เลี้ยงงูพันธ์ุอะไรดี ที่เป็นมิตรไม่ดุร้าย สำหรับมือใหม่หัดเลี้ยงงู

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เรากลับมาอยู่กับบทความเกี่ยวกับสัตว์ Exotic กันอีกเช่นเคย บอกเลยว่าวันนี้บรรดาเหล่าคนรักสัตว์แปลกต้องชื่นชอบกันอย่างแน่นอนค่ะ เพราะว่าวันนี้เราจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับเจ้าสัตว์เลื้อยคลานตาแบ๊ว ๆ ตัวนุ่มนิ่มน่ารัก ที่ใครได้มองเป็นอันต้องหลงกันแน่นอน ไม่ใช้สัตว์อื่นไกลที่ไหน เจ้างูนั่นเองค่ะ

ในครั้งที่แล้วเราได้แนะนำ อุปกรณ์การเลี้ยงงู สำหรับมือใหม่กันไปแล้ว ในวันนี้เราจะมาเจาะลึกกันมากขึ้นกว่าเดิม สำหรับใครที่อยากจะเลี้ยงน้องจริง ๆ และกำลังศึกษาข้อมูลต่าง ๆ วันนี้เราจะมาแนะนำ “สายพันธุ์งูน่าเลี้ยง” ที่เป็นมิตรกับคน ไม่ดุร้าย และไม่มีพิษที่เป็นอันตรายกับมนุษย์ค่ะ ใครที่รู้ใจตัวเองว่าชอบงู แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าอยากเลี้ยงงูพันธุ์อะไรดี หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะคะ

Shopee โปร 9 บาท พฤษภาคม 65Shopee โปร 9 บาท พฤษภาคม 65Shopee โปร 9 บาท พฤษภาคม 65

สายพันธุ์น้องงู ที่นิยมเลี้ยงในประเทศไทย

1. Corn Snake (งูข้าวโพด)

งูคอร์นเป็นงูจิ๋วขนาดเล็ก สีสันฉูดฉาด ลวดลายน่ารัก เหตุที่ได้ชื่อว่างูข้าวโพดเพราะว่างูคอร์นมีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศอเมริกา มักชอบอาศัยอยู่ในทุ่งข้าวโพด หรือตามไร่ต่าง ๆ ซึ่งตามยุ้งฉางเหล่านี้เป็นสถานที่สุดโปรดของเหล่าบรรดาหนูเลยก็ว่าได้ เจ้างูคอร์นก็จะคอยจับหนูพวกนี้กินเป็นอาหาร จะว่าไปแล้วก็เหมือนเป็นงูที่คอยพิทักษ์ข้าวโพดอยู่เหมือนกันนะคะ งูคอร์นหรืองูข้าวโพดมีนิสัยที่เป็นมิตร เลี้ยงง่าย เหมาะกับมือใหม่ที่อยากเลี้ยงงู เมื่อรับมาเลี้ยงช่วงแรกลำตัวอาจจะเล็กประมาณนิ้วก้อยเองค่ะ เลื้อยไว ร่าเริง ซนเก่งมาก ๆ

สายพันธุ์น้องงู ที่นิยมเลี้ยง : งูข้าวโพด
สายพันธุ์น้องงู ที่นิยมเลี้ยง : งูข้าวโพด

งูคอร์นเมื่อโตเต็มที่อาจมีความยาวได้เกือบ ๆ 2 เมตร น้ำหนักประมาณ 400 – 800 กรัม อายุขัยตามธรรมชาติประมาณ 10 ปี แต่หากนำมาเลี้ยงตามบ้านอาจมีอายุยืนยาวได้ถึง 20 ปีเลยล่ะค่ะ โดยเจ้างูคอร์นนั้นเป็นงูที่กินง่าย อาหารของมันคือหนูแช่แข็ง สามารถป้อนได้สัปดาห์ละ 1 – 2 ตัว แล้วแต่ขนาดของลำตัว อาจมีดุบ้างในช่วงที่กำลังจะลอกคราบ ส่วนราคานั้นก็จะขึ้นอยู่กับมอร์ฟ (สีและลวดลาย) ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นอยู่ที่ตัวละ 1,200 – 1,500 บาทค่ะ


2. Ball Python (งูบอลไพธ่อน)

ถ้าพูดถึงงูที่เหมาะสำหรับมือใหม่จริง ๆ ก็ต้องยกให้เจ้าบอลไพธ่อนนี่แหละค่ะ ด้วยนิสัยที่ไม่ดุ ไม่กัด กินง่ายอยู่ง่าย ค่อนข้างที่จะนิ่ง ไม่ไวเหมือนงูข้าวโพด ซึ่งงูบอลเนี่ยเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของงูหลามที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก มีถิ่นกำเนิดในแถบแอฟริกาตอนกลาง มีนิสัยที่รักสงบ ขี้กลัว เวลากลัวหรือตกใจจะขดตัวเป็นกลม ๆ เหมือนกับลูกบอล ออกหากินในเวลากลางคืน โดยมักจะชอบกินหนูหรือสัตว์ฟันแทะเป็นอาหาร และความที่นิสัยไม่ดุร้ายนี่เองค่ะ ทำให้ผู้คนมักชอบเลี้ยงงูหลามบอลกันเป็นจำนวนมาก สามารถเลี้ยงรวมกันได้ไม่มีปัญหา

สายพันธุ์น้องงู ที่นิยมเลี้ยง : งูบอลไพธ่อน
สายพันธุ์น้องงู ที่นิยมเลี้ยง : งูบอลไพธ่อน

งูบอลไพธ่อนหรืองูหลามบอลจัดเป็นงูขนาดกลาง เมื่อตัวโตเต็มที่ช่วงลำตัวจำอ้วนป้อม แต่ไม่ยาวมาก ความยาวจะอยู่ที่ประมาณ 1.2 – 1.5 เมตร มอร์ฟนอมอลจะมีสีน้ำตาลเข้มตัดกับลายสีน้ำตาลอ่อน แต่ละตัวก็จะมีลวดลายที่ต่างกัน โดยงูหลามบอลมีอายุขัยที่สูงมากราว ๆ 25 – 30 ปี ดังนั้นใครที่อยากจะเลี้ยงควรศึกษาดี ๆ นะคะว่าเราสามารถเลี้ยงเค้าไปได้ตลอดช่วงชีวิตหรือไม่? ส่วนราคาเริ่มต้นก็จะอยู่ที่ประมาณ 1,500 – 2,000 บาทค่ะ


3. Mexican Black KingSnake (งูแบล็คคิง, งูดำ)

งูแบล็คคิง หรือที่สาวกคนเรียกงูเรียกว่างู MBK มีต้นกำเนิดมาจากแม็กซิโก เป็นงูที่อยู่ในตระกูล King คือเป็นงูที่กินงูด้วยกัน งูชนิดนี้ไม่มีพิษ ไม่ดุ เลี้ยงค่อนข้างง่าย มีนิสัยนิ่งสงบ ไม่ชอบความวุ่นวาย ชอบอยู่ในที่ทึบ มีลักษณะเด่นคือสีที่ดำขลับไปทั้งตัว รวมทั้งตาและลิ้น สีดำมันวาว น่าหลงใหล ให้ความรู้สึกเท่และดูน่าเกรงขามไปในคราวเดียวกัน นอกจากนี้ยังกินเก่ง โตไว ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการหยุดกิน ว่ายน้ำเก่งอีกต่างหาก อาหารที่ให้ก็จะเป็นพวกหนูต่าง ๆ และไม่ควรเลี้ยงรวมกันอย่างเด็ดขาด เพราะอาจทำให้กินกันเองได้ค่ะ

สายพันธุ์น้องงู ที่นิยมเลี้ยง : งูแบล็คคิง
สายพันธุ์น้องงู ที่นิยมเลี้ยง : งูแบล็คคิง

งูแบล็คคิงจัดเป็นงูขนาดกลาง เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดประมาณ 1.2 – 1.8 เมตร ลำตัวค่อนข้างใหญ่ บึกบึน ปราดเปรียว เนื่องจากตามธรรมชาติมันต้องจับงูตัวอื่น เลยทำให้ติดนิสัยเลื้อยไวมากกว่าพวกงูคอร์น อายุขัยโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 20 – 30 ปี ส่วนราคาจะสูงหน่อย โดยเริ่มต้นจะอยู่ที่ 6,000 – 8,000 บาทค่ะ


4. Milk Snake (งูมิลค์)

งูมิลค์ เป็นหนึ่งในงูสีที่คนนิยมเลี้ยงกันมากเช่นกัน ด้วยสีที่โดดเด่น ฉูดฉาด เรียกได้ว่าเป็นงูที่มีสีสันมากที่สุดในบรรดางูตัวอื่น ๆ มีถิ่นกำเนิดมาจากแคนาดามาจนถึงตอนใต้ของเอกวาดอ ในธรรมชาติจะสามารถพบได้ตามป่าหรือตามแหล่งน้ำ โดยงูมิลค์นั้นจะมีลักษณะเรียวยาว หัวเล็ก สีสดใส โดยสีพื้นฐานจะเป็นสีแดงสด และมีแถบสีดำคาดเป็นปล้อง ๆ ซึ่งปล้องแบบนี้จะเอาไว้ข่มขวัญศัตรูให้ดูเหมือนว่ามีพิษ แต่จริง ๆ แล้วงูมิลค์เป็นงูที่ไม่มีพิษ เลี้ยงได้ ปลอดภัยค่ะ นิสัยพื้นฐานของงูมิลค์นั้นจะไม่กัด ไม่ฉกกับคน แต่จะดุกับงูด้วยกัน กินได้ทั้งหนูและงูเป็นอาหาร ชอบอากาศชื้น ๆ เคลื่อนไหวค่อนข้างไว

สายพันธุ์น้องงู ที่นิยมเลี้ยง : งูมิลค์
สายพันธุ์น้องงู ที่นิยมเลี้ยง : งูมิลค์

งูมิลค์เป็นงูขนาดเล็ก ที่มีลำตัวยาว เป็นทรงกระบอก ความยาวเฉลี่ยอยู่ที่ 60 – 90 เซนติเมตร กินอาหารได้หลากหลายชนิด แต่ใครที่จะเลี้ยงก็แนะนำว่าป้อนหนูทั้งตัวจะดีที่สุด อายุขัยตามธรรมชาติจะอยู่ที่ 12 ปี แต่หากนำมาเลี้ยงอาจอยู่ได้ถึง 20 ปี ส่วนราคาก็จะต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความสวยงามของสี ซึ่งจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 4,500 บาทค่ะ


5. Hognose Snake (งูฮ็อกโนส, งูจมูกหมู)

งูฮ็อกโนส หรือที่เรียกกันว่างูจมูกหมู นั่นก็เพราะว่างูชนิดนี้มีจมูกที่เชิดขึ้นคล้ายกับหมูนั่นเองค่ะ งูฮ็อกโนสมีถิ่นกำเนิดมาจากบริเวณอเมริกาเหนือ เป็นงูพิษอ่อนที่ไม่เป็นอันตรายต่อคน เห็นหน้าติ๋ม ๆ แบบนี้แต่บอกเลยว่านิสัยแสบมาก ๆ เพราะจุดเด่นของเจ้างูตัวนี้คือจะชอบแกล้งตายค่ะทุกคน ซึ่งเวลาที่มันรู้สึกกลัวหรือระแวงมาก ๆ มันจะหงายท้อง พร้อมส่งกลิ่นเหม็น เพื่อให้ศัตรูคิดว่ามันตายแล้ว ที่หัวของมันก็สามารถเลียนแบบการแผ่แม่เบี้ยเพื่อข่มขวัญศัตรูได้เหมือนงูเห่า แถมที่หางก็สามารถสั่นจนมีเสียงได้เหมือนกับงูหางกระดิ่ง บอกเลยว่าน่าเอ็นดูจริง ๆ ค่ะ ในส่วนของนิสัยบอกเลยว่าเลี้ยงได้สบายมาก แต่อาจไม่ค่อยเหมาะกับมือใหม่เท่าไหร่นักเพราะว่าน้องค่อนข้างเลี้อยไว ปราดเปรียว และอาจมีการฉกบ้าง แต่ใครที่คิดว่าเอาอยู่ก็จัดโลดค่า

สายพันธุ์น้องงู ที่นิยมเลี้ยง : งูฮ็อกโนส
สายพันธุ์น้องงู ที่นิยมเลี้ยง : งูฮ็อกโนส

ในส่วนของขนาดตัวงูชนิดนี้จะมีความยาวประมาณ 70 – 100 เซนติเมตร ไม่ได้ใหญ่มากเหมือนงูชนิดอื่น มีอายุขัยประมาณ 12 ปี ในส่วนของราคานั้นจะอยู่ที่หลักพันปลาย ๆ ไปจนถึงหลักหมื่นเลยค่ะ ขึ้นอยู่กับความหายากของสี


6. Rainbow Water Snake (งูสายรุ้ง)

Rainbow Water Snake หรืองูสายรุ้ง จัดเป็นงูพิษอ่อน ที่ไม่ส่งผลต่อมนุษย์ ลำตัวเป็นสีน้ำตาลเข้ม พื้นท้องสีขาวที่ลายทางยาวเป็นสีดำ เป็นงูน้ำจะอาศัยอยู่ในน้ำเป็นหลัก ใครที่อยากเลี้ยงก็สามารถเลี้ยงในน้ำได้เลยค่ะ แต่อย่าลืมหาขอนไม้หรือกิ่งไม้เอาไว้สำหรับให้น้องงูเลื้อยขึ้นมาสูดอากาศกันด้วยนะคะ งูสายรุ้งส่วนใหญ่จะกินปลาเป็นหลัก หากินทั้งกลางวันและกลางคืน ที่ได้ชื่อว่างูสายรุ้งนั่นก็เพราะเกล็ดของมัน เวลากระทบกับแสงอาทิตย์จะเห็นเหมือนเป็นสีรุ้งนั่นเองค่ะ นิสัยของเจ้างูชนิดนี้ไม่ดุ ไม่ก้าวร้าว ปราดเปรียว เลื้อยไว เพราะต้องจับปลากินเป็นอาหารนั่นเอง

สายพันธุ์น้องงู ที่นิยมเลี้ยง : งูสายรุ้ง
สายพันธุ์น้องงู ที่นิยมเลี้ยง : งูสายรุ้ง

งูสายรุ้งเมื่อโตเต็มวัยจะมีความยาวเพียง 70 เซนติเมตร ถือว่าเล็กกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ จับเล่นไม่ค่อยได้เพราะจะไม่ค่อยอยู่นิ่ง พบเจอได้ตามแหล่งน้ำทั่วไปในประเทศไทย มีอายุขัยประมาณ 10 – 15 ปี ส่วนราคานั้นถูกมาก จะอยู่ที่ประมาณตัวละ 200 – 500 บาทเองค่ะ


ตารางเปรียบเทียบลักษณะเฉพาะของงูแต่ละสายพันธุ์

สายพันธุ์ ลักษณะเด่น อายุขัย (ปี) ความยาวเฉลี่ย (ซม.) อาหาร ถิ่นกำเนิด ราคาเริ่มต้น (บาท)
งูข้าวโพด มีขนาดเล็ก เลื้อยไว ลายสวย 20 180 – 200 หนู อเมริกา 1,200 – 1,500
งูบอลไพธ่อน ตัวอ้วน จับเต็มมือ รักสงบ ไม่ซน 25 – 30 120 – 150 หนู แอฟริกา 1,500 – 2,000
งูแบล็คคิง สีดำทั้งตัวดูน่าหลงใหล กินเก่ง 20 – 30 120 – 180 หนู แมกซิโก 6,000 – 8,000
งูมิลค์ สีสันฉูดฉาด มีสีให้เลือกเยอะ 20 70 – 90 หนู แคนาดา,เอกวาดอ 4,800
งูจมูกหมู จมูกเชิดขึ้นคล้ายหมู เลื้อยไว ชอบแกล้งตาย 12 70 – 100 หนู อเมริกา 3,000 – 8,000
งูสายรุ้ง อาศัยในน้ำ ปราดเปรียว ลำตัวเมื่อโดดแดดจะสะท้อนเป็นสีรุ้ง 10 – 15 70 ปลา ไทย 200 – 500

สายพันธุ์งูที่ห้ามเลี้ยง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

เราได้ดูสายพันธุ์เจ้างูน่ารัก ๆ และสามารถเลี้ยงได้กันไปแล้ว แต่ยังมีงูอีกจำนวนหนึ่งนะคะ ที่ไม่สามารถเลี้ยงได้เนื่องจากผิดกฎหมาย ซึ่งตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ได้ระบุไว้ว่าผู้ใดฝ่าฝืนครอบครองงูสายพันธุ์เหล่านี้ มีโทษจำคุก 4 ปี และปรับไม่เกิน 40,000 บาทเลยทีเดียว เอาล่ะ ถ้าใครไม่อยากฝ่าฝืนกฎ รีบมาเช็คด่วน ๆ ค่ะ

  • งูจงอาง
  • งูสิงตาโต
  • งูสิงหางลาย
  • งูสิงหางดำ
  • งูเหลือม
  • งูหลาม
  • งูหลามปากเป็ด
  • งูแสงอาทิตย์
  • งูทางมะพร้าว
  • งูทางมะพร้าวแดง
  • งูทางมะพร้าวดำ
  • งูทางมะพร้าวเขียว
  • งูเขียวกาบหมาก
  • งูเขียวกาบหมากหางนิล

สิ่งที่ควรรู้ สำหรับมือใหม่หัดเลี้ยงงู

1. สถานที่ที่ใช้เลี้ยง ต้องมีอุณหภูมิที่เหมาะสม

การที่จะเลี้ยงงูไม่ใช่ว่าเราจะเลี้ยงตรงไหนก็ได้นะคะ เพราะว่างูนั้นชอบความชื้น และไม่ชอบแสงแดดจัด ดังนั้นผู้เลี้ยงต้องตั้งกล่องเลี้ยงให้อยู่ในบริเวณที่ไม่ร้อนจัด หรือที่มีแดดจัด เพราะอาจทำให้งูของเราตายได้ แต่สามารถนำเจ้างูออกมาอาบแดดตอนเช้าได้บ้างสัปดาห์ละ 1 – 3 ครั้ง นอกจากนี้หากบ้านไหนที่จำเป็นต้องเลี้ยงน้องไว้ในห้องแอร์ตลอดเวลา ก็อย่าลืมหาไฟสำหรับกกสัตว์เลี้ยงเปิดให้น้องด้วยนะคะ เพื่อให้ความอบอุ่นขึ้นนั่นเองค่ะ

2. เลือกกล่องเลี้ยงงูให้เหมาะสมกับขนาดลำตัว

ถ้ำซ่อนตัวสำหรับงู สีเหมือนหินจริง ของตกแต่งตู้สัตว์เลื้อยคลาน
Hide Box หรือโพรงหลบภัย

กล่องที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงน้องงูมากที่สุดคือกล่องพลาสติกหรือกล่องอะคริลิคที่เจาะรูสำหรับระบายอากาศ การเลือกกล่องที่เหมาะสมคือจะต้องมีความยาวเป็น 2 เท่าของความยาวน้องงู เพื่อที่จะให้เค้ามีพื้นที่สำหรับเลื้อยได้บ้าง แต่ก็ไม่ควรให้อยู่ในกล่องที่ใหญ่มากจนเกินไป เพราะจะทำให้น้องงูเครียด ระแวง ทำให้อาจไม่ยอมกินอาหารได้ และหากงูของใครที่มีนิสัยขี้กลัว ควรหา Hide Box หรือโพรงหลบภัยมาใส่เอาไว้ในกล่องด้วยนะคะ น้องงูจะได้รู้สึกปลอดภัยมากขึ้นค่ะ

3. ควรมีชามใส่น้ำสะอาด อยู่ในกรงเสมอ

น้ำเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ในการเลี้ยงงู เพราะนอกจากการที่น้องงูจะใช้กินแล้ว ยังเอาไว้สำหรับแช่ตัวเพื่อระบายความร้อนอีกด้วยนะคะ ต้องใช้น้ำสะอาดใส่ ถ้วยสำหรับใส่น้ำ แล้วตั้งในกล่องตลอดเวลา และควรเปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ เพื่อไม่ให้น้ำสกปรก และหากน้องงูได้ทำการถ่ายของเสียลงในถ้วยน้ำ ต้องรีบเปลี่ยนน้ำใหม่ทันทีค่ะ

4. อาหารของงูคือหนู

ใช่แล้วค่ะฟังไม่ผิด อาหารที่เราต้องใช้ป้อนงูคือหนู ซึ่งจะเป็นหนูไมค์หรือหนูแรทที่เพาะเอาไว้สำหรับการเลี้ยงงูโดยเฉพาะ ใครที่กลัวหนู ก็สามารถเลือกใช้หนูตายได้ค่ะ เพราะสมัยนี้เขาได้ทำการแช่แข็งหนูแล้วนำมาขายเป็นแพ็ค เวลาเราจะนำมาป้อนงู ให้ละลายน้ำแข็งก่อน จากนั้นใช้ไดร์เป่าให้หนูอุ่น ๆ เพราะงูจะหาอาหารจากความร้อนของเหยื่อ แต่หากใครที่ทำใจป้อนหนูไม่ลงจริง ๆ คงต้องพับโครงการที่จะเลี้ยงงูเก็บไปก่อนค่ะ เพราะถึงแม้ว่าจะสามารถป้อนไก่หรือหมูแทนได้ แต่สารอาหารจะไปครบเท่ากับการป้อนหนูแน่นอน

5. งูมีอายุขัยที่ยาวนาน

งูเป็นสัตว์ที่มีอายุขัยที่ค่อนข้างยาวนานเลยค่ะ ต่ำ ๆ เลยก็เป็น 10 ปี หรืออาจอยู่ได้ถึง 30 – 40 ปีเลย ดังนั้นใครที่อยากจะเลี้ยงงูจริง ๆ ควรพิจารณาข้อนี้ให้ดีว่าคุณจะสามารถเลี้ยงน้องได้ตลอดอายุขัยของเค้าหรือไม่ ไหนจะค่ารักษาพยาบาลของสัตว์ Exotic แต่แพงกว่าการรักษาสัตว์ทั่วไป ซึ่งบอกเลยว่างูที่ได้เพาะพันธุ์เอาไว้สำหรับเลี้ยง สัญชาติญาณในการล่าเหยื่อของเค้าจะหลงเหลืออยู่น้อยมาก ๆ ซึ่งหากวันใดที่รู้สึกเบื่อ แล้วนำเจ้างูไปปล่อยป่า บอกเลยว่าโอกาสรอดของน้องต่ำมากนะคะ ทางที่ดีควรมีความพร้อมในทุก ๆ ด้าน แล้วค่อยเริ่มเลี้ยงจะดีที่สุดค่ะ

บทส่งท้าย เลี้ยงงูให้เชื่องได้ไหม ?

ก่อนจะจากกันวันนี้นะคะ เราอยากจะบอกกับผู้ที่อยากจะเลี้ยงงูทุกท่านว่า งูเป็นสัตว์ที่มีสมองเล็กมาก ไม่สามารถทำให้เชื่องได้แบบ 100% การที่เขาไม่กัดหรือฉกเราเป็นเพราะเขารู้ว่าเราไม่เป็นอันตรายกับตัวเขา ดังนั้นแล้วใครที่คิดจะเลี้ยงงูเพียงเพราะอยากมีเพื่อนเล่น หรืออยากจะให้งูเชื่อง เลื้อยมาหา บอกเลยว่าแทบไม่สามารถให้เป็นแบบนั้นได้ และถึงหากเขาจะไม่ดุเลย แต่ก็มีโอกาสที่จะโดนกัดได้เหมือนกัน หากมือของเรามีกลิ่นของหนูหรือว่าอาหารติดอยู่

อยากจะให้ทุกท่านทำความเข้าใจในตัวน้องงูให้มาก ๆ เราสามารถเลี้ยงและให้ความรักกับเขาได้เต็มที่ แต่เขาไม่ได้มีความรู้สึกตรงนั้นให้เราเหมือนน้องหมาหรือน้องแมว และหากวันนึงเขาเผลอกัดหรือขู่เรา ก็อยากให้เข้าใจว่ามันเป็นธรรมชาติในการป้องกันตัวเองของเขา อย่าโกรธหรือนำน้องไปปล่อยนะคะ เพราะเขาแทบจะไม่มีชีวิตรอดเลย เอาล่ะค่ะ วันนี้ต้องขอตัวลาไปก่อน วันหน้าจะมาแนะนำสัตว์ชนิดไหนนั้น ติดตามชมเลยค่า

Jane Jenjira

Jane Jenjira

안녕하세요~ สวัสดีค่ะทุกคน เจนนะคะ จบจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณะศิลปศาสตร์ เป็นผู้ที่ชื่นชอบน้องหมาและการดูซีรีส์เกาหลีเป็นชีวิตจิตใจ ขอให้มีความสุขกับการอ่านบทความของเจนนะคะ

Next Post