ในปัจจุบัน การเริ่มทำบล็อกของตัวเอง ถือว่าง่ายกว่าในอดีตมากครับ ซึ่งใครก็ตามที่มีสมาร์ทโฟนอยู่ในมือ คุณก็สามารถเริ่มบันทึกภาพและแชร์คอนเทนต์ต่าง ๆ หรือไลฟ์สดให้กับคนทั้งโลกได้รับชมทันที อีกทั้งการที่คุณจะโด่งดังและมีชื่อเสียงในโลกออนไลน์ได้นั้น มันก็ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดเลยครับ ซึ่งคุณจะสังเกตได้จากยูทูปเบอร์หรือบล็อกเกอร์ในยุคนี้หลาย ๆ คนสามารถมีชื่อเสียงขึ้นได้ภายในชั่วข้ามคืน เนื่องจากคอนเทนต์หรือเนื้อหาบางส่วนไปโดนใจเหล่าผู้ชมเข้า จนทำให้เกิดกระแสการแชร์อย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ยากยิ่งกว่าก็คือ การรักษายอดติดตามเอาไว้ให้ได้
เพราะทุกวันนี้ผู้ชมสื่อออนไลน์ส่วนใหญ่ มีช่วงความสนใจสั้นมากครับ ถึงแม้ว่าคุณจะมีแนวคิดในการสร้างเนื้อหาหรือคอนเทนต์ที่น่าทึ่งก็ตาม แต่ถ้าคุณไม่ได้นำเสนอคอนเทนต์ด้วยภาพที่สมูทลื่นไหล ด้วยระบบป้องกันถาพสั่นไหวอย่างดี มีความคมชัดภายใต้มุมกล้องที่สวยงาม แน่นอนครับว่า คุณก็จะไม่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชมใหม่ ๆ ได้เลย อีกทั้งผู้ชมเก่า ๆ ของคุณ ก็จะไม่ติดตามคุณอีกต่อไปด้วย เพราะฉะนั้นการที่คุณมี กล้องสำหรับถ่าย Vlog หรือกล้องวิดีโอบล็อก ที่เหมาะสมอยู่ในมือ มันก็จะช่วยให้คุณสามารถสร้างคอนเทนต์ในวิดีโอ ด้วยภาพที่น่าทึ่งดึงดูดสายตา สร้างจุดที่น่าสนใจ บนภาพที่คมชัด และลื่นไหลได้นั่นเองครับ
กล้องสำหรับถ่าย Vlog รุ่นไหนเหมาะกับคุณที่สุด ?
- กล้อง Mirrorless สำหรับถ่าย Vlog เซ็นเซอร์ APS-C CMOS น้ำหนักเบา ฟังก์ชันครบ และอเนกประสงค์ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการ 4K: Canon EOS M50 Mark II kit 15-45mm กล้อง Mirrorless สำหรับถ่ายบล็อก
- กล้องสำหรับถ่าย Vlog แบบ Micro Four Thirds ขนาดเล็ก กะทัดรัด บางเบา พร้อมมอบวิดีโอและภาพนิ่ง คุณภาพเยี่ยม: Panasonic Lumix DC-G100 Kit 12-32mm กล้อง Mirrorless Digital Vlog Camera
- กล้องระดับเริ่มต้นที่มีความสามารถครบครัน พร้อมช่องมองภาพคุณภาพสูง ตอบโจทย์ทั้งภาพนิ่ง และวิดีโอ: FUJIFILM X-T200 kit 15-45mm กล้องดิจิตอลมิเรอร์เลส สาย Vlog
- กล้องสำหรับถ่าย Vlog ราคาคุ้มค่า ที่ออกแบบมาให้เป็นมิตรกับผู้ใช้มือใหม่: Canon EOS M200 Kit 15-45mm กล้องมิเรอร์เลส ไซส์คอมแพค สำหรับถ่าย Vlog
- กล้อง Compact สำหรับถ่าย Vlog ความละเอียด 20.1MP เลนส์ ZEISS บันทึก 4K พร้อมไมโครโฟนภายใน พร้อมสร้างวิดีโอบล็อกที่ยอดเยี่ยม : Sony Digital Camera กล้องวิดีโอบล็อก ยอดนิยม รุ่น ZV-1
- กล้องแอ็คชั่น เพียงตัวเดียวที่รองรับวิดีโอสูงสุดถึงระดับ 5K พร้อมฟังก์ชันที่ตอบโจทย์สายลุยโดยเฉพาะ: GoPro Hero 10 Black แอ็คชั่นแคม ยอดนิยม
- กล้องสำหรับนักถ่ายวิดีโอคนเดียว มาคู่กับไม้กันสั่นในตัว แต้มีขนาดเล็กมาก เหมาะกับคนที่ชื่นชอบการเดินบันทึกภาพไปเรื่อย ๆ: DJI Pocket 2 กล้องพกพา กล้องจิ๋วอัจฉริยะ พร้อมกันสั่นแบบ 3 แกน ในตัว
กล้องวิดีโอ Vlog ที่เหมาะสำหรับมือใหม่ ควรมีอะไรบ้าง ?
1. ระบบป้องกันภาพสั่นไหว
ถ้าหากคอนเทนต์ของคุณเป็นแนวถ่ายทำอยู่กับที่ อาทิเช่น การสตรีม, การสัมภาษณ์แขกรับเชิญ หรือการรีวิวสินค้า เป็นต้น และการถ่ายทำวิดีโอส่วนใหญ่ คุณวางแผนที่จะใช้กล้องร่วมกับขาตั้งกล้องเป็นหลัก แน่นอนครับว่า ระบบกันสั่นด้วยกิมบอล ไม่สำคัญสำหรับคุณมากนัก แต่อย่างไรก็ตามการถ่ายทำคอนเทนต์อะไรสักอย่างหนึ่ง มันจะสมบูรณ์แบบได้ก็ต่อเมื่อ วิดีโอของคุณมีองค์ประกอบครบถ้วน

ยกตัวอย่างเช่น การรีวิวสินค้า จริงอยู่ครับว่า กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ของวิดีโอ มันจะเป็นการตั้งกล้องอยู่กับที่ และคุณจะต้องทำการทดสอบตัวสินค้าที่รีวิว ซึ่งแน่นอนครับว่า เมื่อคุณรีวิวที่จุดใดจุดหนึ่งของสินค้า แต่ไม่มีภาพประกอบ หรือภาพอินเสิร์ทขึ้นมาเลย สิ่งที่เกิดขึ้น ผู้ชมส่วนใหญ่ก็จะไม่อินไปกับการรีวิวของคุณ เพราะพวกเขานึกภาพตามไปออกนั่นเอง ดังนั้นหากคุณเป็นมือใหม่และต้องการมองหา กล้องสำหรับถ่าย Vlog ตัวแรก มาใช้งาน มันควรจะต้องมี ระบบป้องกันภาพสั่นไหว ในตัวครับ เพื่อให้คุณสามารถเริ่มต้นสร้างคอนเทนต์ทีสมบูรณ์แบบได้ โดยการใช้กล้องเพียงตัวเดียว
2. คุณภาพเสียง
มือใหม่ทุกคนต่างก็มีข้อจำกัดมากมาย ทั้ง อุปกรณ์ที่ไม่ได้มีเพียบพร้อมเหมือนกับโปรดักชั่นใหญ่ ๆ งบประมาณที่มีอย่างจำกัด และที่สำคัญคือประสบการณ์การถ่ายทำ แต่ถ้าหากคอนเทนต์ของคุณไม่ได้เป็นการอัดเสียงบรรยาย แยกในภายหลัง พร้อมทั้งคุณยังต้องการบันทึกเสียงที่มีคุณภาพสูง ๆ คุณก็จะต้องลงทุนไปกับไมโครโฟนภายนอกเพียงอย่างเดียวเท่านั้นครับ เนื่องจากไมโครโฟนของกล้องส่วนใหญ่ มักจะไม่มีคุณภาพมากนัก ส่วนใหญ่ก็รับเสียงได้ไม่ดี เสียงไม่มีทิศทาง และยังตัดเสียงรบกวนได้ไม่ดีด้วย เพราะฉะนั้นกล้องของคุณก็ต้องรองรับไมโครโฟนภายนอกครับ แม้จะต้องจ่ายแพงขึ้น แต่ก็คุ้มค่าครับ
3. จอภาพและเครื่องบันทึกภายนอก (External Monitors & Recorders)
สำหรับคนที่เป็นยูทูปเบอร์ หรือบล็อกเกอร์มือใหม่ ต่อให้มีอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ เพียบพร้อมไปซะทุกอย่าง แต่ทำคอนเทนต์ออกมาก็ยังไม่สมบูรณ์แบบอยู่ดี นั่นก็เป็นเพราะสิ่งที่มือใหม่ขาดไป นั่นก็คือ ประสบการณ์ ครับ ไม่มีใครบนโลกนี้ ทำอะไรก็ตามในครั้งแรก แล้วมันจะออกมาดีที่สุดเลย โดยปัญหาที่มือใหม่ทุก ๆ คน จะต้องประสบพบเจอแน่ ๆ และหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็คือ หน่วยความจำเต็ม ครับ เนื่องจากมือใหม่ยังขาดประสบการณ์ ทำให้อาจจะถ่ายในมุมกล้องที่ผิด ๆ ถูก ๆ อยู่ บางคนก็แก้ปัญหานี้ด้วยการไล่ลบไฟล์ที่ไม่ดีทิ้งไป หรือมีการถ่ายโอนไฟล์ลงใน แล็ปท็อป, โน้ตบุ๊ค, แฟลชไดร์ฟ หรือฮาร์ดดิสก์พกพา ซึ่งแน่นอนครับ มันกินเวลาค่อนข้างมาก นอกจากนี้บางคนก็อาจจะซื้อ Micro SD Card มาเพิ่ม แต่เมื่อถ่ายผิดก็ต้องเจอกับปัญหาเช่นเดิม

ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาหน่วยความจำเต็ม รวมไปถึงมุมกล้องที่ไม่เป็นไปตามความต้องการของคุณ เราขอแนะนำ จอมอนิเตอร์และเครื่องบันทึกภายนอก แบบพกพา (External Monitors & Recorders) ครับ ซึ่งไม่เพียงแต่ให้หน้าจอที่ใหญ่ขึ้น เพื่อใช้ดูสิ่งที่คุณกำลังบันทึกได้เท่านั้น แต่มันยังให้พื้นที่เก็บข้อมูลที่มากขึ้น และช่วยให้คุณสามารถจับภาพวิดีโอคุณภาพสูงขึ้นได้ เพราะฉะนั้น หากคุณรู้ตัวว่า คอนเทนต์ที่กำลังจะลงมือทำ เป็นคอนเทนต์ที่ค่อนข้างยาว อย่าลืมเช็คพอร์ต HDMI ด้วยนะครับ
เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน
Canon EOS M200 Kit 15-45mm กล้องมิเรอร์เลส ไซส์คอมแพค สำหรับถ่าย Vlog

ต่อจาก EOS M100 กล้องยอดนิยม สำหรับบล็อกเกอร์มือใหม่ อัพเกรดเป็น Canon EOS M200 กล้องมิเรอร์เลสขนาดเล็ก ที่เหมาะมาก ๆ สำหรับ vloggers โดยรุ่นนี้ใช้เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ CMOS APS-C ความละเอียด 24.1 MP ให้ภาพที่คุณภาพสูง คมชัด ระบบโฟกัสอัตโนมัติ Dual Pixel และการตรวจจับดวงตาที่มีความเร็ว และแม่นยำ ทำให้การติดตามโฟกัสมีคุณภาพมาก ๆ ครับ โดยควบคุมการทำงานด้วยชิปประมวลผลภาพ DIGIC 8 ที่มีคุณภาพของ Canon ทำให้กล้องรุ่นนี้สามารถบันทึกวิดีโอ UHD 4K ได้สูงสุดที่ 30fps (รวมถึงสโลว์โมชั่น HD ที่ยอดเยี่ยมที่ 120fps) นอกจากนี้ตัวบอตี้ยังมีการออกแบบมาให้คุณใช้งานได้ถนัดมือ ด้วยหน้าจอสัมผัส LCD แบบพับขึ้นได้ 180 องศา พร้อมการควบคุมการถ่ายภาพที่ง่ายมาก ๆ ครับ
จุดเด่น
- ออโต้โฟกัสแบบพิกเซลคู่ Dual Pixel AF ประสิทธิภาพสูง ช่วยให้ได้ภาพที่คมชัด และน่าดึงดูด
- อินเทอร์เฟซเน้นที่หน้าจอสัมผัส ใช้งานง่าย
- เลนส์ให้ความสว่างได้เป็นอย่างดี และมีระยะโฟกัสกว้าง
- หน้าจอพลิกขึ้นด้านบน เหมาะสำหรับการเซลฟี่ และการบันทึกวิดีโอตัวเอง
- ขนาดบอดี้กะทัดรัด บางเบา ช่วยให้พกพาได้สะดวก
ข้อควรพิจารณา
- การบันทึกวิดีโอที่ระดับ 4K มีการครอบตัดวิดีโอ และโฟกัสอัตโนมัติที่ช้าลง
- ตัวเลือกขั้นสูง ต้องเข้าไปเพิ่มเติมในเมนู อาจจะใช้งานลำบาก
- อายุการใช้งานแบตเตอรี่ค่อนข้างน้อย
- ไม่มีฐานเสียบแฟลช และพอร์ตไมค์ 3.5 มม. มาให้
| ประเภทกล้อง | Mirrorless |
|---|---|
| เซนเซอร์ | 24.1MP APS-C CMOS |
| เลนส์กล้อง | EF-M 15-45mm f/3.5~6.3 IS STM Lens |
| โฟกัสอัตโนมัติ | Dual Pixel CMOS AF |
| หน้าจอ |
|
| การบันทึกภาพ |
|
| พอร์ตไมค์ | |
| ระบบกันสั่น | ชนิดเปลี่ยนเลนส์ & แบบ 3 แกน ในตัวกล้อง |
| การเชื่อมต่อ | Wi-Fi, Bluetooth, Micro USB, Micro HDMI |
| การรับประกัน | 1 ปี |
| ขนาด | 108.2 × 67.1 × 35.1 มม. |
| น้ำหนัก | 429 ก. |
FUJIFILM X-T200 kit 15-45mm กล้องดิจิตอลมิเรอร์เลส สาย Vlog

Fujifilm X-T200 ถือเป็นกล้องระดับเริ่มต้นที่ดีกว่ารุ่นก่อนมาก ๆ ครับ มีสิ่งที่น่าดึงดูดใจและฟังก์ชันมากมายสำหรับบล็อกเกอร์ ตัวบอดี้มาในสไตล์ย้อนยุค แบบที่คุ้นเคยของ X-series ทำงานด้วยเซ็นเซอร์ APS-C 24.2MP ที่จับภาพวิดีโอสูงสุดระดับ 4K 30p โดยไม่ได้ครอบตัด แต่จะใช้วิธีลดขนาดตัวอย่างจากฟุตเทจ 6K แทน ทำให้ผลลัพธ์มันมีรายละเอียดที่น่าประทับใจ และมีไดนามิกมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ส่วนการโฟกัสอัตโนมัติใช้คอนทราสต์และเฟสไฮบริด 425 จุด ซึ่งสามารถโฟกัสภาพได้อย่างแม่นยำ และรวดเร็ว
แต่น่าเสียดายเล็กน้อย ที่ระบบป้องกันภาพสั่นไหวดิจิทัลในตัว สามารถใช้งานได้ในระดับ Full HD เท่านั้น ซึ่งคุณสามารถใช้เลนส์ที่มีกันสั่นในตัวแก้ปัญหานี้ได้ครับ แสดงผลบนหน้าจอสัมผัสแบบปรับหมุนได้ ซึ่งขนาดใหญ่ถึง 3.5 นิ้ว มอบภาพที่มีความคมชัดอย่างน่าอัศจรรย์ และทำให้การจัดเฟรมเป็นเรื่องสนุก ในขณะที่การเชื่อมต่อมีทั้งพอร์ต 3.5 มม. และพอร์ต USB-C ช่วยเพิ่มความหลากหลายในการใช้งาน
จุดเด่น
- ดีไซน์ย้อนยุคเพรียวบาง น้ำหนักเบา เป็นมิตรกับการเดินทาง
- มอบสีสันที่ยอดเยี่ยม และช่วงไดนามิกที่ดี ตามสไตล์ของ Fujifilm
- สามารถถ่ายวิดีโอ 4K ที่ไม่มีการครอบตัดภาพ โดยการย่อความละเอียด 6K มาเป็น 4K แทน
- มีหน้าจอสัมผัส LCD ขนาดใหญ่ และช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ความละเอียดสูง
- ระบบออโต้โฟกัสที่มีประสิทธิภาพสูง
- ประสิทธิภาพด้านเสียงที่ดี
ข้อควรพิจารณา
- ระบบป้องกันภาพสั่นไหว ใช้งานได้ในความละเอียด Full HD เท่านั้น
- อายุการใช้งานแบตเตอรี่ค่อนข้างน้อย
- ปุ่มต่าง ๆ ค่อนข้างเล็ก และไม่อยู่ในตำแหน่งที่ดี เมื่อใช้ช่องมองภาพ
| ประเภทกล้อง | Mirrorless |
|---|---|
| เซนเซอร์ | 24.2MP APS-C CMOS |
| เลนส์กล้อง | X mount 15-45mm f/3.5~5.6 OIS lens |
| โฟกัสอัตโนมัติ | |
| หน้าจอ |
|
| การบันทึกภาพ |
|
| พอร์ตไมค์ | |
| ระบบกันสั่น | |
| การเชื่อมต่อ | Wi-Fi, Bluetooth, USB Type C, Micro HDMI |
| การรับประกัน | 1 ปี |
| ขนาด | 121 × 84 × 55 มม. |
| น้ำหนัก | 370 ก. |
Sony Digital Camera กล้องวิดีโอบล็อก ยอดนิยม รุ่น ZV-1

มากันที่ Sony ZV-1 กล้องวิดีโอบล็อกยอดนิยม ที่เป็นการรวมเอาส่วนที่ดีที่สุดของรุ่น RX100 เข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น พอร์ตไมโครโฟน และโฟกัสอัตโนมัติ บวกกับเลนส์ 24-70 มม. f/1.8-2.8 ที่ให้สว่างได้อย่างดีเยี่ยมของ RX100 V ช่วยให้รุ่นนี้ตอกย้ำสิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการจาก กล้อง Vlog ขนาดเล็กครับ ในส่วนของการโฟกัสรุ่นนี้มีการติดตามแบบเรียลไทม์ มี Fast Hybrid AF ให้คุณสลับโฟกัสได้อย่างรวดเร็ว และ Eye AF รุ่นล่าสุดของ Sony ก็ทำออกมาดีมาก ๆ รวมไปถึงฟิลเตอร์ ND ที่มีในตัวและโปรไฟล์อย่าง S-Log2 ซึ่งช่วยให้ความยืดหยุ่นในการปรับระดับสี สำหรับผู้ที่ต้องการสีสันสดใส แต่เรายังคิดว่าระบบกันภาพสั่นไหวยังเป็นรองรุ่นอื่น ๆ อยู่พอสมควรครับ
จุดเด่น
- มาพร้อมออโต้โฟกัสระดับชั้นนำ
- เลนส์ 24-70 มม. ให้ความสว่างได้เป็นอย่างดี เพื่อโบเก้วิดีโอที่สวยงาม
- หน้าจอพลิกด้านข้าง เหมาะสำหรับการบันทึกวิดีโอตัวเอง
- ขนาดกะทัดรัด บางเบา ช่วยให้พกพาได้สะดวกมาก ๆ
ข้อควรพิจารณา
- หน้าจอสัมผัสยังคงมีข้อจำกัด
- ระบบกันภาพสั่นไหว พอใช้งานได้
- อายุการใช้งานแบตเตอรี่ค่อนข้างน้อย
| ประเภทกล้อง | Compact |
|---|---|
| เซนเซอร์ | 20.1MP Exmor RS CMOS 1-inch |
| เลนส์กล้อง | 24-70 มม., f/1.8~2.8 |
| โฟกัสอัตโนมัติ | (Fast Hybrid AF) |
| หน้าจอ |
|
| การบันทึกภาพ |
|
| พอร์ตไมค์ | |
| ระบบกันสั่น | |
| การเชื่อมต่อ | Wi-Fi, Bluetooth, Micro USB, Micro HDMI |
| การรับประกัน | 1 ปี |
| ขนาด | 105.5 × 60.0 × 43.5 มม. |
| น้ำหนัก | 294 ก. |
Canon EOS M50 Mark II kit 15-45mm กล้อง Mirrorless สำหรับถ่ายบล็อก

หากตอนนี้คุณใช้ Canon EOS M50 รุ่นก่อนหน้านี้อยู่ หรือคุณกำลังมองหากล้องสำหรับถ่ายวิดีโอ 4K โดยเฉพาะ Canon EOS M50 Mark II ยังไม่ใช่รุ่นที่น่าพอใจสำหรับการอัพเกรดของคุณ และยังไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมครับ เนื่องจากคุณสมบัติระดับ 4K มีข้อจำกัดหลายประการ โดยเฉพาะระบบ Dual Pixel AF ที่ขึ้นชื่อของ Canon จะถูกแทนที่ด้วยการตรวจจับคอนทราสต์ AF และยังมีการครอบตัดค่อนข้างมาก เมื่อคุณบันทึกภาพระดับ 4K ดังนั้นมันจึงไม่เหมาะกับยูทูปเบอร์มือใหม่ครับ
แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการถ่ายภายที่ระดับ 1080p เท่านั้น และกำลังมองหาบอดี้ขนาดกำลังดี ใช้งานง่าย พร้อมมีโฟกัสอัตโนมัติที่ยอดเยี่ยม สำหรับการถ่ายภาพ วิดีโอ วิดีโอบล็อก หรือการสร้างสรรค์คอนเทนต์ต่าง ๆ M50 Mark II ถือว่าอยู่ในรุ่นที่มีองค์ประกอบครบถ้วนครับ เนื่องจากการทำงานรวมกันของ เซ็นเซอร์ CMOS APS-C ขนาดใหญ่ ความละเอียด 24.1MP พร้อมหน้าจอสัมผัสแบบปรับหมุนได้ อินพุตไมโครโฟน และระบบ Eye AF สำหรับภาพนิ่ง และวิดีโอ ซึ่งทำงานได้ดีมาก ๆ สำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้น ด้วยประสิทธิภาพต่อราคาที่คุ้มค่ามาก ๆ นี่คือกล้องราคาประหยัด ที่ทรงพลัง บนบอดี้ที่มีขนาดกะทัดรัดและใช้งานง่าย ซึ่งเหมาะสำหรับการเดินทางและการถ่ายภาพในชีวิตประจำวัน ตลอดจนการสร้างเนื้อหาทุกรูปแบบครับ
จุดเด่น
- การถ่ายภาพที่ความละเอียดระดับ 1080p ทำได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้ง ภาพนิ่ง และวิดีโอ
- ออโต้โฟกัสแบบพิกเซลคู่ Dual Pixel AF ประสิทธิภาพสูง ช่วยให้ได้ภาพที่คมชัดและน่าดึงดูด
- เลนส์ 24-72 มม. ให้ความสว่างได้เป็นอย่างดี และมีระยะโฟกัสกว้าง
- หน้าจอพลิกด้านข้าง เหมาะสำหรับการบันทึกวิดีโอตัวเอง
- ขนาดบอดี้กะทัดรัด บางเบา ช่วยให้พกพาได้สะดวก
ข้อควรพิจารณา
- การบันทึกวิดีโอที่ระดับ 4K มีการครอบตัดวิดีโอ และโฟกัสอัตโนมัติที่ช้าลง
- Eye Detect AF ไม่ 100%
- อายุการใช้งานแบตเตอรี่ค่อนข้างน้อย
- ไม่รองรับการชาร์จด้วย USB
- ยังคงใช้ Micro USB อยู่
| ประเภทกล้อง | Mirrorless |
|---|---|
| เซนเซอร์ | 24.1MP APS-C CMOS |
| เลนส์กล้อง | EF-M 15-45 mm f/3.5~6.3 IS STM |
| โฟกัสอัตโนมัติ | (Dual Pixel CMOS AF) |
| หน้าจอ |
|
| การบันทึกภาพ |
|
| พอร์ตไมค์ | |
| ระบบกันสั่น | (Lens shift type & In-body 5-axis) |
| การเชื่อมต่อ | Wi-Fi, Bluetooth, Micro USB, Micro HDMI |
| การรับประกัน | 1 ปี |
| ขนาด | 116.3 × 88.1 × 58.7 มม. |
| น้ำหนัก | 517 ก. |
Panasonic Lumix DC-G100 Kit 12-32mm กล้อง Mirrorless Digital Vlog Camera

Panasonic ยังคงใช้สิ่งที่ได้ผลกับรุ่นพี่อย่าง G95 และปรับแต่ง เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของ vlogger ส่วนใหญ่ จนได้ออกมาเป็นกล้องมิเรอร์เลสราคาสุดคุ้มค่าที่มีฟังก์ชันครบครัน ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ถือเป็นกล้องที่ดี ทั้ง ภาพนิ่ง และวิดีโอเลย โดย G100 รุ่นใหม่นี้ มีทุกอย่างไม่ต่างจาก G95 เลย เพียงแต่ Lumix DC-G100 อยู่ในบอดี้ที่เล็กกว่า ถูกกว่า และใช้งานง่ายกว่า มาพร้อมบอดี้ที่กะทัดรัด และเบามาก ๆ ทำงานด้วยเซ็นเซอร์ Micro Four Thirds ความละเอียด 21.7MP จับคู่เลนส์ 12-32 มม. f/3.5-5.6 โดยสามารถรองรับการบันทึกวิดีโอสูงสุด 4K 30p พร้อมโหมด V-Log L ที่ขึ้นชื่อของ Panasonic เอง มีการอัปเดตออโต้โฟกัส Depth From Defocus พร้อม Electronic IS และ Hybrid IS ให้ความแม่นยำและความเร็วในการโฟกัสที่สูงมาก ๆ นอกจากนี้ยังมีไมโครโฟน 3 ทาง คู่กับ OZO Audio จาก Nokia tech ทำให้ได้คุณภาพที่ดีทั้งภาพ และเสียง
จุดเด่น
- วิดีโอ UHD 4K 30p พร้อม V-Log L
- หน้าจอสัมผัส LCD และช่องมองภาพ EVF นั้น ดีมาก สำหรับกล้องในช่วงราคานี้
- ระบบออโต้โฟกัสที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้ได้ภาพที่คมชัด แม่นยำ ไม่หลุด
- ความสามารถในการบันทึกเสียงของ OZO Audio จาก Nokia tech ถือว่าดีเยี่ยม
- ขนาดบอดี้กะทัดรัด บางเบา เป็นมิตรกับการเดินทาง
- ด้ามจับขาตั้งกล้องเสริมที่มีประโยชน์
ข้อควรพิจารณา
- ไม่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวในตัว
- มีการครอบตัดวิดีโอ 4K ที่ค่อนข้างมาก
- อายุการใช้งานแบตเตอรี่ค่อนข้างน้อย
- แม้จะมีความละเอียดที่ยอดเยี่ยม แต่ช่องมองภาพก็ยังมีขนาดที่เล็ก
| ประเภทกล้อง | Mirrorless |
|---|---|
| เซนเซอร์ | 21.7MP Micro Four Thirds Live MOS |
| เลนส์กล้อง | 12-32mm (24-64mm equivalent) f/3.5~5.6 lens |
| โฟกัสอัตโนมัติ | Contrast AF |
| หน้าจอ |
|
| การบันทึกภาพ |
|
| พอร์ตไมค์ | |
| ระบบกันสั่น | HYBRID I.S. แบบ 5 แกน |
| การเชื่อมต่อ | Wi-Fi, Bluetooth, Micro USB, Micro HDMI |
| การรับประกัน | 2 ปี |
| ขนาด | 115.6 × 82.5 × 54.2 มม. |
| น้ำหนัก | 345 ก. |
GoPro Hero 10 Black แอ็คชั่นแคม ยอดนิยม

มาต่อกันที่หนึ่งในกล้องที่เป็นกระแสมากที่สุดอย่าง GoPro กันบ้างครับ สำหรับ GoPro Hero 10 Black ถือเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด และพูดได้ว่าดีที่สุด ณ ตอนนี้ แม้ว่าจะดูเหมือนกับ Hero9 Black ในเกือบทุกด้าน แต่ Hero10 Black ยังคงเป็นการอัพเกรดที่สำคัญมาก ๆ โดยทั้งหมดนั้นอยู่ที่การใช้โปรเซสเซอร์ GP2 รุ่นใหม่ ซึ่งมอบทั้ง ความเร็วการใช้งาน เพิ่มอัตราเฟรมเป็น 2 เท่า และให้เทคโนโลยีป้องกันภาพสั่นไหวที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา แสดงผลภาพบนจอที่ใหญ่ขึ้น 2.27 นิ้ว และหน้าจอด้านหน้า จะช่วยให้คุณใช้งานสะดวกขึ้น ทั้งหมดช่วยให้กล้องรุ่นนี้สมบูรณ์แบบมาก ๆ สำหรับการทำวิดีโอบล็อก โดยเฉพาะสายลุย
ซึ่งไฮไลท์อยู่ที่ความสามารถในการบันทึกวิดีโอสูงสุด 5.3K 60p และกันสั่น HyperSmooth 4.0 ใหม่ของ GoPro ช่วยให้มันทำงานได้ดีในทุก ๆ โหมด ควบคู่ไปกับกล้องความละเอีpf 23MP ทำให้คุณได้ภาพถ่ายที่ดีที่สุด เหนือกว่า GoPro ทุก ๆ รุ่น และคุณยังสามารถถ่ายโอนข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ผ่านสาย USB Type-C และยังมีคุณสมบัติการอัปโหลดอัตโนมัติ ที่เพิ่มรูปภาพและวิดีโอไปยังคลาวด์โดยอัตโนมัติในขณะที่ชาร์จ ช่วยให้การทำคอนเทนต์ต่าง ๆ ของคุณง่ายดายยิ่งขึ้น
จุดเด่น
- โปรเซสเซอร์ GP2 รุ่นใหม่อันทรงพลัง ช่วยให้การทำงานต่าง ๆ เร็วขึ้น
- ดีไซน์กะทัดรัด จับกระชับ พกพาง่าย และยังมีอุปกรณ์เสริมอีกเพียบ
- การบันทึกวิดีโอสูงสุดที่ระดับ 5K 60p และ 4K 120p
- ภาพนิ่งจากวิดีโอ 5.3K
- จอแสดงผลด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยให้บันทึกวิดีโอตัวเองได้สะดวกมาก ๆ
- มีระบบกันสั่น HyperSmooth 4.0 ซึ่งดีขึ้นกว่าเดิม สามารถใช้งานบนความละเอียดสูงขึ้น
- กันน้ำได้โดยไม่ต้องใช้เคสเสริม
- การถ่ายโอนข้อมูลที่ง่าย และรวดเร็ว
- สามารถใช้ร่วมกันได้กับอุปกรณ์เสริมของ Hero 9 (รุ่นก่อนหน้า)
ข้อควรพิจารณา
- หากเที่ยบกับ Hero 9 (รุ่นก่อนหน้า) ลูกเล่นแทบไม่ต่างกัน ถ้าหากคุณไม่ได้ใช้ความละเอียด 5K
- อายุการใช้งานแบตเตอรี่ค่อนข้างน้อย
- ไม่มี HDMI output จะต้องใช้หัวแปลง
- ราคาแพงเกือบเท่ากับกล้องมิเรอร์เลสรุ่นเริ่มต้น
| ประเภทกล้อง | Action |
|---|---|
| เซนเซอร์ | 23.6MP 1/2.3-inch CMOS |
| เลนส์กล้อง | N/a |
| โฟกัสอัตโนมัติ | |
| หน้าจอ | จอสัมผัส 2.27 นิ้ว |
| การบันทึกภาพ |
|
| พอร์ตไมค์ | |
| ระบบกันสั่น | HyperSmooth 4.0 |
| การเชื่อมต่อ | Wi-Fi, Bluetooth, USB-C |
| การรับประกัน | 1 ปี |
| ขนาด | 75.0 × 11.0 × 23.0 มม. |
| น้ำหนัก | 153 ก. |
DJI Pocket 2 กล้องพกพา กล้องจิ๋วอัจฉริยะ พร้อมกันสั่นแบบ 3 แกน ในตัว

เห็นบอดี้เล็ก ๆ ราคาเบา ๆ แบบนี้ คุณภาพไม่เล็กตามไปด้วยนะครับ สำหรับ DJI Pocket 2 ซึ่งมันอาจจะยังไม่ถือว่าสมบูรณ์แบบมากนัก แต่ในแง่ของการทำงาน มันก็ดีกว่ารุ่นอื่น ๆ ที่ระดับราคาเดียวกัน โดยการเป็นกล้องวิดีโอบล็อกขนาดกะทัดรัด และหนักเพียง 117 กรัม เท่านั้น ทำให้พกพาได้ง่าย และถือถ่ายภาพได้สะดวก และก็ยังมีอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะในแพ็คเกจ Creator Combo ที่ได้รวมไมโครโฟนไร้สาย และเครื่องมือหลักอื่น ๆ สำหรับการใช้ผลิตผลงานวิดีโอที่ยอดเยี่ยม
สำหรับ DJI Pocket 2 ได้มีการเพิ่มขนาดเซ็นเซอร์ให้ใหญ่ขึ้นจากรุ่นแรก และรองรับการบันทึกวิดีโอได้หลากหลายโหมดทั้ง วิดีโอ 4K 60p, โหมด Slowmotion, โหมด Motion Lapse และโหมด Timelapse พร้อมมีระบบการติดตามวัตถุ ระบบ ActiveTrack 3.0 ที่สามารถจับโฟกัสอัตโนมัติได้อย่างแม่นยำ และยังมีกันสั่นแบบ 3 แกน ในตัวด้วย ส่งผลให้คุณภาพวิดีโอของคุณ สมบูรณ์มากแบบมากที่สุดครับ นอกจากนี้ยังมีคุณภาพเสียงให้สูงขึ้นด้วย DJI Matrix Stereo โดยมีไมค์มากถึง 4 ตัว รอบทิศทาง ช่วยให้เสียงที่ได้มีคุณภาพไม่แพ้กันครับ ทำให้รุ่นนี้เหมาะมากกับ vloggers ที่ทำคอนเทนต์แนวการเดิน และพูดคุยไปรอบ ๆ พื้นที่
จุดเด่น
- ฟุตเทจการบันทึกวิดีโอที่ระดับ 4K มีความเสถียร
- มาพร้อม Mini Control Stick ช่วยเพิ่มความสมูทในการซูม ใช้งานง่าย ตอบโจทย์สายบล็อกมาก ๆ
- ดีไซน์ที่ลงตัว บอดี้กะทัดรัด น้ำหนักเบา ทำให้ใช้งานได้ง่าย
- มีระบบกันสั่นแบบ 3 แกน ในตัว
- สามารถรบันทึกวิดีโอตัวเองได้สะดวกมาก ๆ
- ระบบออโต้โฟกัส ActiveTrack 3.0 ที่มีคุณภาพสูง จับภาพได้แม่นยำ ไม่หลุด
- มี DJI Matrix Stereo ช่วยเพิ่มคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม พร้อมไมค์ในตัว
- ราคาประหยัด เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นจริง ๆ
ข้อควรพิจารณา
- ประสิทธิภาพการบันทึกภาพในที่ที่มีแสงน้อยไม่ดีนัก
- ตัวเครื่องอาจมีความร้อนได้ ขณะบันทึกภาพระดับ 4K
- คุณภาพของภาพจะยิ่งลดลง เมื่อทำการซูมมากขึ้น
- ไม่มี HDMI output จะต้องใช้หัวแปลง
| ประเภทกล้อง | Action |
|---|---|
| เซนเซอร์ | 64MP 1/1.7-in CMOS |
| เลนส์กล้อง | 20 mm FOV 93° f/1.8 |
| โฟกัสอัตโนมัติ | |
| หน้าจอ | จอสัมผัส 1.0 นิ้ว |
| การบันทึกภาพ |
|
| พอร์ตไมค์ | |
| ระบบกันสั่น | 3-axis |
| การเชื่อมต่อ | Wi-Fi, Bluetooth, USB-C |
| การรับประกัน | 1 ปี |
| ขนาด | 124.7 × 38.1 × 30.0 มม. |
| น้ำหนัก | 117 ก. |
** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว
วิธีการเลือก กล้องสำหรับถ่าย Vlog มีปัจจัยมีอะไรบ้าง ?

กล้องถ่ายภาพแต่ละประเภท มีปัจจัยที่ใช้ในการเลือกซื้อที่แตกต่างกันไปครับ ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ในการใช้งานของคุณเอง ซึ่งก่อนที่คุณจะเลือกซื้อ กล้องสำหรับถ่าย Vlog คุณจะต้องเรียนรู้ วิธีการเลือกกล้องถ่ายรูปทั่ว ๆ ไป ก่อนครับ คุณควรจะรู้จักทั้งประเภทของกล้อง, เซนเซอร์กล้อง, เลนส์กล้อง, ช่องมองภาพ, หน้าจอ และคุณสมบัติอื่น ๆ ในเบื้องต้น จากนั้นคุณก็ค่อยมาพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้เพิ่มเติม เพื่อให้ได้กล้องถ่ายภาพที่เหมาะสำหรับการถ่ายบล็อกมากที่สุดครับ
1. พอร์ตเชื่อมต่อไมโครโฟนภายนอก
พอร์ตไมโครโฟนภายนอก ถือเป็นพอร์ตที่สำคัญมาก ๆ ครับ ถ้าหากคุณต้องการที่จะสร้างวิดีโอที่ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น คุณก็ต้องมีเสียงที่มีคุณภาพด้วยเช่นกันครับ โดยต้องไม่มีเสียงลม หรือเสียงรบกวนใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งถ้าหากจะถามว่า ไมโครโฟนในตัวกล้องก็มี มันสามารถใช้ได้หรือไม่? ก็ต้องตอบว่า ได้ในบางสถานการณ์เท่านั้นครับ เช่น ถ่ายทำในสตูดิโอ หรือในห้องปิดที่ไม่มีลม ไม่มีเสียงใด ๆ เลย แต่ถ้าคุณต้องการนำไปถ่ายรีวิว สถานที่ท่องเทียวต่าง ๆ การใช้ไมโครโฟนภายนอก ก็จะช่วยให้คุณได้วิดีโอที่มีเสียงที่สมบูรณ์แบบ ดังนั้นอย่าลืมลงทุนในกล้องที่มีอินพุตไมโครโฟนภายนอกนะครับ
2. กล้องที่มีหน้าจอสามารถพลิกกลับไปด้านหน้าได้

การทำคอนเทนต์ต่าง ๆ โดยเฉพาะการถ่ายบล็อกนั้น หลาย ๆ ครั้งคุณจะต้องมีการหันมาถ่ายตัวเอง ในขณะพูดคุยกับกล้องด้วย เพื่อให้วิดีโอดูราบรื่น และน่าติดตามมากยิ่งขึ้นครับ ดังนั้นถ้าหากคุณไม่อยากจะถ่ายที่เดิมซ้ำ ๆ หลาย ๆ ครั้ง คุณก็ต้องเลือกซื้อกล้องที่มีหน้าจอแสดงผล สามารถพลิกกลับไปด้านหน้าได้ เพื่อช่วยให้คุณสามารถมองเห็นภาพทั้งหมด ขณะถ่ายทำได้ คุณจะได้ไม่ต้องคาดเดามุมกล้อง ไม่ต้องไปลุ้นว่าภาพโฟกัสหรือไม่ และทำให้แน่ใจว่า การจัดเฟรมของภาพนั้นถูกต้อง เป็นไปตามที่คุณต้องการ
3. ระบบออโต้โฟกัส (AF) ที่มีประสิทธิภาพ
หากคอนเทนต์ของคุณเป็นการบันทึกภาพตัวเองขณะเคลื่อนที่ คุณก็จำเป็นจะต้องเลือกกล้องถ่ายรูป ที่มีการติดตาม AF ที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากคุณจะไม่สามารถไปเปลี่ยนหรือกำหนดจุดโฟกัสในขณะถ่ายทำได้ ดังนั้นคุณก็จะต้องใช้ AF ตาหรือใบหน้า เพื่อให้โฟกัสอยู่ที่ตัวคุณเสมอตลอดการถ่ายทำ
4. วิดีโอความละเอียดระดับ 4K
จริงอยู่ครับว่า คุณอาจจะใช้กล้องถ่ายภาพ ที่ไม่รองรับความละเอียดในระดับ 4K ได้ แต่คุณก็ต้องไม่ลืมนะครับว่า เทคโนโลยีในปัจจุบันมันก้าวหน้าไปเร็วมากแค่ไหน ? ในอนาคตอันใกล้นี้ข้อเสียเรื่องไฟล์ขนาดใหญ่ที่เป็นปัญหาของ 4K มาตลอด อาจได้รับการแก้ไขก็ได้ครับ นอกจากนั้นบางคนอาจจะบอกว่า ต้องการอัปโหลดเผยแพร่วิดีโอที่ความละเอียดระดับ 1080p เท่านั้น ไม่ได้ต้องการอัปโหลดไฟล์ 4K ซึ่งเราอยากบอกว่า วิดีโอความละเอียดระดับ 4K มีประโยชน์มากกว่านั้นครับ

ถ้าหากว่าคุณต้องการอัปโหลดเผยแพร่ไฟล์วิดีโอที่ระดับ 1080p แต่คุณบันทึกภาพในระดับ 4K มา ไฟล์วิดีโอความละเอียด 4K ก็ไม่เสียเปล่าครับ เพราะคุณสามารถจะทำการครอบ ตัดภาพที่ไม่สวยออกไปได้ และคุณสามารถปรับเฟรมวิดีโอใหม่ เพื่อจะจัดเฟรมให้วิดีโอสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เมื่อปรับทั้งหมดจนพึ่งพอใจแล้ว คุณก็ยังคงส่งออกที่ไฟล์ที่ระดับ 1080p จริง ๆ ได้ เพราะฉะนั้นกล้องที่พร้อมใช้งาน 4K จึงมีความยืดหยุ่นมากกว่าในการเตรียมวิดีโอฟุตเทจต่าง ๆ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการตัดต่อวิดีโอหลังการถ่ายทำ คุณก็สามารถศึกษาซอฟต์แวร์ตัดต่อวิดีโอต่าง ๆ ได้ครับ
5. คุณภาพภาพนิ่งก็ต้องยอดเยี่ยม
หากคุณต้องการที่จะเป็นบล็อกเกอร์ แน่นอนครับว่า คุณจะต้องมีมีบัญชีโซเซียลมีเดียต่าง ๆ โดยเฉพาะ Instagram ดังนั้นกล้องถ่ายภาพที่คุณพกพาไปทำคอนเทนต์ต่าง ๆ ก็ต้องมีประสิทธิภาพทั้ง ภาพนิ่ง และวิดีโอ คงไม่มีใครอยากพกกล้องติดตัวไปถึง 2 ตัว หรอกใช่ไหมล่ะครับ จริงอยู่ครับว่า สมาร์ทโฟนที่มีกล้องถ่ายภาพดีที่สุด บางรุ่นนั้น ยอดเยี่ยม สำหรับการสร้างคอนเทนต์ แต่คุณภาพมันจะไม่มีวันดีเท่ากับกล้องจริง ๆ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเพื่อความคุ้มค่า และความสะดวกสบาย กล้องที่คุณเลือกก็ควรทำงานได้อย่างดีเยี่ยมทั้งสองด้าน
บทส่งท้าย
สำหรับ กล้องทุก ๆ รุ่นที่อยู่ในรายการของเรา ล้วนเหมาะอย่างยิ่งครับ สำหรับการทำ Vlog การทำคอนเทนต์ต่าง ๆ คุณเพียงแค่จะต้องตัดสินใจให้ได้ว่า คุณต้องการใช้จ่ายเท่าไร ? คุณต้องการการพกพาที่สะดวกแค่ไหน ? และคุณต้องการถ่ายวิดีโอบล็อกประเภทใดเป็นหลัก ? หากคุณตอบคำถามเหล่านี้ได้ การเลือกซื้อกล้องสำหรับถ่าย Vlog มันก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วล่ะครับ ซึ่งเราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความนี้จะสามารถช่วยให้คุณค้นหากล้องที่เหมาะกับคุณได้ไม่ยากนะครับ
สุดท้ายนี้การที่คุณจะประสบความสำเร็จ ในวงการบล็อกเกอร์ หรือวงการยูทูปเบอร์ได้นั้น สิ่งสำคัญมีเพียงไม่กี่อย่างครับ ได้แก่ ความคิดสร้างสรรค์ ความอดทน และความสม่ำเสมอครับ เพราะในช่วงแรก ๆ คุณจะไม่ได้อะไรจากการทำตรงนี้เลยนอกจากคำตำหนิจากใครที่ไหนก็ไม่รู้ ซึ่งคุณก็ต้องอดทนผ่านมันมาให้ได้ และเมื่อคุณทำไปเรื่อย ๆ เก็บคำติเตียนมาพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ วันใดวันหนึ่งคอนเทนต์ของคุณอาจจะเป็นกระแสขนโด่งดังก็เป็นได้ครับ เมื่อถึงเวลานั้นคอนเทนต์ทั้งหมดที่คุณทำมาตั้งแต่ต้น มันก็จะมีคนเข้ามาชื่นชมผลงานคุณอย่างแน่นอนครับ