หนัง ‘The Hunger Games : เกมล่าเกม’ มีทั้งหมดกี่ภาค พร้อมเรื่องย่อ

หลังจากเราได้นำเสนอเรื่องราวเหนือธรรมชาติอย่างจักรวาลแฮร์รี่ พอตเตอร์และแวมไพร์ ทไวไลท์ ไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงคิวของ The Hunger Games เกมล่าชีวิต มหากาพย์ซีรีส์ไตรภาคเอาตัวรอดและการต่อสู้เพื่ออิสระที่สร้างความประทับใจและตราตรึงใจผู้ชมได้อย่างอยู่หมัด ซึ่งมหากาพย์ซีรีส์ชุดนี้สร้างมาจากนวนิยายขายดีชื่อเดียวกันของนักเขียนชาวอเมริกัน ซูซาน คอลลินส์ ที่ทำยอดขายได้ถล่มทะลายตามหลังโลกเวทมนตร์ของ เจ.เค. โรลลิ่ง มาติด ๆ นวนิยายชุดฮังเกอร์เกมส์มียอดขายเฉพาะในสหรัฐอย่างเดียวกว่า 50 ล้านเล่มและถูกแปลเป็น 51 ภาษาทั่วโลก เรียกว่าฮังเกอร์เกมส์เป็นที่ชื่นชอบไปทั่วโลกเลยทีเดียวค่ะ ขณะเดียวกันฮังเกอร์เกมส์ฉบับภาพยนตร์ก็เป็นที่ชื่นชอบของแฟน ๆ และมีกระแสตอบรับดีคั้งแต่ภาคแรกยันภาคสุดท้ายเลยทีเดียว

ส่วนเนื้อเรื่องของซีรีส์ฮังเกอร์เกมก็จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของคนกลุ่มหนึ่งในสถานที่ที่เรียกว่า พาเน็ม ซึ่งที่นี่เนี่ยก็มีการปกครองระบอบเผด็จการ ประชาชนส่วนใหญ่ถูกกดขี่ข่มเหงและใช้ชีวิตอย่างแร้นแค้น ต่างจากบางกลุ่มที่ได้ใช้ชีวิตสุขสบาย และที่นี่ก็มีการแข่งขันประจำปีที่เรียกว่า “เกมล่าชีวิต” ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องต่อสู้และเข่นฆ่าเพื่อเอาชีวิตรอด และรางวัลของผู้ชนะคือความร่ำรวยและความสุขสบายที่ประชาชนต่างโหยหามาตลอด และเรื่องราวในซีรีส์ก็เริ่มต้นขึ้นในการแข่งขันครั้งที่ 74 ที่จะพลิกประวัติศาสตร์พาเน็มไปตลอดกาล ซึ่งหนังไตรภาคเรื่อง The Hunger Games มีทั้งหมด 3 ภาค (ภาคที่ 3 ถูกแบ่งออกเป็นสองตอน) ดังต่อไปนี้ค่ะ




1. The Hunger Games: เกมล่าเกม

แนวภาพยนตร์ ตื่นเต้น ระทึกใจ เอาตัวรอด ไซไฟ
เขียนบทโดย ซูซาน คอลลินส์, แกรี่ รอสส์ และบิลลี่ เรย์
สร้างโดย ไลออนส์เกท และคัลเลอร์ฟอร์ซ
กำกับการแสดงโดย แกรี่ รอสส์
ความยาวภาพยนตร์ 142 นาที
ปีที่ออกอากาศ 2012
เรตการรับชม 16+
นักแสดงนำ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ และจอช ฮัทเชอร์สัน
นักแสดงสมทบ วู้ดดี้ ฮาร์เรลสัน และเลนนี่ แครวิตซ์

เรื่องราวเกิดขึ้นที่ “พาเน็ม” ที่นี่แบ่งเขตปกครองออกเป็น 13 เขต มีจุดศูนย์กลางหรือเมืองหลวงที่เรียกว่า “แคปปิตอล” หลังจากเขต 13 ก่อกบฏและถูกทำลายลง ทุกปี ตัวแทนเขตละ 2 คนจาก 12 เขตที่เหลือจะต้องเข้าร่วมการแข่งกันที่เรียกว่า “เกมล่าชีวิต” ที่แคปปิตอลสร้างขึ้น ซึ่งผู้ชนะจะมีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น และในครั้งที่ 74 แคตนิส เอเวอร์ดีน (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) และ พีต้า เมลลาร์ก (จอช ฮัทเชอร์สัน) เป็นตัวแทนจากเขต 12 เข้าร่วมต่อสู้เกมที่มีชีวิตและชะตากรรมของครอบครัวเป็นเดิมพัน ในเรื่องคุณจะได้เห็นการปกครองที่แบ่งชนชั้นอย่างชัดเจน ผู้คนในแคปปิตอลและ 12 เขตปกครองแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว และการโดนกดขี่แบบไร้มนุษยธรรมที่พวกเขาต้องเผชิญอาจจะทำให้คุณรู้สึกโกรธแค้นและลุ้นระทึกไปในเวลาเดียวกัน


2. The Hunger Games: Catching Fire : แคชชิ่งไฟเออร์

แนวภาพยนตร์ ตื่นเต้น ระทึกใจ เอาตัวรอด ไซไฟ
เขียนบทโดย ไซมอน โบฟอย และไมเคิล อาร์นต์
สร้างโดย ไลออนส์เกท และคัลเลอร์ฟอร์ซ
กำกับการแสดงโดย ฟรานซิส ลอว์เรนซ์
ความยาวภาพยนตร์ 146 นาที
ปีที่ออกอากาศ 2013
เรตการรับชม 16+
นักแสดงนำ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ และจอช ฮัทเชอร์สัน
นักแสดงสมทบ แซม แคฟลิน, เจน่า มาโลน และโดนัลด์ ซุทเธอร์แลนด์

หลัง แคตนิส เอเวอร์ดีน (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) และ พีต้า เมลลาร์ก (จอช ฮัทเชอร์สัน) เป็นผู้ชนะในเกมล่าชีวิตครั้งที่ 74 พวกเขากลับมายังเขต 12 และพบว่าชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นแคตนิสก็ไม่สามารถลบภาพความโหดเหี้ยมที่เธอต้องเจอในสนามประลองได้ ไม่นานทั้งคู่ต้องออก “ทัวร์ผู้พิชิต” เพื่อพบปะผู้คนทั้ง 12 เขต และนั่นทำให้แคตนิสได้รู้ว่าการกระทำของเธอขณะแข่งขันทำให้กลุ่มคนบางส่วนมีความคิดต่อต้านแคปปิตอล ในการแข่งขันเกมล่าชีวิตครั้งที่ 75 กติกาที่เปลี่ยนไปทำให้แคตนิสและพีต้าต้องกลับมาร่วมแข่งขันอีกครั้งพร้อมอดีตผู้ชนะจากเขตอื่น ๆ รวมถึง ฟินนิค โอแดร์ (แซม แคฟลิน) และ โจฮันนา เมสัน (เจน่า มาโลน) สองผู้ชนะผีมือดี ทำให้ทั้งแคตนิสและพีต้าต้องฝึกฝนอย่างหนักเพื่อรอดชีวิตกลับมาเจอหน้าครอบครัวอีกครั้ง ซึ่งเนื้อเรื่องยังเป็นการรบราฆ่าฟันเพื่อเอาตัวรอดเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เราจะได้เห็นมากขึ้นคือผู้คนที่เริ่มลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของตัวเองมากขึ้นค่ะ นอกจากนี้ความโหดเหี้ยมอำมหิตของประธานาธิบดียังทำให้เราอินและโกรธแค้นได้ไม่ยากเลย


3. The Hunger Games: Mockingjay – Part 1 : ม็อกกิ้งเจย์ ภาค 1

แนวภาพยนตร์ ตื่นเต้น ระทึกใจ เอาตัวรอด ไซไฟ
เขียนบทโดย ปีเตอร์ เดร็ก และแดนนี่ สตรอง
สร้างโดย ไลออนส์เกท และคัลเลอร์ฟอร์ซ
กำกับการแสดงโดย ฟรานซิส ลอว์เรนซ์
ความยาวภาพยนตร์ 146 นาที
ปีที่ออกอากาศ 2014
เรตการรับชม 13+
นักแสดงนำ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ และจอช ฮัทเชอร์สัน
นักแสดงสมทบ จูเลียน มัวร์, เลียม เฮมส์เวิร์ท

หลังการแข่งขันเกมล่าชีวิตครั้งที่ 75 แคตนิส เอเวอร์ดีน (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) และผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ ถูกพาตัวมายังเขต 13 ที่เคยแคปปิตอลถูกทำลายไปแล้ว แต่ด้วยการดูแลของ ประธานาธิดีหญิงอัลม่า คอยล์ (จูเลียน มัวร์) เขต 13 จึงเป็นศูนย์ลับของกองทัพปฏิวัติแคปปิตอล แคตนิสกลายเป็น “ม็อกกิ้งเจย์” สัฐลักศณ์และความหวังของกองทัพปฏิวัติ เธอมีหน้าที่ปลุกระดมผู้คนในเขตปกครองอื่นให้ลุกขึ้นมาต่อต้านแคปปิตอล ส่วนแคปปิตอลเองก็ถ่ายทอดสดวีดีโอของ พีต้า เมลลาร์ก (จอช ฮัทเชอร์สัน) ที่ถูกจับตัวไปเป็นเชลยเช่นกัน ทำให้แคตนิส, เกล ฮอว์ธอร์น (เลียม เฮมส์เวิร์ท) และกองทัพบางส่วนบุกโจมตีแคปปิตอลเพื่อชิงตัวพีต้ากลับมา และนี่เป็นจุดเริ่มต้นสงครามระหว่างประชาชนและระบอบเผด็จการที่แคปปิตอลใช้กดขี่ประชาชนมานานแสนนาน โดยเพื่อน ๆ จะเห็นความแตกต่างของชนชั้นได้อย่างชัดเจนเลยค่ะ และความหวังที่จะมีอิสระในแววตาของกองทัพกบฏ


4. The Hunger Games: Mockingjay – Part 2 : ม็อกกิ้งเจย์ ภาค 2

แนวภาพยนตร์ ตื่นเต้น ระทึกใจ เอาตัวรอด ไซไฟ
เขียนบทโดย ปีเตอร์ เดร็ก และแดนนี่ สตรอง
สร้างโดย ไลออนส์เกท และคัลเลอร์ฟอร์ซ
กำกับการแสดงโดย ฟรานซิส ลอว์เรนซ์
ความยาวภาพยนตร์ 137 นาที
ปีที่ออกอากาศ 2015
เรตการรับชม 13+
นักแสดงนำ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ และจอช ฮัทเชอร์สัน
นักแสดงสมทบ จูเลียน มัวร์, เลียม เฮมส์เวิร์ทและโดนัลด์ ซุทเธอร์แลนด์

หลังการบุกแคปปิตอล แคตนิส เอเวอร์ดีน (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) และ เกล ฮอว์ธอร์น (เลียม เฮมส์เวิร์ท) ได้ตัว พีต้า เมลลาร์ก (จอช ฮัทเชอร์สัน) กลับมาด้วยสภาพถูกล้างสมองด้วยพิษของ “ตัวต่อแทร็กเกอร์ แจ็กเกอร์” และกองทัพปฏิวัติเดินหน้าต่อด้วยการหนุนหลังของ ประธานาธิดีหญิงอัลม่า คอยล์ (จูเลียน มัวร์) การต่อสู้ครั้งนี้ถูกเปรียบเป็นเกมล่าชีวิตครั้งที่ 76 ที่มีแคปปิตอลเป็นสนามประลองและมีกองทัพม็อกกิ้งเจย์เป็นผู้เข้าแข่งขัน จุดมุ่งหมายเดียวของพวกเขาคือ ประธานาธิบดีสโนว์ (โดนัลด์ ซุทเธอร์แลนด์ ) ที่มีอำนาจสูงสุดในพาเน็ม แต่ยิ่งเข้าใกล้สโนว์มากเท่าไหร่แคตนิสก็ยิ่งสูญเสียมากขึ้นเท่านั้นด้วยกับดักที่ถูกวางไว้ทั่วแคปปิตอล ในเรื่องเราจะเห็นการต่อสู้ที่ดุเดือด แววตาของกองกำลังต่างมุ่งมั่นที่จะต่อสู้จนตัวตายเพื่ออิสรภาพของตัวเองและครอบครัว นอกจากนี้จุดจบของเรื่องยังหักมุมจนคนดูแบบเราช็อกกับความร้ายกาจของตัวละครเลยทีเดียวค่ะ





และนี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมดของมหากาพย์การต่อสู้ของประชาชนในพาเน็ม ฮังเกอร์เกมส์เป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่สะท้อนอะไรหลาย ๆ ที่เราสามารถพบเห็นได้ในปัจจุบัน นอกจากนี้เพลงประกอบอย่าง เพลง The Hanging Tree ร้องโดย James Newton Howard ft. Jennifer Lawrence และเพลง Safe & Sound ที่ขับร้องโดย Taylor Swift ยังเป็นเพลงประกอบที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะ The Hanging Tree ที่ให้ความรู้สึกหดหู่และเต็มไปด้วยความหวัง ทำให้เราจมอยู่กับเหตุการณ์ในเรื่องได้อย่างง่ายดาย หลังจากสงครามการต่อสู้ของประชาชนในพาเน็มจบลงแล้ว ตอนนี้ก็มีเสียงแว่ว ๆ มาว่าอาจจะมีการสร้างภาคต่อของฮังเกอร์เกมส์ค่ะ เนื้อเรื่องในภาคต่อไปจะเป็นการย้อนอดีตกลับไปเล่าเรื่องราวในยุคแรก ๆ ที่มีการแข่งขันเกมล่าชีวิตขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ใช้ชื่อว่า The Ballad of Songbirds and Snakes ตอนนี้มีหนังสือตีพิมพ์ออกมาแล้ว ส่วนตัวภาพยนตร์ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดมากนัก ทางเราก็ได้แต่ตั้งหน้าตั้งตารอต่อไปค่ะ ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนชอบซีรีส์หรือภาพยนตร์แนวไซไฟก็สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ หนังฝรั่งแฟนตาซีไซไฟที่ไม่ควรพลาด ปี 2020 ซึ่งหลาย ๆ เรื่องก็สามารถรับชมผ่าน NETFLIX ได้ด้วย ส่วนวันนี้ต้องขอตัวก่อน ไว้เจอกันบทความหน้าค่ะ

Next Post