหลุดลงไปในน้ำกาแฟที่เราดื่ม อีกทั้งยังหากเป็นกระดาษกรองก็จะต้องเป็นแบบคุณภาพดีที่ไม่มีมีสารเคมีตกค้างด้วยนะคะ

7. ระบบอัตโนมัติ

อาทิเช่นมันสามารถเปิดและปิดได้ทุกเมื่อที่คุณต้องการ หรือยังสามารถทำให้กาแฟร้อนได้ในช่วงเวลาหนึ่งก่อนที่เครื่องจะปิดการทำงาน สิ่งนี้จะมีประโยชน์มาก ๆ สำหรับคนที่ต้องการสะดวกและรวดเร็ว

8. ปรับระดับความเข้มข้นของกาแฟได้

รสชาติและความแรงของกาแฟเป็นสิ่งที่ทุกคนมีความชอบที่ต่างกัน ดังนั้นหากคุณชอบกาแฟรสอ่อนหรือเข้มข้มไปเลย คุณควจจะตรวจสอบในฟังก์ชัน หรือหากที่บ้านของคุณมีความชอบหลากหลายความสามารถในการปรับระดับความเข้มข้นของกาแฟได้ก็เป็นตัวเลือกที่สำคัญมาก ๆ ค่ะ

9. ฟังก์ชันพิเศษ

บางเครื่องมีเครื่องบดในตัว บางรุ่นมีหัวพ่นไอน้ำสำหรับตีฟองนมในตัว และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ฟังก์ชันพิเศษเหล่านี้จะมาพร้อมกับราคาที่สูงขึ้น ซึ่งฟังก์ชันพิเศษจะสำคัญหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการกาแฟของคุณแบบไหนค่ะ


การใช้เครื่องชงกาแฟแบบดริปต้องเตรียมอะไรบ้าง

แน่นอนว่าการใช้เครื่องชงกาแฟแบบดริปก็ไม่ใช่ทั้งหมดของความสะดวกสบาย เพราะคุณจะต้องเตรียมการบดเมล็ดกาแฟด้วยเองเพื่อให้ได้ความสดใหม่ของกาแฟแบบขั้นสุด ซึ่งจะต้องใช้ “เครื่องบดเมล็ดกาแฟ” ที่มีให้เลือกอยู่หลายประเภทเลยค่ะ เนื่องจากหากให้เจาะลึกจริง ๆ ต้องดูด้วยว่าเครื่องบดนั้นใช้ใบมีดประเภทไหน แต่ในกรณีที่ดูอย่างคร่าว ๆ จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือแบบใช้มือหมุนเองและแบบใช้พลังงานไฟฟ้าในการบด ซึ่งจะมีข้อดีข้อเสียต่างกันดังนี้

กาแฟสด

1. เครื่องบดเมล็ดกาแฟแบบมือหมุน 

จะใช้งานได้ค่อนข้างง่าย ไม่มีความยุ่งยากหรือซับซ้อนใด ๆ ดีไซน์มีความหรูหราคลาสสิกเบา ๆ ขนาดกำลังดีพกพาได้สะดวก มาพร้อมกับราคาที่ไม่แพง แต่จะบดได้กาแฟได้น้อยกว่าเครื่องบดไฟฟ้า อีกทั้งยังเลือกระดับความหยาบความละเอียดได้ไม่ดีเท่าที่ควร

2. เครื่องบดเมล็ดกาแฟแบบไฟฟ้า

ใช้งานได้สะดวกและรวดเร็ว ไม่ต้องออกแรงมาก สามารถเลือกระดับความหยาบของเมล็ดกาแฟได้หลายรูปแบบ แต่มักจะมีราคาที่สูงหน่อย อีกทั้งยังมีเสียงดังรบกวนขณะที่บดด้วย

หมายเหตุ :  แต่สำหรับใครที่ไม่มีเวลาว่างมากพอที่จะบดเมล็ดกาแฟด้วยตัวเองก็อย่าเพิ่งถอดใจล้มเลิกการชงกาแฟสด ๆ เลยนะคะ เพราะคุณสามารถซื้อเมล็ดกาแฟสดคั่วบดได้จากร้านค้าออนไลน์ต่าง ๆ ได้มากมาย ซึ่งจะสามารถเลือกระดับความหยาบความละเอียดได้หลากหลายหรือจะเลือกแบบเป็นเมล็ด ๆ อยู่ที่ยังไม่บดก็มีขายค่ะ อีกทั้งยังมีสายพันธุ์กาแฟให้เลือกได้ตามต้องการไม่ว่าจะเป็นโรบัสต้าหรืออราบิก้า รวมถึงสามารถเลือกแหล่งที่เพาะปลูกได้ด้วยค่ะ แต่จะต้องรักษากาแฟให้ดีนะคะไม่เช่นนั้นจะทำให้รสชาติกาแฟเพี้ยนได้ อาทิมีการใส่ถุงซิปล็อคไว้และเอาไปฟรีซในตู้เย็น เพื่อคงความสดใหม่ของกาแฟค่ะ

ตารางเปรียบเทียบ แนะนำ เครื่องชงกาแฟแบบดริป ยี่ห้อไหนดี

รูปสินค้าชื่อสินค้าคุณสมบัติ

เครื่องชงกาแฟ BRAUN รุ่น KF 7120 6-12 ถ้วย

เครื่องชงกาแฟ BRAUN รุ่น KF 7120 6-12 ถ้วย

  • ขนาด: 20 x 36 x 20 ซม.
  • กำลังไฟ: 1000 วัตต์
  • ประเภทของโถ: แก้ว
  • ตั้งโปรแกรมการทำงานได้:

BUONO เครื่องชงกาแฟ Coffee Drip มีเครื่องบดในตัว รุ่น BUO-260617 เครื่องชงกาแฟแบบหยด

BUONO เครื่องชงกาแฟ Coffee Drip มีเครื่องบดในตัว รุ่น BUO-260617 เครื่องชงกาแฟแบบหยด

  • ขนาด: 22.5 x 30 x 33 ซม.
  • กำลังไฟ: 900 วัตต์
  • ประเภทของโถ: แก้ว
  • ตั้งโปรแกรมการทำงานได้:

เครื่องชงกาแฟแบบดริป Russell Hobbs รุ่น 24031-56 (สีแดง)

เครื่องชงกาแฟแบบดริป Russell Hobbs รุ่น 24031-56 (สีแดง)

  • ขนาด: 26 × 21 × 35 ซม.
  • กำลังไฟ: 1100 วัตต์
  • ประเภทของโถ: แก้ว
  • ตั้งโปรแกรมการทำงานได้:

Ariete เครื่องชงกาแฟแบบ Drip สไตล์ Vintage

Ariete เครื่องชงกาแฟแบบ Drip สไตล์ Vintage

  • ขนาด: 21 x 23.5 x 34.5 ซม.
  • กำลังไฟ: 2000 วัตต์
  • ประเภทของโถ: กระจกนิรภัยเทมเปอร์
  • ตั้งโปรแกรมการทำงานได้:

De'Longhi เครื่องชงกาแฟ DRIP รุ่น ICM15210

De'Longhi เครื่องชงกาแฟ DRIP รุ่น ICM15210

  • ขนาด: 20.5 x 32 x 22.5 ซม.
  • กำลังไฟ: 900 วัตต์
  • ประเภทของโถ: แก้ว
  • ตั้งโปรแกรมการทำงานได้:

Electrolux เครื่องชงกาแฟแบบดริป รุ่น E4CM1-20SS

Electrolux เครื่องชงกาแฟแบบดริป รุ่น E4CM1-20SS

  • ขนาด: 28 x 17.1 x 34.4 ซม.
  • กำลังไฟ: 915 - 1080 วัตต์
  • ประเภทของโถ: แก้วนิรภัย
  • ตั้งโปรแกรมการทำงานได้:

เครื่องชงกาแฟแบบดริป MiniMex รุ่น MDC2

เครื่องชงกาแฟแบบดริป MiniMex รุ่น MDC2

  • ขนาด : 21 x 28 x 13 ซม.
  • กำลังไฟ: 700 วัตต์
  • ประเภทของโถ: แก้ว
  • ตั้งโปรแกรมการทำงานได้:

OTTO เครื่องชงกาแฟ รุ่น CM-025A

OTTO เครื่องชงกาแฟ รุ่น CM-025A

  • ขนาด: ไม่ระบุ
  • กำลังไฟ: 550 วัตต์
  • ประเภทของโถ: แก้ว
  • ตั้งโปรแกรมการทำงานได้:

บทสรุปการเลือกเครื่องชงกาแฟแบบดริป

เป็นอย่างไรบ้างคะ? ตัดสินใจกันได้หรือยัง? หากคุณยังตัดสินใจไม่ได้ เราจะขอแนะนำเป็นไกด์ไลน์ง่าย ๆ ในการเลือกซื้อ เพราะหากคุณได้อ่านรีวิวสินค้าของเราไปแล้ว คุณจะพบว่าเครื่องชงแบบดริปที่มีราคาสูงนั้นมักมาพร้อมกับฟังก์ชันการตั้งค่าโปรแกรมที่ช่วยทำให้คุณใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้น อย่างเช่น สั่งการล่วงหน้า, การเลือกระดับความเข้มข้น, การแจ้งเตือนให้ล้างทำความสะอาด, การป้องกันน้ำหยดในตัวเมื่อยกโถออก, การปิดเครื่องเองเพื่อป้องกันอันตรายในกรณีที่คุณเปิดเครื่องทิ้งไว้นานเกิน สิ่งเหล่านี้เป็นคุณสมบัติที่คู่ควรกับราคาที่คุณต้องจ่ายอย่างสมเหตุผลจริง ๆ ค่ะ

แต่หากคุณรู้ตัวว่าไม่ได้ต้องการฟังก์ชันทางเลือกเหล่านี้ เพราะคุณอาจจะแค่ใช้เครื่องชงกาแฟเพียงแค่ในเช้าวันหยุดที่ไม่เร่งรีบ คุณสามารถเลือกเป็นเครื่องชงกาแฟธรรมดาที่มีฟังก์ชันพื้นฐานที่ในการชงกาแฟแบบดริปให้คุณได้ก็ถือว่าเพียงพอแล้วค่ะ

Previous Post

แนะนำ ไฟตกแต่งห้อง สร้างบรรยากาศภายในห้องให้น่าสนใจ

Next Post

กล้องดิจิตอลไลก้า (Leica) รุ่นไหนดี

Next Post

กล้องดิจิตอลไลก้า (Leica) รุ่นไหนดี

บทความ ที่คุณอาจสนใจ

บ้านและห้องครัว

รีวิว ของสะสม Starbucks มีอะไรบ้าง

August 19, 2026
บ้านและห้องครัว

โหลเก็บเมล็ดกาแฟ แบบไหนดี ช่วยให้เมล็ดกาแฟหอมอร่อยยาวนาน

August 18, 2026
บ้านและห้องครัว

แนะนำ เครื่องบดเมล็ดกาแฟ (แบบไฟฟ้า) ยี่ห้อไหนดี ใช้ง่าย บดได้เร็ว

August 18, 2026
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
  • สาระน่ารู้

No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
  • สาระน่ารู้