รีวิว ‘แวมไพร์ ทไวไลท์ 2 นิวมูน’ – พร้อมเรื่องย่อ (The Twilight Saga: New Moon)

หลังจากเราได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นมหากาพย์แวมไพร์ Twilight ไปในบทความที่แล้ว คราวนี้ก็ถึงคิว The Twilight Saga: New Moon: แวมไพร์ ทไวไลท์ 2 นิวมูน ภาคต่อของ The Twilight หรือทไวไลท์ภาค 1 นั่นเองค่ะ เพราะหลังจากภาคแรกจบลง ภาพยนต์ทไวไลท์ก็ได้รับคำวิพากย์วิจารย์อย่างมากมายทั้งทางบวกและทางลบ นอกจากนี้กระแสผู้ชมและความนิยมของโรเบิร์ต แพตตินสัน และ คริสเตน สจ๊วต ก็พุ่งกระฉูดจนฉุดไม่อยู่ ทีมผู้สร้างจึงเริ่มดำเนินการถ่ายทำต่ออย่างไม่รีรอ ภาคนี้ได้ทีมงานและนักแสดงชุดเดิมกลับมาสวมบทบาทตัวละครและเปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ค.ศ. 2009 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ซึ่งเนื้อเรื่องในภาคนี้จะเน้นไปที่การสื่ออารมณ์ของเบลล่า สวอน หรือนางเอกของเรานั่นเอง หลังจากภาคที่แล้วเธอสามารถรอดชีวิตจากการตามไล่ล่าของแวมไพร์นักสะกดรอยมาได้ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและแฟนหนุ่มแวมไพร์ที่ดูเหมือนจะราบรื่นสวยงามก็ต้องหยุดชะงักเพราะเหตุผลบางอย่าง นอกจากความขื่นขมแล้วเบลล่าต้องต่อสู้กับความสับสนที่ได้รับจากเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่ออีกด้วย




ข้อมูลทั่วไปของ The Twilight Saga: New Moon: แวมไพร์ ทไวไลท์ 2 นิวมูน

แนวภาพยนต์ โรแมนติก แฟนตาซี แอคชั่น
เขียนบทโดย เมลิซซา โรเซนเบิร์ก
สร้างโดย ซัมมิต เอนเตอร์เทนเมนต์
กำกับการแสดงโดย คริส วีตซ์
ความยาวภาพยนต์ 130 นาที
ปีที่ออกอากาศ 2552
เรตการรับชม 13+
นักแสดงนำ – คริสเตน สจ๊วต รับบทเป็น เบลล่า สวอน
– เบิร์ต แพตตินสัน รับบทเป็น เอ็ดเวิร์ด คัลเลน
– เทย์เลอร์ เลาต์เนอร์ รับบทเป็น เจคอบ แบล็ค
นักแสดงสมทบ – แชสเก สเปนเซอร์ รับบทเป็น แซม อูลีย์
– แอชลี่ย์ กรีน รับบทเป็น อลิซ คัลเลน
– ไมเคิล ชีน รับบทเป็น อาโร
– ราเชล เลอเฟอริม รับบทเป็น วิคตอเรีย

เรื่องย่อ The Twilight Saga: New Moon: แวมไพร์ ทไวไลท์ 2 นิวมูน

เรื่องราวทั้งหมดในภาคนี้เริ่มต้นที่ครอบครัวคัลเลน พวกเขากำลังจัดงานฉลองวันเกิดให้กับเบลล่าอย่างอบอุ่นและสนุกสนาน แต่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทำให้ แจสเปอร์ เฮล (แจ็คสัน รัทซ์โบน) ที่ยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ดีนักพุ่งเข้าทำร้ายเบลล่าแต่ เอ็ดเวิร์ด (โรเบิร์ต แพตตินสัน) เข้ามาช่วยไว้ได้ทันแต่การกระทำของเขากลับทำให้เธอได้รับบาดเจ็บ และเหตุการณ์นี้ส่งผลให้เอ็ดเวิร์ดตัดสินใจเดินออกจากชีวิตเธอ เขารู้ดีว่าเบลล่าจะปลอดภัยมากแค่ไหนถ้าไม่มีเขาในชีวิต แต่ความจริงกลับไม่เป็นอย่างนั้นเพราะหลังจากเอ็ดเวิร์ดจากไปเบลล่าต้องจมอยู่กับอาการเศร้าสร้อยและความหดหู่ เธอเอาแต่เก็บตัวไม่สุงสิงกับใคร รวมถึงทำเรื่องเสี่ยงตายทั้งหลายเพราะหวังว่าจะได้เจอชายหนุ่มที่รักอีกครั้ง

ขณะเดียวกันเพื่อนสนิทอย่าง เจคอบ แบล็ก (เทย์เลอร์ เลาต์เนอร์) ก็ก้าวเข้ามาอยู่เคียงข้างทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นได้บ้าง พวกเขามักจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันจนเธอรู้ความจริงที่เจคอบเป็นมนุษย์หมาป่าในที่สุด แน่นอนว่าความรักที่มีอยู่ในใจของเจคอบพุ่งทะลักจนเก็บไว้ไม่ไหว ขณะเดียวกันใจของเบลล่าเองก็เต็มไปด้วยความสับสน เธอแน่ใจว่ายังรักเอ็ดเวิร์ดอยู่เต็มอกแต่กลับรู้สึกดีกับความอบอุ่นที่ได้รับจากเจคอบ แต่ทุกอย่างก็กระจ่างแจ้งเมื่อเบลล่าตัดสินใจทิ้งหมาป่าเพื่อไปช่วยแวมไพร์ที่ตั้งใจจะฆ่าตัวตายด้วยการเปิดเผยตัวตนต่อมนุษย์อย่างไม่ลังเล

เหตุผลที่คุณควรดู The Twilight Saga: New Moon: แวมไพร์ ทไวไลท์ 2 นิวมูน

1. ภาคต่อภาพยนต์ดังที่ทำรายได้กว่าร้อยล้านดอลลาร์

หลายคนอาจจะเคยดูทไวไลท์ภาคที่หนึ่งมาแล้ว ซึ่งปฐมบทของซีรีส์แวมไพร์ชุดนี้ก็ทำได้อย่างดีเยี่ยมและมีกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ทางทีมผู้สร้างจึงไม่รีรอที่จะถ่ายทำภาคต่อและนำมาเสิร์ฟให้ผู้ชมอย่างเราในปีต่อมาโดยที่ไม่รู้สึกขาดตอน และแน่นอนว่า The Twilight Saga: New Moon หรือ แวมไพร์ ทไวไลท์ 2 นิวมูน ก็ทำออกมาดีสมกับที่เราตั้งหน้าตั้งตารอค่ะ

2. ฝูงหมาป่าควิลยูต

นอกจากพล็อตเรื่องแล้ว เหตุผลที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ดูไหลลื่นและน่าสนใจก็คือหนุ่ม ๆ จากฝูงหมาป่าที่พกพาความหล่อล่ำมาประชันกันแบบไม่มีใครยอมใครโดยเฉพาะหนุ่มเทย์เลอร์ เลาต์เนอร์ ที่แสดงเป็นเจคอบ แบล็ก หนุ่มหุ่นล่ำ หน้าคม ผิวแทน และฟันขาวจั๊วที่มักจะถอดเสื้ออวดซิกแพ็กแน่น ๆ ให้เรารู้สึกเคลิบเคลิ้มได้ตลอด ไว้ผมยาวเป็นหนุ่มเซอร์ว่าหล่อแล้ว ตอนโผล่มาพร้อมทรงผมใหม่และรอยสักยิ่งทำให้เรารู้สึกอิจฉาเบลล่ามากขึ้นไปอีก อยากมีเพื่อนแบบนี้สักเจ็ดแปดคน

3. การแสดงออกทางสีหน้าและแววตาของตัวละคร

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เราชอบภาพยนต์เรื่องนี้ก็คือสีหน้าและแววตาของตัวละครค่ะ สำหรับเราแล้วการแสดงออกเหล่านี้มันค่อนข้างที่จะยากนะคะ ซึ่งนักแสดงแต่ละคนก็ทำส่วนนี้ออกมาดีมาก ๆ และสื่อถึงตัวตนและความรู้สึกของตัวละครได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นสายตาของเจคอบยามที่เต็มไปด้วยความรัก ความหวงแหน และความอบอุ่นยามมองเบลล่า, แววตาของเอ็ดเวิร์ดที่มักจะเศร้าสร้อยและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดต่าง ๆ นานา หรือเบลล่าที่มักจะแสดงความสับสนและกังวลใจผ่านแววตาอยู่เสมอ

4. สถานที่ถ่ายทำและคอมพิวเตอร์กราฟิก

สถานทีถ่ายทำก็ค่อนข้างมีผลต่อภาพรวมของภาพยนต์ค่ะ ซึ่งเมืองฟอร์คสนั้นถูกถ่ายทำที่รัฐโอเรกอน ตั้งอยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกาที่มีครบทั้งป่าเขาทะเลสาบ ซึ่งตรงกับบรรยากาศของเมืองฟอร์คสที่มีภูมิอากาศชื้นและฝนตกชุก นอกจากนี้บรรยากาศในซีรีส์ยังมีการแต่งสีเข้มให้ดูค่อนข้างอึมครึมเหมาะกับการอยู่อาศัยของแวมไพร์และหมาป่า ทำเอาเรารู้สึกหนาวตามไปด้วยเลยค่ะ

5. ฉากต่อสู้ดุเดือด เข้มข้น

เนื้อเรื่องในภาคนี้เข้มข้นขึ้นและการเปิดเผยตัวตนของเจคอบก็ทำให้เบลล่าตกใจอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ ส่วนเรื่องของฉากต่อสู้นั้นทำได้ดีสุด ๆ ไม่ว่าจะเป็นฉากที่เบลล่าเข้าไปหาเรื่องแซมเพราะคิดว่าเขาทำให้เจคอบเปลี่ยนไปซึ่งนั่นเป็นครั้งแรกที่เธอรู้ว่าพวกของแซมและเจคอบเป็นมนุษย์หมาป่า ถ้าเป็นเราอยู่ในเหตุการณ์นั้นคงจะเป็นลมสักสิบตลบ แต่สาวเบลล่าก็สามารถยืนประจันหน้าหมาป่าตัวใหญ่ยักษ์อย่างไม่เกรงกลัว หรือจะเป็นฉากต่อสู้ระหว่างเอ็ดเวิร์ดและกลุ่มโวตูรีที่ทำเราลุ้นจนตัวเกร็งเลยทีเดียวค่ะ





และนี่ก็คือ The Twilight Saga: New Moon: แวมไพร์ ทไวไลท์ 2 นิวมูน ภาคต่อซีรีส์แวมไพร์สุดโด่งดังที่เราหยิบยกมาแนะนำเพื่อน ๆ ค่ะ เรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งภาพยนต์แฟนตาซีในดวงใจของใครหลาย ๆ แม้ว่าจะผ่านมานานหลายปีแล้วแต่เราก็ยังกลับมาดูและอินกับความสัมพันธ์ของเจคอล, เอ็ดเวิร์ด และเบลล่าได้เสมอเลยค่ะ ซึ่งตอนนี้ซีรีส์ทไวไลท์ก็สามารถรับชมผ่านเน็ตฟลิกซ์ได้อีกด้วย นอกจากนี้เว็บไซต์ของเราก็ยังมีบทความแนะนำภาพยนต์หรือซีรีส์ดัง ๆ อีกเยอะเลยนะคะ สามารถกดดูได้ตามลิงก์เลย แนะนำซีรีส์แฮร์รี่ พอตเตอร์ฉบับครบทุกภาค, แนะนำซีรีส์จีนพระเอกหล่อละมุน, แนะนำซีรีส์ดัง Crash Landing On You, แนะนำซีรีส์ยอดฮิต Descendants of Sun และ แนะนำซีรีส์เกาหลี The Uncanny Counter

Next Post