อาหารไทยถือเป็นอาหารที่มีความหลากหลายมากที่สุดประเทศหนึ่ง เพียงแค่คุณเดินไปที่ร้านข้าวแกง ก็อาจจะเห็นกับข้าวไม่ต่ำกว่า 20 อย่าง ไม่ต้องพูดถึงร้านอาหารใหญ่ ๆ ที่มีกับข้าวให้เลือกเยอะจนได้ชื่อว่าร้านข้าวแกง 100 หม้อก็มี ไม่ว่าจะเป็น เมนูจากกุนเชียง, เมนูแกงจืด, เมนูจากมะเขือ, เมนูจากแตงกวา, เมนูจากดอกกะหล่ำ, เมนูจากไส้หมู, เมนูจากตับ, เมนูจากปลากระพง หรือ เมนูจากเป็ด นี่ขนาดแค่ยกตัวอย่างก็ปาไปแล้วร้อยกว่าเมนู
แต่สิ่งที่พิเศษกว่านั้นคืออาหารไทยยังแบ่งเป็นอาหารประจำภาค ที่แต่ละภาคที่เอกลักษณ์เฉพาะตัวสุด ๆ วัตถุดิบนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าภาคไหนมีอะไรเยอะ อย่างผักก็จะเป็นผักพื้นเมืองที่หาได้ง่ายประจำถิ่นนั้น ๆ อย่างภาคกลางก็จะเป็นผักตับเต่า, ดอกแค, ดอกขจร หรือใบทองหลาง ส่วนภาคอีสานก็จะเป็นผักแพว, ผักก้านจอง, หน่อไม้รวก หรือใบย่านาง หากเป็นภาคใต้ก็จะมีสะตอ, ลูกเนียง หรือลูกเหรียง ส่วนภาคเหนือก็จะมีเห็ดเผาะ, ผักหวานป่า, ใบชะพลู, พริกหนุ่ม หรือต้นคูน เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าอาหารของแต่ละภาคก็จะใช้วัตถุดิบและเครื่องปรุงที่หาได้ง่าย เมื่อก่อนการจะกินอาหารของภาคอื่น ๆ ถือเป็นเรื่องที่ยาก ถึงจะทำได้ก็ไม่เหมือนต้นฉบับ แต่ในปัจจุบันได้มีการทำผลิตภัณฑ์อาหารของแต่ละภาคกันมากขึ้น ทำให้ผู้คนได้มีตัวเลือกที่จะบริโภคกันมากขึ้นนั่นเองค่ะ
เมื่อพูดถึงอาหารแล้ว ‘พริกแกง’ จัดเป็นวัตถุดิบที่สำคัญในหลาย ๆ เมนู เรียกได้ว่าหากขาดพริกแกงไป ก็คงจะทำอาหารชนิดนั้น ๆ ไม่ได้เลยค่ะ พริกแกงแต่ละสูตรก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละภาค เราเคยได้รวบรวม สูตรพริกแกง มีครบทุกภาค เอาไว้แล้ว แต่ในวันนี้เราจะมาแนะนำพริกแกงอีกหนึ่งชนิด เป็นแกงที่นิยมกันมากในภาคเหนือ เชื่อว่าคนภาคอื่นคงเคยได้ยินชื่อแต่ไม่เคยทาน นั่นก็คือ “แกงฮังเล” นั่นเองค่ะ ใครที่อยากทานอาหารเหนือแต่ทำไม่เป็น หรือรู้สูตรแต่ไม่มีเวลาโขลกพริกแกง บอกเลยว่าวันนี้เราจะมาแจกพิกัดพริกแกงอร่อย ๆ ที่จะทำให้การทำแกงฮังเล ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
ทำความรู้จักกับแกงฮังเล (1)
แกงฮังเล หรือแกงฮินเล เป็นแกงของประเทศพม่า โดยคำว่า “ฮี่น” (ဟင်း) ในภาษาพม่าแปลว่า แกง และ “เล่” (လေး) ในภาษาพม่าแปลว่า เนื้อสัตว์ แกงฮังเลได้แพร่หลายเข้ามาทางภาคเหนือของประเทศไทย สูตรแกงฮังเลของชาวพม่าต้นตำรับจะนิยมทานแกงกับกล้วยไข่ เป็นอาหารประเภทแกง ลักษณะของแกงจะเป็นแบบน้ำขลุกขลิกคล้ายกับแกงมัสมั่นของบ้านเรา แต่จะไม่ใส่กะทิ รสชาติจะออกแบบสามรส คือ เปรี้ยว เค็ม หวาน ถือเป็นแกงที่สำคัญในสำรับอาหารขันโตก (ชื่อของภาชนะที่ใช้จัดวางอาหารที่มาพร้อมกับอาหารชนิดต่าง ๆ) และยังเป็นอาหารที่นิยมใช้เลี้ยงแขกในงานพิธีสำคัญอีกด้วยค่ะ ทั้งนี้นอกจากแกงฮังเลจะได้รับความนิยมในภาคเหนือของไทยแล้ว ยังได้รับความนิยมในแคว้นสิบสองปันนา ประเทศจีนด้วยค่ะ

แกงฮังเลมี 2 แบบ คือแกงฮังเลม่าน และแกงฮังเลเชียงแสน โดยแกงฮังเลม่าน ค่อนข้างเป็นที่นิยมจะมีลักษณะเป็นสีน้ำตาลแดง น้ำแกงขลุกขลิก มีน้ำมันลอยหน้าสีแดงส้มจากพริกแกง หมูจะตุ๋นจนเปื่อยนุ่ม นิยมใช้เป็นหมูสามชั้น หรือซี่โครงหมู รสชาติเปรี้ยว เค็ม หวาน และเผ็ด ส่วนแกงฮังเลเชียงแสนจะใส่ผักพื้นบ้านตามฤดูกาลลงไปด้วย เช่น ถั่วฝักยาว, มะเขือยาว, มะเขือพวง, พริก, ผักชีฝรั่ง, ใบชะพลู หรือหน่อไม้ดองเป็นต้น จะมีลักษณะคล้ายกับแกงโฮะ แต่จะไม่มีวุ้นเส้นเป็นส่วนผสม มีส่วนของน้ำแกงเล็กน้อย สีของแกงออกสีเหลืองเขียวจากส่วนผสมของผักเป็นส่วนใหญ่
วิธีการเลือกซื้อพริกแกงฮังเล
1. ดูบรรจุภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือ
บรรจุภัณฑ์ที่บรรจุพริกแกง ควรเป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน สะอาด หากใส่ในกระปุกก็ต้องเลือกที่ปิดฝามิดชิด ไม่มีอากาศเข้าออก หรือหากใส่ถุง ควรเลือกแบบที่ซีลปากถุงแน่นสนิท หรือใช้ถุงสุญญากาศเลยยิ่งดี ถุงที่ใช้ควรเป็นพลาสติกเกรดอาหาร และควรมีฉลากที่บ่งบอกส่วนผสมกับวันหมดอายุติดที่หน้าถุงชัดเจน เพื่อทำให้เราได้ทราบถึงส่วนผสมสำหรับผู้ที่แพ้อาหาร และทำให้เราทราบวันหมดอายุที่แน่นอนนั่นเองค่ะ
2. เลือกจากระดับความเผ็ด

เนื่องจากพริกแกงแต่ละสูตรจะมีระดับความเผ็ดที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปริมาณของพริก ดังนั้นควรเลือกความเผ็ดให้เหมาะสม ใครที่ชอบทานรสเผ็ดก็ให้เลือกแบบเผ็ดมาก ส่วนใครที่ทานเผ็ดไม่เก่ง ก็ให้เลือกแบบเผ็ดน้อยค่ะ แต่โดยปกติพริกแกงฮังเลจะมีระดับความเผ็ดที่ไม่มากนัก หากใครที่ทานรสจัดก็สามารถเติมพริกลงไปเพิ่มได้ค่ะ
3. เลือกจากรูปแบบของพริกแกง
โดยหลัก ๆ แล้วพริกแกงที่จำหน่ายกับทั่วไปก็จะแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือพริกแกงดิบและพริกแกงผัดสำเร็จรูป ซึ่งพริกแกงดิบคือพริกแกงที่ยังไม่ผ่านความร้อน ต้องนำมาผัดก่อนจะแกง ส่วนพริกแกงผัดสำเร็จ คือพริกแกงที่ได้นำไปผัดกับน้ำมันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งพริกแกงชนิดนี้จะสามารถเก็บไว้ได้นานกว่าพริกแกงแบบดิบค่ะ
4. เลือกปริมาณให้เหมาะสมกับเนื้อสัตว์
พริกแกงแต่ละสูตรจะมีระดับความเข้มข้นที่ต่างกัน ดังนั้นก่อนนำไปประกอบอาหารต้องดูว่าพริกแกงของเราเหมาะกับเนื้อสัตว์ปริมาณเท่าใด เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ไม่เข้มจนเกินไป และไปจางจนเกินไปนั่นเองค่ะ
5. ไม่ใส่วัตถุกันเสีย
โดยปกติกพริกแกงจะสามารถเก็บได้นานอยู่แล้ว ดังนั้นการเลือกพริกแกงที่ไม่ใส่วัตถุกันเสียจึงเป็นตัวเลือกที่ดี ถึงแม้การใส่วัตถุกันเสียจะช่วยยืดระยะเวลาการเก็บได้นานขึ้น แต่มันคงไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพแน่ ๆ ดังนั้นควรเลือกซื้อในปริมาณที่พอดี ไม่เหลือเก็บเยอะ เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะได้รับประทานพริกแกงที่ทำสดใหม่ ไม่ค้างไว้เป็นเวลานานนั่นเองค่ะ
เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน
พริกแกงฮังเลกึ่งสำเร็จรูป By Khao Soi Cafe

พริกแกงฮังเลกึ่งสำหรับรูป บรรจุมาในกระปุกแก้ว หน้าตาน่ารับประทาน แถมยังไม่ใส่สี ไม่แต่งกลิ่น และไม่ใส่วัตถุกันเสีย จึงวางใจได้ทั้งรสชาติ และความปลอดภัย พริกแกงสีแดงสด ปรุงอาหารออกมาจะได้สีที่สวย สามารถเก็บในตู้เย็นได้นานถึง 1 เดือน ตัวพริกแกงปรุงสำเร็จมาแล้วเรียบร้อย สิ่งที่เราต้องเตรียมมีแค่เนื้อสัตว์, หอมแดง, กระเทียม และขิงซอยเท่านั้น พริกแกงตัวนี้ทำให้การปรุงแกงฮังเลไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
| รูปแบบของผลิตภัณฑ์ | พริกแกงผัดสำเร็จ |
|---|---|
| ปริมาณ | 350 กรัม |
| ปริมาณเนื้อสัตว์ที่เหมาะสม | 1 กิโลกรัม |
| วัตถุกันเสีย |
พริกแกงฮังเล ตราโลโบ

| รูปแบบของผลิตภัณฑ์ | พริกแกงผัดสำเร็จ |
|---|---|
| ปริมาณ | 60 กรัม x 6 ซอง |
| ปริมาณเนื้อสัตว์ที่เหมาะสม | ซองละ 500 กรัม |
| วัตถุกันเสีย |
พริกแกงฮังเล ตราวนัสนันท์

ใครที่ไม่ชอบทานแกงฮังเลที่รสชาติจัดเกินไป ขอแนะนำยี่ห้อวนัสนันท์เลยค่ะ เพราะตัวนี้มีส่วนผสมของผงฮังเลเพียง 2% รสชาติไม่เผ็ด เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานดี หรือใครที่ชอบทานเผ็ดก็สามารถเพิ่มพริกลงได้ตามใจชอบ ด้วยส่วนประกอบที่ปรุงรสมาสำเร็จ ทำให้แทบไม่ต้องปรุงเพิ่มเลยค่ะ เหมือนน้ำแกงแบบเข้มข้นเลยก็ว่าได้ บรรจุมาห่อละ 500 กรัม ใครที่ทานไม่หมดไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะสามารถใส่ตู้เย็นเก็บไว้ได้ถึง 1 ปี
| รูปแบบของผลิตภัณฑ์ | พริกแกงผัดสำเร็จ |
|---|---|
| ปริมาณ | 500 กรัม |
| ปริมาณเนื้อสัตว์ที่เหมาะสม | 4 - 5 กิโลกรัม |
| วัตถุกันเสีย |
พริกแกงฮังเล ตราครัวดอยตุง

พริกแกงฮังเล ตราครัวดอยตุง พริกแกงคุณภาพดี มาพร้อมกับผงหมักเนื้อนุ่ม เอาใจผู้ที่ชอบทานเนื้อวัวเลยค่ะ เพราะเพียงแค่หมักเนื้อสัตว์ด้วยพริกแกงและผงหมักเนื้อนุ่ม ก็จะช่วยย่นระยะเวลาการเคี่ยวได้นานทีเดียว มีส่วนประกอบหลักคือหอมแดง, พริกแห้ง, กระเทียม, ตะไคร้, ข่า และกะปิ ทำให้ได้แกงฮังเลที่มีรสชาติเข้มข้น กลมกล่อม ปรุงง่าย สะดวก มี อย. และฮาลาล รับรองมาแล้วเรียบร้อย
| รูปแบบของผลิตภัณฑ์ | พริกแกงผัดสำเร็จ + ผงหมักเนื้อนุ่ม |
|---|---|
| ปริมาณ | 70 กรัม |
| ปริมาณเนื้อสัตว์ที่เหมาะสม | 400 - 500 กรัม |
| วัตถุกันเสีย |
พริกแกงฮังเล ตรากุลปรียา

พริกแกงฮังเล ตรากุลปรียา พริกแกงสูตรเฉพาะของทางร้าน รสชาติเข้มข้น อร่อย หอมพริกแกงและเครื่องเทศ ยิ่งได้แกงกับหมูสามชั้น หรือเนื้อสะโพก รับรองว่าฟิน แต่หากใครที่กำลังลดของมัน สามารถเปลี่ยนเป็นหมูเนื้อแดง หรือสันคอก็ได้ค่ะ เพราะไม่มันจนเกินไป แต่มีเคล็ดลับอยู่ว่าให้หมักเนื้อหมูกับสับปะรด จะได้เนื้อที่ออกมานุ่ม ละมุนลิ้น แถมพริกแกงตัวนี้ยังไม่มีสารโมโนโซเดียมกลูตาเมต และสารกันบูดด้วยนะคะ
| รูปแบบของผลิตภัณฑ์ | พริกแกงผัดสำเร็จ |
|---|---|
| ปริมาณ | 200 กรัม |
| ปริมาณเนื้อสัตว์ที่เหมาะสม | 1 - 2 กิโลกรัม |
| วัตถุกันเสีย |
พริกแกงฮังเล ตราแม่อำพร

มาถึงพริกแกงสำหรับคนรักสุกภาพอีกตัวค่ะ เพราะพริกแกงสูตรนี้ผู้ที่ทานคีโตสามารถทานได้หายห่วง มีส่วนประกอบหลักของพริกแห้ง, หอมแดง, กะปิ, กระเทียม, ข่า, ตะไคร้ และเครื่องเทศ บอกเลยว่าจัดจ้านถึงใจ เนื้อเนียนละเอียด รสชาติเข้มข้น สูตรดั้งเดิมของจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านการรับรองมตรฐาน อย. และ GMP เรียบร้อย แต่เนื่องจากมีส่วนผสมของกะปิ อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้กุ้งนะคะ
| รูปแบบของผลิตภัณฑ์ | พริกแกงผัดสำเร็จ |
|---|---|
| ปริมาณ | 100 กรัม |
| ปริมาณเนื้อสัตว์ที่เหมาะสม | 1 กิโลกรัม |
| วัตถุกันเสีย |
พริกแกงฮังเล ตราพระเจดีย์อินทร์แขวน

พริกแกงฮังเล ตราพระเจดีย์อินทร์แขวน พริกแกงสูตรโบราณ ตำรับพม่าแท้ ๆ เหมาะสำหรับผู้ที่อยากลองแกงฮังเลรสชาติต้นตำรับ รสชาติอร่อย หากจะให้ครบสูตรต้องเติม พริกแห้ง, ตะไคร้, หอม, กระเทียม, น้ำปลา, ขิงสด โดยเฉพาะนำกระเทียมดอง และน้ำมะขามเปียก บอกเลยว่าคุณจะลืมฮังเลสูตรธรรมดาไปเลยค่ะ แต่พริกแกงสูตรนี้เป็นแบบไม่เข้มข้นมาก หากใครชอบทานแบบเข้มข้น จัดจ้าน ให้เพิ่มเป็น 2 ห่อได้ค่ะ
| รูปแบบของผลิตภัณฑ์ | พริกแกงดิบ |
|---|---|
| ปริมาณ | 7 กรัม |
| ปริมาณเนื้อสัตว์ที่เหมาะสม | 0.5 - 1 กิโลกรัม |
| วัตถุกันเสีย |
พริกแกงฮังเล ตราสุทัศน์พานิช

พริกแกงฮังเล ตราสุทัศน์พานิช ต้นตำรับจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีจุดเด่นตรงที่มีส่วนผสมของสมุนไพรอบแห้ง ทำให้ได้รสชาติของพริกแกงอบอวลไปกับกลิ่นหอมของสมุนไพร รสชาติเข้มข้น จัดจ้าน เนื้อพริกแกงเนียนละเอียด การันตีจากผู้ซื้อหลายท่านว่าแกงฮังเลที่ได้มีกลิ่นหอมมาก มีส่วนประกอบหลักคือพริกแห้ง, ข่า, ตะไคร้, หอมแดง, กระเทียม, ลูกผักชี, กะปิ และผงฮังเล สะอาด ปลอดภัยด้วยมาตรฐานการรับรองจาก อย.
| รูปแบบของผลิตภัณฑ์ | พริกแกงผัดสำเร็จ |
|---|---|
| ปริมาณ | 100 กรัม |
| ปริมาณเนื้อสัตว์ที่เหมาะสม | ไม่ระบุ |
| วัตถุกันเสีย |
พริกแกงฮังเล ตราแม่น้อย

พริกแกงฮังเล ตราแม่น้อย พริกแกงสูตรเข้มข้น หอมเครื่อง เหมาะสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ เพราะพริกแกงตัวนี้ไม่ใส่สารกันเสีย ไม่ใส่ผงชูรส และไม่เจือสีใด ๆ ทั้งสิ้น เรียกได้ว่าคุณจะได้ลิ้มลองรสชาติของพริกแกงเน้น ๆ ยิ่งถ้าได้ทานคู่กับเนื้อหมูนุ่ม ๆ ตุ๋นจนได้ที่ จากนั้นเพียงแค่เติมหอมแดง กระเทียม ขิงซอยลงไป บอกเลยว่าอร่อยเหาะเลยค่ะ
| รูปแบบของผลิตภัณฑ์ | พริกแกงผัดสำเร็จ |
|---|---|
| ปริมาณ | 80 กรัม |
| ปริมาณเนื้อสัตว์ที่เหมาะสม | 1 กิโลกรัม |
| วัตถุกันเสีย |
พริกแกงฮังเล พร้อมผงฮังเล พร้อมปรุง ตราตา

ใครที่อยากจะทำแกงฮังเล ยี่ห้อนี้ไม่ทำให้ผิดหวังค่ะ เพราะมีพริกแกงคู่กับผงฮังเลมาให้เรียบร้อย ไม่ต้องหาซื้อมาใส่เพิ่ม เครื่องเทศหอมมาแต่ไกล เพียงแค่นำพริกแกงมาหมักกับเนื้อสัตว์ จากนั้นนำไปเคี่ยวด้วยไฟอ่อน รับรองว่าแกงฮังเลของคุณจะมีรสชาติที่ถูกปากแน่นอน ส่วนส่วนผสมหลักมีพริกแดง, หัวหอม, กระเทียม, ตะไคร้ และเครื่องเทศ แถมมีการรับรองมากมายไม่ว่าจะเป็น อย., GMP, ฮาลาล และ OTOP ด้วยค่ะ
| รูปแบบของผลิตภัณฑ์ | พริกแกงผัดสำเร็จ + ผงฮังเล |
|---|---|
| ปริมาณ | พริกแกง 80 กรัม / ผงฮังเล 10 กรัม |
| ปริมาณเนื้อสัตว์ที่เหมาะสม | 1 กิโลกรัม |
| วัตถุกันเสีย |
** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว
ส่วนประกอบของพริกแกงฮังเล

พริกแกงฮังเลจะมีส่วมผสมหลักของพริกแห้ง, ข่า, ตะไคร้, กระเทียม, หอมแดง, กะปิ และเกลือป่น โดยนำมาตำหรือโขลกให้เข้ากันจนละเอียด ส่วนอัตราส่วนนั้นก็จะต่างกันไปในแต่ละสูตร แต่วันนี้เราได้นำตัวอย่างสูตรพริกแกงฮังเลต่อเนื้อสัตว์ 1 กิโลกรัม มาฝากกันค่ะ
- พริกแห้ง (แกะเม็ดแช่น้ำพอนิ่ม) 8 เม็ด
- ข่า (หั่นละเอียด) 1 ช้อนชา
- ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียม (หั่นชิ้นเล็ก) 1 ช้อนโต๊ะ
- หอมแดง (หั่นชิ้นเล็ก) 1 ช้อนโต๊ะ
- กะปิ 1 ช้อนชา
- เกลือป่น 1 ช้อนชา
ส่วนผสมและวิธีทำแกงฮังเล
ส่วนผสมแกงฮังเล
- เนื้อหมูสันนอก 1/2 กิโลกรัม
- หมูสามชั้น 1/2 กิโลกรัม
- พริกแกงฮังเล 2 ช้อนโต๊ะ
- ผงแกงฮังเลหรือผงกระหรี่ 1 ช้อนโต๊ะ
- ขิงสดอ่อนๆ (ซอยเส้นบาง) 1/4 ถ้วย
- กระเทียม 1/4 ถ้วย
- สับปะรด 4 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะขามเปียก 1/4 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
วิธีทำแกงฮังเล
- หั่นเนื้อหมูเป็นสี่เหลี่ยม ขนาดพอดีคำ จากนั้นนำมาคลุกเค้าให้เข้ากันกับพริกแกง, ซีอิ๊วดำ และสับปะรด แล้วพักไว้ 20 – 60 นาที (สับปะรดจะช่วยให้เนื้อหมูนุ่ม)
- เอาหมูที่หมักไว้มารวนในหม้อหรือกระทะก้นลึก สามารถใส่น้ำมันได้เล็กน้อย (อย่าใส่น้ำมันเยอะเพราะว่าเดี๋ยวน้ำมันก็จะออกมาจากเนื้อหมูเช่นกัน) รวนจนกว่าเนื้อหมูจะตึงตัว ให้พอสุกนิด ๆ
- เติมน้ำสะอาดลงไปให้พอท่วมเนื้อหมู ใช้ไฟกลางค่อนแรง รอจนน้ำเดือดให้หรี่ไฟลงเป็นไฟอ่อน จากนั้นปิดฝา คอยตุ๋นไปเรื่อย ๆ จนกว่าเนื้อหมูจะนุ่มได้ที่ ต้องคอยเช็คเป็นระยะเพื่อไม่ให้น้ำแห้ง มิเช่นนั้นก้นหม้ออาจจะไหม้ได้ค่ะ หรือหากน้ำแห้ง สามารถเติมน้ำได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ระดับความสุขที่ต้องการ
- ใส่ขิงซอย กระเทียมปอก และผงฮังเลลงไป จากนั้นปรุงรสด้วย น้ำมะขามเปียก เกลือ และน้ำตาลทราย ชิมรสให้ได้ 3 รส เปรี้ยวนำ เค็ม และเผ็ด เมื่อได้รสชาติที่ต้องการแล้วให้ปิดฝา เคี่ยวต่อสักพักจนเดือด
- เมื่อแกงเดือดได้ที่จนน้ำแกงงวดและข้นขึ้น ให้ปิดไฟ ตักใส่ชาม พร้อมเสิร์ฟ
* สูตรนี้ สำหรับ 3 – 4 คนรับประทาน แกงฮังเลที่ได้จะมีรสชาติเข้มข้นอร่อยพอดี โดยที่ไม่ต้องพึ่งผงชูรสเลยล่ะค่ะ
Reference :
- กระทรวงวัฒนธรรม