ข้อดีของการใช้ไดร์เป่าผม วิธีใช้ไดร์ที่ถูกต้อง ไม่ทำให้ผมแห้งเสีย

ไดร์เป่าผมนอกจากจะมีหน้าที่ช่วยทำให้ผมคุณนั้นแห้งและยังถือว่าเป็นอุปกรณ์แต่งผมขั้นพื้นฐานที่ทุก ๆ บ้านก็ต้องมีติดบ้านไว้ เนื่องจากการใช้งานที่สะดวกและสามารถใช้ได้ทั้งคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง วันนี้เราเลยอยากมาแชร์ทริคในการดูแลผมสำหรับการไดร์ และบอกถึงสาเหตุที่ว่าทำไมเราถึงไม่ควรปล่อยให้ผมแห้งเองตามธรรมชาติ อย

ทำไมเราถึงไม่ควรปล่อยให้ผมแห้งเองตามธรรมชาติ ? (1-8)

คุณอาจจะเคยคิดว่าการที่ปล่อยให้ผมแห้งเองตามธรรมชาติมันน่าจะดีกว่าการใช้ไดร์เป่าผม แต่ความจริงแล้วแนวคิดแบบนี้ถือว่าไม่ถูกต้องเลยค่ะ เพราะการที่เราปล่อยให้ผมแห้งเองนั้นจะยิ่งเป็นการทำร้ายผม

โดยปกติแล้วขณะที่ผมเปียกโครงสร้างของเส้นผมก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง น้ำจะซึมเข้าสู่ผิวชั้นนอกเข้าไปยังส่วนของเนื้อชั้นในหรือที่เรียกว่า “cortex” ทำให้เส้นผมเกิดการพองตัว ซึ่งช่วงนี้เส้นผมของเรานั้นกำลังอ่อนแอมาก ๆ และการที่ปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รีบเป่าให้แห้งนั้นจะเป็นการยิ่งเพิ่มโอกาสการทำร้ายผมของคุณมากขึ้น

เพราะยิ่งปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ ผมก็จะยิ่งพองตัวและถ้าหากว่าเกิดอาการแบบนี้บ่อย ๆ เข้าก็จะทำให้ เซลล์เมมเบรน คอมเพล็กซ์ (Cell membrane) เกิดการแตกหักได้ค่ะ  ซึ่งตัวนี้จะเป็นตัวกำหนดความยืดหยุ่น ความแข็งแรง และผิวสัมผัสของเส้นผม

นอกจากนี้การปล่อยให้ผมแห้งเองช้า ๆ หรือการนอนหลับไปทั้ง ๆ ที่ผมเปียกอาจทำให้หนังศีรษะของคุณเกิดการติดเชื้อราได้ อาทิเช่น เชื้อรา Malassezia ที่ทำให้เป็นรังแคหรือโรคผิวหนังอักเสบ (เซบเดิร์ม) ได้ ทั้งนี้มันยังส่งผลให้หมอนหนุนนอนของคุณเปียกชื้นและเกิดการหมักหมมซึ่งเป็นแหล่งเจริญเติบโตที่ดีของเชื้อโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย

ทริคในการดูแลผมสำหรับการไดร์

1. ห้ามเช็ดถูผมแรง ๆ ขณะผมเปียก

ห้ามเช็ดถูผมแรง ๆ ขณะผมเปียก
ห้ามเช็ดถูผมแรง ๆ ขณะผมเปียก

ห้ามเช็ดถูผมแรง ๆ ขณะผมเปียกหลังจากที่คุณสระผม คุณไม่ควรรีบพุ่งไปหาไดร์เป่าผมในทันที สิ่งแรกที่คุณควรปฏิบัติคือการเช็ดผมและการเช็ดคุณก็ไม่ควรเช็ด ๆ ถู ๆ ผมของคุณแรงเกินไป ในจังหวะนี้ให้ใจเย็น ๆ ค่อยซับอย่างเบามือ เนื่องจากขณะที่ผมคุณกำลังเปียกนั้นผมของคุณจะอ่อนแอมาก ๆ การเช็ดถูที่แรงเกินไปอาจจะทำให้ผมขาดได้เลยนะคะ

2. ห้ามหวีผมขณะผมเปียก

สำหรับอีกข้อหนึ่งที่คุณไม่ควรละเลยนั่นก็การห้ามหวีผมในขณะที่ผมเปียกค่ะ แต่ถ้าหากว่าคุณต้องการจะหวีผมจริง ๆ เราขอแนะนำให้ใช้หวีที่มีซี่ห่างหน่อยและให้คุณค่อย ๆ หวีอย่างช้า ๆ เพราะถ้ายิ่งเบามือได้มากเท่าไหนก็สามารถช่วยลดโอกาสการขาดของเส้นผมได้มากเท่านั้น ยิ่งถ้าหากเส้นผมที่ผ่านการทำสีหรือผ่านการทำเคมีมาก็จะต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษเลยค่ะ

ห้ามหวีผมขณะผมเปียก
ห้ามหวีผมขณะผมเปียก

3. ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันความร้อน

แน่นอนค่ะว่าก่อนจะเป่าผมหรือหนีบผมนั้นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ก่อนที่เราจะลงมือใช้ความร้อนกับผมเรานั่นก็คือการใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันความร้อนนั่นเอง โดยการทำงานของมันก็เปรียบเสมือนเป็นการสร้างเกราะป้องกันไม่ให้ผมของคุณนั้นสูญเสียความชุ่มชื้นมากจนเกินไปจนทำให้ผมนั้นแห้งเสีย ซึ่งผลิตภัณฑ์ป้องกันความร้อนนั้นก็มีมากมายหลากลายยี่ห้อ อีกทั้งแต่ละยี่ห้อนอกจากจะช่วยกันความร้อนแล้ว ก็ยังช่วยบำรุงผมสร้างความแข็งแรงให้กับผมด้วยเช่นกัน

4. ใช้ความร้อนที่ต่ำ

หลังจากที่คุณซับผมให้พอหมาด ๆ แล้วก็จะเริ่มไดร์ผม คุณควรเริ่มจากอุณหภูมิที่ต่ำจะดีที่สุด แบ่งผมออกเป็นส่วน ๆ จากนั้นก็ทำการเป่าค่ะ โดยหลังจากที่คุณเป่าจนรู้สึกว่าผมคุณเริ่มอุ่น ๆ หรือแห้งประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์แล้วคุณสามารถเพิ่มอุณหภูมิได้ค่ะ แต่ต้องบอกก่อนว่าจะต้องไม่ใช่ความร้อนที่สูงปรี๊ดขนาดนั้นนะคะ

การใช้ไดร์เป่าผมจะช่วยลดการเกิดเชื้อราบนหนังศีรษะ
ใช้ความร้อนที่ต่ำ

คุณควรถือไดร์ให้ห่างจากผมคุณประมาณ 15 เซนติเมตร ระยะนี้ถือเป็นระยะที่พอดีสำหรับการให้ความร้อนจากไดร์ค่ะ และในการเป่าผมก็ต้องมีการขยับไดร์ไปมาเพื่อให้ความร้อนกระจายได้ทั่ว ไม่เจาะจงลงบนส่วนใดส่วนหนึ่งมากเกินไป

5. เป่าด้วยลมเย็นเป็นการปิดท้าย

หลังที่เป่าลมร้อนแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคุณก็ต้องอย่าลืมเป่าลมเย็นด้วย เนื่องจากลมเย็นจะช่วยล็อกผมให้อยู่ทรง อีกทั้งลมเย็นจะเข้าปิดเกร็ดผมซึ่งจะทำให้ผมคุณดูเงางามมากขึ้นด้วยค่ะ เป็นไงบ้างคะวิธีง่าย ๆ เพียงแค่นี้ก็จะช่วยแก้ปัญหาและยังช่วยป้องกันโอกาสการเกิดผมเสียได้แล้ว สาว ๆ อย่าลืมนำเคล็ดลับดี ๆ แบบนี้ไปใช้กันนะคะ


References

  1. Hair cell
  2. The structure of people’s hair
  3. The cell membrane complex: three related but different cellular cohesion components of mammalian hair fibers
  4. Structural analysis of the cell membrane complex in the human hair cuticle using microbeam X-ray diffraction: relationship with the effects of hair dyeing
  5. Increased hair shedding may be associated with the presence of Pityrosporum ovale
  6. Association of Malassezia species with dandruff
  7. Seborrheic Dermatitis
  8. Fungal contamination of bedding
Next Post