ทำใบขับขี่สากล ที่ไหน และ ใช้เอกสารอะไรบ้าง

การเดินทางไปยังต่างประเทศนั้น นอกจากเอกสารที่สำคัญอย่างพาสปอร์ต, ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ, เอกสารเกี่ยวกับการแพ้ยายา แล้ว ก็ยังมี “ใบขับขี่สากล” ที่เป็นอีกหนึ่งเอกสารที่จำเป็นอย่างมากในการเดินทางต่างประเทศ

ใบขับขี่หรือใบอนุญาตขับขี่นั้น เป็นที่รู้กันดีว่าคุณจะต้องผ่านการสอบทั้งข้อเขียนและข้อปฏิบัติ รวมถึงจะต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย เพื่อให้คุณสามารถใช้รถบนท้องถนนร่วมกับผู้อื่นได้อยู่ถูกต้อง

สำหรับใบขับขี่สากลก็เหมือนใบขับขี่ที่เราใช้ในประเทศเลยค่ะ เพียงแต่มันสามารถใช้ในต่างประเทศได้อย่างถูกกฎหมาย หากคุณอยากจะเช่ารถขับสักคัน เพื่อความสะดวกสบายในทริปท่องเที่ยวต่างประเทศของคุณ คุณจำเป็นต้องมีใบขับขี่สากล เพื่อเป็นการรองรับว่าคุณสามารถขับรถที่ไหนบนโลกนี้ก็ได้ค่ะ

การขอรับใบขับขี่ระหว่างประเทศ ต้องจองคิวล่วงหน้าไหม?

จำเป็นต้องจองคิวออนไล์ล่วงหน้าค่ะ : เนื่องจากทางกรมขนส่งทางบก ต้องการอำนวยความสะดวกในการใช้บริการแก่ประชาชน รวมถึงต้องการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด 19 จึงได้มีการสร้างแอปพิเคชันสำหรับการจองคิวใช้บริการล่วงหน้าที่ชื่อว่า “DLT Smart Queue” หรือคุณสามารถจองคิวผ่านเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก (gecc.dlt.go.th) ก็ได้เช่นกันค่ะ เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยของผู้ใช้บริการในรูปแบบ New Normal 🙂

วิธีจองคิวขอใบขับขี่สากล ผ่านแอป DLT Smart Queue

1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น DLT Smart Queue สำหรับ Google Play และสำหรับ IOS

หน้าตาแอป DLT Smart Queue

2. เมื่อเข้าแอปมาแล้วให้คุณกดค้นหาสำนักงานขนส่งที่คุณสะดวกที่สุดหรือคุณจะเลื่อนหน้าจอลงเพื่อหาก็ได้ค่ะ

3. จากนั้นหากคุณต้องการขอใบขับขี่ระหว่างประเทศให้เลือก “งานใบอนุญาต”

4. จากนั้นเลื่อนหน้าจอลงมาข้างล่างเรื่อย ๆ จะเจอเมนูที่เขียนว่า “ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศ” ให้กดเลือกอันนั้นเลยค่ะ

5. เลือกวันที่ที่คุณสะดวก ที่สำคัญจะต้องเลือกวันที่ที่ว่างด้วยนะคะ คุณสามารถดูได้จากสัญลักษณ์ที่ระบุไว้ข้างล่าง ว่าวันไหนบ้างที่ว่าง

6. เลือกรอบ (ช่วงเวลา) ที่คุณสะดวก โดยคุณสามารถเลื่อนเพื่อดูรอบเวลาอื่น ๆ ได้ จากนั้นกดที่วงกลมของรอบนั้น ๆ และกดยืนยันการจอง เพียงเท่านี้ก็เป็นเสร็จเรียบร้อยค่ะ

เอกสารที่ต้องใช้ในการขอใบขับขี่สากล ต้องมีอะไรบ้าง?

  1. สำเนาหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ซึ่งต้องเป็นเล่มที่ใช้ในการเดินทาง ประวัติหน้าที่แก้ไข (พร้อมฉบับจริง) ที่ยังไม่หมดอายุ
  2. บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง ที่ยังไม่หมดอายุ
  3. ใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถตามกฎหมายว่าด้วยกรมการขนส่งทางบก ที่ยังไม่หมดอายุ พร้อมฉบับจริง หรือใบแทนใบอนุญาตแต่กรณี ได้แก่
    • ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล (ต้องเป็นชนิด 5 ปี หรือตลอดชีพ)
    • ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ
    • ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ
    • ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ต้องเป็นชนิด 5 ปี หรือตลอดชีพ)
    • ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ
  4. รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป ต้องเป็นรูปถ่ายที่ไม่เกิน 6 เดือน ไม่สวมหมวกหรือสวมแว่นตาสีเข้ม, ไม่มีภาพวิวหลังรูป และต้องเป็นถ่ายรูปหน้าตรง
  5. สำเนาหลักฐานการแก้ไขชื่อ-สกุล, ทะเบียนสมรสหรือใบหย่า (ถ้ามี)
  6. ค่าธรรมเนียมในการขอใบขับขี่สากลจำนวน 505 บาท

สถานที่ดำเนินการ

หลังจากจองคิวล่วงหน้า + เตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้ว ให้คุณเดินทางไปยัง สำนักงานขนส่งที่คุณลงทะเบียนจองคิวล่วงนหน้าไว้ ได้แก่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 (สำหรับในกรุงเทพมหานคร) และสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัด (สำหรับต่างจังหวัด)

ขั้นตอนการดำเนินการ ในการขอใบขับขี่สากล

  1. เตรียมเอกสารที่ต้องใช้ให้เรียบร้อย
  2. ชำระค่าธรรมเนียม สำหรับจัดทำต้นขั้วใบขับขี่ / จ่ายใบขับขี่ ก่อนเวลา 15.30 น.
  3. ในกรณีที่ไม่สามารถมาดำเนินการด้วยตนเองได้ ให้เตรียมเอกสารดังนี้
    • ใบมอบอำนาจ ติดอากรแสตมป์ 10 บาท
    • สำเนาบัตรประชาชน ของผู้มอบอำนาจ ที่ยังไม่หมดอายุ
    • สำเนาบัตรประชาชน ของผู้รับมอบอำนาจ และฉบับจริง ที่ยังไม่หมดอายุ
    • ผู้มอบอำนาจต้องลงลายมือชื่อ รับรองสำเนาเอกสารต่าง ๆ ที่ใช้ในการดำเนินการทุกฉบับ

ติดต่อทราบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1584

บทสรุป

เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณได้ความรู้และทำเข้าใจเกี่ยวกับการขั้นตอนดำเนินการใบขับขี่ระหว่างประเทศได้ไม่มากก็น้อยนะคะ และไม่ว่าคุณจะขับขี่ใช้รถบนท้องถนนในประเทศหรือต่างประเทศก็ตาม คุณจะต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย

หากคุณขับรถบนท้องถนนโดยไม่มีใบขับขี่ ก็จะมีค่าปรับและบทลงโทษตามกฎหมาย ดังนั้นใครที่ยังไม่มีใบขับขี่ก็รีบไปสอบไปทำให้เรียบร้อยกันนะคะ

สำหรับที่มีมีอยู่แล้วแต่ชอบหลงลืม ไม่พกใบขับขี่ก็มีค่าปรับเช่นกัน แต่คุณสามารถแก้ปัญหาได้โดยการใช้ใบขับขี่ดิจิตอลแทนได้ และสำหรับผู้ที่ใบขับขี่กำลังจะหมดอายุ ให้คุณรีบไปต่อใบขับขี่ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็สามารถจองคิวการใช้บริการกรมขนส่งทางบกได้ผ่านแอปพลิเคชัน “DLT Smart Queue” ได้แล้วนะคะ

นอกจากนี้คุณยังต้องการจ่ายภาษีรถประจำปีอีกด้วยนะคะ ซึ่งคุณสามารถทำเองได้ง่าย ๆ จากที่บ้านผ่าน แอปพิเคชันที่ชื่อว่า “DLT Vehicle Tax”

ขอบคุณข้อมูลจาก กรมการขนส่งทางบก

Next Post