การดูแลทรงผมเป็นเรื่องที่ผู้หญิงทุกคนให้ความใส่ใจเป็นอย่างมาก เพราะแน่นอนว่าเราคงไม่อยากผมชี้ฟูหรือไม่เป็นทรงอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเวลาที่เราไปเจอคนข้างนอกหรือไปพบเจอคนอื่นหรือคนที่รู้จัก เพราะทรงผมที่ไม่สวยงามเราอาจจะทำให้เราต้องเสียบุคลิกภาพโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจค่ะ หลายคนจึงเลือกที่จะเข้าร้านทำผมสัปดาห์ละ 2 -3 ครั้งเพื่อทำผม เช่น ไดร์ผม หนีบผมรวมไปถึงม้วนลอนเพื่อให้ผมอยู่เป็นทรงตลอดในทุก ๆ วันค่ะ แต่หลายคนอาจจะรู้สึกว่ามันสิ้นเปลืองมาก เพราะเข้าร้านทำผมแต่ละครั้งก็ไม่ต่ำกว่า 300 หรือ 500 บาทอย่างแน่นอน แต่หากคุณไม่ชอบที่จะไปทำผมให้สิ้นเปลืองเงิน การซื้อเครื่องทำผมไฟฟ้าก็เป็นเรื่องที่เหมาะสำหรับคุณ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องม้วนผม, ไดร์เป่าผม, เครื่องหนีบผมและสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “หวีไฟฟ้า” ค่ะ
หลายคนอาจจะไม่เข้าใจว่าเราจะซื้อหวีไฟฟ้าไปทำไม เพราะปกติแล้วเราสามารถหวีผมด้วยหวีแบบธรรมดาได้ แต่มันต่างกันมากนะคะระหว่างเครื่องที่ใช้มือกับเครื่องที่ใช้ไฟฟ้า เพราะปกติแล้วหวีไฟฟ้าสามารถทำให้ผมคุณเรียบและตรงได้ในวันที่เร่งรีบมาก ๆ ได้ อีกทั้งยังลดการเกิดไฟฟ้าสถิตที่เส้นผมได้ดีอีกด้วย หวีไฟฟ้าสามารถหวีผมได้แม้ผมหมาดอีกทั้งยังทำให้ผมตรงสวยได้ตามความต้องการ ซึ่งเราขอบอกเลยว่าหวีไฟฟ้าในปัจจุบันสามารถหาซื้อได้ง่ายมาก ๆ เพราะมันมีขายกันอย่างแพร่หลาย แต่การซื้อก็ต้องมีข้อสังเกตและมีคุณสมบัติสำคัญที่คุณควรมองหา วันนี้เราก็เลยมีคำแนะนำมาฝากคุณกันค่ะ แต่ก่อนที่เราจะไปเลือกซื้อสินค้าเราไปทำความรู้จักกับหวีไฟฟ้ากันก่อนค่ะ
หวีไฟฟ้า ยี่ห้อไหน หวีผมให้ตรงสวยและเหมาะกับคุณมากที่สุด?
หวีไฟฟ้า คืออะไร?
หวีไฟฟ้าถูกออกแบบมาเพื่อหวีผมให้ตรง แต่มันแตกต่างจากเครื่องหนีบผมและแปรงม้วนผมค่อนข้างมากเพราะหวีไฟฟ้ามีซี่ของหวีที่กว้าง ดังนั้นมันจึงสามารถหวีผมได้อย่างง่ายดายโดยไม่ดึงผม สิ่งนี้จะช่วยลดโอกาสในการหักของผมและช่วยขจัดความยุ่งยากในการหวีผมด้วย หวีไฟฟ้าดูเหมือนหวีขนาดใหญ่แต่มีสายไฟที่ต่ออยู่กับเต้าเสียบ สวิตช์ฟังก์ชันมักจะมี (ระบบเปิด / ปิดอุณหภูมิ / จอแสดงผล) คล้าย ๆ กับเครื่องทำผมทั่วไป หลาย ๆ คนคิดว่าเครื่องหนีบผมมีประสิทธิภาพกว่าหวีไฟฟ้าแต่เราอยากให้คุณลองเปิดใจซื้อหวีไฟฟ้าสักอัน เพราะคุณจะพบว่ามันอ่อนโยนกับเส้นผมของคุณและใช้งานได้ง่ายกว่าเครื่องหนีบผมมาก แม้ว่าคุณจะมีผมที่หนาและไม่สามารถจัดการทรงผมแต่หวีไฟฟ้าสามารถช่วยคุณได้อย่างแน่นอน หวีไฟฟ้าสามารถใช้งานได้กับเส้นผมทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นผมเส้นเล็ก ผมหนาปานกลาง ผมหนาหรือผมยาวก็สามารถใช้ได้และหนึ่งในประโยชน์ที่ดีที่สุดในการใช้หวีผมที่ร้อนคือซี่ของหวีนั้นบางมาก ดังนั้นมันจึงสามารถหวีได้ถึงโคนจรดปลายผมเลยทีเดียวค่ะ

วิธีเลือกซื้อหวีไฟฟ้าที่ดีที่สุด
การเลือกหวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดสำหรับเส้นผมของคุณนั้นไม่ยากและไม่เสียเวลาอย่างที่คุณคิดอย่างแน่นอนค่ะ เพราะหากคุณเห็นสภาพเส้นผมและวัสดุที่ต้องการแล้วจะช่วยให้ขั้นตอนการเลือกซื้อของคุณง่ายขึ้นและเพื่อให้เข้าใจรายละเอียดของสิ่งต่าง ๆ ที่คุณต้องเลือกวันนี้เราก็มีเกร็ดความรู้ต่าง ๆ มาบอกต่อให้คุณได้รู้ค่ะ หลังจากที่ได้อ่านแล้วคุณจะซื้อหวีไฟฟ้าได้ง่ายขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ
1.วัสดุ
ผมตามธรรมชาติของแต่ละคนนั้นต่างกัน บางคนนั้นมีเส้นผมที่หยาบ หนาและอาจจะหวีได้ยาก จึงต้องใช้ความพยายามและความทุ่มเทอย่างมากในการหวีและจัดแต่งทรงผมให้สมบูรณ์แบบ และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมในขณะที่เลือกหวีไฟฟ้าสำหรับเส้นผมแต่ประเภทถึงจะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก ดังนั้นในการเลือกซื้อเราขอแนะนำให้เลือกหวีไฟฟ้าที่ทำจากไทเทเนียม ทัวร์มาลีนหรือไฮบริดค่ะ เพราะวัสดุเหล่านี้จะสามารถดูดซับความร้อนได้ดีโดยใช้เวลาที่รวดเร็วมากค่ะ นอกจากนี้วัสดุเหล่านี้ยังสามารถเก็บความร้อนในซี่ของหวีได้เป็นเวลานาน ช่วยลดเวลาในการจัดแต่งทรงผมได้มาก อีกทั้งวัสดุเหล่านี้ยังปลอดภัยไม่ทำให้ผมไหม้และไม่ทำให้เกิดความเกิดเสียหายใด ๆ กับผม
2.การตั้งค่าความร้อน
การตั้งค่าความร้อนของหวีไฟฟ้ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการตั้งค่าความร้อนที่ค่อนข้างต่ำจะไม่สามารถทำให้เส้นผมของคุณตรงได้อย่างแน่นอน แต่เครื่องที่มีความร้อนที่สูงมากอาจทำให้ผมไหม้และร้อนบริเวณคอได้ เราแนะนำให้คุณเลือกช่วงอุณหภูมิระหว่าง 340 ° F ถึง 450 ° F (170 ° C – 240 ° C) เนื่องจากระดับความร้อนเหล่านี้จะเหมาะสำหรับผมตามธรรมชาติค่ะ โปรดจำไว้ว่าระหว่างหวีผมไม่ควรใช้ความร้อนที่สูงเกินไปเพราะความร้อนจะดึงสารอาหารที่จำเป็นออกจากเส้นผมออกไปและทำให้ผมเสียมากกว่าเดิม หากคุณเป็นคนที่ผมหนาหรือผมหยิก ไม่ควรใช้หวีไฟฟ้าที่ร้อนเกิน 210°C และสูงกว่านี้เพื่อป้องกันความร้อนทำลายเส้นผมและหลีกเลี่ยงผมขาดจากความร้อนค่ะ
3.การออกแบบด้ามจับ
ด้ามจับของหวีไฟฟ้าเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณสบายเวลาถือเท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณเข้าถึงเส้นผมในจุดที่เข้าถึงยากได้อีกด้วยโดยเฉพาะที่หลังศีรษะค่ะ หวีไฟฟ้าบางตัวเมาพร้อมกับที่จับแบบหมุนได้ ซึ่งจะดึงสายไฟออกให้พ้นทางช่วยให้คุณสามารถหวีผมได้ง่ายขึ้น หากคุณชอบอะไรที่ล้ำสมัยและใช้งานมากกว่านั้นให้เลือกใช้ดีไซน์ด้ามจับที่มีหน้าจอ LED ซึ่งมักระบุเวลาให้ความร้อน อีกทั้งยังมีการบอกอุณหภูมิและการตั้งค่าต่าง ๆ เพื่อให้คุณใช้งานได้ง่ายขึ้นด้วย
4.เวลาในการทำความร้อน
ขอบอกเลยว่านอกจากวัสดุ ด้ามจับและการตั้งค่าความร้อนแล้ว เวลาในการทำความร้อนก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่งในท้องตลาดก็มีหวีไฟฟ้ามากมายให้คุณเลือก เมื่อซื้อหวีไฟฟ้าคุณจะพบกับหวีไฟฟ้าที่ทำความร้อนได้ในเวลา 30-60 วินาที ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะสมมากเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิที่คุณตั้งไว้ด้วยค่ะ ทางที่ดีควรหาหวีไฟฟ้าที่มีหน้าจอ LED เพื่อให้คุณสามารถดูได้ว่าต้องใช้เวลาเท่าใดเพื่อให้ได้ค่าความร้อนที่ต้องการ ไม่แนะนำให้เลือกซื้อเครื่องที่ทำความร้อนช้าเพราะนอกจากจะไม่สะดวกแล้วยังทำให้เราเสียเวลาด้วย
เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน
Lesasha หวีไฟฟ้า รุ่น LS1368

ข้อดี
- เมื่อหวีผมแล้วผมจะตรงสวยและดูเป็นธรรมชาติมาก
- อุณหภูมิที่รองรับเหมาะสำหรับทุกสภาพเส้นผม ไม่ว่าผมจะแห้งเสียขนาดไหนก็เอาอยู่
- วัสดุค่อนข้างทนทานใช้งานได้อย่างยาวนาน
- ราคาค่อนข้างสูง
| กำลังไฟ | 40 วัตต์ |
|---|---|
| ไร้สาย/มีสาย | มีสาย |
| วัสดุ | ทัวร์มารีน |
| การปรับอุณหภูมิ | ปรับความร้อนได้ 2 ระดับ |
LESASHA หวีไฟฟ้าถนอมเส้นผม รุ่น LS1095

ข้อดี
- เหมาะสำหรับคนที่ชอบเปลี่ยนทรงผมเพราะจัดแต่งทรงผมได้หลายทรง
- ด้วยแผ่นเคลือบทัวร์มาลีนช่วยลดแรงเสียงสีระหว่างเส้นผมได้ดีมาก
- ทำความร้อนได้อย่างรวดเร็วเหมาะสำหรับวันที่เร่งรีบ
ข้อควรพิจารณา
- ต้องใช้งานอย่างระมัดระวังเพราะเครื่องร้อนมาก
| กำลังไฟ | 50 วัตต์ |
|---|---|
| ไร้สาย/มีสาย | มีสาย |
| วัสดุ | ทัวร์มาลีน |
| การปรับอุณหภูมิ | ปรับความร้อนได้ 4 ระดับ |
Lesasha หวีไฟฟ้าผมตรง รุ่น LS1204

ข้อดี
- มาพร้อมไฟ LED บอกสถานะในการใช้งานเมื่อหวีผม
- ใช้เทคโนโลยี Extensive Bristle ผมจะตรงสวยตั้งแต่ครั้งแรกที่หวี
- ช่วยลดไฟฟ้าสถิตได้ดีมาก แม้ผมชี้ฟูไม่เป็นทรงขนาดไหนก็เอาอยู่
ข้อควรพิจารณา
- ปรับอุณหภูมิความร้อนไม่ได้
| กำลังไฟ | 42 - 45 วัตต์ |
|---|---|
| ไร้สาย/มีสาย | มีสาย |
| วัสดุ | เซรามิก |
| การปรับอุณหภูมิ | ปรับไม่ได้ |
Lesasha หวีไฟฟ้า รุ่น LS1152

ข้อดี
- ตัวเครื่องร้อนเร็วและกระจายความร้อนได้อย่างสม่ำเสมอ
- ช่วยลดอาการผมพันกันทำให้ผมตรงสวยได้เป็นอย่างดี
- มีน้ำหนักเบาสามารถพกพาได้ง่ายแม้ต้องเดินทาง
ข้อควรพิจารณา
- ปรับอุณหภูมิความร้อนไม่ได้
| กำลังไฟ | 50 วัตต์ |
|---|---|
| ไร้สาย/มีสาย | มีสาย |
| วัสดุ | เซรามิก |
| การปรับอุณหภูมิ | ✘ |
Unitbomb แปรงหวีผมไฟฟ้า

ข้อดี
- ตัวเครื่องช่วยทำให้ผมนุ่มสลวยทุกครั้งที่ใช้
- มีการตั้งค่าอุณหภูมิที่แตกต่างกัน 6 แบบเพื่อให้เหมาะกับเส้นผมทุกประเภท
- มีการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์จับได้ง่ายไม่เมื่อยมือ
- ทำความร้อนค่อนข้างช้าเหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้เร่งรีบมากนัก
| กำลังไฟ | 29 วัตต์ |
|---|---|
| ไร้สาย/มีสาย | มีสาย |
| วัสดุ | ทัวร์มาลีน |
| การปรับอุณหภูมิ | ปรับความร้อนได้ 6 ระดับ |
** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว
หวีไฟฟ้าจะทำให้เส้นผมเสียหายหรือไม่?
เครื่องมือจัดแต่งทรงผมที่ใช้ความร้อนนั้นสามารถทำร้ายเส้นผมได้อย่างแน่นอนหากใช้ไม่เหมาะสม ซึ่งหากใช้ไม่ถูกต้องจะทำให้เส้นผมของคุณเสียหายได้ แต่อุปกรณ์นี้มันจะดีสำหรับเส้นผมของคุณมากกว่าที่หนีบผมตรงอย่างแน่นอน เพราะหวีไฟฟ้าไม่มีแผ่นความร้อนที่แผ่ความร้อนจำนวนมากออกมา แต่คุณยังจำเป็นที่จะต้องใช้การตั้งค่าความร้อนที่ถูกต้องสำหรับประเภทและสภาพของเส้นผมของคุณ ดังนี้ค่ะ
- ตั้งค่าความร้อนต่ำ : สำหรับผมแห้งหรือผมเสียมาก
- ตั้งค่าความร้อนสูง : สำหรับผมหนาหรือผมสุขภาพดี
และเราขอแนะนำว่าอย่าใช้หวีไฟฟ้ากับผมเปียก เพราะหวีไฟฟ้าเหมาะที่จะใช้สำหรับผมแห้งเท่านั้นและควรใช้สเปรย์หรือเซรั่มป้องกันความร้อนทุกครั้งก่อนใช้เพื่อเป็นกำแพงกั้นระหว่างอุณหภูมิกับเส้นผมของคุณค่ะ
เคล็ดลับในการใช้หวีไฟฟ้าให้ปลอดภัยกับเส้นผม
- ใช้กับผมแห้งเท่านั้น
- ใช้สเปรย์หรือเซรั่มป้องกันความร้อนทุกครั้ง
- ใช้อุณหภูมิที่เหมาะสมกับเส้นผมของคุณเท่านั้น
- อย่าหวีเส้นผมซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้งหรือสองครั้ง
- จำกัดการใช้หวีไฟฟ้า ควรใช้หวีไฟฟ้าประมาณสองครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้น
- เมื่อใช้หวีไฟฟ้าแล้วต้องจำไว้ว่าเส้นผมของคุณควรได้รับการบำรุงอย่างล้ำลึกเสมอและเพื่อคืนความชุ่มชื้นให้กับเส้นผม อาจจะใช้แชมพู คอนดิชั่นเนอร์และทรีตเมนต์เป็นประจำเพื่อช่วยให้ผมแข็งแรงค่ะ