มาต่อกันกับอีกหนึ่งหนังรักฝรั่ง วัยมัธยมใส ๆ ที่ก่อนหน้านี้เราก็เคยมีรีวิว To All The Boy I’ve Loved Before ไว้แล้วนั้นเชื่อว่าคงทำให้ใครหลายคนคงจะฟินจิกหมอนขาดไปหลายใบ หรือใครที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่แล้วละก็… แสดงว่าคุณคงหลงเข้ามาในโลกของลอร่าและปีเตอร์แล้วแน่นอน จากภาคแรกที่พอได้ลงจอ Netflix ในปี 2018 ปรากฏว่าได้รับเสียงตอบรับจากแฟน ๆ อย่างล้นหลามจนแฟน ๆ ต้องเรียกร้องให้ต่อด้วยภาค 2 กันเลยทีเดียว แต่การรอถึง 2 ปีได้สิ้นสุดลงหลังจากที่ To All the Boys: P.S. I Still Love You ถูกปล่อยลงจออีกครั้งในปี 2020 ที่ผ่านมา จากเรื่องราวความรักของสาวจอมเพ้อฝันกับหนุ่มเทพพระบุตรขวัญใจผู้เขียนอย่าง ปีเตอร์ คาวินสกี ที่เริ่มความสัมพันธ์กันแบบปลอม ๆ จนสุดท้ายก็เปลี่ยนให้มาเป็นแฟนกันจริง ๆ เรื่องราวความรักกุ๊กกิ๊กวัยรุ่นที่เกิดจากจดหมายรักทั้ง 5 ฉบับ
สำหรับภาคนี้ใครได้เห็นตัวอย่างหนังไปแล้วก็คงรู้ดีว่า จดหมายรักทั้ง 5 ฉบับนั้นมีเพียงแค่ 1 ฉบับเท่านั้นที่โดนตีกลับ ส่วนที่เหลือได้ส่งถึงผู้รับหมดทุกคน จอร์จ, ปีเตอร์ และลูคัส ทั้งสามได้รับจดหมายและทุกอย่างก็เหมือนจะถูกเคลียร์กันลงตัวแล้วเรียบร้อยแต่มีอีกหนึ่งคนที่ยังไม่ได้เปิดตัวเลยซึ่งนั้นก็คือ จอห์น แอมโบรส นั้นเอง เอาแล้วไงละเมื่อความรักที่ต้องเลือกระหว่างคนที่เคยรักกับคนที่เธอกำลังรักอยู่ตอนนี้จะเป็นยังไง ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าภาคนี้มีดราม่าแน่นอน ส่วนอีกหนึ่งตัวละครที่เข้ามาแจ่งแต้มสีสันและถือว่าน่าสนใจทีเดียวในภาคนี้อย่าง สตอร์มมี่ หญิงสูงวัยผู้มีความเฟี้ยวเงาะอย่างมาก เธอจะเข้ามามีบทบาทอย่างไงกับลอร่าบ้างนั้น ไปลุ้นกันกับ To All the Boys: P.S. I Still Love You ได้เลย
เรื่องย่อ To All the Boys: P.S. I Still Love You
จากเพื่อนเลื่อนมาเป็นแฟนแบบหลอก ๆ และสุดท้ายก็ได้มาเป็นแฟนกันจริง ๆ แล้วเดทแรกของทั้งคู่ผ่านไปด้วยดีแถมยังดูโรแมนติกเอามาก ๆ สะด้วย ทั้งลอร่าและปีเตอร์ต่างก็แฮปปี้กับความรักครั้งนี้แบบสุด ๆ แต่จู่ ๆ ก็มีจดหมายปริศนาจากจอห์น แอมโบรสที่เขียนตอบกลับมาหาเธอ และใจความของจดหมายดูเหมือนเขาก็แอบมีใจให้เธอสะด้วย
การมาของจอห์นไม่ใช่แค่การกลับมาแค่เพียงจดหมายฉบับนี้อย่างเดียวหากแต่ทั้งคู่ดันไปเจอกันจากการที่ต้องไปทำกิจกรรมอาสา ทำให้ลอร่านั้นมีเวลาได้อยู่กับจอห์นมากขึ้น เหมือนที่เขาบอกกันว่า ยิ่งใกล้กัน ยิ่งหวั่นไหว ประจวบเหมาะกับที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าความรักของทั้งลอร่าและปีเตอร์กำลังสั่นคลอนอยู่ด้วย เพราะหนุ่มปีเตอร์เดี๋ยวนี้ดูจะละเลยความรู้สึกของเธอไปมากและจากหลาย ๆ สถานการณ์ที่เธอเองก็เหมือนจำใจต้องฝืนทน
ถ้าหากเอามาเทียบกับความสุขตอนที่เธอได้ใช้เวลาอยู่กับจอห์นนั้นยิ่งไม่ได้เลย แล้วลอร่าก็ดันมารู้อีกว่าปีเตอร์ยังคงตัดความสัมพันธ์กับเจน แฟนเก่าเขาไม่ได้เพราะมีภาพที่ทั้งคู่ใกล้กันแบบต้องมีอะไรมากกว่าเพื่อนแน่นอน ในเมื่อไม่มีใครสามารถรักษาสัญญาที่ให้กันได้ดูเหมือนการเลิกกันคงเป็นทางออกที่ดีที่สุด ในคืนวันจัดกิจกรรมของที่ลอร่าและจอห์นไปทำกิจกรรมอาสาก็มาถึง ระหว่างเต้นรำจอห์นก็ได้บอกความรู้สึกกับเธอ และยิ่งเมื่อรู้ว่าตอนนี้เธอเลิกกับปีเตอร์แล้วเขาก็ยิ่งเดินหน้าเต็มตัว จนทั้งสองก็เผลอจูบกันในที่สุด แล้วตอนนี้เองที่ลอร่าเธอได้พบคำตอบว่าแท้จริงแล้วนั้นคนที่ใช่สำหรับเธอนั่นคือ…คือใครไปชมกันในเรื่องนะคะ อิอิ
ข้อมูลทั่วไปของTo All the Boys: P.S. I Still Love You
| แนวซีรีย์ | โรแมนติก – ดราม่า |
|---|---|
| กำกับการแสดง | ไมเคิล ฟิโมญญารี |
| สร้างจาก | นวนิยาย P.S. I Still Love You โดยเจนนี่ ฮาน |
| เขียนบท | โซเฟีย อัลวาเรซ เจ มิลส์ กู๊ดโล |
| ความยาว | 102 นาที |
| วันที่ฉายใน Netflix | 12 กุมภาพันธ์ 2020 |
| นักแสดงนำ | นอาห์ เซนตินีโอ (ปีเตอร์ คาวินสกี) ลาน่า คอนดอร์ (ลอร่า จีน) แอนนา เคธคาร์ต (คิตตี้) อีมิลิจา บาราเนค (เจน เจนีวีฟ) เมเดลลีน อาร์เธอร์ (คริส) |
| นักแสดงสมทบ | จอร์แดน ฟิชเชอร์ (จอห์น แอมโบรส) ฮอลแลนด์ เทย์เลอร์ (สตอร์มมี่) |
เหตุผลที่ต้องดู To All the Boys: P.S. I Still Love You
1. วางพล็อตเรื่องได้น่าสนใจ
เพราะว่าในภาคแรกนั้นตัวละครหนุ่มทั้ง 5 ที่ลอร่าได้เขียนจดหมายถึงนั้นถูกมีการหยิบยกขึ้นมาเกริ่นถึงไว้บ้างแล้ว และบางคนก็มีบทบาทหลักอย่างปีเตอร์และบทบาทรองอย่างลูคัสและจอร์จ แต่มีอีกหนึ่งตัวละครที่ถูกกั๊กเอาไว้ อย่างบทบาทของจอห์นจนในที่สุดเขาก็มาโผล่อีกทีนึงในภาคที่ 2
โดยจอห์นในภาคนี้เป็นตัวหลักในการดำเนินเรื่อง และจอห์นยังเข้ามาเพื่อเพิ่มรสชาติของละครทำให้เราคอยลุ้นตามว่าลอร่าเธอจะเลือกใครกันแน่ เพราะเขาทั้งสองต่างก็คือคนที่เธอรัก ทั้งทีมปีเตอร์และทีมจอห์นก็ตามไปหาคำตอบได้ในเรื่องนะคะว่าสุดท้ายแล้วใครกันแน่คือคนที่เธอว่าใช่ที่สุด
2. ความสัมพันธ์ของครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ให้ดูสมบูรณ์ไม่มีที่ติ
- ความไม่สมบูรณ์ของครอบครัวคือการที่แม่ของสาวลอร่าที่เสียไปตั้งแต่เธอยังเด็กนั้นเองค่ะ อาจจะมีฉากที่เธอคิดถึงและเฝ้านึกถึงแม่ของเธอตลอดเวลาสะท้อนให้เห็นถึงความรักและความผูกพันของสาวน้อยคนนี้กับแม่ของเธอว่ามันมีมากแค่ไหน
- สามสาวจากบ้านคัฟวีย์ทั้งลอร่า คิตตี้ และมาร์โก ถึงแม้ทั้งสามจะโตมาจากการเลี้ยงดูของพ่อแค่คนเดียวก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด แต่ในทางตรงข้ามกันคือจะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของผู้เป็นพ่อที่เป็นทั้งพ่อและแม่ในคนเดียวกันให้แก่ทั้งสาม ในละครจะเห็นได้พ่อของเธอนั้นคอยอยู่ข้าง ๆ ลอร่าเสมอมาไม่ว่าเธอจะสุขหรือจะทุกข์ และพ่อก็เป็นคนที่คอยเปิดทางให้เธอกับปีเตอร์เพื่อที่จะได้เห็นลูกสาวมีความสุขนั่นเองค่ะ
- ที่เห็นได้ชัดเจนอีกอย่างหนึ่งเลยของเรื่องนี้คือความรักและความผูกพันกับระหว่างพี่น้องทั้งสาม ที่ไม่ว่าในเรื่องพี่สาวคนโตจะต้องไปเรียนต่อที่อื่นแต่ลอร่านั้นจะคอยโทรหาเสมอและอีกหนึ่งรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างลอร่าและคิตตี้น้องเล็กของบ้านคัฟวีย์ที่มีทั้งหวานและเปรี้ยวผสมกันไป คอยทะเลาะจิกกัดกันตลอดเวลาตามประสาพี่น้องซึ่งค่อนข้างจะแตกต่างจากความสัมพันธ์ของเธอกับมาร์โกลิบลับ แต่ทั้งคู่กันรักกันมากนะคะ
- ทั้งลอร่าและคิตตี้ต่างก็สนับสนุนให้พ่อของเธอนั้นมีความสุขกับรักครั้งใหม่ ดูเหมือนสองสาวจะแฮปปี้ไม่น้อยที่เห็นพ่อของเธอเองกลับมามีความรักอีกครั้ง และทั้งสองต่างก็ช่วยกันเต็มที่เพื่อพ่อของเธอจะได้มีความสุขที่สุด
3. ฉากและองค์ประกอบที่ยังคงเลิศเหมือนเดิม
จะเพิ่มเดิมไปจากภาคที่แล้วก็คงเป็นฉากเอ้าดอร์ที่มีให้เห็นเพิ่มมากขึ้นอย่างฉากที่ลอร่าและปีเตอร์ที่ไปเดทกันครั้งแรกแล้วได้ปล่อยโคมลอยฉากนี้ทำให้เราสัมผัสถึงความน่ารัก ความสดใสของหนุ่มสาวที่เพิ่งจะเคยไปออกเดทกันครั้งแรก และความโรแมนติกของบรรยากาศโคมลอยหลายสิบดวงบนท้องฟ้ายามค่ำคืน และในฉากสวนสนุกทั้งคู่ก็ต่างสุดมันกับเครื่องเล่นต่าง ๆ มากมายทั้งเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ความสนุกสนาน ความสดใสในฉากนี้คือมีความเป็นธรรมชาติมาก ๆ ที่ส่งออกจากดวงตาของทั้งคู่ได้อย่างชัดเจน และอีกหลาย ๆ ฉากต้องไปดูกันเองนะคะ
4. ความรักของคริส
หากใครตามมาจากภาคแรกก็คงรู้จักดีกับเพื่อนสนิทสุดแนวของลอร่าที่ภาคนี้เธอมีความรักแล้วนะจ๊ะ อยากเธอใครจะคิดว่าสาวแมน ๆ ห้าว ๆ แบบคริสที่อยู่ดี ๆ กลับไปแอบปลูกต้นรักกับเพื่อนของปีเตอร์สะงั้น จนเป็นอีกหนึ่งคู่ที่น่าจับตามองเพราะเดาไม่ได้เลยว่าสาวคริสหากเธอมีความรักนั้นจะเป็นอย่างไร
5. หนังฝรั่งที่แทรกความเป็นเกาหลี
ก่อนหน้านี้เราอาจเคยทราบดีว่าลอร่าในเรื่องนั้นเธอเป็นลูกครึ่งเกาหลี ในภาคนี้จึงมีจับสองสาวอย่างลอร่าและคิตตี้มาแต่งชุดฮันบกเพื่อตอกย้ำว่าทั้งสองนั้นมีสายเลือดเกาหลีอยู่ในตัวแม้แม่ของเธอจะเสียไปนานแล้วก็ตาม ฉากนี้เป็นฉากที่น่ารักมาก ๆ เพราะคิตตี้ในเรื่องแม้เธอจะมีสายเลือดเกาหลีก็จริงแต่หน้าของเธอนั้นออกไปทางฝรั่งมากกว่าอีก พอจับเธอมาอยู่ในลุคสาวน้อยเกาหลี บุคลิกสดใสก็น่ารักไปอีกแบบ
6. ดูหนังฝึกภาษา
ถ้าใครที่กำลังมองหาหนังฝรั่งเพื่อฝึกภาษาอยู่แล้วละก็ต้องดูเรื่องนี้ แนะนำเลยค่ะ เพราะภาษาที่ใช้กันในหนังนั้นเป็นระดับภาษาทั่วไป และบทสนทนาในชีวิตประจำวัน สามารถฝึกพูดตามและนำมาใช้จริง ๆ ได้และหากใครอยากเพิ่มเลเวลความยากก็คงต้องฟังคิตตี้พูดเพราะเธอนั้นรัวไฟแล่บ ชนิดที่ว่าเกือบจะไม่หายใจเลยค่ะ การดูหนังภาษาอังกฤษทำให้เราเล่นภาษาแบบไม่เบื่อเลยแหละค่ะ ลองดูน่า
ก่อนที่จะจบกันไปกับ To All the Boys: P.S. I Still Love You ในภาคที่สองนี้ก็อยากจะพูดถึง quote หนึ่งที่น่าประทับใจมาก ๆ จากฉากที่สตอร์มมี่พูดกับล่อร่าว่า ‘Sometimes you have to kiss the wrong man to know what’s right’ ซึ่งก็หมายความว่า บางครั้งเราก็ต้องจูบคนที่ไม่ใช่ เพื่อจะได้รู้ว่าคนไหนใช่ เป็นประโยคที่ดูเหมือนจะธรรมดาแต่มันคม และแฝงไปด้วยความหมาย หากเราลองมองให้ลึกลงไปถ้าไม่มองในมุมของเรื่องความรักนะประโยคนี้ก็แฝงความหมายที่สื่อถึงการที่ว่าบางครั้งเราก็ต้องทำอะไรที่มันไม่ใช่บ้าง เพื่อที่จะได้รู้ว่าสิ่งที่ใช่ที่สุดคืออะไรนั่นเองค่ะ จบคมกริบ ไว้เจอกันอีกในบทความหน้านะคะ