ใกล้หน้าฝนกันเข้ามาแล้วนะคะ หลาย ๆ คนก็เตรียมตัวรับลมหนาวแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจัดทริปเที่ยวบนดอยอินทนนท์, เชียงคาน, ปาย, เชียงใหม่ หรือจะเป็นชื่นชมทะเลหมอกที่เขาค้อ ซึ่งต่างก็มีบรรยากาศที่ชวนให้หลงไหลไปกับธรรมชาติในป่า แต่มีสิ่งหนึ่งที่คุณจะต้องระวัง เมื่อเข้าสู่หน้าฝนหรือเมื่อเข้าไปตั้งแคมป์ในป่า ก็คือ “ยุงลาย” นั่นเองค่ะ
เพราะยุงลายนั้นเป็นบ่อเกิดของโรคไข้เลือดออกที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงถึง 21 ราย และมีผู้ป่วย 31,438 ราย ในปี 2563 (ข้อมูลจาก ม.ค.- ก.ค.) และอายุที่พบมากที่สุด คือ 15-24 ปี รองลงมาคือ 10-14 ปี หากมองจากตัวเลขและข้อมูลประจำเดือน จะพบว่ามีผู้ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้นทางกรมควบคุมโรคจึงออกมารณรงค์ของความร่วมมือให้ประชาชนช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธ์น้ำน้ำยุงลายด้วยมาตรการป้องกัน 3 ข้อ ได้แก่
วิธีกำจัด แหล่งเพาะพันธุ์ ยุงลาย
1. เก็บบ้านให้สะอาด
ตรงไหนที่อาจจะเสี่ยงเป็นมุมอับชื้น ก็ควรจะจัดเก็บให้เป็นระเบียบ อาทิเช่น พับเก็บเสื้อผ้าไว้ในตู้เสื้อผ้าหรืออาจจะแขวนในตู้ก็ได้เช่นกัน เพื่อไม่มีมุมอับในห้อง
2. เก็บขยะที่อยู่บริเวณรอบบ้าน
เพราะขยะเหล่านี้อาจจะเป็นที่รองน้ำเล็ก ๆ ให้ยุงลายเพาะพันธุ์ได้ จากนั้นเก็บทุกอย่างไปทิ้งในถุงดำ และนำถุงไปทิ้งที่ถังขยะ ทำอย่างนี้เป็นประจำทุกสัปดาห์
3. เก็บน้ำ
ไม่ว่าภาชนะใส่น้ำสำหรับดื่มหรือใช้ควรจะมีฝาปิดให้สนิท มิดชิด และเรียบร้อย หากภาชนะไหนไม่ค่อยได้ใช้งานก็ให้คว่ำภาชนะนั้น ๆ รวมถึงพยายามเปลี่ยนน้ำในกระถางหรือแจกันบ่อย ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงลายมาวางไข่
แน่นอนว่าทั้ง 3 วิธี นี้จะช่วยคุณให้ปลอดภัยจากโรคได้ถึง 3 โรค ได้แก่ โรคไข้เลือดออก, โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย (โรคชิคุนกุนยา)
เคล็ดเพิ่มเติม : คุณอาจจะเลือกใส่เสื้อผ้าแขนยาวขาวยาวในฤดูฝน และใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับไล่ยุงเช่น โลชั่นทาไล่ยุง, ยากันยุงแบบจุด, สเปรย์กันยุง, เครื่องดักยุง, ไม้ตียุงไฟฟ้า, สเปรย์กำจัดแมลง หรืออาจจะใช้เป็นสมุนไพรในการไล่ยุงอย่าง ตะไคร้ ก็ได้เช่นกันค่ะ นอกจากนี้ “มุ้งนอน“ ก็มีความสำคัญมากเช่นกัน เพราะมันจะช่วยป้องกันยุงลานในขณะที่คุณนอนหลับได้เป็นอย่างดี
อาการของโรคไข้เลือดออก
หากคุณมีอาการปวดหัว, ปวดเมื่อยตามตัว, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ, หน้าแดง, มีผื่น, มีจุดหรือรอยจ้ำเป็นเลือดตามตัว, เบื่ออาหาร, จุกแน่นลิ้นปี่ หรือสงสัยว่าตัวเองอาจจะป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกให้คุณรีบเดินทางไปพบแพทย์โดยทันที คุณสามารถโทรทราบถามเพิ่มได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 (ตรวจสอบสิทธิค่ารักษาประกันสังคม)
ขอบคุณที่มาข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค