หลาย ๆ คนอาจสงสัยว่าหม้อทอดไร้น้ำมันแบบแอนะล็อกและแบบดิจิทัลคืออะไร ? มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไรบ้าง ? หากคุณต้องการซื้อหม้อทอดไร้น้ำมันมาใช้ครั้งแรกแบบไหนจะเหมาะกับคุณมากกว่ากัน วันนี้เราได้รวบรวมคำตอบต่าง ๆ มาให้คุณได้อ่านกันแล้วค่ะ
หม้อทอดไร้น้ำมันระบบแอนะล็อก / แมนนวล
การใช้งานง่าย-ราคาประหยัด
หม้อทอดไร้น้ำมันแบบแอนะล็อกหรือที่เรียกว่าหม้อทอดไร้น้ำแบบแมนนวล จะมีปุ่มหมุนสำหรับควบคุมเวลาและอุณหภูมิเพียง 2 ปุ่มเท่านั้น การใช้งานง่ายดาย ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่คุณหมุนไปทางซ้ายขวาไปตามทิศทางของตัวเลขที่คุณต้องการ
หม้อทอดไร้น้ำมันแบบแอนะล็อกจะไม่มีฟังก์ชันอัจฉริยะใด ๆ นอกจากการปรับเพิ่มเวลาและความร้อน เนื่องจากผู้ผลิตต้องการตอบสนองลูกค้าที่มองหาหม้อทอดไร้น้ำมันราคาถูก เน้นใช้งานง่าย เหมาะสำหรับคนที่ low-tech หรือผู้ที่ไม่ถนัดใช้ระบบหน้าจอสัมผัสนั่นเองค่ะ

การดูแลรักษา-ซ่อมบำรุงง่าย
นอกจากนี้ในขั้นตอนล้างทำความสะอาดหม้อ หรือแม้แต่ตอนที่คุณเช็ดทำความสะอาดภายนอกตัวหม้อก็ไม่ต้องกลัวว่าตัวเองจะเผลอทำน้ำกระเด็นเข้าแผงวงจรจนเกิดความเสียหายด้วยนะคะ เพราะว่าหม้อทอดไร้น้ำมันระบบแอนะล็อกจะมีความทนทานและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากกว่าแบบดิจิทัล แถมยังหาร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ง่ายกว่าและมีค่าซ่อมที่ถูกกว่าด้วยค่ะ
ไม่มีสเกลการตั้งค่าที่ละเอียดและแม่นยำ
อย่างไรก็ตามในข้อดีก็มีข้อที่ควรพิจารณาเช่นกันค่ะ เพราะว่าหม้อทอดไร้น้ำมันระบบแอนะล็อกนั้นจะไม่ค่อยแม่นยำในเรื่องของตัวเลขค่ะ อาทิเช่น หากคุณต้องการอุ่นอาหารประมาณ 3-5 นาที (ซึ่งถือว่าเป็นการตั้งค่าเวลาที่สั้นมาก ๆ) ในส่วนนี้ต้องบอกเลยว่าหม้อทอดไร้น้ำมันระบบแอนะล็อกไม่สามารถให้ความแม่นยำแก่คุณได้ หรือในกรณีที่คุณต้องการปรุงอาหารชนิดที่ต้องใช้อุณหภูมิความร้อนตรงตามสูตรเป๊ะ ๆ ก็เป็นยากเรื่องเช่นกันค่ะ เพราะว่าการหมุนปุ่มด้วยมือนั้นจะไม่แม่นยำเท่ากับการกดตัวเลขแบบดิจิทัลค่ะ

หม้อทอดไร้น้ำมันระบบดิจิตอล / ทัชสกรีน
การใช้งานง่ายดาย ใช้เพียงปลายนิ้วสัมผัส
ในทางกลับกันหม้อทอดไร้น้ำมันแบบดิจิตอลจะมีจอแสดงผล LED หน้าจอควบคุมเป็นระบบสัมผัส สามารถตั้งค่าล่วงหน้าได้, กำหนดการปรุงอาหารที่เป็นเมนูเฉพาะเจาะจงได้ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว เพราะคุณสามารถเลือกเวลาและอุณหภูมิในการปรุงสำหรับอาหารประเภทต่าง ๆ จากโปรแกรมที่เครื่องกำหนดมาให้ วิธีนี้จะทำช่วยให้คุณทำอาหารได้ง่ายขึ้น เนื่องจากคุณไม่ต้องมานั่งจำว่าเมนูนี้ต้องใช้อุณหภูมิที่เท่าใดและต้องใช้เวลานานแค่ไหนนั่นเองค่ะ
โปรแกรมเมนูทำอาหารมาให้อัตโนมัติ
หม้อทอดไร้น้ำมันแบบดิจิตอลจะมีฟังก์ชันทำอาหารสำเร็จรูปมาให้แล้ว ซึ่งตัวหม้อจะเซตค่าต่าง ๆ มาให้อัตโนมัติ นั่นก็คือระยะเวลาในการทอดและอุณหภูมิความร้อนที่ใช้ในแต่ละเมนู อาทิเช่นหากเป็นเนื้อสัตว์ก็ต้องใช้เวลาและอุณหภูมิมากกว่าผักเป็นต้น โดยแต่ละรุ่นอาจจะมีมาให้ประมาณ 6-8 โปรแกรม ซึ่งเป็นโปรแกรมแบบเริ่มต้นเท่านั้น อย่างเช่น ทำเฟรนช์ฟรายส์, เนื้อไก่, เนื้อหมู, เนื้อวัว, ขนมปัง เป็นต้น ซึ่งบางยี่ห้อก็อาจมีการเพิ่มลูกเล่นให้แก่แบรนด์ตัวเองโดยอาจมีโปรแกรมเมนูอาหารให้เลือกเยอะขึ้น

สามารถปรับเวลาและอุณหภูมิได้เองอย่างแม่นยำ
อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่ต้องการใช้ฟังก์ชันปรุงอาหารอัตโนมัติเหล่านี้ ก็สามารถเลือกปรับเวลาและอุณหภูมิได้ด้วยตัวเองตามต้องการ ซึ่งโดยส่วนใหญ่เกือบ 90% ของหม้อทอดไร้น้ำมันแบบดิจิทัลที่เราได้ทดสอบมาจะมีสเกลการปรับค่าที่เท่ากัน นั่นก็คือ หากเป็นเวลาก็จะเพิ่มลดได้ครั้งละ 1 นาที และหากเป็นอุณหภูมิสามารถเพิ่มลดได้ครั้งละ 5-10 องศาเซลเซียส (โดยส่วนใหญ่จะเป็น 5 องศาเซลเซียส)
มีฟังก์ชันพิเศษ
หม้อทอดไร้น้ำมันระบบดิจิทัลส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับฟังก์ชันพิเศษ อาทิเช่น แจ้งเตือนให้เขย่า, แจ้งเตือนให้พลิกกลับด้าน, ทำให้อาหารของคุณอุ่นอยู่เสมอ และบางรุ่นก็อาจมีโหมดทำความสะอาดตัวเองได้ด้วยนะคะ นอกจากนี้หากทางแบรนด์ต้องการเพิ่มจุดขายก็อาจจะทำให้คุณสามารถควบคุมหม้อทอดไร้น้ำมันผ่านสมาร์ตโฟนได้ด้วย โดยจะเชื่อมต่อด้วยระบบ Wi-Fi ดังนั้นจึงทำให้เราสามารถสั่งงานได้จากระยะไกลนั่นเองค่ะ

ราคาสูง การดูแลรักษายาก
แม้ว่าหม้อทอดไร้น้ำมันระบบดิจิทัลจะมีข้อดีอยู่หลายข้อ แต่อย่างไรก็ตามคุณภาพที่ดีและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ย่อมมาพร้อมกับราคาที่สูงกว่าเสมอ อีกทั้งพวกแผงวงจรดิจิทัลส่วนใหญ่จะมีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ หากโดนน้ำเพียงเล็กน้อยหรือโดนแรงกระแทกแรง ๆ จากการกดปุ่มเดิมซ้ำ ๆ ก็อาจทำให้ปุ่มพังได้ง่ายค่ะ ทั้งนี้ในส่วนของค่าซ่อมบำรุงนั้นก็จะแพงกว่าแบบแอนะล็อกด้วยนะคะ
สรุปควรซื้อ “หม้อทอดไร้น้ำมันระบบแอนะล็อก” หรือไม่?
ซื้อเลย
- หากคุณมีงบจำกัด หม้อทอดไร้น้ำมันแบบแมนนวลอาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
- หากคุณไม่ชอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คุณอาจพบว่าหม้อทอดไร้น้ำมันแบบแอนะล็อกนั้นใช้งานง่ายกว่า
- หากคุณวางแผนที่จะซื้อหม้อทอดไร้น้ำมันเป็นของขวัญให้ผู้สูงอายุ บอกเลยว่าเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มาก ๆ
- หากคุณต้องการความอะลุ่มอล่วยในการทำอาหาร คุณสามารถตั้งอุณหภูมิที่ต้องการและเวลาในการปรุงอาหารให้เร็วขึ้นบนหม้อทอดไร้น้ำมันแบบแอนะล็อกได้ตลอดเวลาจนกว่าคุณจะพอใจ
- หากคุณต้องการหม้อทอดไร้น้ำมันที่ทนทาน เนื่องจากระบบแบบแมนนวลจะมีฟังก์ชันการทำงานที่น้อยกว่า จึงมีส่วนประกอบที่อาจแตกหักได้น้อยตามไปด้วย อีกทั้งค่าซ่อมของหม้อทอดไร้น้ำมันประเภทนี้ก็จะถูกกว่าด้วยนะคะ

อย่าซื้อ
- ไม่มีฟังก์ชันอัจฉริยะ อาทิเช่น เตือนให้อุ่นซ้ำหรือเตือนให้เขย่าอาหาร
- ไม่ทราบสถานะที่แท้จริงของกระบวนการทำอาหาร เนื่องจากมันไม่มีจอแสดงผล ทำได้เพียงแต่เปิดดูเป็นระยะ ๆ เท่านั้น
- ไม่มีความแม่นยำสำหรับการปรุงอาหาร เพราะการควบคุมการระดับของอุณหภูมิและเวลากว้างเกินไป หากคุณวางแผนที่จะอบเค้กหลาย ๆ ชิ้นในหม้อทอดไร้น้ำมัน คุณควรพิจารณาหม้อทอดไร้น้ำมันแบบดิจิทัลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
สรุปควรซื้อ “หม้อทอดไร้น้ำมันระบบดิจิทัล” หรือไม่ ?
ซื้อเลย
- หากคุณต้องการปรุงอาหารที่มีความแม่นยำด้านอุณหภูมิและเวลา เนื่องจากคุณจะได้เห็นตัวเลขที่แน่นอนบนหน้าจอแสดงผลไม่ใช่การกะประมาณด้วยสายตา
- หากคุณมีสูตรเฉพาะที่สามารถบันทึกค่าไว้ในโปรแกรม เพราะมันจะช่วยให้คุณตั้งเวลาทำอาหารได้เร็วขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องจำตัวเลขเหล่านั้นด้วยตัวเอง
- หากคุณต้องการหม้อทอดไร้น้ำมันที่มีฟังก์ชันอัจฉริยะ เช่น การแจ้งเตือนหรือการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi
- หากคุณเป็นคนชอบความสมบูรณ์ (Perfectionist) คุณอาจชอบหม้อทอดไร้น้ำมันแบบดิจิตอล เพราะว่าการออกแบบต่าง ๆ จะดูสะอาดสะอ้าน ดูหรูหราและเป็นรุ่นใหม่กว่า
- หากคุณอยากรู้สถานะของอาหารภายในหม้อ หม้อทอดไร้น้ำมันแบบดิจิตอลจะมีจอแสดงผลในตัว ซึ่งคุณสามารถดูสถานะปัจจุบันของความคืบหน้าในการทำอาหารของคุณได้
อย่าซื้อ
- ราคาสูง โดยปกติแล้วหม้อทอดไร้น้ำมันแบบดิจิตอลจะมีราคาแพงกว่าแบบแอนะล็อกหลายร้อยหรืออาจเป็นหลักพัน
- ไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ เนื่องจากฟังก์ชันที่มากขึ้นทำให้หม้อทอดไร้น้ำมันแบบดิจิตอลอาจสร้างความสับสนให้กับผู้สูงอายุได้
- ค่าซ่อมที่แพงกว่า ในกรณีของการซ่อม หม้อทอดไร้น้ำมันแบบดิจิตอลจะมีราคาสูงกว่า
- ขนาดใหญ่และหนักมาก เนื่องจากหม้อทอดไร้น้ำมันแบบดิจิตอลมีส่วนประกอบพวกแผงวงจรต่าง ๆ มากกว่า จึงมักจะหนักและใหญ่กว่าหม้อทอดไร้น้ำมันแบบแมนนวล