เลี้ยงกระต่ายพันธุ์ไหนดี – สายพันธุ์กระต่ายยอดนิยม ปี 2022

ถ้าพูดถึงสัตว์เลี้ยงยอดนิยมในประเทศไทย นอกจาก น้องแมว และ น้องหมา แล้ว “กระต่าย” ก็ถือเป็นสัตว์อีกหนึ่งชนิดที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันเลยค่ะ ด้วยอุปนิสัยที่เป็นมิตร ไม่ดุ ขนนุ่ม ตากลมโต และใบหูที่ยาวเป็นเอกลักษณ์ ทำให้กระต่ายสามารถครองใจหลาย ๆ คนได้อย่างไม่น่าเชื่อ

Shopee 88 Crazy Sale โปรโมชั่นช้อปปี้สิงหาคม 65Shopee 88 Crazy Sale โปรโมชั่นช้อปปี้สิงหาคม 65Shopee 88 Crazy Sale โปรโมชั่นช้อปปี้สิงหาคม 65
ADVERTISEMENT
กระต่ายเป็นสัตว์ที่เครียดและตกใจง่าย ต้องศึกษาอุปนิสัยก่อนเลี้ยง
กระต่ายเป็นสัตว์ที่ตกใจง่าย ควรศึกษาอุปนิสัยก่อนเลี้ยง

แต่ใครที่กำลังคิดจะเลี้ยงเจ้ากระต่ายล่ะก็ บอกเลยว่าอาจจะต้องศึกษาวิธีการเลี้ยงให้ดีสักหน่อย เพราะกระต่ายนั้นเป็นสัตว์ Exotic เช่นเดียวกับ งู, ชูก้าร์ไกรเดอร์, เม่นแคระ และ แฮมสเตอร์ นั่นหมายความว่าวิธีการเลี้ยงรวมไปถึงการดูแลรักษาก็จะต่างจากสัตว์ปกติทั่วไป แถมกระต่ายยังเป็นสัตว์ที่เครียดและตกใจง่าย จึงไม่แปลกที่หลายคนจะคิดว่ากระต่ายเป็นสัตว์ที่มีอายุสั้น ทั้งที่จริงแล้วกระต่ายในบางสายพันธุ์อาจมีอายุยืนได้ถึง 13 ปีเลยทีเดียว

ในวันนี้เราจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับสายพันธุ์กระต่ายที่นิยมเลี้ยงในประเทศไทยค่ะ มีพันธุ์ไหนน่าสนใจบ้างนั้น ตามมาดูกันเลย

เช็กโปรโมชั่น ลดครึ่งปี Lazada 8.8 เดือนสิงหาคม 2565เช็กโปรโมชั่น ลดครึ่งปี Lazada 8.8 เดือนสิงหาคม 2565เช็กโปรโมชั่น ลดครึ่งปี Lazada 8.8 เดือนสิงหาคม 2565
ADVERTISEMENT

1. กระต่ายพันธุ์มินิเร็กซ์ (Mini Rex)

กระต่ายสายพันธุ์มินิเร็กซ์ ขนนุ่มเหมือนขนกำมะหยี่
กระต่ายสายพันธุ์มินิเร็กซ์ ขนนุ่มเหมือนขนกำมะหยี่
ขนาดของลำตัว ขนาดเล็ก น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 1.6 – 2 กิโลกรัม
ลักษณะของขน ขนสั้นกำมะหยี่ นุ่ม เงางาม
สีและลายยอดนิยม สี blue, red, castor และ Broken
ลักษณะนิสัย อารมณ์ดี, เป็นมิตร เข้ากับคนง่าย

มินิเร็กซ์ เป็นกระต่ายสายพันธุ์ขนาดเล็ก มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศฝรั่งเศส ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และเป็นการกลายพันธุ์มาจากกระต่ายสายพันธุ์เร็กซ์ (Rex) ทำให้รูปร่างเปลี่ยนไปและมีขนาดที่เล็กลง นิสัยน่ารัก อารมณ์ดี จุดเด่นอยู่ตรงขนที่สั้น และมีลักษณะที่นุ่มเหมือนขนกำมะหยี่ แวววาว คอสั้น หูหนา นิยมเลี้ยงกันอย่างมากในอเมริกา ซึ่งมินิเร็กซ์นั้นมีสีประจำสายพันธุ์อยู่เยอะมาก ๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสี blue, californian, castor, chinchilla, lynx, opal, red, seal, tortoise, white และกลุ่ม Broken ซึ่งจะเป็นสีที่ดูเลอะ ๆ นั่นเองค่ะ


2. กระต่ายพันธุ์ฮอลแลนด์ลอป (Holland Lop)

กระต่ายพันธุ์ ฮอลแลนด์ลอป (Holland Lop) หูไม่ชี้ขึ้นเหมือนสายพันธุ์อื่น
กระต่ายพันธุ์ ฮอลแลนด์ลอป (Holland Lop) หูไม่ชี้ขึ้นเหมือนสายพันธุ์อื่น
ขนาดของลำตัว ขนาดเล็ก น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 0.9 – 1.8 กิโลกรัม
ลักษณะของขน ขนยาวปานกลาง นุ่ม แน่น
สีและลายยอดนิยม สีชินชิล่า, สีโอโปอล, สีเทาควันบุหรี่ และสีน้ำตาล
ลักษณะนิสัย ฉลาด เป็นมิตร อยากรู้อยากเห็น ฝึกใช้ห้องน้ำได้

ฮอลแลนด์ลอป กระต่ายจากเนเธอแลนด์ ถือเป็นสายพันธุ์ยอดฮิตเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะความน่ารักของกระต่ายพันธุ์นี้คือหูที่ตกลงมาแนบแก้มป่อง ๆ ไม่ชี้ขึ้นเหมือนสายพันธุ์อื่น ๆ ตัวอ้วนกลม ปุกปุย น่ารักมาก ๆ ส่วนนิสัยบอกเลยว่าสุขุม น่ารักเป็นที่สุด โครงสร้างที่ดีของกระต่ายสายพันธุ์นี้คือ หัวและลำตัวต้องสั้น กลม หูตกลงมาทั้งสองข้าง ขนขึ้นเสมอกันทั่วตัว ขนยาวปานกลาง บอกเลยว่าใครที่ได้เป็นเจ้าของฮอลแลนด์ลอป ต้องหลงรักความน่ารักหัวปักหัวปำแน่นอนค่ะ


3. กระต่ายพันธุ์ซาตินแองโกลา (Satin Angora)

กระต่ายพันธุ์ ซาตินแองโกลา (Satin Angora) มีขนนุ่มฟูและยาวมาก ๆ
กระต่ายพันธุ์ ซาตินแองโกลา (Satin Angora) มีขนนุ่มฟูและยาวมาก ๆ
ขนาดของลำตัว ขนาดใหญ่ น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 2.4 – 3.8 กิโลกรัม
ลักษณะของขน ขนยาว ฟู นุ่ม
สีและลายยอดนิยม สีขาว ไม่มีลาย
ลักษณะนิสัย รักสงบ เชื่อง

ซาตินแองโกลา เป็นกระต่ายสายพันธุ์ที่มีขนยาวที่สุดในโลก มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่เมืองแองโกลา ประเทศตุรกี ซึ่งเจ้ากระต่ายแองโกลานั้นถือเป็นกระต่ายสายพันธุ์เก่าแก่ของโลกอีกด้วยค่ะ จุดเด่นของมันนอกจากมีขนนุ่มฟูและยาวมาก ๆ แล้ว ตัวของเจ้ากระต่ายสามารถใหญ่ได้ถึง 4 กิโลกรัม หรือเท่ากับเจ้าแมวขนาดย่อม ๆ เลยทีเดียว แต่ด้วยความที่ขนของมันเส้นเล็กและฟูมาก เจ้าของควรแปรงขนให้น้องบ่อย ๆ จะได้ไม่พันกันยุ่งเหยิงนะคะ


4. กระต่ายพันธุ์เนเธอร์แลนด์ดวอร์ฟ (Netherland Dwarf)

กระต่ายพันธุ์ เนเธอร์แลนด์ดวอร์ฟ (Netherland Dwarf) ตัวเล็ก หูสั้น
กระต่าย เนเธอร์แลนด์ดวอร์ฟ (Netherland Dwarf) ตัวเล็ก หูสั้น
ขนาดของลำตัว ขนาดเล็ก น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 0.5 – 1 กิโลกรัม
ลักษณะของขน ขนสั้น นุ่มมือ มันวาว
สีและลายยอดนิยม สีขาว, สีชินชิล่า, สีบลู และสีเทาเข้ม
ลักษณะนิสัย ซน, ขี้เล่น, ชอบสังเกต ตื่นตัวตลอดเวลา

เนเธอร์แลนด์ดวอร์ฟ หรือที่สาวกคนรักกระต่ายเรียกกันว่า กระต่าย ND นั้น เป็นกระต่ายจากประเทศเนเธอแลนด์ที่ได้ชื่อว่ามีขนาดเล็กมาก ๆ โดยน้ำหนักตัวที่โตเต็มที่นั้นยังไม่ถึง 1 กิโลกรัมด้วยซ้ำค่ะ แต่ถึงตัวจะจิ๋ว แต่นิสัยแจ๋วสุด ๆ ทั้งซน ทั้งขี้เล่น ชอบสังเกต ตื่นตัว นิยมเลี้ยงกันมากในอเมริกา, เยอรมนี, เนเธอแลนด์ และประเทศไทยเรานี่เองค่ะ จุดเด่นของสายพันธุ์นี่คือมีลำตัวเล็ก น่ารัก และใบหูที่สั้นกว่าปกติ ทำให้เจ้าเนเธอร์แลนด์ดวอร์ฟได้รับฉายาว่า ‘อัญมณีแห่งกระต่ายสวยงาม’ เลยทีเดียว


5. กระต่ายพันธุ์นิวซีแลนด์ไวท์ (New Zealand White)

กระต่ายพันธุ์ นิวซีแลนด์ไวท์ (New Zealand White) ตัวใหญ่ หัวกลม อ้วนท้วน
กระต่ายพันธุ์ นิวซีแลนด์ไวท์ (New Zealand White) ตัวใหญ่ หัวกลม
ขนาดของลำตัว ขนาดใหญ่ น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 4 – 5.5 กิโลกรัม
ลักษณะของขน ขนสั้น หนา นุ่มมือ
สีและลายยอดนิยม สีขาวล้วนทั้งตัว
ลักษณะนิสัย กินเก่ง อยากรู้อยากเห็น ว่องไว

นิวซีแลนไวท์ เจ้ากระต่ายเหนียงเยอะ จากประเทศนิวซีแลนด์ จุดเด่นของกระต่ายพันธุ์นี้คือจะมีลักษณะตัวที่ใหญ่ เรียกได้ว่าใหญ่กว่าพันธุ์ไทยเสียอีกค่ะ ส่วนขนนั้นจะมีสีขาวทั่วทั้งลำตัว สะโพกใหญ่ ไหล่กว้าง แถมตัวเมียนั้นยังให้ลูกที่ดกมาก ๆ อีกด้วยค่ะ ซึ่งกระต่ายพันธุ์นี้ลักษณะจะเหมือนกับกระต่ายไทยเลยค่ะ แต่จะต่างกันตรงที่นิวซีแลนไวท์ หัวจะกลมกว่า และมีน้ำหนักตัวที่มากกว่า เนื้อเยอะ อ้วนท้วน ส่วนอายุขัยของพันธุ์นี้จะอยู่ที่ 5 – 8 ปีค่ะ


6. กระต่ายพันธุ์ดวอร์ฟ โฮโท (Dwarf Hotot)

กระต่ายพันธุ์ ดวอร์ฟ โฮโท (Dwarf Hotot)
กระต่ายดวอร์ฟโฮโท (Dwarf Hotot) มีเส้นสีดำหนารอบดวงตา
ขนาดของลำตัว ขนาดเล็ก น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 1.3 กิโลกรัม
ลักษณะของขน ขนสั้นปานกลาง หนา นุ่มมือ
สีและลายยอดนิยม สีขาวล้วนทั้งตัว
ลักษณะนิสัย เข้าหาคน, เลี้ยงง่าย ไม่ค่อยตื่นกลัว

เจ้ากระต่ายน่ารักปุกปุย ที่มีดวงตาเหมือนกรีดอายไลน์เนอร์ตลอดเวลาตัวนี้มีชื่อสายพันธุ์ว่า ดวอร์ฟ โฮโท เป็นกระต่ายแคระ จากประเทศฝรั่งเศส ตากลมโต ลักษณะเด่นคือจะมีเส้นสีดำหนารอบดวงตา สีขาวสม่ำเสมอกันทั่วทั้งตัว ถึงแม้จะนิยมกันมากในต่างประเทศ แต่ในไทยถือว่ายังมีไม่ค่อยแพร่หลายมากนัก เนื่องจากยังไม่ค่อยมีบรีดเดอร์พัฒนากันเท่าไหร่ ซึ่งราคาก็เลยสูงตามค่ะ แต่หากพูดถึงการดูแล เจ้าดวอร์ฟ โฮโท ถือว่าดูแลง่ายมาก ๆ แค่คอยหวีขนให้บ้างก็โอเคแล้วค่ะ ใครที่ชอบเจ้ากระต่ายที่มีหน้าตาสวยแซ่บแบบนี้ ต้องจัดสายพันธุ์นี้เลยค่ะ


7. กระต่ายพันธุ์ดัตช์ (Dutch)

กระต่ายพันธุ์ ดัตช์ (Dutch) มีลายตรงที่ใบหน้าและสะโพก
กระต่ายพันธุ์ ดัตช์ (Dutch) มีลายตรงที่ใบหน้าและสะโพก
ขนาดของลำตัว ขนาดกลาง น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 1.8 – 2.5 กิโลกรัม
ลักษณะของขน ขนสั้นและมันวาว
สีและลายยอดนิยม สีดำ, สีชินชิล่า และสีน้ำตาลแดง
ลักษณะนิสัย ไม่ก้าวร้าว, ชอบให้ลูบหัว และเป็นมิตร

กระต่ายสายพันธุ์ดัตช์ จากประเทศอังกฤษ กระต่ายที่ได้ชื่อว่าเหมือนใส่หน้ากากอยู่ตลอดเวลา นั่นก็เพราะสายพันธุ์นี้จะมีลายที่โดดเด่นมาก ๆ อยู่ตรงบริเวณใบหน้าและสะโพก ซึ่งเจ้าดัตช์จะมีด้วยกันอยู่หลายสี แต่มาร์คกิ้งจะเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงค่ะ โดยจะยืนพื้นอยู่ที่สีขาว ส่วนสีที่มาตัดนั้นก็จะต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น สีดำ, สีชินชิล่า, สีเทา หรือสีน้ำตาล นิสัยดี เรียบร้อย ตัวกลม หัวกลม เตี้ย ขนสั้นนุ่มนิ่ม เหมาะสำหรับเด็ก ๆ เพราะพันธุ์นี้จะไม่ก้าวร้าวค่ะ


8. กระต่ายพันธุ์ไลอ้อนเฮดท์ (Lion Head)

กระต่ายไลอ้อนเฮดท์ (Lion Head) ตัวเล็กมีแผงคอเหมือนสิงโต
กระต่ายไลอ้อนเฮดท์ (Lion Head) ตัวเล็กมีแผงคอเหมือนสิงโต
ขนาดของลำตัว ขนาดเล็ก น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 1.0 – 1.7 กิโลกรัม
ลักษณะของขน ขนยาว ฟูหนา มีแผงคอ
สีและลายยอดนิยม สีน้ำตาลอ่อน, สีขาว และสีครีม
ลักษณะนิสัย ไม่ก้าวร้าว, เป็นมิตร และสามารถฝึกได้

กระต่ายไลอ้อนเฮด กระต่ายขนาดเล็กที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศเบลเยียม เป็นกระต่ายสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งมีมาได้ไม่นาน ด้วยขนที่ฟูหนาและมีแผงคอจึงได้ชื่อว่า ‘ไลอ้อนเฮด’ นั่นเองค่ะ โดยเจ้าไลอ้อนเฮดนั้นจะมีรูปร่างเล็ก กะทัดรัด โดยเป็นการผสมพันธุ์ระหว่างกระต่าย Swiss Fox และกระต่ายเนเธอร์แลนด์ดวอร์ฟ (ND) หลายคนจะนึกว่าเจ้าไลอ้อนจะเป็นกระต่ายขนาดใหญ่ แต่บอกเลยว่าใหญ่เพราะขนล้วน ๆ ใครที่ชอบกระต่ายขนฟู นุ่ม ๆ น่ากอด สายพันธุ์นี้ตอบโจทย์มาก ๆ ค่ะ


ข้อควรรู้ สำหรับผู้ที่อยากเลี้ยงกระต่าย

1. พื้นที่สำหรับเลี้ยงกระต่าย

การเลี้ยงกระต่าย ควรมีพื้นที่วิ่งเล่น ช่วยลดความเครียดได้
การเลี้ยงกระต่าย ควรมีพื้นที่วิ่งเล่น ช่วยลดความเครียดได้

กระต่ายนั้นเป็นสัตว์ที่ไม่ได้ต้องการพื้นที่ในการเลี้ยงมากเท่าน้องหมาหรือน้องแมวค่ะ สามารถเลี้ยงที่คอนโดหรือหอพักได้สบายใจหายห่วง แต่ถึงอย่างนั้นการมีพื้นที่ให้พวกกระต่ายได้วิ่งเล่นบ้างก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะจะช่วยลดความเครียดได้ ซึ่งหากใครที่เลี้ยงในคอก มีพื้นที่วิ่งเล่นอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหา แต่ใครที่เลี้ยงในกรง การเลือกขนาดกรงที่เหมาะสมคือ กะให้พอเจ้ากระต่ายยืนแล้วหูไม่ชนกับกรงด้านบน ส่วนความยาวของกรงให้ยาวประมาณ 3 เท่าของความยาวกระต่าย เพียงเท่านี้กระต่ายของเราก็จะไม่อึดอัดแล้วค่ะ

2. อาหารกระต่าย

หญ้าแห้งสำหรับกระต่าย หาซื้อได้ง่าย
หญ้าแห้งสำหรับกระต่าย หาซื้อได้ง่าย

หลายคนมักมีความเชื่อผิด ๆ ว่ากระต่ายต้องกินผักบุ้ง, แครอท หรืออาหารเม็ดเป็นหลัก แต่จริง ๆ แล้วอาหารหลักของกระต่ายคือหญ้าแห้งประมาณ 70 – 80% แล้วเสริมด้วยอาหารเม็ดประมาณ 20% เท่านั้น ส่วนผักสดและผลไม้เรียกได้ว่าไม่จำเป็นเลยค่ะ แต่ถ้าใครอยากให้ก็อาจเสริมได้สัปดาห์ละครั้ง หรือให้ทานใบกะเพราเพื่อแก้อาการท้องอืดได้ นอกจากนี้ควรคำนึงถึงอายุของกระต่ายด้วยนะคะ เพราะชนิดของหญ้าแห้งที่ควรป้อนก็จะขึ้นอยู่กับอายุของน้องกระต่ายด้วย และอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญเลยก็คือน้ำค่ะ ต้องมีติดกรงไว้ตลอดเวลา และควรเปลี่ยนบ่อย ๆ เพื่อนสุขภาพที่ดีของน้องกระต่ายนะคะ

3. โรคที่ควรระวังในกระต่าย

  • โรคฮีทสโตรก ถือว่าสำคัญมากที่ผู้เลี้ยงกระต่ายควรให้ความสำคัญค่ะ ซึ่งโรคนี้นั้นจะเกิดจากอากาศที่ร้อนมากเกินไป จนกระต่ายระบายความร้อนไม่ทัน โดยน้องกระต่ายนั้นเป็นสัตว์ที่ไม่มีต่อมเหงื่อ ทำให้สามารถระบายความร้อนได้แค่ทางใบหูเท่านั้น นอกจากอากาศที่ร้อนก็ยังมีอีกหลายปัจจัยเช่น เลี้ยงในพื้นที่ที่ไม่มีการระบายอากาศ วิธีป้องกันคือให้เลี้ยงในที่ที่มีอากาศถ่ายเท, ใส่น้ำดื่มไว้เยอะ ๆ, หาบ้านเย็นสำหรับกระต่าย เพียงเท่านี้ก็จะช่วยป้องกันโรคฮีทสโตรกได้มากทีเดียว
  • โรคฝี เกิดจากภาวะติดเชื้อใต้ผิวหนัง สามารถเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น โดนกัด, ฟันงอกยาวเกินไป, การทิ่มตำของวัสดุรองกรง หรือเล็บที่ยาวจนทิ่มเข้าไปในผิวหนัง ซึ่งสาเหตุเหล่านี้จะทำให้มีก้อนเนื้อบริเวณผิวหนัง พบบ่อยตรงใต้คาง, ขอบตา, ไหล่ และบริเวณกรามบนใบหน้า หากกระต่ายของใครที่มีอาการเบื่ออาหาร ซึม มีหนอง บวมอักเสบ ควรรีบพาไปหาหมอโดยด่วนค่ะ
  • โรคฉี่เป็นเลือด เป็นอาการที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะ มักมีอาการท้องป่อง และมีลิ่มเลือดปนออกมากับฉี่ มักไม่มีอาการซึมใด ๆ ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากเม็ดสีที่เรียกว่าพอร์ไฟริน (Porphyrin) เนื่องจากดื่มน้ำน้อย อาการนี้ไม่เป็นอันตรายใด ๆ และมักจะหายไปเองภายใน 2 วันค่ะ
ระวังเห็บหมัดจากสุนัขและแมว
ระวังเห็บหมัดจากสุนัขและแมว
  • โรคเห็บหมัด เห็บหมัดนั้นไม่ได้มีแค่ในน้องหมาหรือน้องแมวนะคะ เพราะหากเราดูแลเจ้ากระต่ายไม่ดี หรือชอบปล่อยให้วิ่งเล่นที่สนามหญ้าบ่อย ๆ เจ้ากระต่ายก็อาจติดเห็บหมัดได้ โดยอาการก็จะเป็นผื่นแดง ผิวหนังแห้ง คันตามลำตัว หากพบเห็นว่าน้องมีเห็บหมัดหรือมีแผล ควรพาพบแพทย์เพื่อหยอดยา และรักษาต่อไปค่ะ

เมื่อได้รับกระต่ายมาใหม่ ควรทำอย่างไร ?

ใครที่เพิ่งรับน้อง ๆ กระต่ายมาเลี้ยง แนะนำว่าควรเลือกกระต่ายที่มีอายุ 45 วันขึ้นไป หรือกระต่ายหย่านมแล้วจะดีที่สุดค่ะ เพราะหากซื้อมาตอนที่ยังไม่หย่านม โอกาศรอดของกระต่ายจะต่ำมากเนื่องจากภูมิคุ้มกันยังคงอ่อนแออยู่ ต่อมาหากรับมาแล้ว ควรถามอาหารเดิมของกระต่ายว่าให้ยี่ห้อไหนอยู่ หรือขออาหารเดิมจากผู้ขายมาเลยก็ได้ค่ะ เพราะเราไม่ควรเปลี่ยนอาหารกระทันหัน โดยระยะแรกให้อาหารชนิดเดิมไปก่อน พอครบ 3 วันก็ค่อย ๆ ผสมอาหารตัวใหม่ลงไปประมาณ 20% และค่อย ๆ เพิ่มจำนวนอาหารใหม่ขึ้นเรื่อย ๆ จนครบ 7 วัน ในระว่างนี้ต้องคอยสังเกตน้องกระต่ายด้วยนะคะว่ามีอาการท้องเสียหรือท้องอืดหรือไม่เพื่อความปลอดภัย

ช่วง 7 วันแรกควรปล่อยให้กระต่ายทำความคุ้นเคยกับพื้นที่อยู่อาศัยใหม่ก่อน
ช่วง 7 วันแรกควรปล่อยให้กระต่ายทำความคุ้นเคยกับพื้นที่อยู่อาศัยใหม่ก่อน

เมื่อปรับเรื่องอาหารแล้ว แนะนำว่า ในช่วง 7 วันแรกที่รับกระต่ายมาเลี้ยง ไม่ควรไปจับ หรืออุ้มเล่น ควรปล่อยให้เขาอยู่ในกรงเพื่อปรับสภาพแวดล้อม และทำความคุ้นชินก่อน โดยให้ใส่อาหารและน้ำให้เพียงพอ ดูและกรงและพื้นกรงให้สะอาด สังเกตอาการพื้นฐานของน้อง ๆ เช่น การหายใจ, ลักษณะอึ, ความร่าเริง หรือกินอาหารได้เยอะหรือไม่ ถ้าหากครบ 7 วันแล้ว กระต่ายมีอาการปกติ ร่าเริง และแข็งแรงดี ก็สามารถจับหรืออุ้มเล่นได้อย่างสบายใจแล้วค่ะ




บทส่งท้าย

เป็นอย่างไรกันบ้างคะทุกคน สำหรับเจ้ากระต่ายทั้ง 8 สายพันธุ์ที่เราได้แนะนำกันไป แต่ละตัวบอกเลยว่าน่ารัก ตะมุตะมิเป็นที่สุด ทั้งนี้นอกจากความน่ารักของเจ้ากระต่ายแล้ว ก่อนที่จะลงมือเลี้ยงน้องควรศึกษาวิธีการเลี้ยงให้ละเอียด รวมไปถึงค่าใช้จ่ายเวลารักษาพยาบาลด้วยนะคะ เพราะกระต่ายเป็นสัตว์พิเศษ ค่ารักษาก็ย่อมแพงกว่าสัตว์ทั่วไป ทั้งนี้ในเรื่องของความพร้อมก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมในเรื่องสถานที่เลี้ยง, การซื้ออาหาร หรือความพร้อมในเรื่องเวลา เพราะเห็นกระต่ายสันโดษแบบนี้ เขาก็มีมุมติดเจ้าของเช่นเดียวกันค่ะ ควรเล่นกับเขาให้มาก ๆ ให้ความรักและความเอาใจใส่เยอะ ๆ เพียงเท่านี้กระต่ายของเราก็จะสุขภาพดีทั้งกายและใจแล้วล่ะค่ะ

Jane Chananticha

Jane Chananticha

안녕하세요~ สวัสดีค่ะทุกคน เจนนะคะ จบจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณะศิลปศาสตร์ เป็นผู้ที่ชื่นชอบน้องหมาและการดูซีรีส์เกาหลีเป็นชีวิตจิตใจ ขอให้มีความสุขกับการอ่านบทความของเจนนะคะ

Next Post