ถึงแม้ว่า รถยนต์ หลาย ๆ รุ่น จะมาพร้อมกับชุดเครื่องเสียงที่เป็นออฟชั่นของรถให้มาอยู่แล้ว แต่หากจะพูดถึงเรื่องของคุณภาพเสียง รถยนต์หลาย ๆ รุ่นไม่ได้เน้นไปในด้านของลำโพงหรือเครื่องเสียงมากนักครับ เนื่องจากต้องการลดต้นทุนของตัวรถ ทำให้คุณภาพเสียงที่ได้จะอยู่ในระดับกลาง ๆ ซึ่งถ้าหากคุณไม่เคยฟังลำโพงที่มีคุณภาพสูง ๆ มาก่อนเลยคุณอาจคิดว่ามันเสียงดี แต่ถ้าหากคุณมีโอกาศได้ฟังเสียงของลำโพงแบรนด์ดัง ๆ แล้วละก็ คุณจะทราบทันทีว่า ลำโพงเดิม ๆ ของรถยนต์เสียงเป็นอย่างไร
ด้วยเหตุนี้ หลาย ๆ คน จึงเลือกที่จะเปลี่ยนใหม่ เพื่อให้ได้เสียงอย่างที่พวกเขาต้องการ โดยบางคนก็เปลี่ยนทั้งเครื่องเสียงติดรถยนต์และลำโพง หรือบางคนก็เดินระบบใหม่ทั้งหมด มีการใส่อุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เข้าไป เพื่อให้ได้เสียงที่มีคุณภาพมากที่สุด ซึ่งแน่นอนครับว่ามันต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง ดังนั้นในวันนี้เราจะมาแนะนำหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดนั่นก็คือการเปลี่ยนลำโพงเดิม ๆ ให้เป็น “ลำโพงแกนร่วมติดรถยนต์” ครับ ซึ่งเป็นลำโพงที่สามารถช่วยอัพเกรดคุณภาพเสียงของเครื่องเสียงเดิม ๆ ในรถของคุณ ให้กลายเป็นเสียงที่มีคุณภาพ มีมิติ มีศักยภาพในพลังเสียงมากยิ่งขึ้น
ลำโพงแกนร่วมติดรถยนต์ (Coaxial Speaker) รุ่นไหนดี !
- ลำโพงแกนร่วม 3 ทาง ขนาด 6.5 นิ้ว ที่ดีที่สุด คุณภาพเสียงดีเยี่ยม ในราคาสุดคุ้มค่า การันตีด้วยยอดขายที่สูงมาก ๆ: JBL ลำโพงแกนร่วมรถยนต์ แบบ 3 ทาง 6.5 นิ้ว รุ่น GT7-6
ลำโพงแกนร่วมติดรถยนต์ (Coaxial Speaker) คืออะไร ?
ลำโพงแกนร่วมติดรถยนต์ (Coaxial Speaker) ก็คือลำโพงที่มีการออกแบบให้ดอกลำโพงในแต่ละช่วงความถี่มาอยู่รวมกัน โดยใช้แกนเดียวกัน ทำให้ทิศทางของเสียงมาจากตำแหน่งเดียวกัน ซึ่งลักษณะการออกแบบส่วนใหญ่ จะมีการวางดอกลำโพงที่มีช่วงความถี่เสียงสูงไว้ที่ตำแหน่งตรงกลางของดอกลำโพงที่มีความถี่ในย่านเสียงต่ำ ส่งผลให้ไม่ว่าคุณจะนั่งส่วนไหนคุณก็จะได้ยินเสียงในแต่ละย่านความถี่ได้ครบครับ

วิธีเลือกซื้อ ลำโพงแกนร่วมติดรถยนต์ ต้องดูอะไรบ้าง ?
1. ความไวต่อเสียงของลำโพง
ความไวต่อเสียงของลำโพง (Sensitivity) เป็นค่าอ้างอิงของความไวตอบสนองของลำโพง พูดง่าย ๆ คือ ค่าที่จะบ่งบอกว่าลำโพงรุ่นนั้น ๆ สามารถมอบเสียงที่ดังได้กี่เดซิเบล (dB) โดยใช้กำลังขับ 1 วัตต์ ในระยะ 1 เมตร อาทิเช่น 92 dB ที่ 1W @1 m หมายถึง ลำโพงตัวนี้หากป้อนกำลังขับ 1 วัตต์ ในระยะ 1 เมตร จะสามารถสร้างเสียงดังได้ที่ 92 เดซิเบล เป็นต้น ทำให้ข้อดีของลำโพงที่มีความไวต่อเสียงสูง ๆ นั่นด็คือ แม้คุณมีกำลังขับเพียงน้อยนิด คุณก็จะยังคงได้เสียงที่ทรงพลังอยู่นั่นเองครับ
2. การตอบสนองความถี่
การตอบสนองความถี่ (Frequency Response) เป็นการแยกย่านความถี่ของตัวลำโพงว่า มันมีประสิทธิภาพสามารถทำได้มากน้อยขนาดไหน ยิ่งมีช่วงความถี่ที่กว้างมากเท่าไรก็ยิ่งดีครับ ซึ่งถ้าเป็นหูฟังแบบต่าง ๆ เช่น หูฟัง Bone Conduction, หูฟังครอบหู, หูฟังเน้นเบส หรือหูฟัง True Wireless ที่เราฟังแล้วรู้สึกว่ามันไพเราะ มีเสียงครบทุกย่านเสียง เพราะส่วนใหญ่ก็จะสามารถแยกความถี่ของเสียงได้กว้างกว่าลำโพงทั่ว ๆ ไปอยู่แล้ว ซึ่งอยู่ในช่วงประมาณ 10 Hz-20 kHz
แต่หากเป็นลำโพงแบบต่าง ๆ ทั้ง ลำโพงอัจฉริยะ, ลำโพงซาวด์บาร์, ลำโพงคอมพิวเตอร์ และรวมไปถึง ลำโพงแกนร่วมติดรถยนต์ นั้น ส่วนใหญ่จะสามารถทำได้ประมาณ 40 Hz- 20 kHz ครับ ซึ่งหากคุณต้องการได้ช่วงความถี่ที่กว้างกว่านี้ ต้องใช้ลำโพงชนิดอื่น ๆ อย่าง ลำโพงซับวูฟเฟอร์ เข้ามาเสริม เพื่อช่วยให้คุณได้เสียงที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
3. กำลังขับ หรือ กำลังวัตต์
กำลังขับ (Power Handling) ก็คือ ค่าที่บ่งบอกถึงขีดความสามารถของลำโพงรุ่นนั้น ๆ ว่า สามารถรองรับกำลังขับของเครื่องขยายเสียงหรือเรียกอีกอย่างว่าเพาเวอร์แอมป์ ได้มากน้อยขนาดไหนนั่นเอง ? ดังนั้นหากคุณจะนำลำโพงไปใช้งานร่วมกับ เพาเวอร์แอมป์ ควรเลือกลำโพงที่สามารถรองรับได้ด้วย
4. ขนาดของลำโพงที่จะติดตั้งในรถยนต์ของคุณ
ขนาดของลำโพง หรือ ความลึก ของตัวลำโพงถือเป็นส่วนสำคัญมาก ๆ ครับ เนื่องจากการที่คุณจะนำลำโพงไปติดตั้งที่บริเวรจุดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นประตูรถ แผงคอนโซล หรือจุดอื่น ๆ พื้นที่มันมีจำกัด ดังนั้นก่อนตัดสินใจคุณจะต้องคำนึงถึงพื้นที่การติดตั้งด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตอนติดตั้ง
สำหรับในวันนี้เราได้รวบรวมเอา ลำโพงแกนร่วมติดรถยนต์ (Coaxial Speaker) จากแบรนด์ต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยม มารีวิว เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินใจของคุณ โดยเราได้เลือกมาหลายรุ่น หลายราคา สำหรับเป็นตัวเลือกให้กับคุณ ซึ่งจะมีรุ่นไหนราคาเท่าไหร่บ้างนั้น เราไปดูกันเลยครับ
เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน
JBL ลำโพงแกนร่วมรถยนต์ แบบ 3 ทาง 6.5 นิ้ว รุ่น GT7-6
ราคา 1,449 บาท*
JBL รุ่น GT7-6 เป็นลำโพงซีรี่ย์ใหม่ แบบแกนร่วม 3 ทาง สำหรับติดตั้งรถยนต์ ขนาด 6.5 นิ้ว ใช้วูฟเฟอร์โคนโพลีโพรพีลีน Plus One และทวีตเตอร์แบบโดม ช่วยเปลี่ยนเสียงธรรมดา ๆ ของลำโพงจากโรงงาน ให้กลายเป็นเสียงที่มีรายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์ในทุกย่านเสียง ไม่ว่าจะเป็นเสียงทุ้ม เสียงกลาง หรือเสียงแหลม ด้วยความไวที่ 92dB เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับเสียงเพลงที่แท้จริงที่มีความใส กังวาน เสียงร้องคมชัด เสียงดนตรีมีมิติ ทำให้คุณเข้าถึงอารมณ์เพลงได้มากยิ่งขึ้น สำหรับ JBL รุ่น GT7-6 มาพร้อมดีไซน์การออกแบบที่สวยงาม ดูหรูหรา ติดตั้งง่ายไม่ยุ่งยาก ถือเป็นลำโพงที่สามารถมอบเสียงเพลงที่มีคุณภาพได้อย่างยอดเยี่ยม
จุดเด่น
- กรวยโพลีโพรพิลีน Plus One ช่วยให้มีความไวที่สูงขึ้น เอาต์พุตความถี่ต่ำที่เพิ่มขึ้น และเสียงดนตรีที่มากขึ้น
- มีคุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยม คมชัด เบสที่หนักแน่น และมีรายละเอียดของเสียงครบถ้วน
- มาในดีไซน์ที่ดูเรียบง่าย เข้ากับการตกแต่งภายในของรถยนต์
- โครงแบบครอสโอเวอร์ สามารถติดตั้งได้ง่าย
| รูปแบบ | 6.5 นิ้ว 3 ทาง |
|---|---|
| ความถี่ | 55Hz - 21kHz |
| รองรับกำลังขับ | 45W RMS |
| กำลังขับสุงสุด | 135W PEAK |
| ความไวต่อเสียง | 93dB |
| ความลึก | N/a |
* หมายเหตุ: ราคาตามเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ณ วันที่อัปเดตข้อมูล ซึ่งราคาสินค้านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและโปรโมชั่นของแต่ละร้านค้า
** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว
ตารางเปรียบเทียบ ลำโพงแกนร่วม ลำโพงรถยนต์ รุ่นไหนดี | ||||
|---|---|---|---|---|
| รูปสินค้า | ชื่อสินค้า | คุณสมบัติ | ||
| ||||
บทส่งท้าย
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับ ลำโพงแกนร่วมติดรถยนต์ (Coaxial Speaker) จากแบรนด์ต่าง ๆ ที่เราได้เลือกมารีวิวในวันนี้ ซึ่งอันที่จริงแล้วยังมีอีกมากมายหลายแบรนด์ จากทั่วโลกที่มีการผลิตเกี่ยวกับเครื่องเสียงรถยนต์ แต่แบรนด์ที่เราได้เลือกในวันนี้ ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในไทยอยู่แล้ว และคุณก็น่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี หรืออาจเคยได้ยินชื่อกันมาบ้างแล้ว เพื่อให้คุณสามารถมั่นใจในคุณภาพของแบรนด์นั้น ๆ ได้อย่างเต็มที่
สำหรับใครที่สนใจอุปกรณ์เสริมสำหรับรถยนต์โดยเฉพาะอย่างอื่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน หรือเน้นดูแลรักษาให้รถมีอายุการใช้งานอยู่คู่กับเราไปนาน ๆ เราแนะนำบทความที่เราได้เคยรีวิวไปแล้วครับ เครื่องดูดฝุ่นในรถยนต์, ผ้าคลุมรถยนต์, เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์, กล้องติดรถยนต์, แบตเตอรี่รถยนต์, ยางรถยนต์, ชุดหุ้มเบาะรถยนต์ เป็นต้นครับ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าจะมีอะไรมาแนะนำกันอีกนั้นต้องอดใจรอนะครับ 🙂