ที่เที่ยวเกาะหลีเป๊ะ – หลีเป๊ะหาดไหนสวยที่สุด พร้อมแนะนำที่พักแต่ละหาด และจุดถ่ายรูป

เกาะหลีเป๊ะเป็นเกาะที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดสตูล ซึ่งถือเป็นเกาะสวาทหาดสวรรค์ของหมู่นักท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก อันเนื่องมาจากน้ำทะเลสีสวยที่ใสจนมองเห็นตัวปลา ในส่วนของชายหาดก็ขาวเนียนละเอียดสบายเท้า เรียกได้ว่าเป็นทะเลในฝันของใครหลาย ๆ คน เปรียบดั่ง “มัลดีฟส์เมืองไทย” อีกทั้งยังสามารถเช่าเรือไปดำน้ำดูปะการังบังเกาะรอบ ๆ ได้ เช่น ร่องน้ำจาบัง ก็เป็นจุดดำน้ำที่ขึ้นชื่อเรื่องปะการังสีสวย ๆ ส่วนเรื่องโรงแรมที่พักบนเกาะหลีเป๊ะนั้นก็มีให้เลือกหลากหลายเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนพื้นที่ของหน้าเกาะ หลังเกาะ หรือในซอยถนนคนเดิน ต่างก็มีราคาและสไตล์ที่ต่างกันตามแต่ความชอบของแต่ละคน

แต่เมื่อคุณเดินทางมาถึงเกาะหลีเป๊ะแล้ว เราเชื่อว่าหลาย ๆ คน ก็ไม่มีแผนสำหรับการเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ บางคนก็เน้นนอนเล่นในโรงแรมทั้งวัน ดึก ๆ หน่อยก็ไปเดินเล่นหาอะไรกินที่ถนนคนเดิน ตกค่ำก็หาบาร์นั่งเพื่อชมการแสดงโชว์ไฟ และอาจจะซื้อทริปนั่งเรือไปเที่ยวเกาะต่าง ๆ แบบ One Day Trip ที่ก็ไม่รู้ว่าไกด์จะพาคุณไปเมาเรือที่ไหนบ้าง คุณแน่ใจแล้วใช่มั้ยคะว่านั้นคือแผนการเที่ยวสุดเพอร์เฟคที่คุณตั้งใจไว้ เพราะอันที่จริงแล้วบนเกาะหลีเป๊ะนั้นก็มีที่เที่ยว อย่างชายหาด และจุดถ่ายรูปสวย ๆ มากมาย นอกจากนี้คุณยังสามารถพายเรือคายัคด้วยตัวเองเพื่อไปยังเกาะเล็ก ๆ อย่างเกาะกระที่อยู่ไม่ไกลได้อีกด้วย เกริ่นนำมาถึงขนาดแล้ว เราเชื่อว่าคุณจะต้องอยากรู้และอยากเห็นว่าสถานที่ที่เราจะแนะนำในวันนี้สวยขนาดไหนแล้วใช่มั้ยคะ? ถ้าอย่างนั้นก็อย่ารอช้าเลยค่ะ เรามาดู “ที่เที่ยวบนเกาะหลีเป๊ะ ชายหาดที่สวยที่สุด และเกาะรอบ ๆ หลีเป๊ะ” กันเลยค่ะ


การเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะ

อุทยานแห่งชาติตะรุเตาเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ ที่ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่แต่หลัก ๆ จะมีทั้งหมด 7 เกาะ โดยจะแบ่งเป็น 2 โซนใหญ่ ๆ ได้แก่ “หมู่เกาะตะรุเตา” และ “หมู่เกาะอาดัง-ราวี” 

  • หมู่เกาะตะรุเตา : โซนหมู่เกาะตะรุเตาจะมี้พียงแค่ “เกาะตะรุเตา” ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดและเป็นที่ทำการอุทยานแห่งชาติตะรุเตา หากนั่งสปีดโบ๊ทไปยังท่าเทียบเรือของเกาะตะรุเตาใช้เวลาประมาณ 30 นาที
  • หมู่เกาะอาดัง-ราวี : ประกอบไปด้วย “เกาะหลีเป๊ะ” , “เกาะอาดัง” , “เกาะราวี” และ “เกาะบาตวง” สำหรับระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางโดยสปีดโบ๊ทไปยังเกาะหลีเป๊ะนั้นอยู่ที่ประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วแต่สภาพภูมิอากาศท้องทะเล
  • ส่วนอีก 2 เกาะ คือ “เกาะบิสสี” และ “เกาะกลาง (เกาะไข่)” จะอยู่ตรงกลางระหว่างหมู่เกาะตะรุเตาและหมู่เกาะอาดัง-ราวี 

คำเตือน : มดบนเกาะไข่มีขนาดใหญ่และกัดเจ็บมากนะคะ หากคุณจะถ่ายรูปใต้ต้นไม้หรือใกล้ธรรมชาติ ควรตรวจสอบดูให้ถี่ถ้วนก่อนว่าบริเวณนั้นไม่มีรังมดหรือมดเกาะอยู่บนกิ่งไม้ เพราะเมื่อมันกัดแล้วจะสร้างความเจ็บปวดที่กว่าจะถึงเกาะหลีเป๊ะคุณอาจจะทรมานแบบปวดแสบปวดร้อนตลอดการนั่งเรือ

การเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะ
การเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะ รูปภาพจาก google maps

ซึ่งการเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะจะออกจากท่าเรือปากบารา และจะแวะยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติตะรุเตาและเกาะไข่ก่อนเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางค่ะ แต่หากคุณไม่มีความประสงค์อยากแวะชมเกาะทั้งสอง คุณสามารถซื้อตั๋วเรือที่ขับตรงไปยังเกาะหลีเป๊ะเลยก็ได้ค่ะ ซึ่งจะประหยัดเวลาได้เยอะเลยค่ะ หากมาช่วงไฮซีซั่นเรือจะจอดตรงโป๊ะเทียบเรือที่อยู่ตรงบริเวณหาดพัทยา


รวมชายหาดบนเกาะหลีเป๊ะ หาดไหนสวยที่สุด

รวมชายหาดบนเกาะหลีเป๊ะ หาดไหนสวยที่สุด
รวมชายหาดบนเกาะหลีเป๊ะ หาดไหนสวยที่สุด

1. หาดพัทยา (Pattaya Beach)

หาดพัทยาเป็นชายหาดที่สวยงามและหาดแรกที่คุณจะได้พบเมื่อคุณมาถึงเกาะหลีเป๊ะ (หากมาช่วงไฮซีซั่น) ในช่วงเช้าจนถึงเที่ยงหาดพัทยาจะมีน้ำทะเลสีฟ้าสดใสที่เห็นการไล่ระดับของเฉดสีอย่างชัดเจน และในตอนเย็นคุณสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศอันน่ารื่นรมย์สุดโรแมนติกจากการนั่งชมพระอาทิตย์ตกดินได้จากที่นี่ (แต่ถ้าให้แนะนำจริง ๆ คุณต้องไปหาดชมชมพระอาทิตย์ตกดินที่หาด Sunset ค่ะ) ในส่วนของหาดทรายนั้นก็เป็นเนื้อทรายสีขาวดูสะอาดสะอ้าน เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นโรงแรมหรูหราที่ติดชายหาดจึงไม่แปลกที่จะมีการดูแลเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ

หาดพัทยา (Pattaya Beach)
หาดพัทยา (Pattaya Beach)
หาดพัทยา (Pattaya Beach)
หาดพัทยา (Pattaya Beach)

หลายคนอาจจะคิดว่าหาดพัทยานั้นคงเป็นหาดที่วุ่นวายเพราะมีความเจริญมากกว่าหาดอื่น ๆ ทั้งยังเป็นจุดรับ-ส่งนักท่องเที่ยว แต่อันที่จริงแล้วมันจะเป็นแค่บางช่วงเวลา ซึ่งโดยส่วนใหญ่คุณจะเห็นสปีดโบ๊ทและมีผู้คนพลุกพล่านเยอะหน่อยในช่วงเช้ากับบ่ายเท่านั้นค่ะ แต่เมื่อหมดช่วงเวลาดังกล่าวแล้วหาดพัทยาก็จะกลับมาเงียบสงบตามเดิม และจะเริ่มครึกครื้นในช่วงเวลาเย็น ๆ ถึงค่ำ หากคุณเป็นคนที่ชอบแสงสีหรือชอบพบปะผู้คนใหม่ ๆ ในช่วงเวลานี้ก็จะมีนักท่องเที่ยวเยอะเลยค่ะ เพราะในยามค่ำคืนหาดพัทยาจะเป็นเหมือนหาดที่ไม่มีวันหลับไหล เนื่องจากเหล่าบีชบาร์ริมหาดทั้งหลายจะเริ่มเปิดและจะมีการประดับประดาด้วยแสงเทียนที่สร้างบรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติกได้เป็นอย่างดี มาพร้อมกับการเปิดฟังเพลงเบา ๆ และเมนูเครื่องดื่มมากมาย คุณจะได้ชมการแสดงไฟหลายรายการ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็จะมีการควงกระบองไฟที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ด้วยค่ะ ถือว่าเป็นชายหาดที่พอดี ๆ เพราะมันไม่ถึงกับเป็นหาดที่เงียบเหงาและก็ไม่ใช่หาดที่ผู้คนพลุกพล่านตลอด แต่มันเป็นหาดที่สะดวกต่อการหาอะไรอร่อย ๆ ทานเนื่องจากมีร้านอาหารริมชายหาดตั้งอยู่เยอะมากค่ะ ทั้งยังอยู่ใกล้กับทางเข้าถนนคนเดิน แต่หากคุณเป็นคนที่ชอบความสงบแบบส่วนตัวมาก ๆ ที่นี่อาจจะไม่ใช่หาดที่คุณตามหา เพราะแม้ว่าคุณจะเลือกพักโรงแรมราคาแพงขนาดไหน แต่คุณก็ไม่สามารถเพลิดเพลินกับการพักผ่อนส่วนตัวที่สมบูรณ์แบบได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่นักท่องเที่ยวผู้รักความสงบจะชอบหาด Sunset และหาด Sunrise มากกว่าค่ะ

2. หาดซันเซ็ท (Sunset Beach)

หาดซันเซ็ทเป็นหาดที่ขึ้นชื่อในเรื่องของจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุด หากคุณวางแผนจะเซอร์ไพรส์แฟน คุณจะต้องพาคู่รักมาชมบรรยากาศสุดโรแมนติกที่หาดซันเซ็ทเท่านั้นค่ะ อีกทั้งยังเป็นหาดที่เงียบสงบไม่มีค่อยมีเรือหรือผู้คนพลุกพล่าน ในส่วนของหาดทรายนั้นก็มีสีขาวที่ตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าได้อย่างลงตัว แต่เนื้อทรายของหาดฝั่งนี้อาจจะไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่เมื่อเทียบกับหาดอื่น ๆ อาจจะเดินแล้วรู้สึกไม่สบายเท้าไปบ้าง เนื่องจากมีกรวดผสมอยู่ในเนื้อทรายเยอะพอสมควร

Sunset Beach จุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุด
Sunset Beach จุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุด

นอกจากนี้ที่หาดซันเซ็ทยังเป็นจุดดำน้ำที่ขึ้นชื่อของเกาะ เนื่องจากความใสของน้ำทะเลคุณอาจจะเอาอุปกรณ์การดำน้ำตื้นเพื่อมาดูแนวปะการังและปลานานาชนิดที่สวยงามได้ และหากคุณอยากจะมานอนอาบแดดท้ารับลมทะเล เราขอให้คุณเตรียมผ้าปูชายหาดส่วนตัวมาด้วย เพื่อที่คุณจะได้เก็บเกี่ยวและเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่ โดยรวมแม้ว่าหาดซันเซ็ทจะมีความเจริญน้อยกว่าหาดซันไรส์และหาดพัทยาแดนศิวิไลซ์อยู่มาก แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ากับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว ซึ่งบรรยากาศโดยรอบจะให้อารมณ์แบบ Local ได้ดี ผู้คนไม่เยอะและร้านอาหารก็มีให้เลือกค่อนข้างน้อย แนะนำให้คุณทานจากที่อื่นมาให้เรียบร้อยนะคะ

หาดซันเซ็ท ยามพระอาทิตย์ตก
หาดซันเซ็ท ยามพระอาทิตย์ตก
Sunset Beach แสงดีมาก ๆ ไม่ต้องแต่งสีภาพเลยค่ะ
แสงดีมาก ๆ ไม่ต้องแต่งสีภาพเลยค่ะ

โดยรอบ ๆ นั้นก็จะมีทั้งโขดหินสวย ๆ ให้คุณได้ถ่ายรูปได้ แต่ก็มีทางขึ้นลงค่อนข้างชันและลำบาก เวลาลงเล่นน้ำอาจะต้องระวังหินบาดเท้าด้วยนะคะ ดังนั้นจึงไม่เหมาะสำหรับเด็ก ๆ และผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีสภาพหัวเข่าไม่ดี แม้ว่าการเดินทางมาหาดซันเซ็ทอาจจะลำบากและไกลไปหน่อย แต่รับลองว่าคุณจะต้องติดใจกับวิวท้องทะเลและพระอาทิตย์ตกที่สวยอย่างแน่นอนค่ะ




3. หาดซันไรส์ (Sunrise Beach)

หาดซันไรส์ขึ้นชื่อในเรื่องการชมแสงแรกของพระอาทิตย์ยามเช้ามาก ๆ หากคุณมีเป้าหมายที่จะชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุด เราแนะนำให้คุณเลือกโรงแรมที่พักในฝั่งหาดซันไรส์เลยค่ะ สำหรับหาดซันไรส์นั้นเป็นหาดที่ค่อนข้างสงบและเป็นส่วนตัว ทั้งยังมีความยาวของหาดมากกว่าหาดไหน ๆ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจะเดินเล่นกินลมชมวิวและดื่มด่ำไปกับธรรมชาติ แต่จะมีข้อเสียตรงที่เรือหางยาวของชาวบ้านจอดเยอะมากในบางช่วงเวลา ทำให้มีที่ให้เล่นน้ำน้อย แต่หากเรามองว่าเป็นวิถีวิชีตของชาวเลมันก็จะเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของหาดเลยนะคะ เพราะเรือเหล่านี้ก็จะมีทั้งเรือหาปลาและเรือสำหรับให้นักท่องเที่ยวเช่า ดังนั้นหากคุณอยากจะมาหาดซันไรส์แบบที่ได้วิวสวย ๆ ไม่ค่อยมีเรือจอดแนะนำให้มาช่วงกลางวันค่ะ นอกจากเรือหางยาวจำนวนมากแล้ว คุณจะเห็นเรือคายัคและแพทเทิร์นบอดตั้งให้เช่าอยู่บริเวณริมหาดมากมายเช่นกัน

หาดซันไรส์ (Sunrise Beach)
หาดซันไรส์ (Sunrise Beach)

ในส่วนน้ำทะเลของหาดซันไรส์นั้นขอบอกว่าใสสะอาดมาก ๆ ยิ่งคุณพายเรือออกไปยิ่งเห็นได้ชัดเจนว่าเราไม่ได้โกหกคุณเลย เพราะคุณสามารถมองเห็นปะการังและปลาได้ด้วยตาเปล่า แต่ในเรื่องของหาดทรายนั้นแม้ว่าจะขาวอยู่บ้าง แต่ต้องขอบอกว่าค่อนข้างไม่สะอาดสักเท่าไหร่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ของชาวบ้านเสียส่วนใหญ่ พวกเศษไม้และขยะที่ถูกพัดจากทะเลมาที่หาดจึงไม่ได้รับความดูแลเท่าที่ควร แต่ก็ไม่ถึงกับแย่เลยนะคะ ในบางจุดที่หาดอยู่ติดกับโรงแรมใหญ่ ๆ ก็จะมีความขาวสะอาดเหมือนหาดพัทยาเช่นกัน

คำแนะนำ : สำหรับจุดถ่ายรูปอีกจุดที่เราอยากแนะนำคือ Zodiac Bar ที่ได้เซตฉากมาให้คุณถ่ายรูปเก๋ ๆ คุณควรมาในตอนเที่ยงตรงที่เป็นช่วงเวลาน้ำขึ้นถึงทางเดิน ซึ่งได้จะภาพสวยมาก ๆ ค่ะ เพราะปกติช่วงเย็น ๆ น้ำจะเริ่มลงและจะเห็นทรายโผล่ขึ้นมามันทำให้ไม่ได้ภาพที่สวยเท่าไหร่

หาดซันไรส์ (Sunrise Beach)
หาดซันไรส์ (Sunrise Beach)
หาดซันไรส์ (Sunrise Beach)
หาดซันไรส์ (Sunrise Beach)




4. หาดหน้าเม้าน์เท้น รีสอร์ท

หาดหน้าเม้าน์เท้น รีสอร์ท
หาดหน้าเม้าน์เท้น รีสอร์ท North Point Beach, Koh Lipe

หากเดินขึ้นไปทางเหนือของหาดซันไรส์จะเป็นชายหาดขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงข้ามเกาะอาดังซึ่งจะมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมาก เรียกจุดว่า “North Point Beach, Koh Lipe” หรือ “หาดหน้าเม้าน์เท้น รีสอร์ท” เพราะเป็นหาดที่อยู่ติดกับโรงแรมเม้าน์เท้นนั้นเองค่ะ อันที่จริงหาดนี้ก็ยังถือว่าเป็นหาดซันไรส์แต่เนื่องจากเป็นหาดที่อยู่แยกออกมาชัดเจน จึงนิยมเรียกติดปากว่าหาดหน้าเม้าน์เท้นเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน หาดบริเวณนี้ค่อนข้างเป็นส่วนตัว เนื้อทรายขาวสะอาดมาก ๆ เลยค่ะ

มุมสวย ๆ จากร้านอาหารบนเขาของเม้าน์เท้น รีสอร์ท
หาดทรายสีขาวสะอาดตา บน หาดหน้าเม้าน์เท้น รีสอร์ท
เล่นแพทเทิร์นบอด บริเวณ หาดหน้าเม้าน์เท้น และด้านหลังเป็นเกาะอาดัง
ถ่ายรูปกับพระอาทิตย์ตกดินที่หน้าหาดสวย ๆ

5. หาดสนม (Sanom Beach)

หาดสนมเป็นหาดเล็ก ๆ ที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวมาก ๆ เหมาะกับการพักผ่อนที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายเป็นที่สุด ทั้งยังมีบรรยากาศที่ร่มรื่น เพราะมีต้นไม้อยู่รอบ ๆ บริเวณตัวหาดมีน้ำทะเลที่ใสเหมือนคริสตัล หาดทรายสีขาวสะอาดและเนียนละเอียด เป็นอีกหาดที่สามารถนั่งรถประจำทางในเกาะมาหรือจะเดินมาเองก็ได้ค่ะ เพราะมันมีสะพานไม้เล็ก ๆ ที่เชื่อมต่อจากหาดพัทยาค่ะ แนะนำให้มาในช่วงเช้า ๆ นะคะจะไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่ นอกจากนี้ยังมีรีสอร์ทและร้านอาหารเล็ก ๆ ริมหาดไว้คอยบริการคุณ และคุณก็สามารถดำน้ำตื้นในบริเวณนี้ได้อีกด้วย

สะพานไม้เล็ก ๆ ที่เชื่อมระหว่างหาดพัทยาและหาดสนม

6. หาดปาไต กาลาห์ (Patai Galah Beach)

หาดปาไตกาลาห์เป็นหาดที่อยู่ไกลออกไปจากหาดพัทยา คุณจะต้องใช้เรือคายัคในการเดินทางไปยังสถานที่แห่งนี้ หรืออาจจะไปทางบกที่ค่อนข้างเหนื่อยและเปลี่ยวนิดหน่อย เพราะเป็นเส้นทางที่สูงชัน, แคบ และเต็มไปด้วยรกไม้ต่าง ๆ แต่รับรองว่าคุ้มค่ากับมาแน่นอนค่ะ เพราะที่หาดปาไตกาลาห์เป็นหาดเล็ก ๆ ที่ส่วนตัวมาก ๆ ทั้งยังมีน้ำทะเลที่ใส และมีหาดทรายขาวสะอาด มีปะการังน้ำตื้นที่สมบูรณ์ให้คุณได้สามารถดำน้ำดูเพลิน ๆ และที่สำคัญคือมีมุมถ่ายรูปสวย ๆ หลายมุม ชนิดที่เรียกว่าเพื่อนของคุณเห็นแล้วจะต้องอิจฉาแน่นอนค่ะ เพราะพวกเขาไม่ได้มาเจอหาดแห่งนี้เหมือนคุณ

หลาย ๆ คนบอกว่ามันน่าจะเป็นหาดที่สวยและเงียบสงบที่สุดแล้ว ถือว่าเป็นสถานที่ที่ดีสำหรับนำหนังสือมาอ่านและใช้เวลายามเช้าอย่างเต็มที่ค่ะ แต่เนื่องจากเป็นหาดที่ไร้ผู้คน จึงไม่มีร้านค้า ร้านอาหาร หรือรีสอร์ทต่าง ๆ ดังนั้นคุณจะต้องระมัดระวังอย่าทำให้ตัวเองบาดเจ็บและทานอาหารมาให้อิ่มท้องก่อนเดินทาง ที่สำคัญไม่ควรสร้างขยะบนชายหาด และไม่ควรว่ายน้ำเล่นไปไกลจากตัวหาด เพราะคลื่นลมแรงในบางช่วงและอาจจะมีแมงกะพรุนในน้ำด้วยนะคะ

หมายเหตุ : เป็นหาดที่ฝรั่งสายแอดเวนเจอร์นิยมไปกัน เพราะมีความเสี่ยงและท้าทาย น้อยนักที่จะเห็นคนไทยในบริเวณนี้ค่ะ




7. หาดลับหลีเป๊ะ (Lipe Secret Beach)

หาดสวรรค์ที่ซ่อนอยู่บนเกาะหลีเป๊ะที่เรียกว่า “หาดลับหลีเป๊ะ” เพราะมันเป็นหาดที่อยู่ห่างไกลออกไปจนแทบไม่มีผู้คนให้เห็นเลย และน้อยคนนักที่จะรู้ว่ามีหาดอยู่ตรงนี้ เว้นเสียแต่ว่าคุณจะนั่งเรือเล่น ๆ รอบเกาะ คุณถึงจะเจอมันโดยบังเอิญ สำหรับหาดลับหลีเป๊ะเป็นหาดขนาดเล็กที่ไม่มีความเจริญใด ๆ มีเพียงแต่บรรยากาศอันรื่นรมย์เงียบสงบที่ชวนให้คุณมาสัมผัสด้วยตัวเองที่มีทะเลใส ๆ ให้คุณสามารถดำน้ำตื้นได้จากตรงนี้ อีกทั้งยังมีความอุดมสมบูรณ์ของเหล่าปะการังและสัตว์ทะเลมากมาย  เหมาะสำหรับผู้ที่รักในธรรมชาติ จึงเป็นสถานที่ที่ดีมากที่จะผ่อนคลายในช่วงน้ำลง และเป็นอีกหาดที่ท้าทายสำหรับนักท่องเที่ยวสายลุยมากค่ะ แต่เนื่องจากเป็นหาดที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่เลย มันจึงอาจจะเต็มไปด้วยขยะจากมหาสมุทรที่พัดเข้ามาในบางช่วง และโปรดใช้ความระมัดระวังอย่าทำให้ตัวเองบาดเจ็บระหว่างทางด้วยนะคะ

หมายเหตุ : เป็นหาดที่ฝรั่งสายแอดเวนเจอร์นิยมไปกัน เพราะมีความเสี่ยงและท้าทาย น้อยนักที่จะเห็นคนไทยในบริเวณนี้ค่ะ

8. ถนนคนเดินเกาะหลีเป๊ะ ที่เที่ยวบนเกาะหลีเป๊ะ

ถนนคนเดินเกาะหลีเป๊ะ ช่วงเวลากลางวัน ก็มีบางร้านเปิดคอยบริการตลอดนะคะ
ถนนคนเดินเกาะหลีเป๊ะ ช่วงเวลากลางวัน ก็มีบางร้านเปิดคอยบริการตลอดนะคะ

ถนนคนเดินถือเป็นสถานที่เที่ยวกลางคืนบนเกาะหลีเป๊ะที่ครึกครื้นมากที่สุด มีร้านค้า-ร้านอาหารเปิดเรียงรายเต็มสองข้างทางตลอดถนน คุณสามารถใช้เส้นทางนี้เพื่อเดินเท้าจากหาดพัทยาไปยังหาดซันไรส์ได้เพียงไม่กี่นาที และระหว่างทางคุณจะได้พบกับบาร์และร้านอาหารมากมายที่มีรสชาติอร่อยถูกปากทั้งของคาวและของหวาน โดยคุณสามารถเดินเล่นหาของกินได้ตามอัธยาศัยไม่ว่าจะเป็น อาหารซีฟู๊ด, อาหารไทย, อาหารฝรั่ง, พิซซ่า และ BBQ ต่าง ๆ นอกจากนี้คุณยังสามารถพบร้านสะดวกซื้ออย่าง “เซเว่นอีเลฟเว่น” ได้ในซอยถนนคนเดิน เพื่อที่จะหาซื้อสิ่งของที่คุณขาดเหลือได้ตลอดเวลาค่ะ

คำแนะนำ : สำหรับคนที่มีงบจำกัดและไม่เน้นบรรยากาศมากมาย เน้นอาหารตามสั่งง่าย ๆ จะมีร้านอาหารชาวบ้านในช่วงท้าย ๆ ซอยที่มีราคาถูกกว่าหลายเท่าตัวเลยค่ะ


การนั่งเรือไปรอบ ๆ เกาะหลีเป๊ะ ที่ไม่ไกล และน่าสนใจ

นั่งเรือไปเกาะรอบหลีเป๊ะ ที่ไม่ไกล และน่าสนใจ
นั่งเรือไปเกาะรอบหลีเป๊ะ ที่ไม่ไกล และน่าสนใจ

1. เกาะกระ 

พายเรือยายัคไปยังเกาะกระ
พายเรือยายัคไปยังเกาะกระ
บนยอดเขาของเกาะกระ
บนยอดหินของเกาะกระ (เป็นช่วงน้ำขึ้นเรือมาจอดใกล้ ๆ ได้)

เกาะกระ หรือ “เกาะกละ” เป็นเกาะที่อยู่ขนานกับหาดซันไรซ์และตั้งห่างจากเกาะหลีเป๊ะไม่กี่ร้อยเมตร (ตรงข้ามโรงเรียนบ้านเกาะหลีเป๊ะเลยค่ะ) คุณสามารถใช้เรือคายัคพายไปได้ไม่เกิน 15 นาที หรือถ้าเป็นช่วงน้ำขึ้นก็จะเช่าเรือหางยาวของชาวบ้านไปก็ได้ค่ะ แต่หากคุณพายเรือไปเองระหว่างทางคุณจะได้เห็นความงามใต้ท้องทะเลที่มีทั้งปะการังหลากสีสันและปลาการ์ตูนแหวกว่ายเต็มไปหมด ซึ่งเมื่อมาถึงเกาะกระแล้วก่อนจะลงจากเรือให้คุณระวังเปลือกหอยบนพื้นด้วยนะคะ เนื่องจากมันมีเปลือกหอยเยอะมากจนหลาย ๆ คนก็เรียกว่า “สุสานหอย” ทั้งนี้คุณจะพบทางขึ้นชัน ๆ กลางเกาะที่ต้องปีนหินข้ามไปยังอีกฝั่งของเกาะซึ่งตรงอีกฝั่งของเกาะกระนั้นก็มีหาดทรายที่เนียนขาวสะอาดและสวยมาก ๆ ทั้งยังมีน้ำทะเลที่ใสจนเห็นฝูงปลาน้อยใหญ่ว่ายรอบ ๆ ตัวคุณแบบไม่กลัวคนเลยค่ะ เหมาะสำหรับดำน้ำตื้น เรารับรองว่าคุณจะได้สัมผัสกับธรรมชาติแบบชนิดที่ว่าปลาบางตัวก็ว่ายพุงตรงเข้ามาชนคุณเลยค่ะ!!! 🙂

เมื่อน้ำลงแล้วก็สามารถลงไปถ่ายรูปบริเวณหาดได้ตามปกติ
เมื่อน้ำลงแล้วก็สามารถลงไปถ่ายรูปบริเวณหาดได้ตามปกติค่ะ

2. เกาะอุเสน

เกาะอุเสนหรือ “เกาะโต๊ะเสน” เป็นอีกเกาะเล็ก ๆ (ขนาดเล็กพอ ๆ กับเกาะกระ) ที่อยู่ขนานกับหาดซันไรส์ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 10 นาที โดยทั้งนี้หากคุณร่างกายแข็งแรงหน่อยก็สามารถว่ายน้ำข้ามไปได้ค่ะ แต่เพื่อความปลอดภัยเราแนะนำให้คุณใช้เรือคายัคพายไปจะดีกว่า ซึ่งที่เกาะอุเสนนั้นก็เป็นที่นิยมสำหรับการดำน้ำตื้นเช่นกัน แต่จะไม่มีชายหาดเหมือนเกาะกระนะคะ เน้นดำน้ำดูปะการังและสัตว์ทะเลต่าง ๆ มากกว่าค่ะ

หมายเหตุ : เกาะอุเป็นเกาะที่มีกระแสน้ำแรง-คลื่นแรงมาก เหมาะสำหรับสายแอดเวนเจอร์ที่รักการผจญภัย เพราะมีความเสี่ยงและท้าทาย ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่แนะนำให้นักท่องเที่ยวไทยไปยังเกาะอุเสน เพราะเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัย




3. เกาะอาดัง

เกาะอาดังตั้งอยู่ตรงข้ามเกาะหลีเป๊ะมีความเงียบสงบเป็นส่วนตัวและมีขนาดใหญ่กว่าเกาะหลีเป๊ะหลายเท่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ค่อยมีความเจริญสักเท่าไหร่ เพราะบนเกาะอาดังมีที่พักให้เลือกค่อนข้างน้อยกว่าบนหลีเป๊ะ แต่ที่พักส่วนใหญ่จะเป็นบรรยากาศที่เหมาะสำหรับคนรักความสงบมาก ๆ ซึ่งเมื่อข้ามไปยังเกาะอาดังแล้วเวลาเช็คอินจะกลายเป็นเวลาของประเทศมาเลเซียแล้วนะคะ ห่างแค่เพียงเอื้อมมือแต่โซนเวลาเปลี่ยนเด้อ เก๋ไก๋มั้ยละคะ 🙂

จุดชมวิวเกาะอาดัง
จุดชมวิวเกาะอาดัง สามารถมองเห็นเกาะหลีเป๊ะทั้งหมดได้จากตรงนี้ โดยหาดที่ตรงหน้าก็คือหาดหน้าเม้าน์เท้นรีสอร์ทนั่นเองค่ะ

บนเกาะอาดังจะมีจุดชมวิวที่สวยที่สุดที่คุณสามารถมองเห็นความสวยงามของเกาะหลีเป๊ะได้อย่างชัดเจน ทั้งยังมีน้ำตกในป่าและบริการดำน้ำตื้นของที่นี่ก็เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก และเนื่องจากเป็นเกาะที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้างมากมายจึงทำให้หาดทรายสะอาดมากด้วยเช่นกันค่ะ สำหรับใครที่กังวลว่าบนเกาะอาดังจะไม่มีร้านอาหารก็หายห่วงได้เลยค่ะ เพราะเค้ามีอาหารอร่อย ๆ เล็ก ๆ ที่ราคาถูกกว่าบนเกาะหลีเป๊ะ ทั้งยังมีรสชาติที่อร่อยอีกด้วย

4. เกาะรอกลอย

เกาะรอกลอย
เกาะรอกลอย

เกาะรอกลอยหรือที่อ่านว่า “เกาะ-รอ-กลอย” เป็นเกาะที่มีหาดทรายเป็นทรงสามเหลี่ยมปลายแหลมที่ยื่นลงไปในท้องทะเล ทั้งยังมีหาดทรายที่ขาวสะอาดและเนียนละเอียดมาก ๆ ตัดกับน้ำทะเลสีครามสดใสสุด ๆ ถือว่าเป็นเกาะที่เงียบสงบ โดยคุณสามารถใช้เวลาในการนั่งเรือจากหลีเป๊ะมายังเกาะรอกลอยประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งน้ำรอบเกาะแห่งนี้นอกจากความใสแล้ว ยังค่อนข้างตื้นมากจึงเหมาะสำหรับการถ่ายรูปคู่กับน้ำทะเลและกิจกรรมเล่นน้ำเป็นที่สุดค่ะ

5. เกาะหินซ้อน

เกาะหินซ้อน รูปภาพจาก thailandtourismdirectory.go.th

เกาะหินซ้อนตั้งอยู่ไม่ไกลจากเกาะรอกลอย จุดเด่นคือมีหินขนาดใหญ่มหึมาที่มีลักษณะซ้อนทับกันจึงเรียกว่าเกาะหินซ้อน ทั้งยังมีน้ำทะเลสวยและใสมาก โดยรวมนั้นเป็นเกาะขนาดเล็กที่แต่มีโขดหินมากมายเรียงรายอยู่รอบ ๆ เหมาะสำหรับเป็นจุดดำน้ำดูประการัง ดอกไม้ทะเล และปลานานาสายพันธุ์ที่มีให้เห็นได้อย่างมากมายเลยค่ะ ขอบอกว่าห้ามพลาดเด็ดขาดเพราะนอกจากความสวยของธรรมชาติที่แปลกตาแล้ว และยังถือเป็นสถานที่ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดอีกด้วยนะคะ

6. เกาะหินงาม

สำหรับเกาะหินงามนั้นคงเป็นสถานที่คุ้นเคยกันดีในหมู่นักเที่ยว เพราะเป็นเกาะที่ไม่มีหาดทราย มีแต่หินสีดำขลับและเกลี้ยงเกลา เมื่อหินโดนน้ำทะเลและสะท้อนกับแสงแดดแล้วจะมีความแวววาวออกมาสวยมาก ๆ และเนื่องจากพื้นบนเกาะนี้เป็นหินสีดำทั้งหมดมันจึงมีความร้อนสะสมอยู่แนะนำให้คุณสวมรองเท้าลงเดินนะคะ ไม่งั้นเท้าพองไม่รู้ด้วยน๊าาา 😛

เกาะหินงาม
เกาะหินงาม

คำแนะนำ : ในสมัยก่อนมักจะมีเรื่องที่เล่าต่อกันมาว่าหากเรียงหินเป็นชั้นโดยไม่ล้ม ก็จะสามารถขอคำอธิษฐานให้เป็นจริงได้ แต่ในปัจจุบันนี้ได้มีการสั่งห้ามนักท่องเที่ยวเรียงหินเป็นชั้นแล้วนะคะ อย่าไปแอบเรียงหินและแอบเก็บหินกลับบ้านโดยเด็ดขาดเลยนะคะ เราเตือนแล้วนะ โชคร้ายไม่รู้ด้วยน๊าา

7. ร่องน้ำจาบัง

ร่องน้ำจาบังเป็น 1 ใน 10 จุดดำน้ำที่สวยที่สุดในประเทศไทยที่เราได้เคยแนะนำไปแล้ว ถือเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำอย่างแท้จริง เพราะนอกจากมีสีปะการังที่สวยงามแล้ว ความอุดมสมบูรณ์ของที่นี่ก็คือยืนหนึ่งเลยค่ะ คุณจะได้พบกับปะการังอ่อนเจ็ดสีที่หายากมาก ๆ ทั้งยังมีดอกไม้ทะเลและสัตว์ทะเลอีกมากมาย ซึ่งปะการังที่พบได้ในจุดดำน้ำตื้นส่วนใหญ่จะเป็นสีชมพู สีแดง และสีม่วง และเนื่องจากกระแสน้ำที่ค่อนข้างรุนแรงทางเจ้าหน้าที่จึงได้มีการทำเชือกลอยน้ำมาให้นักท่องเที่ยวจับระหว่างดำน้ำด้วยดังนั้นจึงหมดห่วงว่าจะเป็นอันตรายไปได้เลยค่ะ

ร่องน้ำจาบัง จุดดำน้ำที่สวยที่สุดในประเทศไทย
ร่องน้ำจาบัง จุดดำน้ำที่สวยที่สุดในประเทศไทย
ร่องน้ำจาบัง จุดดำน้ำที่สวยที่สุดในประเทศไทย
ร่องน้ำจาบัง จุดดำน้ำที่สวยที่สุดในประเทศไทย

และแล้วก็จบทริปเที่ยวเกาะหลีเป๊ะอันสุดแสนมาราธอนลงแล้วนะคะ อันที่จริงยังมีสถานที่ค่อนข้างอันตราย อย่าง หาดปาไตกาลาห์ หาดลับของหลีเป๊ะ และเกาะอุเสน ที่ผู้คนท้องถิ่นบนเกาะไม่ค่อยแนะนำให้นักท่องเที่ยวไป เนื่องจากความปลอดภัยของตัวคุณเอง หากคุณเป็นคนที่รักการผจญภัยและสนใจอยากลองไปดูสักครั้ง เราแนะนำให้คุณตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับคลื่นลมในวันนั้นด้วยนะคะ และควรจะอยู่ในความดูแลของไกด์ หากคุณไม่ต้องการไกด์ก็ควรจะถามความเห็นจากคนในพื้นที่ก็ยังดี เพราะก็ไม่ใช่ทุกคนจะโชคดีเหมือนพระเอกนางเอกในหนังในละครเสมอไปด้วยความรักความห่วงใยจาก bestreview.asia สำหรับวันนี้ต้องขอตัวก่อนนะคะ

ปล. สำหรับใครที่ยังไม่มีแคปชั่นเที่ยวทะเลเด็ด ๆ ก็อย่าลืมกดเข้าไปอ่านในลิ้งก์ของเราด้วยนะคะ รับรองว่าคุณจะไม่ต้องเสียเวลานั่งคิดแคปชั่นภาษาอังกฤษเก๋ ๆ ให้เหนื่อยเปล่าอย่างแน่นอน เพราะเรามีให้คุณเลือกพร้อมเสร็จสัพเลยค่ะ

Mine Melody

Mine Melody

I am a graduate of Department of Computer Engineering Prince of Songkhla University. I really enjoy writing and reviewing technology and women's products.

Next Post