ต่อใบขับขี่ ปี 2567 ไม่ต้องจองคิว อบรมผ่านเว็บได้ทันที

ทุกวันนี้การต่อใบขับขี่เป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น เราไม่จำเป็นเดินทางไปอบรมถึงสำนักงานขนส่งอีกต่อไป เพียงแค่อบรมผ่านทางเว็บไซต์ทางการ DLT e-Learning ก็สามารถอบรมได้ทันทีจากในบ้านของเราเอง ส่วนการจองคิวเพื่อต่อใบขับขี่หรือเปลี่ยนใบขับขี่ชั่วคราวก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่โหลดแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue พร้อมกับลงรายละเอียดและวันเวลาที่จะเข้าไป จากนั้นก็ไปตามเวลาที่นัดไว้ ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง คุณก็จะได้ใบขับขี่ใบใหม่มาแล้ว โดยบทความนี้ผมจะมาแชร์ขั้นตอน ‘ต่อใบขับขี่ ปี 2567’ อย่างละเอียดมาฝากกัน

แอป DLT Smart Queue
แอป DLT Smart Queue ใช้จองคิวเพื่อต่อใบขับขี่
ใช้แอปพลิเคชั่น DLT Smart Queue จองคิวเพื่อต่อใบขับขี่ ไม่ต้องเสียเวลาตื่นเช้าไปนั่งรอ
ใช้แอปพลิเคชั่น DLT Smart Queue จองคิวเพื่อต่อใบขับขี่ ไม่ต้องเสียเวลาตื่นเช้าไปนั่งรอ

การต่อใบขับขี่ 2567 ไม่จำเป็นต้องจองคิวและอบรมที่ขนส่งฯ

การอบรมใบขับขี่ในปัจจุบันมีตัวเลือกให้ทั้งหมด 2 ทาง นั่นคือการเดินทางไปอบรมที่ขนส่งฯ และการอบรมผ่านช่องทางเว็บไซต์ https://www.dlt-elearning.com/ โดยข้อดีของการอบรมออนไลน์คือเราไม่จำเป็นต้องจองคิวหรือเสียเวลาเดินทางไปอบรมนานหลายชั่วโมง สามารถอบรมได้ผ่านมือถือและหน้าจอคอมที่บ้านของเรา เมื่ออบรมเสร็จแล้วก็ปริ้นท์ใบรับรองไปยื่นต่อใบขับขี่ได้ทันที

สามารถอบรมใบขับขี่ได้ที่ เว็บไซต์ https://www.dlt-elearning.com/
สามารถอบรมใบขับขี่ได้จาก เว็บไซต์ https://www.dlt-elearning.com/ อบรมเสร็จแล้วก็ปริ้นท์ใบรับรองไปยื่นต่อใบขับขี่ได้ทันที

แต่สำหรับใครที่ไม่สะดวกในการอบรมผ่านทางเว็บไซต์ สำนักขนส่งทุกแห่งในประเทศไทยก็ยังคงเปิดให้ทุกคน Walk in เข้ามาอบรมได้ครับ

เอกสารที่ใช้สำหรับการต่อใบขับขี่ชั่วคราว (2 ปี) เป็น 5 ปี

  • บัตรประจำตัวประชาชน *ฉบับจริง*
  • ใบขับขี่ชั่วคราว *ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 1 ปี*
  • ใบรับรองแพทย์เพื่อยืนยันว่า ไม่ได้เป็นบุคคลวิกลจริตหรือมีจิตฟั่นเฟือน รวมไปถึงไม่มีโรคประจำตัวที่อาจทำให้เป็นอันตรายต่อการขับขี่ *ใบรับรองแพทย์ต้องอายุมีอายุไม่เกิน 1 เดือน*

ขั้นตอนในการต่อใบขับขี่ชั่วคราว (2 ปี) เป็น 5 ปี

ขั้นตอนที่ 1 : จองคิวได้ทันทีผ่านแอปพลิเคชันชื่อว่า ‘DLT Smart Queue’ ซึ่งมีทั้งใน Android และ IOS

ขั้นตอนที่ 2 : เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย โดยจะมีการทดสอบการมองเห็นสี, สายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง และปฎิกิริยาในการเหยียบเบรก

ขั้นตอนที่ 3 : ถ่ายรูปพิมพ์ใบขับขี่ใหม่

ขั้นตอนที่ 4 : ชำระค่าธรรมเนียม (ให้เตรียมเงินสดไปด้วย) ใบขับขี่รถยนต์ 505 บาท ส่วนใบขับขี่จักรยานยนต์ 255 บาท


เอกสารที่ใช้สำหรับการต่อใบขับขี่ 5 เป็น 5 ปี

  • บัตรประจำตัวประชาชน *ฉบับจริง*
  • ใบขับขี่ใบเดิม หรือ ใบแทน
  • ใบรับรองแพทย์เพื่อยืนยันว่า ไม่ได้เป็นบุคคลวิกลจริตหรือมีจิตฟั่นเฟือน รวมไปถึงไม่มีโรคประจำตัวที่อาจทำให้เป็นอันตรายต่อการขับขี่ *ใบรับรองแพทย์ต้องอายุมีอายุไม่เกิน 1 เดือน*
  • ใบรับรองผ่านผลการอบรมใบขับขี่ ปริ้นท์หลังจากอบรมผ่าน https://www.dlt-elearning.com/ ได้เลย

ขั้นตอนในการต่อใบขับขี่ 5 ปี เป็น 5 ปี

ขั้นตอนที่ 1 : อบรมผ่านเว็บไซต์ https://www.dlt-elearning.com/ โดยไม่ต้องไปอบรมที่ขนส่งฯ ให้เสียเวลา

ขั้นตอนที่ 2 : จองคิวได้ทันทีผ่านแอปพลิเคชันชื่อว่า ‘DLT Smart Queue’ ซึ่งมีทั้งใน Android และ IOS

ขั้นตอนที่ 3 : เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย โดยจะมีการทดสอบการมองเห็นสี, สายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง และปฎิกิริยาในการเหยียบเบรก

ขั้นตอนที่ 4 : ถ่ายรูปพิมพ์ใบขับขี่ใหม่

ขั้นตอนที่ 5 : ชำระค่าธรรมเนียม (ให้เตรียมเงินสดไปด้วย) ใบขับขี่รถยนต์ 505 บาท ส่วนใบขับขี่จักรยานยนต์ 255 บาท

Next Post