มาถึงภาคต่อของบทความซูเปอร์ฮีโร่จากจักรวาลมาร์เวลกันอย่างรวดเร็ว หลังจากบทความ แจกไทม์ไลน์จักรวาล Marvel Part 1 เราจบไว้ที่ The Avengers: Age of Ultron ที่มีวายร้ายเป็นหุ่นยนต์ AI เป็นครั้งแรก บทความนี้จะว่าด้วยเรื่องราวที่ต่อจากเหตุการณ์และเรียงตามไทม์ไลน์เวลาจริงของหนัง ไม่ได้เรียงตามปีที่ออกอากาศ เพื่อให้แฟนมาร์เวลมือใหม่หรือคนที่ต้องการทำความเข้าใจเนื้อเรื่องสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวได้ง่ายขึ้น
ซึ่งนอกจากฮีโร่ตัวหลักอย่าง ไอรอนแมน, กัปตันอเมริกา, แบล็ควิโดว์ หรือ ธอร์ ในบทความนี้เราจะได้รู้จักกับฮีโร่คนใหม่และเหล่าวายร้ายหน้าใหม่อีกมากมาย ที่ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญและเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ทาง Marvel studios ได้ปูเรื่องไว้และร้อยเรียงเรื่องราวไปจนถึงบทสุดท้ายค่ะ
ในส่วนของบทความนี้จะประกอบไปด้วยหนัง 10 เรื่องที่เป็นเส้นเรื่องหลักต่อจาก 13 เรื่องจากบทความก่อนหน้า: ไทม์ไลน์จักรวาล Marvel Part 1 จนครบ 23 เรื่องของจักรวาลมาร์เวล ซึ่งการเรียงเรื่องในรูปแบบนี้จะเข้าใจง่ายกว่าการดูตามปีที่ออกอากาศและเหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูหนังมาราธอนยิงยาว 23 เรื่องรัว ๆ ในวันหยุด เพราะหลังดูจบจนครบแล้วรับรองว่าเพื่อน ๆ จะต้องอินและเข้าใจกับหนังรวมถึงเมสเสจที่ผู้กำกับและผู้ให้กำเนิดเหล่าฮีโร่มาร์เวลาอย่าง สแตน ลี ที่ต้องการจะบอกผ่านตัวละครแน่นอนค่ะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปดู 10 เรื่องที่เหลือกันเลย!!
14. Ant–Man มนุษย์มดมหากาฬ
| ผู้กำกับ | Peyton Reed |
|---|---|
| นักแสดงนำ | Paul Rudd, Evangeline Lilly, Corey Stoll, Bobby Cannavale และ Michael Peña |
| ความยาวหนัง | 117 นาที |
| ปีที่ออกอากาศ | 2015 |
สก็อต แลงก์ (Paul Rudd) อดีตนักโทษคดีอาชญากรรมที่ล้มเหลวในชีวิตคู่และหน้าที่การงาน ได้มาพบกับ ดร.แฮงก์ (Michael Douglas) ที่พยายามเกลี้ยกล่อมให้เขากลับตัวกลับใจจากโจรธรรมดามาเป็นซูเปอร์ฮีโร่คนใหม่ของโลก โดยอาศัยเทคโนโลยีและความสามารถของ ดร. ที่ทำให้เขามีพลังวิเศษในการย่อหรือขยายขนาดของร่างกายได้อย่างอิสระตามต้องการ ดังนั้น สก็อต แลงก์ จึงสามารถย่อส่วนจนมีขนาดเท่ามดได้และในขณะเดียวตัวของเขาเองกันก็มีพลังกำลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลอีกด้วย ซึ่งในเรื่องนั้นเขาได้รับภารกิจใหญ่หลวงในการปกป้องมนุษยชาตินับล้านชีวิต ในฐานะซูเปอร์ฮีโร่มือใหม่เขาจะทำได้สำเร็จหรือไม่? และเรื่องราวรายละเอียดต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรนั้น? โปรดติดตามกันต่อใน Ant–Man มนุษย์มดมหากาฬได้เลยค่ะ
เนื้อเรื่องของ Ant–Man ภาคแรกจะเป็นการบอกเล่าที่มาของตัวละคร นับว่าเป็นการเปิดตัวซูเปอร์ฮีโร่น้องใหม่ในจักรวาล Marvel ที่น่าสนใจ โดย Ant–Man จะเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่สามารถยืดและหดร่างได้อย่างอิสระเมื่อสวมชุดเกราะ และเขาเองก็ค่อนข้างมีสไตล์ที่ต่างจากซูเปอร์ฮีโร่คนอื่น ๆ อยู่มาก เพราะแม้ว่าจะเป็นซูเปอร์ฮีโร่ตัวเท่ามดแต่ความฮาและความกวนนั้นเรียกว่าใหญ่เกินตัวหลายร้อยเท่า สามารถเรียกเสียงหัวเราะได้ตลอดทั้งเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นพากย์ไทยก็ดี หรือจะเป็นแบบซับไทยก็ฮาน้ำตาเล็ดจริง ๆ ค่ะ ใครที่เครียด ๆ จากการทำงาน รับรองดูเรื่องนี้ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ
15. Captain America: Civil War กัปตันอเมริกา: ศึกฮีโร่ระห่ำโลก
| ผู้กำกับ | Anthony Russo และ Joe Russo |
|---|---|
| นักแสดงนำ | Chris Evans, Robert Downey Jr., Scarlett Johansson, Sebastian Stan, Anthony Mackie และ Don Cheadle |
| ความยาวหนัง | 147 นาที |
| ปีที่ออกอากาศ | 2016 |
หลังมหาศึกสงคราอัลตรอนจบลง เหล่าอเวนเจอร์ก็ตระหนักได้ว่าการต่อสู้ของพวกเข้านั้นได้สร้างบาดแผลให้กับประชาชนมากแค่ไหนโดยเฉพาะประเทศโซโกเวียที่ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ และด้วยเหตุผลนี้รัฐบาลจึงต้องการสร้างข้อตกลงขึ้นเพื่อควบคุมการใช้พลังของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ในการออกปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งแน่นอนว่าก็มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่คนดูอย่างพวกเราสามารถสัมผัสได้มาแต่ไหนแต่ไร ก็คืออุดมการณ์ระหว่าง Iron Man หรือ โทนี่ สตาร์ก (Robert Downey Jr.) และ Captain America หรือ สตีฟ โรเจอร์ (Chris Evans) ที่ไม่ลงรอยกันอยู่แล้ว ดังนั้นจึงทำให้พวกเขาแตกหักออกเป็นสองกลุ่ม
ในขณะเดียวกัน บั๊คกี้ บาร์นส์ (Sebastian Stan) ตัวร้ายจาก Captain America ภาค 2 ก็กลับมาสร้างความวุ่นวายอีกครั้งโดยการถล่มตึกและสังหารกษัตริย์แห่งวากานด้า ส่งผลให้กลุ่มของโทนี่ตามล่า บั๊คกี้ บาร์นส์ อย่างดุเดือด แต่ด้วยความสัมพันธ์ในอดีตของกัปตันอเมริกากับ บั๊คกี้ บาร์นส์ ที่นับว่าเป็นเพื่อนรักกันมานานหลายปี ทำให้กัปตันอเมริกาเลือกที่จะช่วยเหลือเพื่อนมากกว่าทำตามหน้าที่ ความขัดแย้งภายในทีมอเวนเจอร์ทำให้เหล่าฮีโร่ต้องหันกลับมาสู้กันเอง โดยมีวายร้ายตัวใหม่คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง ซึ่งในภาคนี้เราจะได้เห็นฉากการต่อสู้ระหว่าง Iron Man และ Captain America ชนิดที่เรียกว่ามันส์ทุกฉากจริง ๆ ค่ะ
ขอบอกเลยว่า Captain America 3 ภาคนี้เป็นการต่อสู้ที่มันส์และสนุกยิ่งกว่าภาคไหน ๆ เพราะฮีโร่แต่ละคนต่างก็รู้จุดอ่อนและมีความสามารถแบบสมน้ำสมเนื้อ ต่างคนต่างก็งัดเอาไม้เด็ดสาดใส่กันไม่อั้น แถมยังมีตัวละครลับออกมาเซอร์ไพรส์อีกด้วย ในส่วนของเนื้อเรื่องก็เข้มข้นจนเหงื่อหยดติ๋ง ๆ ไม่มีฉากไหนเด่นหรือดรอปมากจนเกินไป สามารถดูได้สนุกเพลิน ๆ ทั้งเรื่อง ยิ่งเป็นฉากต่อสู้ระหว่างไอรอนแมนกับกัปตันอเมริกานี่ดุเดือดเลือดพล่านยิ่งกว่าคู่ไหน ๆ แถมตัวละครลับจากทั้ง 2 ฝั่งก็ยียวนกวนส้นเท้าจนเราหัวเราะแทบไม่หยุดเลยค่ะ เป็นภาคที่ไม่ควรพลาดสุด ๆ เพราะภาคนี้จะส่งผลต่อเนื้อเรื่องของหนังเรื่องต่อไปอีกด้วย
หากเพื่อน ๆ สงสัยว่าทำไมใน Captain America 3 เราไม่เจอธอร์หรือฮัคล์ในเรื่องเลย เหตุผลนั้นไม่ใช่เพราะตัวนักแสดงคิวไม่ว่างนะคะ แต่เป็นเพราะช่วงเวลาใน Captain America 3 นั้นมันเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับ Thor Ragnarok ที่ธอร์ต้องเผชิญกับตัวร้ายเฮลล่าและฮัคล์เองก็หนีไปอยู่นอกโลกแล้ว ซึ่งตัวละครทั้งสองนี้จะไปโผล่ใน Thor ภาค Ragnarok ค่ะ
16. Spider-Man: Homecoming สไปเดอร์แมน: โฮมคัมมิ่ง
| ผู้กำกับ | Jon Watts |
|---|---|
| นักแสดงนำ | Tom Holland, Michael Keaton, Jon Favreau, Gwyneth Paltrow และ Zendaya |
| ความยาวหนัง | 133 นาที |
| ปีที่ออกอากาศ | 2017 |
ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ (Tom Holland) หนุ่มเนิร์ดหัวใสที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ตัวเองและต้องการเป็นที่ยอมรับในสังคมเหมือนกับวัยรุ่นทั่ว ๆ ไป เขาเป็นคนที่มีความสามารถในการประดิษฐ์และเชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ แต่วันหนึ่งเขาโดนแมงมุมกัดและค้นพบว่าตัวเองมีพลังวิเศษเหนือมนุษย์ ปีเตอร์จึงพยายามฝึกควบคุมพลังเหล่านั้นและคอยกำจัดคนชั่วอย่างลับ ๆ โดยไม่ให้ แนด (Jacob Batalon) เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในโรงเรียนและ ป้าเมย์ (Marisa Tomei) รู้ความลับนี้ แต่ขณะเดียวกันปีเตอร์ก็อยากเปิดเผยตัวตนและอยากเป็นที่ยอมรับของ เอ็มเจ (Zendaya) สาวที่ตัวเองแอบหลงรัก
ส่วนทางด้านตัวร้ายของเรื่องอย่าง เอเดรียน ทูเมอร์ส (Michael Keaton) เปิดบริษัทรับเหมาเก็บกวาดซากปรักหักพังที่เกิดจากการต่อสู้ระหว่างทีมอเวนเจอร์สกับเอเลี่ยน และเขาก็ได้แอบนำเอาชิ้นส่วนเหล่านั้นมาสร้างเป็นอาวุธชิ้นใหม่เพื่อขายต่อให้กับเหล่าอาชญากร จนวันหนึ่งเอเดรียนได้สร้างอาวุธชิ้นหนึ่งขึ้นมาและได้ผันตัวเองมาเป็น วัลเชอร์ วายร้ายตัวใหม่ของโลก งานนี้ปีเตอร์ต้องฉายเดี่ยวพิสูจน์ความสามารถเพื่อหวังจะเป็นหนึ่งในทีมอเวนเจอร์สให้ได้
เรียกว่าเป็นตำนานบทใหม่ของสไปเดอร์แมนเลยก็ว่าได้สำหรับหนุ่ม Tom Holland เพราะในเรื่องนี้ทอมได้แสดงฝีไม้ลายมือในบทสไปเดอร์คนใหม่ได้อย่างลงตัวและมีเอกลักษณ์สุด ๆ จนทำให้ภาพหนุ่มชุดแดงรัดติ้วเป็นภาพจำของใครหลาย ๆ คน อีกทั้งสำเนียงและใบหน้าทะเล้น รวมถึงท่าทางต่าง ๆ ก็เหมือนเวอร์ชั่นคอมมิกส์เป๊ะ ๆ ทำเอาหลายคนถูกอกถูกใจสไปเดอร์แมนเวอร์ชั่นนี้กันไม่น้อย ในส่วนของเนื้อเรื่องก็ค่อนข้างจะน่าสนใจทีเดียวค่ะ เริ่มแรกจะเป็นการเล่าชีวิตที่แสนน่าเบื่อของเด็กมัธยมก่อน จากนั้นก็เริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ตามสเต็ป อีกทั้งการต่อสู้และแสงสีเสียงบอกเลยว่าอลังการและเล่นใหญ่ไม่แพ้ซูเปอร์ฮีโร่รุ่นพี่แน่นอน โดยเหตุการณ์ของ Spider-Man: Homecoming ในภาคนี้จะดำเนินหลังจาก Civli War หรือ Captain America 3 ได้ไม่นานค่ะ
17. Doctor Strange จอมเวทย์มหากาฬ
| ผู้กำกับ | Scott Derrickson |
|---|---|
| นักแสดงนำ | Benedict Cumberbatch, Mads Mikkelsen, Chiwetel Ejiofor, Benedict Wong, Michael Stuhlbarg และ Tilda Swinton |
| ความยาวหนัง | 115 นาที |
| ปีที่ออกอากาศ | 2016 |
หลังจากที่มีการกล่าวถึง ดร.สเตรนจ์ ใน Captain America ภาค The Winter Soldier แบบให้อยากรู้พอหอมปากหอมคอกันไปแล้ว ตอนนี้ทาง Marvel studios ก็ได้ปล่อยหนังภาคเต็มที่เกี่ยวกับ ดร.สเตรนจ์ ออกมาเต็ม ๆ ให้เราได้รู้ถึงที่มาที่ไปของตัวละครตัวนี้ โดยเริ่มเรื่องจาก สตีเฟ่น สเตรนจ์ (Benedict Cumberbatch) ศัลยแพทย์ฝีมือดีผู้มีชื่อเสียงก้องโลกที่เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวและอีโก้สูงลิ่ว วันหนึ่งเขาประสบอุบัติเหตุจนไม่สามารถควบคุมมือที่เคยสร้างชื่อเสียงได้เหมือนเคย หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นสเตรนจ์ก็จมอยู่กับความเศร้าและหมดเงินทองไปกับการรักษามือมากมายแต่ไม่เป็นผล
จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้ยินเสียงเล่าลือถึงผู้มีความสามารถในดินแดนที่ไกลออกไป ด้วยความช่วยเหลือของ บารอน มอร์ดอ (Chiwetel Ejiofor) สเตรนจ์ได้ดั้นด้นไปถึงทิเบตและเข้าพบ ดิแองเชี่ยนวัน (Tilda Swinton) ที่เป็นผู้มีพลังวิเศษโบราณ ตอนแรกสเตรนจ์ไม่เชื่อเรื่องเกี่ยวกับเวทมรต์คาถา เพราะเขาเติบโตมากับวิทยาศาสตร์เกือบทั้งชีวิต หลังจากได้ดูโชว์ชุดใหญ่จัดเต็มจาก ดิแองเชี่ยนวัน ก็ทำให้เขาเกิดความเลื่อมใสและฝากตัวเป็นศิษย์เพียงแค่อยากได้มือกลับมา แต่เรื่องราวไม่เป็นดังคาดหวังเพราะหลังจากฝึกวิชาจนสามารถเรียกใช้คาถาระดับสูงได้แล้ว สเตรนจ์ต้องกลายเป็นหนึ่งในผู้ปกป้อง ร่วมต่อสู้กับ ไคซีเลียส (Mads Mikkelsen) อดีตศิษย์สำนักเดียวกันที่ต้องการปลุก ดอร์มามู เจ้าแห่งมิติมืดออกมากลืนกินโลก
Doctor Strange เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่แตกต่างทีมอเวนเจอร์สอย่างเห็นได้ชัด พลังของสเตรนจ์นั้นเกี่ยวกับเวทมนต์คาถา โดยเนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับหมอที่อยู่กับวิทยาศาสตร์มาทั้งชีวิต อยู่ดีคืนดีต้องเปลี่ยนมาร่ายคาถาช่วยผู้คนแทนการเข้าห้องผ่าตัด และยังได้รู้อีกว่าโลกของเราเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของจักรวาลเท่านั้นแถมยังมีปีศาจมืดอีก ในส่วนของการดำเนินเรื่องบอกเลยว่าสนุกและไม่น่าเบื่อเลยค่ะ ภายในหนังเต็มไปด้วย CG ที่เนียนสมจริงและว้าวสุด ๆ ยิ่งฉากโลกพับหรือฉากที่พื้นเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ นี่ทั้งว้าวปนเวียนหัวสลับกันไปเลยทีเดียว โดยในเรื่องนี้ยังมีการปรากฏตัวของอัญมณีเม็ดที่ 5 อีกด้วยนะคะ
18. Black Panther แบล็ค แพนเธอร์
| ผู้กำกับ | Ryan Coogler |
|---|---|
| นักแสดงนำ | Chadwick Boseman, Michael B. Jordan, Lupita Nyong’o, Danai Gurira, Andy Serkis, Forest Whitaker, Martin Freeman, Daniel Kaluuya และ Letitia Wright |
| ความยาวหนัง | 134 นาที |
| ปีที่ออกอากาศ | 2018 |
หลายพันปีก่อนมีอุปกาบาตลูกหนึ่งตกลงสู่ทวีฟแอฟริกาทำให้ชนเผ่าแอฟริกันจำนวน 5 ชนเผ่ามาอาศัยอยู่รวมกันและตั้งเป็น ประเทศวากานด้าขึ้น ต่อมามีนักรบผู้หนึ่งได้ดื่มน้ำจากดอกไม้ศักดิ์สิทธ์และได้รับพลังวิเศษจนกลายเป็น แบล็คแพนเธอร์ และกลายเป็นกษัติย์องค์แรก แต่ ชนเผ่าจาบารี ไม่ยอมอยู่ใต้การปกครองและตั้งตัวเป็นศัตรูกับกษัตริย์ทุกพระองค์เพราะหวังชิงบัลลังก์และตำแหน่งแบล็คแพนเธอร์
ต่อมาหลังกษัตริย์คนล่าสุดสิ้นพระชนม์ องค์ชายทีชาล่า (Chadwick Boseman) ต้องขึ้นรับตำแหน่งด้วยหัวใจที่เจ็บปวดและต้องเข้าร่วมประลองเพื่อแสดงความแข็งแกร่งและพิสูจน์ว่าตนคู่ควรกับตำแหน่งนักรบอันศักดิ์สิทธิ์ แต่แล้วก็เกิดความไม่สงบขึ้นเมื่อ แร่ไวเบรเนียม แร่ธาตุที่ชาววากานด้าหวงแหนและเก็บซ่อนมายาวนานถูกนำไปขาย งานนี้ทีเจ้าชายชาล่าต้องรับมือทั้งศึกนอกและศึกในที่เป็นถึงน้องชายของตัวเอง
แบล็คแพนเธอร์เป็นซูเปอร์ฮีโร่ผิวดำเพียงคนเดียวในจักรวาลมาร์เวล นอกจากความสนุกและฉากบู๊แอคชั่นแล้วตัวหนังยังแฝงไปด้วยข้อความมากมายที่ผู้กับและนักแสดงต้องการสื่อถึงคนผิวขาวที่โดนกดขี่มาอย่างช้านาน ไม่ว่าจะเป็นความสามารถและพลังอันแข็งแกร่งของแบล็คแพนเธอร์ที่เก่งไม่น้อยกว่าซูเปอร์ฮีโร่คนอื่น ๆ หรือภาพลักษณ์ของประเทศที่ดูยากจนแร้นแค้นแต่ภายในกลับเต็มไปด้วยวิทยาการล้ำ ๆ มากมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นความตั้งใจของชาววากานด้าเอง ในส่วนของเนื้อเรื่องบอกเลยว่าสนุก ถึงแม้ช่วงต้นเรื่องจะดูน่าเบื่อไปบ้าง แต่ฉากต่อสู้กลาง ๆ ไปจนถึงท้ายเรื่องคือไม่ยิ่งใหญ่อลังการน่าตื่นเต้นไม่แพ้หนังซูเปอร์ฮีโร่อื่น ๆ เลยค่ะ และส่วนที่ทำให้เราประทับใจที่สุดต้องยกให้กับเพลงประกอบและการแต่งกายของชาววากานด้าที่เอาวิทยาการสมัยใหม่มาผสมผสานกับความเป็นชนเผ่าได้อย่างลงตัวมาก ๆ แนะนำต้องไปดูด้วยตัวเองค่ะ
19. Thor: Ragnarok ธอร์: ศึกอวสานเทพเจ้า
| ผู้กำกับ | Taika Waititi |
|---|---|
| นักแสดงนำ | Chris Hemsworth, Tom Hiddleston, Cate Blanchett, Idris Elba และ Jeff Goldblum |
| ความยาวหนัง | 130 นาที |
| ปีที่ออกอากาศ | 2017 |
หลังจบสงครามอัลตรอน ธอร์ (Chris Hemsworth) เทพเจ้าสายฟ้าต้องกลับมาเยือนแอสการ์ดอีกครั้ง แต่พบว่า เฮลล่า (Cate Blanchett) ราชินีแห่งความตายที่หลุดจากการกักขังและมุ่งหน้ามาถล่มแอสการ์ดตามคำทำนาย เมื่อมาถึงแอสการ์ดเขาก็พบอีกว่าไม้เบื่อไม้เมาอย่าง โลกิ (Tom Hiddleston) น้องชายบุญธรรมได้แปลงร่างเป็นเทพโอดินและนั่งครองบัลลังก์แอสการ์ดตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้
แต่ก่อนจะได้จัดการทุกอย่างให้เข้ารูปเข้ารอย ธอร์ กลับโดนเฮล่าทำลายด้วยอาวุธอันทรงพลังจนกลายเป็นผุยผงและตัวของเขาเองก็กระเด็นไปตกที่ ดาวคาซาร์ และกลายเป็นกลาดิเอเตอร์ (กลาดิเอเตอร์ คือ ทาสที่ต้องประลองฝีมือต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดในเวที) แถมเขายังต้องต่อสู่กับ ฮัคส์ (Mark Ruffalo) เพื่อนยักษ์ตัวเขียวหนึ่งในสมาชิกอเวนเจอร์ จนแทบเอาตัวไม่รอด ขณะเดียวกันเขาก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อกลับไปยุติสงครามที่แอสการ์ดก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้
ศึกอวสานเทพเจ้าถือว่าเป็นหนังภาคที่ 3 ของเทพเจ้าสายฟ้าหน้าหล่ออย่างธอร์ ซึ่งในเรื่องนี้ค่อนข้างจะแตกต่างจากสองเรื่องก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด ในเรื่องจะเต็มไปด้วยฉากสู้รบปนมุกตลกโปกฮาที่มีให้เห็นแทบตลอดทั้งเรื่อง รวมถึงซีจีและฉากต่าง ๆ ก็ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม เน้นสีสันฉูดฉาดและเพลงประกอบที่มันส์จนต้องโยกหัวตาม จึงยิ่งเสริมให้หนังสนุกแบบทวีคูณ อีกทั้งการวางบทและนักแสดงก็ทำได้ดีเพราะตัวละครทุกตัวมีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ไม่ถูกกลืนหายไปกับเนื้อเรื่อง
20. Ant – Man and The Wasp แอนท์-แมน และ เดอะ วอสพ์
| ผู้กำกับ | Peyton Reed |
|---|---|
| นักแสดงนำ | Paul Rudd, Evangeline Lilly, Michael Peña, Walton Goggins และ Bobby Cannavale |
| ความยาวหนัง | 118 นาที |
| ปีที่ออกอากาศ | 2018 |
หลังจากเลือกอยู่ทีมกัปตันในศึก Civil War ทางด้าน สก็อต แลงก์ / Ant–Man (Paul Rudd) ก็ถูกทางการจับกุมและต้องสวมเครื่องติดตามตัวตลอดเวลา ทำให้เขาได้มีโอกาสใช้เวลาร่วมกับลูกสาวที่รักแบบจริง ๆ จัง ๆ สักที แต่อยู่ด้วยกันได้ไม่นาน เพราะ โฮป แวน ไดน์ (Evangeline Lilly) ก็มาขอให้ Ant–Man เข้าร่วมภารกิจออกตามหาแม่ของเธอที่ติดอยู่ในมิติควอนตัมโดยเธอจะสวมชุด เดอะวอสพ์ ช่วยอีกหนึ่งทาง หลังจากเล่นตัวได้สักพักเขาก็ตกปากรับคำ แต่งานนี้ไม่ง่ายเพราะพวกเขาได้เจอกับ โกสต์ วายร้ายปริศนาที่หลุดมายังโลกและมีความสามารถในการทะลุสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ ซึ่งสิ่งที่โกสต์ต้องการมากที่สุดคือเทคโนโลยีขั้นสุดของ ดร. พิม แฮงก์
งานนี้บอกเลยว่าวายป่วงมากกว่าเดิม เพราะนอกจากจะต้องตามหาแม่ของโฮปที่ติดอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้แล้วยังต้องคอยหนีการจับกุมของทางการและตามล่าตัวจากผีที่จู่ ๆ ก็โผล่มาแบบไม่ให้สุ้มไม่ให้เสียง แถมยังเดินทะลุนู่นี่และหยิบจับของได้อย่างอิสระทำให้การจัดการผีตัวนี้ยิ่งยากขึ้นเป็นเท่าตัว ในส่วนของเนื้อเรื่องก็สนุกสุด ๆ เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่าความกวนส้นของแลงก์ไม่เป็นสองรองใคร ยิ่งได้มาจับคู่กับเพื่อนเก่าสุดป่วนและสาวที่กุ๊ก ๆ กิ๊ก ๆ กันอยู่อีกก็ยิ่งทำให้เรื่องนี้เต็มไปด้วยสีสัน บวกกับเทคโนโลยีล้ำ ๆ ของดร.พิม อีก บอกเลยว่าเป็นหนังที่ให้อารมณ์แบบครบรสเลยค่ะ
21. Avenger: Infinity War อเวนเจอร์ส มหาสงครามล้างจักรวาล
| ผู้กำกับ | Anthony Russo และ Joe Russo |
|---|---|
| นักแสดงนำ | Robert Downey Jr., Chris Hemsworth, Mark Ruffalo, Chris Evans, Scarlett Johansson, Benedict Cumberbatch, Don Cheadle, Tom Holland, Chadwick Boseman และ Josh Brolin |
| ความยาวหนัง | 149 นาที |
| ปีที่ออกอากาศ | 2018 |
หลังกอบกู้โลกมานานกว่าสิบปี ในที่สุดโลกก็มาถึงจุดอวสานเมื่อ ธานอส (Josh Brolin) มหาวายร้ายที่มีพลังแข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล กำลังมุ่งหน้ามายังดาวโลกและมีจุดมุ่งหมายในการล้างบางประชากรครึ่งจักรวาล งานนี้เหล่าอเวนเจอร์สและนักรบจะต้องกลับมาผนึกกำลังอีกครั้งและใช้ของวิเศษอย่าง อินฟินิตี้สโตน ที่ครอบครองอยู่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เพราะหากธานอสสะสมหินวิเศษได้ครบทั้ง 6 ชิ้น เขาจะสามารถกำจัดคนทั้งโลกได้ง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัสกันเท่านั้น
หนังเรื่องนี้การปูเรื่องมาอย่างยาวนานผ่านหนังเรื่องก่อนหน้าและมารวบจบทุกปม ทุกปัญหาในเรื่องนี้ค่ะ ธานอสเป็นจอมวายร้ายที่มีพลังมหาศาลและอาศัยอยู่นอกจักรวาล เมื่อโลกไร้การคุ้มกัน จึงเป็นโอกาสดีที่เขาจะบุกเข้ามาแย่งชิงอินฟินิตี้สโตนและล้างบางจักรวาลนี้เพื่อความสมดุล
ในเรื่องนี้เป็นการรวบรวมเหล่าอเวนเจอร์สและนักรบเอาไว้คับคั่งกว่าร้อยชีวิต เรียกว่าเยอะที่สุดในจักรวาลมาร์เวลเลยก็ว่าได้ค่ะ ซึ่งเนื้อเรื่องก็จะไม่ได้ซีเรียสหรือซับซ้อนมากนัก เพราะเดิมทีนักแสดงก็เยอะอยู่แล้ว เรื่องจึงเน้นไปที่การต่อสู้และแก้ปริศนาที่ถูกเชื่อมโยงมาจากเรื่องก่อน ๆ เสียมากกว่า แต่ก็บอกเลยว่านี่คือสองชั่วโมงครึ่งที่คุ้มค่าและประทับใจที่สุดแล้วค่ะ
22. Avengers: Endgame อเวนเจอร์ส: เผด็จศึก
| ผู้กำกับ | Anthony Russo และ Joe Russo |
|---|---|
| นักแสดงนำ | Robert Downey Jr., Chris Evans, Mark Ruffalo, Chris Hemsworth, Scarlett Johansson, Jeremy Renner, Don Cheadle, Paul Rudd และ Josh Brolin |
| ความยาวหนัง | 181 นาที |
| ปีที่ออกอากาศ | 2019 |
หลัง ธานอส (Josh Brolin) เก็บ อินฟินิตี้สโตน จนครบและสร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ให้กับโลกและจักรวาล เขาก็มุ่งหน้ากลับดาวของตัวเอง ทิ้งไว้เพียงเถ้าธุรีและความโศกเศร้าของผู้คนที่ยังหลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด รวมถึงเหล่าอเวนเจอร์บางส่วนที่กระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทาง เมื่อกลับมารวมกันได้พวกเขาจึงมุ่งหน้าไปเยือนถิ่นธานอสเพื่อแย่งอินฟินิตี้สโตนกลับมา แต่ไม่เป็นผลเพราะสายเกินไปแล้วพวกเขาจึงกลับมายังโลกและแยกกันไปใช้ชีวิตตามต้องการ บางคนกลับไปหาครอบครัว บางคนกลับไปหาคนรัก ส่วนบางคนยังจมอยู่กับความสูญเสียที่ยากจะลืมเลือน โลกกลับสู่ความสงบสุขและเต็มไปด้วยทรัพยากรมากมาย แต่แล้วก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อ สก็อต แลงก์ / Ant–Man (Paul Rudd) กลับมาจากมิติควอนตัมพร้อมกับความหวังใหม่ที่ทำให้เหล่าอเวนเจอร์ต้องกลับมารวมตัวอันอีกครั้ง
เป็นการปิดฉากตำนานของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ที่สั่งสมมากว่า 10 ปีได้อย่างสวยงาม จากที่ภาคก่อนหน้าหนังได้ทิ้งปมเอาไว้อย่างน่าหดหู่ เพราะเราแทบไม่มีความหวังเลยว่าเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ในดวงใจจะรอดจากการล้างบางของธานอสได้หรือไม่ และค่อนข้างจะขุ่นเคืองวายร้ายมันม่วงอยู่ไม่น้อย แต่ในภาคนี้เราจะได้เห็นอะไรหลาย ๆ อย่าง เห็นการเปลี่ยนแปลงและความปรารถนาของธานอส รวมไปถึงการคลายปมต่าง ๆ ของเรื่องก็ทำออกมาได้ดี ถึงจะเป็นหนังแอคชั่นแฟนตาซีแต่ก็ทำให้หลายคนแอบน้ำตาซึมอยู่ไม่น้อยเพราะความผูกพันระหว่างตัวละครและตัวของคนดูที่สะสมมาเรื่อย ๆ และเด่นชัดที่สุดในภาคนี้ค่ะ
23. Spider-Man: Far From Home สไปเดอร์แมน: ฟาร์ ฟรอม โฮม
| ผู้กำกับ | Jon Watts |
|---|---|
| นักแสดงนำ | Tom Holland, Samuel L. Jackson, Zendaya, Cobie Smulders, Jake Gyllenhaal และ Jon Favreau |
| ความยาวหนัง | 129 นาที |
| ปีที่ออกอากาศ | 2019 |
ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ หรือ สไปเดอร์แมน (Tom Holland) เพื่อนบ้านที่แสนดีของไอรอนแมนกำลังจะมีโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต นั่นคือการทัศนศึกษาทัสร์ยุโรป! แต่นั่นไม่น่าตื่นเต้นเท่าการมีโอกาสได้ใช้เวลาและวางแผนบอกรัก เอ็มเจ (Zendaya) เพื่อนร่วมชั้นที่แอบปลื้มมานานเสียที งานนี้ปีเตอร์ถึงกับยอมถอดชุดสไปเดอร์แมนแล้วรับบทเป็นนักเรียนหนุ่มอัจฉริยะ หลังจากกลุ้มกริ่มได้ไม่นาน ดูเหมือนว่าเขาต้องกลับมารับบทฮีโร่อีกครั้งแบบไม่ทันได้ตั้งตัว เพราะการดีดนิ้วของธานอสได้สร้างรอยแยกระหว่างมิติขึ้นโดยที่ไม่มีใครรู้มาก่อนและทำให้ปีศาจธาตุทั้ง 4 จากมิติคู่ขนานบุกมายังโลก เมื่อเลี่ยงไม่ได้และต้องปกป้องเพื่อน ๆ เขาจึงต้องกลับมาสวมชุดสไปเดอร์แมนและรับหน้าที่กำจัดปีศาจร่วมกับ มิสเตริโอ้ (Jake Gyllenhaal) ฮีโร่จากมิติคู่ขนานตามคำสั่งของ นิค ฟิวรี่ (Samuel L. Jackson)
เรื่องราวในสไปเดอร์แมนภาคนี้เกิดขึ้นหลังจบศึกเอนด์เกมได้ไม่กี่เดือน หลังจากเข้าร่วมมหาสงครามและเกิดการสูญเสียที่ยากจะลืมเลือน ปีเตอร์กลับมาใช้ชีวิตปกติและเป็นฮีโร่ปกป้องเมืองเล็ก ๆ ให้อยู่ในความสงบสุขตามที่ไอรอนแมนกล่าวไว้ เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่หนุ่มทอมฮอลแลนด์ได้ฉายเดี่ยวและเป็นตัวหลักเต็มตัว ซึ่งความสามารถในการแสดงของเขานั้นพัฒนาแบบก้าวกระโดดทำเอาเราลืมไอ้หนุ่มแมงมุมเวอร์ชั่นก่อนหน้าไปเลยค่ะ นอกจากความเก่งและทักษะการต่อสู้แล้วดูเหมือนว่าฝีปากและความกวนประสาทของปีเตอร์ก็มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดเช่นกัน
แม้เหตุการณ์วันสิ้นโลกจะจบลงแล้วแต่จักรวาลมาร์เวลยังคงอยู่ เพราะไม่เพียงแต่ 23 เรื่องหลัก มาร์เวลยังมีเรื่องราวของตัวละครอีกหลายเรื่องที่อุบไว้และทยอยปล่อยออกมาให้เราทำความรู้จักและหายคิดถึงเหล่าฮีโร่ ซึ่งทางสตูดิโดได้วางแพลนและปล่อยรายชื่อหนังต่อจากโครงเรื่องหลักออกมาแล้วบ้าง
อย่างที่ทราบกันตอนนี้ก็จะมี Black Widow การขยายเรื่องราวและภูมิหลังของ นาตาชา โรมานอฟ หนึ่งในสมาชิกคนสำคัญของทีมอเวนเจอร์ส หรือจะเป็น Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings เรื่องราวเกี่ยวกับองค์กร Ten Rings ที่เคยลักพาตัวโทนี่ไปทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของไอรอนแมน และเป็นจุดกำเนิดฮีโร่เชื้อสายเอเชียคนแรก นอกจากนี้ก็ยังมี Ethernals เรื่องราวของเหล่านักรบโบราณที่มีพลังวิเศษแตกต่างกัน ซึ่งเรื่องนี้จะขยายความมาจาก Thor: The Dark World เกี่ยวกับพลังที่เจน ฟอสเตอร์ดูดกลืนเข้าไปค่ะ นอกจากนี้เรื่องนี้ยังมีปีศาจแม่ทูนหัวอย่างแองเจลิน่า โจลี่ร่วมแสดงเป็นตัวละครหลักอีกด้วย!
ถือว่าจักรวาลมาร์เวลเป็นเรื่องราวที่จดจำพอ ๆ กับมหากาพย์หนังดังอย่างฮังเกอร์เกมส์, แวมไพร์ ทไวไลท์ หรือโลกเวทมนต์อย่างแฮร์รี่ พอตเตอร์ หลาย ๆ คนเติบโตมาพร้อม ๆ กับหนังเรื่องนี้และมีของสะสมเกี่ยวกับเหล่าฮีโร่มากมาย และถึงแม้ว่าเส้นเรื่องหลักจะจบลงไปแล้วแต่ก็ยังมีการขยายความเรื่องราวของพลังหรือตัวละครประกอบอื่น ๆ อีกมากมายรวมถึงยังมีภาคต่อหนังดังอีกหลายเรื่องที่น่าสนใจและหลายคนรอคอย
สำหรับแฟนพันธุ์แท้หนังมาร์เวลที่ต้องการความตื่นตาตื่นใจและสัมผัสประสบการณ์เสียงเหนือชั้นต้องจัดทีวี 4K หรือทีวี 8K พร้อมลำโพงซาวด์บาร์ไปเลยค่ะ รับรองว่าสนุกมันส์สะใจแน่นอนเพราะหนังมาร์เวลเรื่องต่อ ๆ ไปจะสตรีมผ่านทางแอพพลิเคชั่น Disney+ Hotstar ไปพร้อม ๆ กับโรงภาพยนต์ซึ่งช่วยให้เราสามารถเอนจายกับฮีโร่คนโปรดได้แบบส่วนตัวสุด ๆ ใครจะงัดป๊อบคอร์นมานั่งทานหรือจะนอนเปิดแอร์ฉ่ำ ๆ แล้วห่มผ้าให้อุ่นก็จัดไปค่ะ