7 วิธีทำให้ iPad กลับมาเร็วขึ้น

สำหรับใครที่กำลังใช้งาน iPad เคยสังเกตกันไหมครับว่า เมื่อเราเริ่มใช้งาน iPad นาน ๆ ไป มันก็จะเกิดความรู้สึกว่า iPad ของเราเริ่มทำงานช้าลง เครื่องค้าง เกิดอาการหน่วง เปิดใช้งานแอปต่าง ๆ ได้ไม่ทันใจเหมือนตอนซื้อมาใหม่ ๆ หาก iPad ของใครที่เกิดอาการเหล่านี้ก็ไม่ต้องตกใจครับ เพราะสาเหตุอาจจะเกิดจากการเปิดใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ ใน iPad ที่หนักจนเกินไป ส่งผลให้ซีพียูทำงานหนัก ดังนั้นเพื่อน ๆ คนไหนที่อยากจะทำให้ iPad คู่ใจกลับมาเร็วแรงเหมือนเดิม วันนี้ผู้เขียนมีเคล็ดลับดี ๆ มาฝากกันครับ

1. ตรวจสอบพื้นที่ความจุเครื่องและเพิ่มพื้นที่ว่าง

วิธีแรกควรตรวจสอบข้อมูลจัดเก็บหรือตรวจสอบเมมโมรี่ของ iPad ว่าเต็มหรือใช้มากจนเกินไปหรือเปล่า หากใช้เยอะจนเกินไปจะส่งผลต่อความเร็วของ iPad ได้เหมือนกัน หากใกล้เต็มรับรองว่าเครื่องเกิดอาการกระตุกแน่นอนครับ โดยเพื่อน ๆ สามารถเช็กความจุของเครื่องได้โดยไปที่ “การตั้งค่า” จากนั้นเลื่อนลงมาที่หัวข้อเมนู “ทั่วไป” จะเห็นคำว่า “พื้นที่จัดเก็บข้อมูลของ iPad”

 7 วิธีทำให้ iPad กลับมาเร็วขึ้น
วิธีที่ 1 : เข้าไปที่ “การตั้งค่า” จากนั้นเลื่อนลงมาที่หัวข้อเมนู “ทั่วไป” จะเห็นคำว่า “พื้นที่จัดเก็บข้อมูลของ iPad” เอาแอปที่ไม่ได้ใช้ออก

เมื่อกดเข้าไปดูจะแสดงแถบข้อมูลว่าเราใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลไปเท่าไหร่และเหลือพื้นที่ว่างให้ใช้อีกเท่าไหร่ หากเหลือพื้นที่เพียงแค่หลักหน่วยแนะนำว่าควรเริ่มเช็กว่ามีแอปอะไรที่กินพื้นที่หรือแคชเยอะจนเกินไปหรือไม่ จากนั้นควรจัดการให้เรียบร้อย และขนาดของแอปไหนที่เยอะเกินไปก็ให้ไล่เคลียร์ได้เลย หากเราอยากทราบว่ามีแอปไหนที่ไม่ได้ใช้งาน สามารถเลือกที่หัวข้อด้านล่าง “เอาแอปที่ไม่ได้ใช้ออก” ซึ่ง iPad จะทำการเซฟข้อมูลของแอปที่เคยใช้งานไว้บน iCloud ได้นั่นเองครับ


2. อัปเดต iPadOS ให้เป็นเวอร์ชันใหม่ล่าสุด

การอัปเดต iPadOS ควรอัปเดตเป็นเวอร์ชันใหม่อยู่เสมอ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้หรือใช้ OS เวอร์ชันเก่า ๆ เพราะการอัปเดต iPadOS จะช่วยแก้ปัญหาความผิดปกติหรือความช้าของแต่ละรุ่นได้ สามารถตรวจเช็ก OS ได้โดยการเข้าไปที่ “การตั้งค่า” จากนั้นเลือก “ทั่วไป” แล้วกดเข้าไปที่ “รายการอัปเดตซอฟต์แวร์” ให้ตรวจสอบรายละเอียด หากมี iPadOS เวอร์ชันใหม่ เราก็สามารถจัดการอัปเดตได้ทันทีหรือเสียบชาร์จแบตค้างไว้ให้อัปเดตตอนกลางคืนได้เช่นกันครับ

 7 วิธีทำให้ iPad กลับมาเร็วขึ้น
วิธีที่ 2 :  อัปเดต iPadOS ให้เป็นเวอร์ชันใหม่ล่าสุด เข้าไปที่ “การตั้งค่า” เลือก “ทั่วไป” แล้วกดเข้าไปที่ “รายการอัปเดตซอฟต์แวร์”

3. ปิดการเปิดใช้โหมดประหยัดพลังงาน

เชื่อว่าหลาย ๆ คนไม่ว่าจะเป็นคนที่ใช้งาน iPhone หรือ iPad คงจะต้องเปิดใช้โหมดประหยัดพลังงานอย่างแน่นอน เพราะช่วยให้สามารถใช้งานอุปกรณ์ได้ยาวนานขึ้น แต่ทราบไหมครับว่าการเปิดโหมดนี้ทำให้ iPad ทำงานได้ช้าลง

โดยการปิดโหมดประหยัดพลังงานเราสามารถกดเข้าไปดูได้ที่ “การตั้งค่า” จากนั้นเลือกที่เมนู “แบตเตอรี่” ซึ่งจะมีตัวเลือก “โหมดประหยัดพลังงาน” เมื่อเราเปิดโหมดนี้จะทำให้แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานขึ้น แต่ต้องแลกกับประสิทธิภาพทั้งในเรื่องของกิจกรรมเบื้องหลัง การดาวน์โหลดข้อมูล รวมไปถึงความเร็วของซีพียู เพราะฉะนั้นใครที่เปิดโหมดนี้ไว้ตลอดเวลาแนะนำให้เปิดไว้เฉพาะแบตเตอรี่เหลือน้อยแล้วจริง ๆ หรือตอนจำเป็นเท่านั้นครับ

 7 วิธีทำให้ iPad กลับมาเร็วขึ้น
วิธีที่ 3 :  ปิดโหมดประหยัดพลังงาน เข้าไปที่ “การตั้งค่า” จากนั้นเลือกที่เมนู “แบตเตอรี่” ซึ่งจะมีตัวเลือก “โหมดประหยัดพลังงาน”

4. ปิดการใช้งานภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอ

แน่นอนว่าการตั้งให้ iPad สามารถแสดงเอฟเฟกต์หรือการเคลื่อนไหวของไอคอนต่าง ๆ ได้เป็นสิ่งที่สวยงามและช่วยสร้างความเพลิดเพลินได้เป็นอย่างดี แต่ก็ส่งผลให้ iPad ทำงานช้าลงกว่าเดิมด้วยเช่นกันครับ หากใครที่ไม่ได้เน้นการใช้งานตรงจุดนี้ สามารถเข้าไปตั้งค่าการทำงานได้ โดยเข้าไปที่ “การตั้งค่า” จากนั้นกด “การช่วยการเข้าถึง” เลือกหัวข้อ “การเคลื่อนไหว” และเลื่อนเปิด “ลดการเคลื่อนไหว” เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดการทำงานของ iPad ลงได้ครับ

 7 วิธีทำให้ iPad กลับมาเร็วขึ้น
วิธีที่ 4 : ปิดการใช้งานภาพเคลื่อนไหว เข้าไปที่ “การตั้งค่า” จากนั้นเลือกที่เมนู “การช่วยการเข้าถึง” เลือก “การเคลื่อนไหว” และเลื่อนเปิด “ลดการเคลื่อนไหว”

5. ควรรีสตาร์ต iPad เป็นประจำ

iPad ก็จำเป็นต้องพักผ่อนเช่นเดียวกันกับมนุษย์ครับ ซึ่งเราสามารถกดที่ปุ่มเพิ่มเสียง พร้อมปุ่มล็อกหน้าจอค้างไว้ และเลื่อนหน้าจอตรงข้อความ “เลื่อนหน้าจอเพื่อปิดเครื่อง” แล้วปล่อยทิ้งไว้ เพื่อให้ iPad ได้ทำการเคลียร์ไฟล์ขยะต่าง ๆ ในเครื่อง แล้วค่อยเปิดใช้งานอีกครั้ง อาจจะทำอย่างน้อยอาทิตย์ละหนึ่งครั้งก็ได้ครับ

 7 วิธีทำให้ iPad กลับมาเร็วขึ้น
วิธีที่ 5 : ควรรีสตาร์ต iPad เป็นประจำ

6. ปิดการทำงานดึงแอปเบื้องหลัง

เรียกได้ว่าซึ่งเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ของ Apple ที่จะคอยดึงให้แอปพลิเคชันแต่ละแอปดึงข้อมูลพื้นหลังอยู่ตลอดเวลาหรือมีการทำงานอยู่ตลอดเวลาให้มีการอัปเดตแอปพลิเคชันหรือยังคงใช้งานแอปพลิเคชันนั้นได้อยู่ถึงแม้จะปิดแอปพลิเคชันไปแล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ iPad ทำงานได้ช้าลง

โดยการปิดการดึงข้อมูลพื้นหลังสามารถเข้าไปปิดได้โดยเลือกที่ การตั้งค่า” จากนั้นเลือกหัวข้อ “ทั่วไป” ต่อด้วยกดเลือก “ดึงข้อมูลแอปอยู่เบื้องหลัง” เมื่อกดเข้าไปแล้ว iPad จะแสดงหน้าข้อมูลแอปที่ดึงข้อมูลอยู่เบื้องหลังทั้งหมดขึ้นมา ซึ่งเราสามารถเลือกปิดแอปที่ไม่ต้องการใช้งานได้ หรือจะปิดทีเดียวทั้งหมด ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันครับ โดยการปิดใช้งานตรงนี้ก็จะช่วยในด้านของความเร็วของ iPad และยืดอายุแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้นานขึ้นอีกด้วยครับ

 7 วิธีทำให้ iPad กลับมาเร็วขึ้น
วิธีที่ 6 : ปิดการทำงานดึงแอปเบื้องหลัง เข้าไปที่ “การตั้งค่า” จากนั้นเลือกที่เมนู “ทั่วไป” ต่อด้วยกดเลือก “ดึงข้อมูลแอปอยู่เบื้องหลัง” กดปิด

7. รีเซ็ตการตั้งค่าของ iPad

หากลองปรับหรือใช้วิธีอื่น ๆ ดูแล้วยังรู้สึกว่าเครื่องยังใช้งานได้ช้าอยู่ ให้เพื่อน ๆ ลองรีเซ็ตการตั้งค่าเป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงานเพื่อลบการตั้งค่าใหม่ทั้งหมด แต่หากจะใช้วิธีนี้ก็อย่าลืมสำรองข้อมูลใน iPad ไว้ก่อนนะครับ เพื่อที่จะได้ไม่สูญเสียข้อมูลสำคัญหรือรูปภาพสวย ๆ ไป

 7 วิธีทำให้ iPad กลับมาเร็วขึ้น
วิธีที่ 7 : รีเซ็ตการตั้งค่าของ iPad เข้าไปที่ “การตั้งค่า” จากนั้นเลือกที่เมนู “ทั่วไป” เลือก “ถ่ายโอนหรือรีเซ็ต iPad”

โดยวิธีการรีเซ็ตเครื่องสามารถกดเข้าไปที่ “ตั้งค่า” จากนั้นเลือก “ทั่วไป” เลื่อนลงมาด้านล่างแล้วเลือกหัวข้อ “ถ่ายโอนหรือรีเซ็ต iPad” เมื่อเข้าสู่หน้าถ่ายโอนหรือรีเซ็ต iPad ให้สังเกตดุด้านล่างจะมีหัวข้อ “ลบข้อมูลและการตั้งค่าทั้งหมด” จากนั้นกดเลือกปุ่มสีฟ้าด้านล่าง “ดำเนินการต่อ” เพื่อรีเซ็ต iPad ครับ


สำหรับวิธีที่ผู้เขียนนำมาแนะนำวันนี้เป็นวิธีที่ผู้เขียนใช้อยู่เป็นประจำ แต่เพื่อน ๆ คนไหนที่ลองทำตามวิธีด้านบนแล้ว iPad ยังทำงานช้าอยู่ หากส่งผลกระทบกับการทำงาน ผู้เขียนแนะนำว่าควรอัปเกรด iPad เป็นรุ่นใหม่จะดีกว่าครับ เพราะถึงแม้ iPad จะเป็นอุปกรณ์ที่มีอายุใช้งานที่ยาวนานหรือรักษาเป็นอย่างดี แต่อุปกรณ์ทุกชิ้นต่างก็มีระยะเวลาใช้งานที่จำกัด ซึ่งหากเป็นรุ่นเก่าแล้วก็ควรเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ ๆ แน่นอนว่าจะทำให้ตอบโจทย์การใช้งานได้ดีกว่านั่นเองครับ

Next Post