25 ร้านอาหารที่สิงคโปร์ ไปแล้วต้องลองให้ได้

สิงคโปร์เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากประเทศไทยมากนักใช้เวลานั่งเครื่องบินประมาณ 2 ชั่วโมง ประชากรส่วนใหญ่จะเป็นคนจีน, มาเลย์, อินเดีย และคนเอเชียที่ค่อนข้างมีความหลากหลาย สิ่งที่ทำให้สิงค์โปร์กลายเป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุดของเอเชีย นั่นเป็นเพราะความเจริญรุ่งเรืองของประเทศที่มีเครือข่ายการคมนาคมทั่วทั้งเกาะแบบครบวงจร แถมตึกราบ้านช่องก็มีการดีไซน์ออกมาให้ทันสมัยมากขึ้น รวมถึงยังมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายทั้งด้านบันเทิงหรือด้านศาสนาและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ทั้งนี้แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดไฮไลท์ก็จะมีทั้ง Gardens by the Bay , Merlion Park, ถนน Orchard และสะพาน Henderson Waves เป็นต้น

และเมื่อพูดถึงอาหารจากสิงคโปร์ เพื่อน ๆ คงจะนึกถึงข้าวมันไก่เป็นอันดับแรกใช่มั้ยคะ? เพราะถือเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อและมีขายแทบทุกร้านบนเกาะแห่งนี้ รองลงมาก็คงเป็นอาหารเช้าสไลต์สิงคโปร์ แน่นอนว่าบทความของเราในวันนี้ก็มีอาหารดังกล่าวมาแนะนำกัน แต่เพื่อน ๆ จะทราบได้อย่างไรว่าร้านไหนอร่อยหรือร้านไหนจะถูกใจเพื่อน ๆ มากกว่ากัน? มาค่ะ ให้เราเป็นผู้ช่วยในการตัดสิน เพื่อให้เพื่อน ๆ เลือกร้านที่คิดว่าตรงกับตัวเองมากที่สุด มาดูกันค่ะว่าจะมีร้านไหนน่าสนใจบ้าง!!!

1. Tian Tian Hainanese Chicken Rice

ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจากเพจ FB Tian Tian Hainanese Chicken Rice

ที่ตั้ง: Maxwell Food Centre 11 Kadayanallur St, #01-10/11, Singapore 069184 (Google Map)
โทร: รับเฉพาะ walk-in
เปิดบริการ: อังคารถึงอาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.

เช็กโปรโมชั่น Shopee ลดราคาสินค้า โปรสินเดือนเช็กโปรโมชั่น Shopee ลดราคาสินค้า โปรสินเดือนเช็กโปรโมชั่น Shopee ลดราคาสินค้า โปรสินเดือน

เทียนเทียนเป็นร้านข้าวมันไก่เจ้าเด็ดเจ้าดังที่ขึ้นชื่อของประเทศสิงคโปร์ ตั้งอยู่ที่ศูนย์อาหารแม็กซ์เวลใกล้ ๆ กับย่านไชน่าทาวน์ สูตรข้าวมันไก่ของทางร้านจะเป็นข้าวมันไก่ไหหลํา ซึ่งเป็นสูตรดั้งเดิมของคนจีน ตัวหนังไก่มีความสมูทดีมาก ส่วนเนื้อไก่ก็มีความจูซี่ ชิ้นหนา และอร่อยกลมกล่อมเข้ากันได้ดีกับข้าว สำหรับน้ำจิ้มนั้นค่อนข้างต่างจากของบ้านเราพอสมควร เพราะจะเป็นรสชาติที่เน้นไปทางเปรี้ยวมากกว่า ดังนั้นจึงไม่เหมาะกับคนที่ติดหวานนะคะ ทั้งนี้บางคนที่คุ้นเคยกับน้ำจิ้มข้าวมันไก่ของไทยก็อาจจะไม่ถูกปากสักเท่าไหร่ แต่โดยรวมแล้วข้าวมันไก่จากร้านเทียนเทียนก็ถือว่าเป็นข้าวมันไก่ที่ไม่เหมือนของประเทศไทย เพราะของเขาจะมีความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ตามฉบับคนจีน ที่เข้มข้นกว่าและจะเน้นรสชาติไปที่ตัวไก่เป็นหลัก ซึ่งเป็นรสชาติที่เราไม่สามารถหาทานได้ในเมืองไทยแน่นอนค่ะ แนะนำว่ามาเที่ยวสิงคโปร์แล้วต้องลองทานดูด้วยตัวเองดูสักครั้งนะคะ


2. Ah-Tai Hainanese Chicken Rice

ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจากเพจ FB Ah Tai Hainanese Chicken Rice

ที่ตั้ง:  Maxwell Food Centre 1 Kadayanallur St, #01-07, Singapore 069184 (Google Map)
โทร: รับเฉพาะ walk-in
เปิดบริการ: พฤหัสบดีถึงจันทร์ 11.00 – 19.30 น.

มีร้านเทียนเทียนแล้วก็ต้องตามมาด้วยร้านอาไท!! เพราะทั้งสองร้านนี้เป็นข้าวมันไก่ไหหลำที่ตั้งอยู่ในศูนย์อาหารแม็กซ์เวล เหมือนกัน แถมยังมีประวัติไม่ธรรมดาอีกด้วยนะคะ เพราะเจ้าของที่มาเปิดร้านอาไทก็คือหัวหน้าพ่อครัวเก่าของร้านเทียนเทียนที่มีปัญหากัน จนทำให้เขาตัดสินใจออกมาเปิดร้านของตัวเอง และเกิดเป็นสงครามข้าวมันไก่ตามเว็บรีวิวต่าง ๆ ให้เราเห็นกันอยู่บ่อย ๆ ว่าร้านไหนอร่อยกว่ากัน? ทั้งนี้หากเพื่อน ๆ ได้ลองไปที่ศูนย์อาหารแม็กซ์เวลแล้วเราก็ขอแนะนำให้ลองซื้อมาทานดูทั้งสองร้านไปจ้า เพราะร้านของทั้งคู่นั้นตั้งติดกันมาก!

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วมาลองอ่านรีวิวจากเราดูก่อนได้ค่ะว่าสรุปร้านไหนจะอร่อยกว่ากัน?! สำหรับเราแล้วข้าวมันไก่ร้านอาไทจะเน้นไปที่ความคุ้มค่าเพราะมีน้ำซุปมาให้ด้วยในราคาที่ถูกกว่า แถมยังไม่ต้องต่อแถวรอคิวนาน ในส่วนของเรื่องรสชาตินั้นก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก ไม่ว่าจะเป็น น้ำซอสสูตรพิเศษของทางร้านที่ราดบนเนื้อไก่, น้ำจิ้มที่มีรสชาติเปรี้ยวนำสำหรับตัดเลี่ยน หรือจะเป็นตัวไก่ที่หนานุ่มเหมือนกัน ซึ่งวันที่เราไปทาน เราได้เนื้อไก่ส่วน “อก” พอดีค่ะ จึงรู้สึกว่าเนื้อไก่ของทางร้านมีความนุ่ม เคี้ยวแน่น และอร่อยกำลังดี ไม่แห้งฝืดคอ แต่สิ่งที่ต่างกันในความคิดเห็นของเราคือข้าวจากร้านอาไทอาจสู้ของร้านเทียนเทียนไม่ได้

ส่วนร้านเทียนเทียนนั้นเราได้ทานเนื้อ “น่อง” ดังนั้นเนื้อไก่ของร้านเทียนเทียนจึงมีความชุ่มฉ่ำมากกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย เราคิดว่าถ้าได้เนื้อไก่ในส่วนเดียวกัน เนื้อสัมผัสของทั้งสองร้านก็คงมีความใกล้เคียงกันมาก ทั้งนี้หากเพื่อน ๆ อยากได้ความคุ้มค่า ไม่ต้องต่อคิวยาว แนะนำร้านอาไทค่ะ แต่หากเพื่อน ๆ อยากได้ข้าวมันไก่ต้นตำรับที่หลายต่อหลายคนต่างติดอกติดใจ และอยากทานร้านข้าวมันไก่ที่เป็นดั่งแลนด์มาร์คของสิงคโปร์ แนะนำร้านเทียนเทียนค่ะ


3. Song Fa Bak Kut Teh

ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจาก songfa.com.sg

ที่ตั้ง: 133 New Bridge Rd, #01-04, Singapore 059413 (Google Map)
โทร: รับเฉพาะ walk-in
เปิดบริการ: ทุกวัน 10.30 – 21.30 น.

ร้านดังสุดฮิตของสิงคโปร์ที่ขึ้นชื่อในเรื่อง “บักกุ๊ดเต๋ซุปใส” เปิดตั้งแต่ปี 1960 สำหรับใครที่ไม่รู้จักว่าบักกุ๊ดเต๋คืออะไรนั้น บักกุ๊ดเต๋ก็คือซี่โครงหมูตุ๋นในน้ำซุปซึ่งมีจะสูตรลับเฉพาะของแต่ละร้านที่ต่างกันไป ความโดดเด่นของบักกุ๊ดเต๋คือเนื้อหมูนุ่ม ๆ ที่ตุ๋นจนเข้าเนื้อเป็นเวลานานหลายชั่วโมง มาพร้อมกับความหอมและรสชาติที่เข้มข้นของน้ำซุป ซึ่งในน้ำซุปนั้นก็มีสมุนไพรจีนมากมาย แต่บักกุ๊ดเต๋ของทางร้าน Song Fa นั้นจะต่างจากบักกุ๊ดเต๋ทั่วไปที่เราคุ้นเคย เพราะตัวน้ำซุปจะใสกว่าแต่ก็มีรสชาติเข้มข้น หอมกระเทียม และมีความเผ็ดร้อนของพริกไทย โดยเราสามารถน้ำซุปเติมได้ตลอดไม่อั้น! เวลาทานแนะนำให้สั่งปาท่องโก๋มาทานคู่กันหรือจะทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ ก็อร่อยเข้ากันพอดิบพอดี สำหรับคนที่ไม่ทานหมูทางร้านก็มี บักกุ๊ดเต๋ปลา” ให้เลือกด้วยนะคะ ส่วนอีกเมนูอยากให้ลองทานคือ “หมูสามชั้นต้มพะโล้” เนื้อนุ่มหนุบหนับ ไส้หมูไม่มีกลิ่นคาว และน้ำพะโล้เองก็เข้มข้นถึงใจ โดยร้านนี้เขายังได้รับมิชลินไกด์ติดต่อกันหลายปีอีกด้วยค่ะ (2016 – 2019, 2021 และ 2022) สำหรับสาขาที่บริการนั้นก็มีหลายสาขามาก แต่สาขาที่เราอยากแนะนำคือสาขา New Bridge ที่ใกล้กับ MRT Clarke Quay ค่ะ โดยสาขานี้มีรีวิวจาก Google สูงถึง 4.4 ดาว 5 พันกว่ารีวิวเลยนะคะ และสำหรับใครที่อยากลองทานบักกุ๊ดเต๋ของร้าน Song Fa สาขาเมืองไทยก็มีด้วยเช่นกัน เพื่อน ๆ สามารถแวะไปชิมรสชาติกันได้เลยจ้า


4. YY Kafei Dian

ร้านอาหารเช้าที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านอาหารเช้าที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจากเพจ FB YY Kafei Dian Singapore

ที่ตั้ง: 37 Beach Rd, #01-01, Singapore 189678 (Google Map)
โทร: +65 6336 8813
เปิดบริการ: ทุกวัน 07.30 – 19.00 น.

มาถึงสิงคโปร์ทั้งทีจะต้องไม่พลาดอาหารเช้าอาหารเช้าสไตล์สิงคโปร์ ที่มีทั้งไข่ลวก ขนมปังปิ้งกรอบ ๆ หน้าสังขยา ตบท้ายด้วยชาร้อนสักถ้วย หรือจะเปลี่ยนไปดื่มกาแฟสูตรเข้มข้นในแบบที่เราชอบก็ได้ แน่นอนว่าสิ่งที่เรากล่าวมาทั้งหมดนี้คุณสามารถพบได้ในร้าน YY Kafei Dian ร้านกาแฟโบราณสไตล์ไหหลำที่มีขายทุกอย่างตั้งแต่ขนมเบเกอรี่, อาหารจานหลัก, อาหารเช้าสไตล์สิงคโปร์ และเครื่องดื่ม ซึ่งจากที่เราสำรวจมานั้น เมนูขายดีของทางร้านก็คือ Kaya Bun ขนมปังทำเองเนื้อนุ่มฟูที่นำมาปิ้งให้กรอบนอกนุ่มใน ทานคู่กับสังขยาและเนยที่มีรสชาติหวานกำลังดี หรือจะเป็นโดนัทน้ำตาลสูตรโฮมเมดที่อาจดูเหมือนโดนัททั่ว ๆ ไปแต่บอกเลยว่าอร่อยมาก ไม่ควรพลาดนะคะ ซึ่งนอกจากนี้ก็ยังอีกหลายเมนูที่เราอยากแนะนำให้ลองอาทิเช่น ก๋วยเตี๋ยวหม้อดินที่รสชาติเผ็ดกำลังดี ไม่เค็มเกินไป, ข้าวมันไก่สูตรไหหลำรสชาติคล้ายกับร้านเทียนเทียน หรือจะเป็นบีฮุนหมี่ฮกเกี้ยนสไตล์สิงคโปร์ก็อร่อยเช่นกันค่ะ


5. LiXin Teochew Fishball Noodles 

ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจาก lixinfishball.com

ที่ตั้ง: หลายสาขา
โทร: รับเฉพาะ walk-in
เปิดบริการ: ทุกวัน 12.00 – 14.30 น. และ 17.00 – 22.00 น.

เราเชื่อเหลือเกินว่า ณ วินาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก “ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา” ร้านน้องใหม่ที่เพิ่งได้รับมิชลินไกด์ไปไม่นาน ที่ถึงแม้ร้านนี้จะเพิ่งมาบูมในโซเชียลเน็ตเวิร์คแต่จริง ๆ แล้วร้าน LiXin Teochew เปิดขายแบบรถเข็นมานานแล้วค่ะ ซึ่งเวลาเราไปสั่งทางร้านจะมีเส้นก๋วยเตี๋ยวให้เลือกทานถึง 5 ชนิด และเราก็สามารถสั่งได้ทั้งแบบแห้งหรือแบบน้ำ แต่แนะนำให้สั่งแบบแห้งจะอร่อยกว่าค่ะ โดยทางร้านจะให้น้ำซุปลูกชิ้นปลามา 1 ถ้วย และอีกถ้วยก็จะให้เส้นบะหมี่ที่ราดด้วยน้ำมันหมูกรอบและซอสพริกแบบโฮมเมดที่มีความเผ็ดหน่อย ๆ โดยไฮไลท์ของเมนูนี้คือเจ้าลูกชิ้นปลาเนื้อเนียนขาวจั๊วะลูกกลม ๆ เด้ง ๆ ที่ดูเหมือนจะธรรมดาแต่บอกเลยว่าอร่อยแสงออกปากที่แท้ทรู!! เนื่องจากทางร้านได้ทำสดใหม่ทุกวัน ใช้เนื้อปลาหางเหลือง (Yellow Tail) 100% กัดแล้วมีความแน่นและเด้งดึ๋งไม่เหมือนใคร ทั้งนี้ร้าน LiXin Teochew ก็มีสาขาให้คุณเลือกทานมากถึง 11 สาขาเลยค่ะ หากคุณกำลังวางแผนการเดินทางไปสิงคโปร์ อย่าลืมแวะมาทาน LiXin Teochew ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลากันด้วยนะคะ


6. Geylang Claypot Rice

ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจากเพจ FB Geylang Claypot Rice

ที่ตั้ง: 361/363/365 Beach Road, Singapore, 199576 (Google Map)
โทร: +65 6744 4574
เปิดบริการ: ทุกวัน 10.30 – 21.00 น.

Geylang Claypot Rice เป็นร้านอาหารที่ให้คุณได้เพลิดเพลินกับอาหารพื้นเมืองสุดคลาสสิกในบรรยากาศสบาย ๆ โดยมีเมนูเด็ดเป็น “ข้าวอบหม้อดิน” ที่พ่อครัวจะเดินมาคลุกซอสหวานให้ถึงที่โต๊ะเลยค่ะ โดยข้าวอบหม้อดินทุกใบจะผ่านปรุงให้สุกด้วยเตาถ่านซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ทำให้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมและรสชาติที่กลมกล่อมอันเข้มข้นของส่วนผสม แม้ว่าจะใช้เวลาในการปรุงนานไปสักหน่อย แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ากับรอคอยอย่างแน่นอนค่ะ ยิ่งทานไปจนถึงตรงก้นหม้อคุณจะพบกับ “ข้าวดัง” หรือข้าวติดก้นหม้อที่มีรสชาติหวาน กรอบ และหอมกลิ่นไหม้คล้ายกับข้าวคั่ว สิ่งนี้ถือเป็นจุดไฮไลท์ที่ดีที่สุดของเมนูนี้เลยว่าได้ สำหรับเราแล้วถูกใจซอสหวานสูตรพิเศษของทางร้านที่คลุกเคล้ากับน้ำมันหมูและข้าวร้อน ๆ ถือเป็นเมนูที่ส่วนผสมลงตัวมาก ๆ  อยากให้ลองจริง ๆ น๊าาาา


7. Birds of Paradise Gelato Boutique

ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านไอศกรีมที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจากเพจ FB Birds of Paradise Gelato Boutique

ที่ตั้ง: 63 E Coast Rd, #01-05, Singapore 428776 (Google Map)
โทร: +65 9678 6092
เปิดบริการ: ทุกวัน 12.00 – 22.00 น.

ในช่วงหน้าร้อนแบบนี้จะมีอะไรดีไปกว่าการทานไอศกรีมโคนที่เราสามารถเลือกรสชาติได้หลากหลาย ซึ่งหากจะพูดกันถึงร้านเจลาโต้ที่ขึ้นชื่อของสิงคโปร์ก็ต้องยกให้ร้าน Birds of Paradise Gelato Boutique ร้านที่คนสิงคโปร์เองต่างก็แนะนำให้นักท่องเที่ยวลองมาทานดูสักครั้ง สำหรับรสชาติของเจลาโต้นั้นก็มีให้เลือกเยอะมาก อาทิเช่น รสเชอร์เบท, ช็อคโกแลต, ลูกแพร์, มะพร้าว, ชาเขียว, มะม่วง ฯลฯ แต่ละรสก็มีจุดเด่นและมีเอกลักษณ์ที่ต่างกันขึ้น โดยจะขึ้นอยู่กับวัตถุดิบหลักที่ใส่เข้าไป น่าเสียดายที่เราไม่สามารถชิมได้เลย ไม่อย่างนั้นก็คงขอชิมไปทุกรส (อิอิ) โดยเนื้อสัมผัสของเจลาโต้จะค่อนข้างนุ่มและสมู้ทราวกับขนมสายไหมที่ละลายอยู่ในปาก สำหรับตัวโคนนั้นทางร้านก็จะทำเป็นวาฟเฟิลโคนให้แบบสดใหม่กันตรงนั้นเลยค่ะ รสชาติหอม กรอบ อร่อย เข้ากันได้ดีกับไอศกรีมทุกรสชาติ ในส่วนของรสชาติที่เราได้ลองทานมาแล้วคือดาร์กช็อกโกแลตเชอร์เบทที่ให้รสชาติเข้มข้นและมีความหวานอมขมจากดาร์กช็อกโกแลตเล็กน้อย หรือจะเป็นรสพิสตาชิโอก็มีความมันและไม่หวานเกินไป ส่วนอีกรสชาติที่หลายคนต่างแนะนำเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องลองให้คือรส White Chrysanthemum และ Strawberry Basil ที่เป็นที่ชื่นชอบตลอดกาลของสาว ๆ ป.ล. แม้ว่าคิวจะดูยาวอยู่สักหน่อยแต่รอจริง ๆ ไม่นานค่ะประมาณ 10-15 นาทีเท่านั้น


8. Beauty in The Pot @The Centrepoint

ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจาก www.paradisegp.com

ที่ตั้ง: 176 Orchard Road The Centrepoint #05-16 Singapore 238843 (Google Map)
โทร: +65 6235 3557
เปิดบริการ: ทุกวัน 11.30 – 03.00 น.

เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามประโยคนี้ไม่เกินจริงค่ะ เพราะ Beauty in The Pot เป็นร้านชาบูหมาล่าที่ขึ้นชื่อมาก ๆ ของสิงคโปร์ ไม่ว่าจะเป็นคนในพื้นที่เองหรือนักท่องเที่ยวต่างก็ติดอกติดใจกับความอร่อยในน้ำซุปคอลลาเจนของที่นี่ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าคอลลาเจนนั้นเป็นส่วนผสมที่ดีที่ต่อผิวพรรณดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่าทำไมถึงตั้งชื่อร้านว่า “ความงามในหม้อ” ซึ่งเอาจริง ๆ ตัวน้ำซุปของทางร้านก็มีให้เลือกหลายแบบทั้งซุปไก่แช่เหล้า ซุปหมาล่า หรือซุปมะเขือเทศ แต่ที่ไม่เหมือนใครก็คงต้องยกให้น้ำซุปคอลลาเจนเท่านั้นค่ะ ซึ่งตัวคอลลาเจนจากกระดูกหมูที่ใส่ไปนั้นก็ไม่ได้ทำให้เครื่องเทศต่าง ๆ ในน้ำซุปดรอปลงเลยนะคะ ในทางกลับกันมันกลับช่วยทำให้น้ำซุปอร่อยนัว หวาน ข้น ครีมมี่ กลมกล่อมมากขึ้น บรรยากาศในการทานให้อารมณ์คล้าย ๆ กับไห่ตี้เหลา แต่ก็มีรสชาติที่แตกต่างกันคนละแบบ แม้ว่าราคาจะใกล้เคียงกัน แต่ในด้านความหลากหลายของอาหารนั้นก็ต่างกันไปค่ะ เอาเป็นว่าแนะนำให้มาลองด้วยตัวเองสักครั้ง โดย Beauty in The Pot ที่สิงคโปร์นั้นมีหลายสาขามากค่ะ แต่ละสาขาก็จะมีคิวต้องรอเป็นชั่วโมง ๆ แนะนำให้สำรวจดูก่อนว่าคุณสะดวกสาขาไหนที่สุด แต่หากจะให้เรคคอมเมนจริง ๆ ก็ต้องยกให้สาขา The Centrepoint ไปเลยจ้า สำหรับใครที่รอให้ทางแบรนด์มาเปิดที่ไทยนั้น ก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะเพราะมีข่าวแว่ว ๆ มาว่าจะเปิดสาขาแรกที่ไทยในเดือนตุลาคม 2565 นี้ด้วยน๊าา


9. Sourbombe Bakery

ร้านเบเกอรี่ที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านเบเกอรี่ที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจากเพจ FB Sourbombe Artisanal Bakery

ที่ตั้ง: 9 Penang Rd, #02-03, Singapore, 238459 (Google Map)
โทร: +65 9847 0203
เปิดบริการ: อังคารถึงอาทิตย์ 10.30 – 17.30 น.

สำหรับใครที่อยากลองทานร้านโดนัทที่อร่อยที่สุดในสิงคโปร์ เราขอแนะนำร้าน Sourbombe Bakery ร้านโดนัทที่ไม่ได้ขายโดนัทธรรมดา ๆ แต่จะเป็นโดนัทที่มีการผสมผสานระว่าง ซาวเออร์โด (Sourdough Bread) และ บอมโบโลนี โดนัทสไตล์อิตาเลียน (Italian Bomboloni) ทำให้โดนัทของทางร้านมีความแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ตัวแป้งโดนัทจะมีความหนานุ่มและฟูมาก ๆ เนื้อบางเบาคล้ายกับขนมปัง แต่ก็จะมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากการที่ทางร้านทอดด้วยน้ำมันมะพร้าว โดยโดนัทของที่นี่จะมาในรูปแบบโดนัทมีไส้แทบทุกชิ้น ซึ่งตัวไส้ก็จะมีเลือกเยอะมาก แถมรสชาติก็หวานกำลังดี ทำสดใหม่ทุกวัน และนอกจากโดนัทแล้วทางร้านก็ยังมีเมนูเบเกอรี่อื่น ๆ รวมถึงมีครัวซองต์รสชาติใหม่ ๆ ขายด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็น ครัวซองต์ทรัฟเฟิล, ครัวซองต์กุหลาบลิ้นจี่ หรือครัวซองต์พิสตาชิโอ ก็มีค่ะ


10. Hawker Chan

ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจากเพจ FB Hawker Chan Singapore

ที่ตั้ง: หลายสาขา
โทร: รับเฉพาะ walk-in
เปิดบริการ: ทุกวัน 10.30 – 17.30 น.

Hawker Chan เป็นร้านข้าวหน้าต่าง ๆ ที่ให้อารมณ์เหมือนข้าวหน้าเป็ด ข้าวหมูแดง หรือข้าวหมูกรอบบ้านเรา แต่จุดเด่นของทางร้านที่ทำให้ผู้คนต่างติดอกติดใจนั่นเป็นเพราะรสชาติที่อร่อยไม่เหมือนใคร จนได้รับมิชลินสตาร์หนึ่งดาว โดยทางร้านจะมีขายตั้งแต่ไก่ย่าง, เป็ดย่าง, หมูกรอบ และหมูย่าง ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถสั่งราดข้าวหรือจะสั่งทานเป็นก๋วยเตี๋ยวแห้งก็ได้ค่ะ เมนูที่อยากแนะนำคือข้าวหน้าไก่ซีอิ๊ว หรือจะสั่งเป็นหมูย่างและหมูกรอบก็ได้ค่ะ บอกเลยว่าเนื้อไก่นุ่มมากแทบจะละลายในปาก แถมรสชาติของตัวซอสก็หวานเค็มกำลังดี ทานคู่กับถั่วเหลืองต้มที่เสิร์ฟมาพร้อมกันคือเข้ากันมาก ในส่วนของหมูกรอบและหมูย่างนั้นก็ให้รสชาติที่หอมอร่อยเข้นข้นสุด ๆ แถมยังมีราคาไม่แพงอีกด้วยนะคะ ซึ่งในปัจจุบันนี้ร้าน Hawker Chan ก็ได้เปิดสาขาไปแล้วถึง 8 ประเทศ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีประเทศไทยอยู่ด้วยถึง 2 สาขาคือสาขา Terminal 21 และสาขาพัทยา หากเพื่อน ๆ อยากรู้ว่ารสชาติจะเหมือนกับที่ไทยหรือไม่? ต้องลองมาทานสาขาต้นตำรับที่สิงคโปร์ดูสักครั้งนะคะ





11. Mongkok Dim Sum

ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจาก FB Mongkok Dim Sum (旺角點心), Singapore Branch

ที่ตั้ง: 214 Geylang Rd, Singapore, 389274 (Google Map)
โทร: +65 8484 8829
เปิดบริการ: ทุกวัน เปิด 24 ชั่วโมง

Mongkok Dim Sum เป็นร้านติ่มซำที่เปิด 24 ชั่วโมง แม้ว่าโดยปกติแล้วเรามักจะทานติ่มซำเป็นอาหารเช้า แต่จริง ๆ แล้วติ่มซำก็เหมาะที่จะเป็นอาหารมื้อดึกเช่นกัน เพราะด้วยรสชาติที่เบาสบายท้อง แถมยังสามารถเลือกทานได้ในปริมาณที่ต้องการ โดยเมนูของทางร้านค่อนข้างมีหลากหลายมากค่ะ ซึ่งราคาโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณจานละ 5 ดอลลาร์เท่านั้น มีแต่ตั้ง โจ๊กปู 3 ไข่ (3 Yolk Crab Porridge) สูตรกวางตุ้ง ที่ออนท็อปด้วยไข่แดงลวก ไข่เยี้ยวม้า และไข่เค็มที่บดหยาบ ๆ หรือจะเป็นเมนูติ่มซำก็ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยแทบทุกเข่ง แถมยังมีขนาดชิ้นใหญ่มาก เนื้อแน่น ไม่มีแป้งผสม สำหรับเราแล้วชอบเกี๊ยวกุ้งเป็นพิเศษเพราะทางร้านให้กุ้งมาเป็นตัว ๆ เนื้อสด กรอบเด้งจริง ๆ ค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีอาหารตามสั่งที่ไว้ทานกับข้าวสวยหรือข้าวต้มอีกหลายเมนู โดยร้าน Mongkok Dim Sum นั้นมีหลายสาขามากค่ะ แต่สาขาที่เราอยากแนะนำให้มาลองคือสาขาย่าน Geylang ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟใต้ดินที่ใช้เวลานั่งรถประจำทางเพียง 5 นาทีเท่านั้น


12. Chinese Tofu Magician

ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจาก chinesetofumagician.com.sg

ที่ตั้ง: 4 สาขา : Paya Lebar Square (HQ), VivoCity, Chinatown Point  และ 313@ somerset
โทร:
เปิดบริการ: ทุกวัน 11.00 – 21.30 น.

ใครที่เบื่อ ๆ ชานมไข่มุกกันแล้ว อยากลองทานเครื่องดื่มแบบใหม่ เราขอแนะนำ “ชานมถั่วเหลือง” จากร้าน Chinese Tofu Magician ซิกเนเจอร์ของที่นี่จะใช้ถั่วเหลืองเป็นส่วนผสมหลัก โดยจะมีก้อนโมจิ 3 ลูกออนท็อปอยู่ข้างบนซึ่งอาจจะโรยด้วยผงถั่วเหลือง, งาดำ หรือผงชาเขียว ถือเป็นเครื่องเพื่อสุขภาพเหมาะสำหรับสายเฮลตี้เพราะปราศจากคอเลสเตอรอล ไขมันอิ่มตัวต่ำ และเหมาะสำหรับการแพ้แลคโตส หรือถ้าคุณเป็นคนติดหวานทางร้านก็มีตัวเลือกระดับน้ำตาลให้ด้วย โดยลูกค้าสามารถเลือกระดับน้ำตาลได้ตั้งแต่ 50%-120% เลยทีเดียวค่ะ หากเพื่อน ๆ นึกถึงรสชาติชานมถั่วเหลืองไม่ออก มันจะมีรสชาติที่เบา หวาน ๆ นัว ๆ และได้ความสดชื่นจากนมถั่วเหลืองเต็ม ๆ สำหรับโมจิที่โรยผงถั่วเหลืองนั้นมีเนื้อที่นุ่มมาก ยิ่งจุ่มในโฟมถั่วเหลืองยิ่งเพลินไปกับความหนึบของมัน เพราะทั้ง 3 อย่างรสชาติเข้ากันได้ดีจริง ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มที่ให้สัมผัสพิเศษ และสำหรับคนที่ไม่ชอบเครื่องดื่ม ทางร้านก็มี “ไอศกรีมนมถั่วเหลือง” ไว้คอยบริการด้วยนะคะ


13. Heap Seng Leong

ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจาก IG @heapsengleong

ที่ตั้ง: 10 North Bridge Rd, #01-5109, Singapore 190010 (Google Map)
โทร: +65 6292 2368
เปิดบริการ: ทุกวัน 05.00 – 16.00 น.

Heap Seng Leong เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารเช้าสุดเก่าแก่ที่อยู่คู่กับสิงคโปร์มากอย่างยาวนาน อาจจะไม่ได้ดังมากในหมู่นักท่องเที่ยวแต่เป็นร้านที่คนสิงคโปร์ชอบมาทานบ่อย ๆ บรรยากาศในร้านจะเหมือนร้านกาแฟโบราณทั่วไปที่มีการตกแต่งแบบยุค 70 เมื่อเดินเข้ามาในร้านคุณสัมผัสได้ถึงกลิ่นของเนยที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ โดยจะมีคุณตาเจ้าของร้านยืนปิ้งขนมปังในอยู่ในครัว ซึ่งถือเป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่เลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ในเรื่องของรสชาตินั้นต้องบอกเลยว่าเราเพิ่งได้ลองทาน กาแฟใส่เนย เป็นครั้งแรกจากร้านนี้ หรือก็คือเมนู Kopi Gu You ในตำนาน ตัวกาแฟจะเป็นรสชาติขม ๆ ที่เข้มข้น แต่เมื่อผสมกับเนยแล้วกลับทำให้เนื้อสัมผัสของกาแฟมีความนุ่มมากขึ้น อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมของเนยอีกด้วย ส่วนขนมปังปิ้งคายาของทางร้านนั้นจะต่างจากคายาโทสต์ทั่วไป เพราะมันไม่ใช่แบบบางกรอบอย่างที่หลาย ๆ คนชอบ แต่จะเป็นขนมปังปิ้งแบบหนานุ่มกำลังดี สำหรับเราแล้วร้าน Heap Seng Leong ถือเป็นอีกหนึ่งร้านที่เพื่อน ๆ ไม่ควรพลาด หากคุณต้องการเพลิดเพลินไปกับอาหารเช้าแบบดั้งเดิมในบรรยากาศชิล ๆ โบราณหน่อย ๆ ร้าน Heap Seng Leong จะทำให้คุณได้รับประสบการณ์นั้นอย่างแน่นอนค่ะ


14. French Fold Telok Ayer

ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจากเพจ FB French Fold

ที่ตั้ง: 204 Telok Ayer Street, Singapore, Singapore, 068640 (Google Map)
โทร:
เปิดบริการ: ทุกวัน 08.00 – 00.00 น.

French Fold Telok Ayer ร้านเครปสไตล์ฝรั่งเศสแท้ ๆ ของสิงคโปร์ที่ฮอตฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวสุด ๆ เนื่องจากตั้งอยู่ที่ถนน Telok Ayer ซึ่งบริเวณนั้นจะเป็นแหล่งรวมคาเฟ่ชิค ๆ จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติสัญจรไปมาเยอะหน่อย โดยบรรยากาศภายในร้านจะเน้นความสบาย ๆ และมีเมนูมากมายที่จะเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็น อาหารเช้า, มื้อกลางวัน, มื้อบ่าย และมื้อเย็น โดยเมนูไฮไลท์ของทางร้านก็คือเครปหรือที่เรียกกันว่า กาเล็ตต์ (Galette) นั้นเองค่ะ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเราจะมักเข้าใจว่าเครปจะต้องเป็นเมนูของหวานที่เสริฟ์มาพร้อมกับไอศกรีม, สเปรด, น้ำผึ้ง, เนย หรือน้ำตาลใช่มั้ยคะ? แต่สำหรับกาเล็ตต์จะต่างกัน เพราะทำจากแป้งบัควีท ซึ่งส่วนใหญ่มักจะทำเป็นอาหารจานหลักมากกว่า โดยมีไส้คาวให้ได้เลือกทานหลากหลายไส้เลยค่ะ แม้ว่ากาเล็ตต์จะเป็นอาหารเบา ๆ ที่ไม่ค่อยอิ่มท้องสักเท่าไหร่ แต่เรื่องของรสชาตินั้นถือว่าอร่อย! เป็นเมนูอาหารเช้าที่สมบูรณ์แบบและดีต่อสุขภาพ เพราะบัควีทขึ้นชื่อเรื่องโปรตีนและไฟเบอร์สูง เอาเป็นว่าใครที่อยากลองทานเครปสไตล์ฝรั่งเศสแท้ ๆ ต้องไม่พลาดร้านนี้นะคะ แม้ว่าหน้าตาดูธรรมดาแต่บอกเลยว่าคิวยาวรอเป็นชั่วโมงนะจ๊ะ ซึ่งทางร้านก็ยังมีกฎให้นั่งทานไม่เกิน 90 นาทีอีกด้วย เพราะจะได้บริการลูกค้าได้อย่างทั่วถึงนั่นเองค่ะ


15. Chatterbox

ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจาก FB Chatterbox

ที่ตั้ง: 333 Orchard Rd, Level 5, Hilton Orchard Singapore, 238867 (Google Map)
โทร: +65 6831 6291
เปิดบริการ: จันทร์ถึงอาทิตย์ 11.30 – 16.30 น. และ 17.30 – 21.30 น.

Chatterbox เป็นร้านอาหารระดับภัตตาคารที่มีอายุมากกว่า 50 ปี (เปิดตัวครั้งแรกในปี 1971) ที่ตั้งอยู่บนชั้น 5 ของ Hilton Orchard Singapore แน่นอนว่าเมนูซิกเนเจอร์ของที่นี่จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกเสียจาก “ข้าวมันไก่แมนดาริน (Mandarin Chicken Rice)” ที่มีรสชาติแตกต่างจากข้าวมันไก่ทั่วสิงคโปร์ทั่วไป ตัวข้าวหอมมะลิมีความหอมมันกำลังดี ส่วนเนื้อไก่ก็นุ่มชุ่มฉ่ำมาก ๆ ยิ่งทานคู่กับน้ำจิ้มทั้งสามแบบก็ยิ่งเข้ากันได้ดีกับเนื้อไก่ แม้ว่าจะเป็นข้าวมันไก่ที่มีราคาแพงสักหน่อยเมื่อเทียบกับร้านอื่น ๆ จนได้รับสมญานามว่าเป็นข้าวมันไก่ที่แพงที่สุดในสิงคโปร์ แต่เป็นเพราะทางร้านใช้ไก่เลี้ยงแบบปล่อยที่มีน้ำหนักประมาณตัวละ 2 กก. จึงทำให้เนื้อออกมาแน่นและนุ่มในคำเดียว สำหรับเราแล้วราคาที่แพงแต่แลกมากับบรรยากาศสบาย ๆ บริการประทับใจ รสชาติที่อร่อย และคุณภาพของวัตถุดิบที่ใช้อย่างดีนั้นก็ถือว่าคุ้มค่ะ และอีกหนึ่งเมนูที่เราอยากแนะนำคือ “ล็อบสเตอร์ลักซา (Lobster Laksa)” เป็นอาหารที่ผสมผสานกันระหว่างจีนกับมลายู มีลักษณะคล้ายกับก๋วยเตี๋ยวรสเผ็ดหรือขนมจีนน้ำยาบ้านเราเลยค่ะ รสชาติจะมีความเผ็ดจากพริกแต่ก็จะดับความเผ็ดร้อนด้วยกะทิที่หอมมัน ทำให้ออกมามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยรวมถือว่าเป็นอีกหนึ่งร้านยอดนิยม แนะนำว่าควรจองโต๊ะไว้ล่วงหน้าก่อนเข้าใช้บริการนะคะ


16. Yat Ka Yan

ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านขนมหวานที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจากเพจ FB Yatkayan Dessert

ที่ตั้ง: 190 Middle Rd, #02-08 Fortune Centre, Singapore, 188979 (Google Map)
โทร:
+65 9631 2359
เปิดบริการ:
พุธถึงจันทร์ 13:30 – 22:00 น.

Yat Ka Yan เป็นร้านอาหารสไตล์ครอบครัวที่มีการตกแต่งแบบอบอุ่นและค่อนข้างเรียบง่าย ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของ Fortune Center เดิมทีร้านนี้ก็ขายทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน แต่สิ่งที่เราอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ลองมาทานกันก็คือ Chendol หรือก็คือลอดช่องเมนูขายดีของทางร้านนั่นเองค่ะ แน่นอนว่ามันเป็นลอดช่องสิงคโปร์สูตรออริจินอลที่เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำแข็งบดละเอียด น้ำกะทิ  ถั่วแดง และโรยหน้าด้วยกูลาเมอลากาหรือที่รู้จักกันดีในชื่อผงน้ำตาลปี๊บ ทำให้รสชาติออกมาหวานฉ่ำและกลมกล่อมในเวลาเดียวกัน เพราะอัตราส่วนของส่วนผสมแต่ละอย่างกำลังดี ไม่เลี่ยนและไม่หวานเกินไป นอกจากนี้คุณยังสามารถเลือกท็อปปิ้งหน้าอื่น ๆ เป็นทุเรียนหรือมันเทศได้ด้วยนะคะ และก็ยังมีเมนูขนมหวานอีกหลายชนิดที่รอให้คุณไปลิ้มลอง เรียกว่า Yat Ka Yan เป็นหนึ่งในร้านขนมหวานแบบดั้งเดิมของสิงคโปร์ที่ตอบสนองความหวานของคุณได้อย่างแน่นอนค่ะ ต้องมาลองทานให้ได้สักครั้งนะคะ


17. The Dragon Chamber

ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจาก FB The Dragon Chamber

ที่ตั้ง: 2 Circular Road Singapore 049358 (Google Map)
โทร:
+65 6950 0015
เปิดบริการ:
อังคารถึงอาทิตย์ 11.00 – 15.00 น. และ 17.00 – 22.30 น.

The Dragon Chamber เป็นร้านอาหารในสิงคโปร์ที่กำลังเป็นที่พูดถึงมากในขณะนี้ เนื่องจากทางเข้าร้านนั้นมีความลึกลักซับซ้อน แต่สิ่งที่ทำให้ร้านกลายมาเป็นขวัญใจนักท่องเที่ยวนั้นคงไม่ได้มีแค่บรรยากาศภายในร้านเท่านั้นค่ะ เพราะในส่วนของรสชาติอาหาร ทางเชฟก็ทำออกมาได้อร่อยไม่แพ้ร้านหรูเลยค่ะ โดยเมนูอาหารของที่นี่จะเน้นไปที่อาหารจีนสไตล์ฟิวชั่นที่มีการตกแต่งจานอย่างสวยงาม จึงเป็นที่ถูกอกถูกใจหนุ่มสาวสมัยใหม่ ซึ่งเมนูไฮไลท์ที่มาแล้วต้องสั่งให้ได้คือ “Wagyu Truffle Hor Fun” หรือก็คือบะหมี่เส้นแบนทอดกรอบ โปะด้วยหน้าเนื้อวากิวขนาด A4 จากนั้นก็ราดด้วยซอสทรัฟเฟิลและออนท็อปด้วยไข่ออนเซ็นอีกที บอกได้คำเดียวว่าเป็นอีกหนึ่งจานที่เราประทับใจมาก แนะนำให้คลุกเคล้าให้เข้ากันก่อนเริ่มทานนะคะ เนื้อวากิวมีลายหินอ่อนบาง ๆ ที่สวยงาม ทั้งยังมีความเหนียวนุ่มละลายในปาก รสชาติอร่อยแบบร้องตะโกน!! แอบกระซิบอีกนิดว่าที่นี่เขามีเมนู The Dragon’s Claw” หรือเท้าจระเข้ตุ๋นในสมุนไพรจีนด้วยจ้า สำหรับคนอยากเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ และมีแผลนจะมาเที่ยวสิงคโปร์ในช่วงนี้ หากคุณไม่อยากพลาดร้านเด็ดร้านดัง รสชาติอร่อย อย่าลืมแวะมาที่ The Dragon Chamber ให้ได้นะคะ


18. Killiney Kopitiam

ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านอาหารเช้าที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจาก killiney-kopitiam.com

ที่ตั้ง: สาขาหลัก 67 Killiney Rd, Singapore 239525 (Google Map)
โทร:
+65 6734 3910
เปิดบริการ:
ทุกวัน 06.00 – 18.00 น.

Killiney Kopitiam ถือเป็นร้านกาแฟไหหลำเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดในสิงคโปร์ ก่อตั้งขึ้นในปี 1919 ไฮไลท์ของทางร้านคือเป็นร้านขนมปังคายาโทสต์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสิงคโปร์ ซึ่งมีสาขามากกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ โดยคายาหรือสังขยาของร้าน Killiney Kopitiam จะมีรสชาติเข้มข้นและมีความหวานที่ลงตัว จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนรักสังขยา แถมยังมีขายแบบประปุกให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย แนะนำให้ซื้อกลับมาเลยเพราะว่าอร่อยจริง ๆ เผลอ ๆ ทานหมดระหว่างทางด้วยซ้ำค่ะ (อิอิ) ในส่วนของกาแฟนั้นก็จะเป็นรสชาติดั้งเดิมเช่นกัน หากคุณอยากรู้ว่ากาแฟสไตล์ไหหลำมีรสชาติอย่างไร? ต้องลองมาดื่มที่ Killiney Kopitiam ด้วยตัวเองสักครั้งแล้วค่ะ สำหรับคนที่มาแล้วแต่ไม่รู้ว่าจะสั่งอะไรดี เราขอแนะนำเมนูคลาสสิกอย่าง คายาโทสต์, เฟรนช์โทสต์, ไข่ลวก และชีชองฟัน แต่หากเพื่อน ๆ ต้องการอาหารจานหลักที่นี่ก็มีทั้งเมนูข้าวและเมนูเส้นให้เลือกเยอะมาก


19. llaollao

ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านไอศกรีมที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจากเพจ FB llaollao Singapore

ที่ตั้ง: หลายสาขา
โทร:
รับเฉพาะ walk-in
เปิดบริการ:
ทุกวัน 11.00 – 21.30 น.

llaollao (เยาเยา) เป็นโฟรเซ่นโยเกิร์ตสัญชาติสเปนที่เปิดไปแล้วหลายสาขาทั่วโลก ซึ่งเมื่อก่อนนั้น llaollao เองก็เคยมีสาขาที่ไทยเหมือนกันค่ะ แต่ตอนนี้ได้ปิดสาขาไปแล้ว ทำให้การจะหาทาน llaollao กลายเป็นเรื่องยากไปโดยปริยาย ดังนั้นหากเพื่อน ๆ เดินทางมาสิงคโปร์ ก็อย่าลืมแวะมาลองไอศกรีมโยเกิร์ตในตำนานกันสักครั้งนะคะ เพราะเนื้อไอศกรีมของเค้านั้นเนียมนุ่มมาก ๆ แถมยังมีรสชาติที่ไม่หวานเกินไป มีกลิ่นหอมของโยเกิร์ตนิด ๆ ให้ความรู้สึกเฟรชได้ดีมาก จะทานแบบเมนูไขมันต่ำก็ได้ เพราะตัวเนื้อโยเกิร์ตจะใช้นมพร่องมันเนยในการทำ จึงทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยเพื่อน ๆ สามารถเลือกท็อปปิ้งและซอสได้เอง ซึ่งจะมีทั้งผลไม้สดตามฤดูกาลและท็อปปิ้งที่เป็นของหวานจัดหนักจัดเต็ม ในส่วนของซอสนั้นเราขอแนะนำซอสคุกกี้และซอสนูเทลล่า บอกเลยว่าอร่อยเข้ากันมากกกก!!! พูดแล้วน้ำตาจะไหลอยากให้ทางแบรนด์กลับมาเปิดที่ไทยอีกครั้งมากค่ะ


20. Tiong Bahru Bakery

ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านเบเกอรี่ที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจาก www.tiongbahrubakery.com

ที่ตั้ง: มีหลายสาขา
โทร: รับเฉพาะ walk-in
เปิดบริการ: ทุกวัน 08.00 – 20.00 น.

สำหรับใครที่ชอบทานครัวซองต์รสชาติสไตล์ฝรั่งเศสแท้ ๆ แนะนำร้าน Tiong Bahru Bakery เลยค่ะ เพราะร้านนี้ครัวซองต์ทั้งหมดเป็นแบบแฮนด์เมดที่ทำสดใหม่ต่อวัน ได้ความฉ่ำหอมเนยในทุก ๆ อณูที่กัดเข้าไป ตัวแป้งหนากรอบนอกนุ่มใน ทั้งยังใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมียมอย่างดี โดยแต่ละเมนูก็คือมีให้เลือกทานเยอะไม่หวาดไม่ไหว ชนิดที่ว่าทานชิ้นเดียวไม่พอค่ะ ไม่ใช่ว่าชิ้นเล็กนะคะแต่เพราะอร่อยมากจนต้องซื้อซ้ำอีกชิ้น (อิอิ) ซึ่งเมนูยอดฮิตติดชาร์ตที่คุณไม่ควรพลาดเราขอแนะนำเป็น ครัวซองต์ซิกเนเจอร์, ครัวซองต์อัลมอนด์, ครัวซองต์ชาเขียว และ Kouign Amann (กวีน-ยา-มาน) ขนมปังกรอบ ๆ เคลือบน้ำตาลคาราเมล และนอกจากครัวซองต์แล้วทางร้านก็ยังมีขนมเบเกอรี่ต่าง ๆ อีกมากมายทั้งของคาวและของหวาน อาทิเช่น คาเนเล่, เอแคลร์, แซนด์วิช, บาแกตต์ หรือซาวเออร์โด รวมถึงเมนูเครื่องดื่มทั้งร้อนและเย็น ถือว่าเป็นร้านเบเกอรี่ในสิงคโปร์อีกหนึ่งร้านที่เราสามารถฝากท้องได้โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะทานไปแล้วท้องเสียหรือรสชาติไม่ถูกปากแต่อย่างใด อีกทั้งยังมีหลายสาขาด้วยนะคะ


21. Geylang Lor 9 Frog Porridge

ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจาก FB Geylang Lor 9 Frog Porridge Singapore (芽笼九巷活田鸡)

ที่ตั้ง: 235 Geylang Road, Lor 9 Geylang, Singapore 388761 (Google Map)
โทร: +65 8688 8839
เปิดบริการ: ทุกวัน 16.00 – 04.00 น.

Geylang Lor 9 Frog Porridge เป็นร้านอาหารริมถนนที่มองดูเผิน ๆ อาจไม่ได้น่าสนใจสักเท่าไหร่ แต่หากพลาดไปบอกได้คำเดียวว่าคุณได้มาไม่ถึงสิงคโปร์ค่ะ!! เพราะร้านนี้เขาก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1995 หรือก็คือเปิดมานานกว่า 27 ปีแล้ว โดยเมนูจานเด็ดที่มาแล้วต้องสั่งให้ได้คือ “โจ๊กกบหม้อดิน (Shi Sheng Claypot Frog Porridge)” และ “กบพริกแห้งอบหม้อดิน (Claypot Dried Chili Frog)” ที่มีรสชาติเผ็ดร้อน เป็นรสชาติได้จากพริก, หัวหอม และขิง จากนั้นก็ปรุงรสด้วยซอสสูตรเข้มข้นของทางร้านให้เข้าเนื้อ ถือเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบรสเผ็ด สำหรับใครที่กลัวว่าเนื้อกบจะไม่สะอาดนั้น ก็ขอให้สบายใจได้ค่ะ เพราะกบที่ทางร้านใช้เป็นเนื้อกบสะอาด ปลอดภัย ไม่มีโรค เนื้อกบของที่นี่คล้าย ๆ กับเนื้อไก่ แต่จะนุ่มเด้งและหวานกรอบมากกว่า ต่อให้คุณไม่เคยทานเนื้อกบมาก่อน คุณก็สามารถทานเมนูเหล่านี้ได้อย่างสบาย ๆ เพราะไม่มีกลิ่นเหม็นคาวเลยสักนิด คอนเฟิร์มจากคนในพื้นที่ทั้งชาวไทยและชาวสิงคโปร์เองว่าอร่อยจริง ๆ ต้องมาทานให้ได้นะคะ


22. Chin Mee Chin

ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจากเพจ FB Chin Mee Chin Confectionery

ที่ตั้ง: 204 E Coast Rd, Singapore 428903 (Google Map)
โทร: รับเฉพาะ walk-in
เปิดบริการ: อังคารถึงอาทิตย์ 08.00 – 16.00 น.

Chin Mee Chin ร้านอาหารเช้าสไตล์ไหหลำต้นตำรับของคนสิงคโปร์ที่เปิดมาตั้งแต่ ค.ศ. 1920 หรือมีอายุเกือบ 100 ปี บรรยากาศภายในร้านค่อนข้างเป็นกันเอง ให้ความรู้สึกสบาย ๆ การตกแต่งจะออกแนววินเทจหน่อย ๆ โดยเมนูเด็ดของร้านจะเป็น คายาโทส (Kaya Toast) หรือก็คือเจ้าขนมปังปิ้งสังขยา ที่ทางร้านปิ้งด้วยเตาถ่านแบบดั่งเดิม ทำให้ตัวขนมปังมีกลิ่นหอมถ่านอ่อน ๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับสังขยาและเนยสดตรงกลาง ที่รสชาติไม่หวานจนเกินไป แนะนำให้จุ่มลงไปในไข่ลวกนะคะ ทานคู่กันจะให้รสชาติคล้ายกับคัสตาร์ดไข่ และอย่าลืมให้ใส่กับซอสปรุงรสและพริกไทยลงไปในไข่ลวกด้วย ตอนแรกก็ไม่คิดว่ามันจะเข้ากับคายาโทส แต่ที่ไหนได้มันเป็นส่วนผสมที่เข้ากันมากค่ะ นอกจากนี้ทางร้านก็ยังมีขนมเบเกอรี่อื่น ๆ ไว้บริการเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ครีมฮอร์นที่อัดแน่นไปด้วยบัตเตอร์ครีมเน้น ๆ หรือจะเป็นบราวนี่ชีสเค้ก ที่ชีสเค้กของทางร้านจะไม่เลี่ยนจนเกินไป มันจึงเข้ากันได้ดีกับเนื้อบราวนี่ ส่วนอีกเมนูที่อยากแนะนำคือทาร์ตช็อกโกแลตเนยถั่ว ช็อกโกแลตรสชาติขมหน่อย ๆ ผสมกับความเค็มของเนยถั่วนิด ๆ เข้ากันได้ดีมากค่ะ


23. Tongue Tip Lanzhou Beef Noodles

ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจาก FB Tongue Tip Lanzhou Beef Noodles 舌尖尖兰州牛肉面

ที่ตั้ง: หลายสาขา
โทร: หลายสาขา
เปิดบริการ: ทุกวัน 11.00 – 21.30 น.

ร้านที่ขาย “หลานโจว ลาเมี่ยน” ในสิงคโปร์ที่เราอยากแนะนำให้คุณลองมาทานกันคือร้าน Tongue Tip Lanzhou Beef Noodles (舌尖尖兰州牛肉面) เป็นร้านที่รองรับเครื่องหมายฮาลาล หลาย ๆ คนอาจจะไม่ทราบว่า Lanzhou Lamian คืออะไร ? มันเป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อสไตล์จีน-มุสลิม และเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีส่วนผสมของเนื้อวัวและน้ำซุปเนื้อใส ปรุงด้วยเครื่องเทศและสมุนไพรมากกว่า 15 ชนิด ซึ่งเป็นสูตรก๋วยเตี๋ยวที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคนตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง ในส่วนของเส้นบะหมี่จะต้องทำด้วยมือเท่านั้น ซึ่งเส้นแบบหลานโจวจะต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการดึงแป้งออกให้ตรง เพื่อให้ได้เส้นที่ยาวสวยอันเป็นสัญลักษณ์ของอายุยืนนั้นเองค่ะ โดยทางร้านจะมีเส้นให้คุณเลือกทานถึง 8 แบบ หากคุณไม่มั่นใจว่าจะสั่งเมนูไหนเราแนะนำ “ก๋วยเตี๋ยวเนื้อซิกเนเจอร์” สุดคลาสสิกเพื่อให้คุณได้ลิ้มลองรสชาติแบบดั้งเดิม การเคี่ยวของทางร้านจะใช้เวลานาน อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง ทำให้เนื้อนุ่มและมีรสชาติเข้มข้นสุด ๆ แม้ว่าจะเป็นซุปใส แต่รสชาตินั้นอร่อยมาก แถมยังไม่ใส่ผงชูรสอีกด้วยค่ะ





24. La Levain

ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านเบเกอรี่ที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจาก lalevain.com

ที่ตั้ง: 23 Hamilton Rd, Singapore 209193 (Google Map)
โทร: +65 9822 3924
เปิดบริการ: อังคารถึงอาทิตย์ 08.00 – 18.00 น

La Levain เป็นอีกหนึ่งร้านคาเฟ่เบเกอรี่เล็ก ๆ ที่หากคุณเป็นสายครัวซองต์จริง ๆ ต้องไม่พลาดเด็ดขาด โดยส่วนตัวแล้วเราขอยกให้ร้าน La Levain เป็นร้านครัวซองต์ที่อร่อยที่สุดในสิงคโปร์เลยค่ะ เพราะครัวซองต์ของทางร้านจะถูกอบสองครั้งเพื่อให้มีเนื้อสัมผัสที่กรอบและหอมกลิ่นเนยมากยิ่งขึ้น แต่ภายในก็คงความนุ่มของขนมปังไว้เป็นอย่างดี โดยเมนูที่ขอนำเสนอคือ ครัวซองต์ BoBoChaCha ที่มีชั้นของมันเทศสีม่วง มันเทศ และโมจิมะพร้าวในคำเดียว โดยทางร้านจะหั่นส่วนผสมทุกอย่างเป็นลูกเต๋าช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสในขณะที่เคี้ยวมากขึ้น สำหรับบางคนรสชาติมันอาจดูไม่เข้ากันในการทานครั้งแรกเนื่องจากมีเท็กเจอร์หลายอย่างภายในปากของคุณ แต่เมื่อคุณลองกัดอีกครั้ง กลิ่นหอมและความหวานที่คุ้นเคยของมันเทศจะเปล่งประกายออกมา ทำให้รู้สึกอร่อยและแปลกใหม่ในคำเดียวกัน เมนูต่อมาขอแนะนำครัวซองต์ Hojicha Mochi ที่มาพร้อมกับครีมชาเขียวปาดอยู่ด้านบนและไส้ข้างในก็เป็นเนื้อชาเขียวนุ่ม ๆ ที่มีความหวานกำลังดี นอกจากนนี้ทางร้านก็ยังมีหลายเมนูที่รอให้คุณไปลิ้มลองอยู่อีกเพียบเลยค่ะ! อย่าลืมแวะมาทานให้ได้นะคะ


25. Swee Choon Tim Sum Restaurant

ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์
ร้านอาหารที่ดีที่สุดในสิงคโปร์ รูปภาพจากเพจ FB Swee Choon Tim Sum Restaurant Pte Ltd

ที่ตั้ง: 183/185/187/189, Jln Besar, 191/193, Singapore 208882 (Google Map)
โทร: รับเฉพาะ walk-in
เปิดบริการ: ทุกวัน 9.00–15.00 และ 18.00 – 4.00 น.

Swee Choon Tim Sum เป็นร้านติ่มซำสูตรเซี่ยงไฮ้ที่ขึ้นชื่อในกลุ่มคนนอนดึก ทั้งยังมีประวัติอันยาวนานเพราะเปิดมาตั้งแต่ปี 1962 ถือเป็นอีกหนึ่งร้านติ่มซำคุณภาพดี มีรสชาติอร่อย การันตีด้วยรางวัลมิชลิน รวมถึงเพื่อน ๆ ชาวสิงคโปร์เองต่างก็แนะนำให้มาทานร้านนี้ให้ได้ โดยตัวร้านหลักจะมีเพียงสาขาเดียวเท่านั้น ตั้งอยู่ใกล้กับสถานี Jalan Besar ภายในร้านลูกค้าค่อนข้างเยอะพอสมควรและต้องรอคิวนานมาก ๆ เนื่องจากร้านรับเฉพาะ walk-in เท่านั้น หากคุณพักโรงแรมบริเวณนั้นเราแนะนำให้ซื้อแบบ Take Home ดีกว่าค่ะ รสชาติอร่อยเหมือนกันทุกอย่าง จุดเด่นของร้านนี้ที่ทำให้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าคือเมนูอาหารจีนที่ครอบคลุม มีตั้งแต่อาหารเช้าสไลต์สิงคโปร์, ติ่มซำนึ่ง, ติ่มซำทอด, ของทานเล่น, เมนูเส้น,​ เมนูข้าว และของหวานต่าง ๆ สำหรับเราแล้วรสชาติค่อนข้างอร่อยทุกอย่าง และหากให้เรคคอมเม้นจริง ๆ เพื่อนต้องลองทานเสี่ยวหลงเปา, ซาลาเปายักษ์, ซี่โครงหมูนึ่งเต้าซี่, เค้กเส้นหมี่ทอดกรอบ (Mee Suah Kueh) โดยเฉพาะ Mee Suah Kueh เป็นอะไรที่อร่อยและแปลกใหม่สำหรับเรามาก อยากให้เพื่อน ๆ ได้ลองทานกันค่ะ


เอกสารหลัก ๆ ที่ใช้เดินทางไปสิงคโปร์

เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับ 25 ร้านดังในสิงคโปร์ที่เราแนะนำกันไป มีทั้งอาหารคาว, อาหารหวาน, ของกินเล่น หรือจะเป็นอาหารเช้าก็ยังมีเลยค่ะ หวังว่าคงจะช่วยให้เพื่อน ๆ มีแผลนเดินทางที่ราบรื่นจากบทความของเราในวันนี้ สำหรับใครที่เดินทางไปเที่ยวสิงคโปร์เป็นครั้งแรกก็อย่าลืมเตรียมเอกสารให้เรียบร้อยด้วยนะคะ ซึ่งหลัก ๆ แล้ว 3 ข้อนี้คือสิ่งที่คุณต้องเตรียมตัวให้พร้อมค่ะ ได้แก่

  1. พาสปอร์ต ที่มีอายุเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
  2. วัคซีนพาสปอร์ต หรือเอกสารที่รับรองการฉีดวัคซีนโควิด โดยเพื่อน ๆ สามารถขอได้จากแอปฯ หมอพร้อม แต่จะต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย 2 เข้มนะคะ ซึ่งตอนเดินทางเราไม่จำเป็นต้องตรวจโควิดแล้วค่ะ และไม่จำเป็นต้องปริ๊นเอกสารใด ๆ สามารถให้ดูจากแอปฯ บนมือถือได้เลยค่ะ
  3. SG Arrival card ต้องกรอกก่อนเดินทางภายใน 3 วัน โดยไปที่เว็บไซต์ https://eservices.ica.gov.sg/sgarrivalcard/
Mine Melody

Mine Melody

I am a graduate of Department of Computer Engineering Prince of Songkla University. I really enjoy writing and reviewing technology and women's products.

Next Post