เริ่มเข้าหน้าฝนกันแล้วหลาย ๆ คนคงจะชอบฤดูฝนมาก เพราะมันเป็นฤดูที่มีอากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การนอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มผืนอุ่น ๆ และดูซีรีส์เรื่องโปรดดูไปด้วย แต่ฤดูฝนนั้นก็อาจจะไม่ใช่ฤดูโปรดปรานของใครอีกหลายคน เพราะบางคนก็ไม่สามารถทำให้เสื้อผ้าแห้งได้ทันเวลาหากไม่มีเครื่องซักผ้าและอบผ้าในตัว หรือบางคนก็อาจจะต้องทนกับกลิ่นอับของเสื้อผ้าที่แห้งไม่สนิทตลอดทั้งวัน
ยิ่งหากฝนตกในช่วงที่ต้องเดินทางไปทำงานหรือนอกสถานที่ต่าง ๆ มันคงเป็นเรื่องที่น่าเบื่อสำหรับการเดินทางจริงไหมคะ หากคุณไม่ได้มีรถส่วนตัว คุณจะต้องเสี่ยงกับเสื้อผ้าที่อาจจะเปียกรวมถึงผมเผ้าที่อุตส่าห์จัดทรงมาอย่างดีก็อาจจะเสียทรงและเปียกปอนได้ง่าย ๆ เช่นกันบางคนอาจจะต้องใช้อุปกรณ์ช่วยในการป้องกันฝน อาทิเช่น เสื้อกันฝน, ร่มกันแดดกันฝน และกระเป๋าใส่โน๊ตบุ๊คแบบกันน้ำเป็นต้น แล้วรองเท้าละ? คุณจะสามารถป้องกันรองเท้าตัวเองจากสิ่งสกปรกได้อย่างไร บางคนนั้นสามารถสวมรองเท้าแตะไปทำงานได้ แต่บางคนก็ต้องสวมรองเท้าที่ดูเป็นทางการที่ดูสภาพและเป็นหน้าเป็นตาของสถานที่ทำงาน อย่างรองเท้าคัทชูผู้หญิง, รองเท้าหนังสำหรับผู้ชาย หรือรองเท้าผ้าใบเองก็ถือว่าเป็นรองเท้าสากลที่ดูสุภาพในระดับหนึ่ง สำหรับรองเท้าผ้าใบเป็นรองเท้าที่ผู้คนนิยมสวมใส่ เนื่องจากมันใส่สบายตลอดทั้งวัน ซึ่งปัจจุบันก็มีรองเท้าผ้าใบหลายแบรด์ที่เป็นนิยมของวัยรุ่นไม่ว่าจะเป็น รองเท้าผ้าใบ Adidas ผู้หญิง, รองเท้าผ้าใบ Adidas ผู้ชาย, รองเท้าผ้าใบ New Balance, รองเท้า Onitsuka Tiger, รองเท้า Converse ผู้ชาย และรองเท้า Converse ผู้หญิง เป็นต้น
แต่อย่างที่เราทราบกันดีว่าระบบขนส่งสาธารณะของเมืองไทยนั้นไม่เอื้ออำนวยต่อสภาพอากาศมากเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะทางเดินเท้าที่มักจะมีอิฐบางก้อนที่เปรียบเสมือนหลุมพิศวงที่หากคุณเผลอเหยียบลงไปก็อาจจะทำให้รองเท้าของคุณสกปรกเลอะเทอะ เปรอะเปื้อนได้ง่าย ๆ และเมื่อใดก็ตามที่รองเท้าเปียกชื้น คุณก็จะรู้สึกอึดอัดมาก นอกจากนี้ก็เมื่อเวลาผ่านไปนาน ๆ ก็จะทำให้รองเท้ามีกลิ่นอับได้จนคุณต้องมองหาผลิตภัณฑ์กำจัดกลิ่นเท้ามาเป็นตัวช่วย แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไปค่ะ วันนี้เราจะมาแนะนำเคล็ดลับในการทำให้รองเท้ากันน้ำอย่างง่าย ๆ มาฝากกันค่ะ

เคล็ดลับในการป้องกันไม่ให้รองเท้าผ้าใบเปียกในช่วงวันฝนตก
1. ใช้ขี้ผึ้งหรือเทียน
คุณสามารถใช้เทียนขี้ผึ้งหรือเทีนยถูพื้นผิวรองเท้าแล้วใช้ไดร์เป่าผมเป่าซ้ำอีกที เพื่อให้ความร้อนกับพื้นรองเท้าเข้ากับแว็กซ์ เนื่องจากความร้อนของเครื่องเป่าผมจะช่วยให้ขี้ผึ้งละลายอย่างทั่วถึง เพื่อปกป้องรองเท้าจากน้ำฝนที่สกปรกนั่นเองค่ะ
2. ใช้วาสลีนกันน้ำ
ก่อนที่คุณจะออกไปที่ถนนหรือทางเดินเท้า ให้คุณทาวาสลีนทั่วรองเท้าของคุณ คุณสามารถใช้แปรงทาครีมให้ทั่วถึงเช่นกัน วาสลีนให้ผลลัพธ์เช่นเดียวกับขี้ผึ้ง มันจะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำติดกับรองเท้าของคุณ หากน้ำสกปรกเปื้อนรองเท้าของคุณ คุณแค่ต้องล้างออกด้วยน้ำสะอาดเพียงเท่านี้ รองเท้าของคุณจะไม่สกปรกอีกต่อไปค่ะ
3. ใช้นาโนสเปรย์กันน้ำ
คุณสมบัติที่โดดเด่น 2 ประการของสเปรย์นาโน คือคุณสมบัติกันน้ำและกันฝุ่นนั่นเองค่ะ โดยปกติหลังจากใช้สเปรย์แต่ละครั้งรองเท้าของคุณจะได้รับการคุ้มครองเป็นเวลา 7 ถึง 15 วัน
คำแนะนำสำหรับการใช้สเปรย์กันน้ำ
ขั้นตอนที่ 1: ทำความสะอาดรองเท้า และทำให้รองเท้าเปียกให้แห้งสนิท
ขั้นตอนที่ 2: สเปรย์กันน้ำให้เข้ากันก่อนฉีด ให้ฉีดสเปรย์ห่างจากรองเท้า 6-8 นิ้ว เพื่อให้ครอบคลุมสูงสุด
ขั้นตอนที่ 3: ปล่อยให้รองเท้าแห้งอย่างเป็นธรรมชาติเป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง แต่ไม่ควรอยู่ใต้แสงแดดโดยตรง
คุณสามารถใช้เครื่องเป่าให้รองเท้าแห้งเพื่อลดเวลา เมื่อแห้งสนิททิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง วิธีนี้จะใช้เวลานาน เพราะต้องใช้เวลาในการทำให้รองเท้าแห้ง
4. ใช้รองเท้ากันฝน ถุงคลุมรองเท้า
การใช้ที่รองเท้ากันฝนหรือถุงคลุมรองเท้าอีกชั้น จะช่วยปกป้องรองเท้าของคุณได้ดีที่สุด ทั้งยังเพิ่มอายุการใช้งานของรองเท้าที่คุณสวมใส่ นอกจากนี้สิ่งนี้ช่วยให้เราปกป้องสิ่งแวดล้อม แทนที่จะใช้ถุงพลาสติกที่อาจจะไม่กันน้ำได้จริงในช่วงที่มีฝนตกหนัก และถุงพลาสติกยังส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย คุณควรเลือกรองเท้ากันน้ำครอบคลุมที่กันน้ำได้อย่างทนทานและสะดวกสบาย
วิธีจัดการรองเท้าเปียกในกรณีฝนตก
หากรองเท้าของคุณเปียกให้ล้างด้วยน้ำสะอาดหนึ่งครั้ง จากนั้นใช้ผ้าเช็ดรองเท้า หยิบหนังสือพิมพ์มาใส่ในรองเท้าเพื่อดูดซับความชื้น และรอให้รองเท้าแห้งหรืออาจจะวางไว้ด้านหน้าพัดลมเพื่อช่วยให้แห้งเร็วขึ้นก็ได้ค่ะ
เราหวังว่าเคล็ดลับข้างต้นจะช่วยคุณในการกันน้ำรองเท้าของคุณ และคุณไม่ต้อง “เสียสละ” รองเท้าที่คุณชื่นชอบในฤดูฝนอีกต่อไป 🙂