เราสามารถพูดได้เลยว่า “รถยนต์“ มันก็เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองครับ หลาย ๆ คนต้องอยู่ภายในรถหลายชั่วโมงต่อวัน เพื่อเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ บางคนต้องขับไปทำงาน หรือบางคนต้องขับไปต่างจังหวัด ซึ่งแน่นอนครับว่าเมื่อเราใช้งานมันบ่อย ๆ มันก็ไม่แปลกเลย ถ้าจะมีสิ่งสกปรกต่าง ๆ มากมายอยู่ภายในรถของเรา เพราะฉะนั้นถ้าหากเราปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ โดยที่ไม่ทำความสะอาดเลย แน่นอนรถของเรามันก็จะสกปรกมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ และผลที่ตามมามันก็มีมากมายครับ ไม่ว่าจะเป็น รถที่ดูใหม่ก็จะดูโทรมลงอย่างรวดเร็ว แถมมันจะทำให้ภาพลักษณ์ของเราดูไม่ดีไปด้วย และที่แย่สุดเลยก็คือสุขภาพของเราครับ แม้คุณว่าจะมีการใช้เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์มันก็ไม่ได้ช่วยอะไร เนื่องจากฝุ่นมันไม่ได้อยู่เฉพาะในอากาศเท่านั้น แต่มันอยู่ทุกที่ครับ
ดังนั้นถ้าหากคุณไม่เคยทำความสะอาดภายในรถของคุณเลย แน่นอนว่า ฝุ่นละออง และสิ่งสกปรกต่าง ๆ มันก็จะเข้าไปสะสมอยู่ในช่องต่าง ๆ และเมื่อคุณเปิดแอร์ หรือเครื่องปรับอากาศ ฝุ่นละอองที่มีมันก็จะลอยฟุ่งปนอยู่ในอากาศ และคุณเองนั่นแหละครับ ที่ต้องสูดฝุ่นละอองเหล่านี้เข้าไปทุกวัน และเมื่อเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ แน่นอนมันก็จะส่งผลต่อสุขภาพของคุณในที่สุด ดังนั้นเพื่อทำให้การทำความสะอาดภายในรถของคุณนั้นง่ายขึ้น เราขอแนะนำ “เครื่องดูดฝุ่นในรถยนต์ (Car Vacuum Cleaner)” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยให้คุณทำความสะอาดภายในรถได้สะดวก และง่ายดายมากยิ่งขึ้นครับ สำหรับในวันนี้เราก็ได้ทำการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับเครื่องดูดฝุ่นมาให้คุณได้อ่านกัน รวมไปถึงเราได้ทำการคัดสรรเครื่องดูดฝุ่นแบบพกพารุ่นต่าง ๆ มารีวิวด้วย ซึ่งมันจะเป็นยังไงนั้น ตามไปดูกันเลยครับ
เครื่องดูดฝุ่นในรถยนต์ ที่ดีที่สุด !
เครื่องดูดฝุ่นในรถยนต์ ที่เหมาะสำหรับพกติดไว้ในรถ !
- เครื่องดูดฝุ่นในรถแบบพกพา มาในราคาประหยัด ประสิทธิภาพคุ้มค่าคุ้มราคา: CoClean Cleanfly Car Vacuum Cleaner เครื่องดูดฝุ่นในรถแบบพกพา
เครื่องดูดฝุ่นในรถ ต่างจากเครื่องดูดฝุ่นทั่วไปอย่างไร ?
เครื่องดูดฝุ่นในรถยนต์ (Car Vacuum Cleaner) ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องดูดฝุ่นขนาดเล็กกะทัดรัดและจะมีน้ำหนักที่ค่อนข้างเบา ทำให้มันสามารถใช้ทำความสะอาดภายในรถได้สะดวกกว่า และด้วยขนาดที่เล็กและเบานี่เอง ทำให้มันมีความคล่องตัวกว่าการใช้เครื่องดูดฝุ่นแบบปกติ หรือเครื่องดูดฝุ่นแบบด้ามจับมาก แต่ในส่วนของระบบการทำงาน ทั้งคู่ก็จะเหมือน ๆ กันครับ ซึ่งจะใช้มอเตอร์และใบพัดในการสร้างแรงดูดอากาศ มีการกั้นด้วยแผ่นกรองอากาศ และมีการระบายอากาศที่ผ่านการกรองแล้วออกทางด้านหลังเครื่อง โดยมอเตอร์ที่ใช้ในเครื่องดูดฝุ่นภายในรถ จะมีขนาดที่เล็กกว่าเครื่องดูดฝุ่นแบบปกติอยู่มากพอสมควร ทำให้เครื่องดูดฝุ่นในรถมีแรงดูดที่น้อยกว่า มันจึงเหมาะสำหรับงานเล็ก ๆ มากกว่านั่นเอง
และนี่ก็คือ 10 อันดับ เครื่องดูดฝุ่นในรถยนต์ (Car Vacuum Cleaner) ที่เรานำมารีวิวครับซึ่งทุกรุ่นล้วนเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน มีตั้งแต่รุ่นราคาประหยัด รุ่นที่เหมาะสำหรับติดไว้ใช้งานในรถ มีรุ่นอเนกประสงค์สามารถใช้ทำความสะอาดได้ทั้งภายในบ้านและภายในรถ รวมถึงรุ่นที่มีพลังการดูดสูง ๆ ด้วยครับ สำหรับวันนี้เราจะเอารุ่นอะไรมารีวิวบ้าง ? ตามไปดูกันเลยครับ
เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน
CoClean Cleanfly Car Vacuum Cleaner เครื่องดูดฝุ่นในรถแบบพกพา
ราคา 816 บาท*
มาต่อกันที่ CoClean Cleanfly Portable Car อีกหนึ่งแบรนด์ที่อยู่ในเครือเดียวกันกับ Xiaomi แบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี สำหรับรุ่นนี้เป็นเครื่องดูดฝุ่นในรถยนต์แบบไร้สาย ราคาประหยัด ซึ่งมาในขนาดที่เล็ก กระทัดรัด และมีน้ำหนักที่เบามาก ทำให้มันถือเป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่พกพาสะดวก และสามารถเก็บไว้ในรถได้อย่างง่ายดาย ทำงานด้วยมอเตอร์กำลังสูงที่มีรอบถึง 32000 รอบ/นาที ช่วยมอบประสิทธิภาพแรงดูดสูงสุดถึง 5800PA ด้วยใบพัดกังหัน ทำให้สามารถดูดเศษกระดาษ ขี้บุหรี่ เส้นผม เมล็ดแตงโม เหรียญ ฯลฯ ได้อย่างง่ายดาย พร้อมด้วยหัวดูดแบบต่าง ๆ สำหรับการทำความสะอาดที่ล้ำลึกทุกซอกทุกมุมภายในรถ มีการใช้ระบบการกรองถึงสองชั้น โดยเป็นแผ่นกรองอากาศ และตัวกรองระดับ HEPA 11 ทำให้มันสามารถกรองอนุภาคฝุ่นที่มีขนาดเล็ก 0.3 ไมครอน ได้ เพื่อป้องกันมลพิษทางอากาศ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว 12V/2A และสามารถชาร์จเต็มได้ภายใน 1.5 ชั่วโมง มีแบตฯ 2000 mAh ส่วนสายชาร์จหัวเป็นอุปกรณ์ชาร์จในรถยนต์ DC 12V (ที่จุดบุหรี่)
| กำลังไฟ | 80 วัตต์ |
|---|---|
| แรงดูด | 5800PA |
| ความจุที่เก็บฝุ่น | 0.1 L |
| พลังงาน | แบตเตอรี่ 2 × 2,000 mAh (หัวชาร์จเป็น DC 12V) |
| ขนาด | 29.8 × 7.0 ซม. |
| น้ำหนัก | 0.56 กก. |
* หมายเหตุ: ราคาตามเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ณ วันที่อัปเดตข้อมูล ซึ่งราคาสินค้านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและโปรโมชั่นของแต่ละร้านค้า
** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว
คำแนะนำในการเลือกซื้อ เครื่องดูดฝุ่นแบบพกพา !
แน่นอนครับเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเองและคนที่คุณรัก การจัดการกับปัญหาไรฝุ่นนั้นถือเป็นสิ่งที่คุณควรทำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะถ้าหากรถของคุณมีเด็ก ๆ โดยสารมาด้วย ซึ่งเราทราบกันดีว่าฝุ่นละอองเหล่านี้ อาจเป็นอัตรายต่อเด็ก ๆ ได้ ดังนั้นเพื่อให้ง่ายต่อการเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นแบบพกพา เราก็มีคำแนะนำในเบื้องต้น สำหรับการเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นแบบพกพาที่เหมาะสมกับคุณ ดังนี้ครับ
1. พลังการดูด หรือแรงดูด
ยิ่งเครื่องดูดฝุ่นแบบพกพามีแรงดูดสูงมากเท่าไร ประสิทธิภาพในการดูดเพื่อจัดการกับปัญหาไรฝุ่น เศษดิน เศษขนม ขนสัตว์ และเศษสิ่งสกปรกต่าง ๆ ก็จะสามารถทำได้ง่ายแลรวดเร็วมากยิ่งขึ้นและในบางรุ่นยังมีระบบพิเศษที่คอยสั่นสะเทือนเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้นก็อยู่ที่ความต้องการของคุณครับ หากรถของคุณมีฝุ่นอยู่ไม่มากก็สามารถเลือกเครื่องดูดฝุ่นขนาดเล็ก ๆ ราคาประหยัด ๆ ได้ แต่ปัญหาของคุณค่อนข้างใหญ่ คุณก็ต้องเลือกเครื่องดูดฝุ่นที่มีประสิทธิภาพหรือแรงดูดสูง ๆ เพื่อให้จัดการปัญหาเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น
2. แหล่งจ่ายไฟ
สำหรับ เครื่องดูดฝุ่นแบบพกพา นั้น ในปัจจุบันมีทั้งแบบไร้สาย และแบบมีสายครับ ซึ่งในรุ่นเล็ก ๆ ส่วนใหญ่ใช้กระแสไฟจากช่อง DC 12V หรือช่องเขี่ยบุหรี่ ส่วนรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูง ๆ ส่วนใหญ่จะใช้กระแสไฟจากบ้านมากกว่าเพื่อความรวดเร็ว ซึ่งบางรุ่นก็ใช้หัว USB (ทำให้คุณสามารถใช้ได้ทั้งไฟรถและไฟบ้าน) ส่วนบางรุ่นใช้ปลั๊กไฟบ้านปกติ แต่อาจต้องต่อปลั๊กพ่วงมายังรถของคุณ เพื่อใช้งาน ซึ่งแต่ละแบบมันจะมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ดังนั้นถ้าหากคุณเป็นคนที่ละเอียด เราขอแนะนำให้ซื้อแบบมีสายใช้ดีกว่าครับ เพื่อที่จะได้ใช้แรงดูดที่สูง และจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่ แต่ถ้าคุณต้องการใช้งานแบบเล็ก ๆ น้อย ๆ เราแนะนำเป็นรุ่นเล็ก ๆ จะเหมาะสมกว่าครับ เพราะใช้งานสะดวก
3. อุปกรณ์เสริม
อุปกรณ์เสริมก็คือ หัวต่อแบบต่าง ๆ ที่จะคอยช่วยเหลือให้คุณสามารถใช้งานได้ง่ายมากขึ้น เช่น หัวต่อแบบมีขนแปรง จะช่วยคุณกวาดเศษสิ่งสกปรกที่อยู่ลึก ๆ ออกมาได้อย่างง่ายดาย หรือท่อต่อที่จะทำให้เครื่องดูดของคุณยาวขึ้น ช่วยให้คุณทำความสะอาดใต้เบาะนั่ง หรือซอกลึก ๆ ได้ง่ายขึ้น เป็นต้น ถ้าคุณต้องการใช้งานภายในบ้านด้วย เราขอแนะนำให้เลือกรุ่นที่มีหัวต่อสำหรับใช้ในบ้านด้วย อย่างเช่นรุ่น Shimono SVC-1017 หรือ Shimono SVC-1015 plus เป็นต้น ครับ
ตารางเปรียบเทียบ รีวิว เครื่องดูดฝุ่นในรถยนต์ รุ่นไหนดี | ||||
|---|---|---|---|---|
| รูปสินค้า | ชื่อสินค้า | คุณสมบัติ | ||
CoClean Cleanfly Car Vacuum Cleaner เครื่องดูดฝุ่นในรถแบบพกพา |
| |||
สิ่งสกปรก ภายในรถ มาจากไหน ?
หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่า แล้วฝุ่นหรือสิ่งสกปรกเหล่านี้มาจากไหน ? ซึ่งเราขอบอกเลยว่ามันมีหลายสาเหตุมาก ๆ ครับ เอาแค่คุณเปิดประตูรถ ฝุ่นที่อยู่ภายนอกทั้งหมดจะถูกดูดเข้ามาในรถของคุณด้วย หรือเวลาที่คุณกลับขึ้นมาบนรถ สิ่งสกปรกมันก็จะติดมากับเสื้อ กางเกง หรือรองเท้าของคุณมาด้วย นี่ขนาดเรายังไม่นับรวมขนมที่คุณนำมาทานบนรถนะครับ ซึ่งเราทุกคนทราบกันดีว่าภายในของรถยนต์ มันมีซอกเล็กซอกน้อยเยอะขนาดไหน และมีหลาย ๆ จุดที่เราไม่สามารถล้วงมือเข้าไปได้ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องมาก ๆ ที่เราจะจัดการโดยไม่มีอุปกรณ์ใด ๆ มาช่วยเลย โดยเฉพาะขนมที่เราทำตกไว้ ถ้ามันไปอยู่ในซอกที่ลึกมาก ๆ จนเราลืมนำออกไป ปัญหาเรื่องกลิ่นก็จะตามมา
บทส่งท้าย
สำหรับ “การดูแลรถยนต์” นั้น ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ครับ เพราะมันสามารถทำให้รถยนต์ของคุณดูใหม่อยู่เสมอ ส่งผลให้เมื่อคุณต้องการจะขายรถ ราคามันจะได้ไม่ตกลงมากเกินไป ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็น เครื่องยนต์ คุณก็ควรนำเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจเช็คสภาพ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง สีรถก็ควรล้างด้วยน้ำยาล้างรถ และทำการเคลือบแว็กซ์ให้เรียบร้อย และหากต้องจอดทิ้งไว้กลางแจ้งเป็นประจำก็ควรเลือกใช้ร่มรถยนต์ หรือไม่ก็ใช้ผ้าคลุมรถยนต์ ส่วนภายในรถคุณก็สามารถใช้เครื่องฟอกอากาศ หรือน้ำหอมปรับอากาศ เพื่อลดกลิ่นอับกลิ่นไม่พึงประสงค์ถายในรถคุณ และถ้าหากในรถคุณมีข้าวของเยอะ ๆ คุณก็ควรหาซื้อกล่องเก็บของในรถมาใช้ เป็นต้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะทำให้รถของคุณดูใหม่อยู่เสมอครับ
และถ้าหากพูดถึง ฝุ่น ที่สามารถทำให้รถของคุณสกปรกได้แล้วก็ต้องบอกเลยว่ามันมีอันตรายแอบแฝงอยู่มากมายกว่าที่คุณคิด โดยมันจะเข้าไปเมื่อตอนที่คุณหายใจ เข้าไปสะสมอยู่ภายในร่างกายของคุณ และเมื่อสะสมไปนานๆ เข้า อาจจะเป็นอันตรายต่อร่างกายของคุณได้ในอนาคต ดังนั้นควรหาทางป้องกันไว้จะดีกว่า หากอยู่นอกบ้านก็ควรสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย ส่วนในรถและในบ้านก็ทำความสะอาดเป็นประจำ แค่นี้สุขภาพของตัวคุณเอง และคนที่คุณรักก็จะดีขึ้นแล้วครับ