Taylor Swift (เทย์เลอร์ สวิฟต์) – เปิดประวัติ และผลงานเพลง [อัปเดต ธ.ค. 63]

หลังจากที่เราได้เปิดประวัติและผลงานเพลงของ จัสติน บีเบอร์ (Justin Bieber) แล้ว วันนี้ก็มาถึงคราวของนักร้องสาว ซึ่งเป็นหนึ่งในนักร้องที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคนี้ และแน่นอนว่าคงจะหนีไม่พ้น ‘Taylor Swift (เทย์เลอร์ สวิฟต์)’ โดยความสามารถของเธอในแง่ของศิลปินหรือนักร้องต้องบอกว่าเทย์เลอร์เป็นอัจฉริยะคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะถึงแม้ว่าเทย์เลอร์จะไม่ใช่นักร้องที่สามารถฮิตโน้ตได้สูงในระดับดีว่า (Diva) แต่เธอก็เป็นศิลปินที่มีเอกลักษณ์ในเรื่องของเสียงมากคนหนึ่ง เพียงแค่เปล่งขึ้นมาคำแรกก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าคือใคร

เช็กโปรโมชั่น Lazada ลดราคาสินค้าสิ้นปี โปร 12 12เช็กโปรโมชั่น Lazada ลดราคาสินค้าสิ้นปี โปร 12 12เช็กโปรโมชั่น Lazada ลดราคาสินค้าสิ้นปี โปร 12 12

นอกจากนี้เธอยังเป็นศิลปินอีกหนึ่งคนในวงการที่มีความสามารถแต่งเพลงและโปรดิวซ์เพลงได้ด้วยตนเอง ซึ่งสิ่งนี้แหละที่ทำให้เธอสามารถก้าวขึ้นมายืนเป็นนักร้องเบอร์ต้น ๆ ของวงการได้สมเกียรติ์ เนื่องจากทุกรายละเอียดที่เธอใส่ลงไปล้วนแล้วแต่กลั่นกรองออกมาจากประสบการณ์ส่วนตัวของเธอทั้งสิ้น ดังนั้นทุกครั้งที่คุณฟังเพลงของเทย์เลอร์ สวิฟต์ ทุกคนจะสามารถสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณและเนื้อหาที่ออกมาแบบไม่ปรุงแต่ง เหมือนคุณได้อ่านหรือฟังไดอารี่ของคนหนึ่งที่เขียนออกมาจากหัวใจและประสบการณ์ที่เขาได้พบเจอ ซึ่งผสมและหลอมรวมเข้ากับดนตรีอันติดหู นี่แหละคือมนต์สเน่ห์ของนักร้องที่ชื่อว่า Taylor Swift (เทย์เลอร์ สวิฟต์)

อีกทั้งความอัจฉริยะของเธอก็ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องแต่งเพลงหรือทำเพลงอย่างเดียว เพราะเทย์เลอร์สามารถฉีกกฎและก้าวข้ามสายดนตรีได้โดยไม่ทำให้คนฟังรู้สึกขัดหูหรือขัดตา โดยปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนที่เติบโตไปพร้อมกับเทย์เลอร์ในช่วงยุค 2004 – 2010 คงจะติดภาพเด็กสาวที่ถือกีตาร์และร้องเพลงคันทรี่ใสตามฉบับวัยทีนในอเมริกาทั่วไป แต่แล้วเธอก็พังทลายภาพจำทั้งหมดด้วยการปล่อยอัลบั้ม Red ที่เป็นดนตรีป๊อปและเพิ่มความเฟี๊ยซลงไปในเพลง จนทำให้แฟนคลับหลายคนตกตะลึงไปตาม ๆ กัน

อย่างไรก็ดีการฉีกแนวไปแบบนั้นก็ไม่ได้ทำให้คนเรียกร้องและถามหาสาววัยทีนวัยแรกแย้มแต่อย่างใด เพราะเพลงที่เธอทำออกมานั้นดีมากจนประสบความสำเร็จและกวาดรางวัลเวทีใหญ่จนต้องไปซื้อตู้ใส่รางวัลเพิ่ม รวมไปถึงทำให้เธอยืนหยัดอยู่ได้ในวงการจนถึงตอนนี้ ทั้งนี้หลายคนอาจรู้จักเธอเพียงแค่เปลือกนอกในด้านของผลงานเพลง แต่ยังไม่ได้รู้ความเป็นมาของเธอในเส้นทางหรือจุดเริ่มต้น วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักนักร้องหญิงคนนี้ให้รู้จักกันมากกว่าเดิมครับ




ประวัติของ Taylor Swift (เทย์เลอร์ สวิฟต์)

Taylor Swift (เทย์เลอร์ สวิฟต์) เกิดและเติบโตในรัฐเพนซิลเวเนีย โดยคุณพ่อและคุณแม่ของเธอนั้นทำงานเกี่ยวกับทางด้านการเงินและกองทุน ซึ่งในวัยเด็กนั้นเธอเติบโตในชนบทที่เป็นทุ่งไร่หรือทุ่งนา (จึงไม่แปลกใจว่าทำไมเธอจึงรักเพลงคันทรี่มาก) ทั้งนี้เทย์เลอร์นั้นเป็นเด็กที่เกิดมาแล้วรู้ตัวตนว่าตัวเองชื่นชอบในการร้องเพลงและเสียงดนตรีมาก ๆ ตั้งแต่อายุเพียงแค่ 8-9 ขวบเท่านั้น จนพ่อแม่ของเธอเห็นแววของลูกสาวในการที่จะเป็นศิลปิน พวกเขาจึงได้สนับสนุนเทย์เลอร์โดยการส่งให้เธอไปเรียนร้องเพลงและการแสดงในอเคดิมี่เกี่ยวกับบรอดเวย์ ตามที่ลูกสาวของพวกเขาอยากไป

ซึ่งแน่นอนว่าการไปในครั้งนั้นทำให้เทย์เลอร์ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ทั้งการร้องและการแสดงมาได้เยอะมาก จนเธอรู้สึกว่ามันถึงเวลาแล้วที่จะออกไปตามหาความฝันในการเป็นศิลปินในวัย 11 ปี ซึ่งเธอได้ทำการอัดเดโม่เพลงส่งไปตามค่ายเพลงเหมือนกับเส้นทางของศิลปินคนอื่น แต่ใช่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นไปตามเป้าหมายเสมอไป เพราะถึงแม้ว่าคุณจะเก่งขนาดไหนก็ตาม แต่ถ้าไปไม่ถูกที่และถูกเวลามันก็อาจจะพบเจอกับความล้มเหลวได้ ซึ่งครั้งนี้ยังไม่ใช่เวลาของเธอ เพราะเธอได้ถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลที่คนในค่ายนั้นอยากทำเพลงแนวเดียวกับเธอ

อย่างไรก็ดีความผิดหวังในครั้งนี้ไม่ได้หยุดยั้งความตั้งใจที่จะเป็นศิลปินของเทย์เลอร์ โดยความโชคดีของเธออย่างหนึ่งคือเธอได้รู้จักกับนักซ่อมคอมพิวเตอร์คนหนึ่ง ซึ่งเขามีความสามารถในการแต่งเพลง เขาจึงได้สอนวิธีการแต่งเพลงให้เธอ อีกทั้งด้วยเทย์เลอร์ที่ได้มีการเรียนกีตาร์และมีพื้นฐานในด้านนี้ ก็ทำให้เธอรังสรรค์ผลงานเพลงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม จากนั้นเธอจึงตามล่าฝันต่อในรัฐแนชวิลล์ จนในที่สุดความฝันของเธอก็เป็นจริงเมื่อเธอได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลง Big Machine Records และปล่อยซิงเกิ้ลแรกที่ชื่อว่า ‘Tim McGraw’ จนประสบความสำเร็จและเปรียบเสมือนกับการปูพรหมแดงให้เธอได้ก้าวเดินในวงการได้อย่างสวยงามในวัยเพียง 16 ปีเท่านั้น

ผลงานเพลงของ Taylor Swift (เทย์เลอร์ สวิฟต์)

ตั้งแต่เทย์เลอร์ปล่อยอัลบั้มแรกที่ชื่อว่า ‘Taylor Swift’ ในปี 2006 จนถึงปี 2020 กับอัลบั้ม ‘Evenmore’ ที่เพิ่งปล่อยไม่กี่วันที่ผ่านมา เรียกได้ว่าทุกอัลบั้มนั้นประสบความสำเร็จและยกระดับบารมีของเธอได้เยอะมาก ทั้งนี้เพลงฮิตติดชาร์จของเธอก็มีเยอะมากชนิดที่เขียนเป็นเดือนก็คงจะไม่หมด ดังนั้นวันนี้ผมจึงรวบรวมเพลงเด่น ๆ มาแนะนำให้คุณได้ลองไปฟังกันครับ

You Belong With Me

คลิป You Belong With Me โพสต์โดย คุณ Taylor Swift

แนวเพลง Country pop
ค่ายเพลง Big Machine
ผู้แต่งเพลง Taylor Swift และ Liz Rose
โปรดิวเซอร์ Nathan Chapman และ Taylor Swift
เพลงในปี 2009

You Belong With Me เป็นเพลงซิกเนเจอร์ที่ผมคิดว่าหลายคนน่าจะรู้จักเทย์เลอร์ผ่านเพลงนี้ เพราะด้วยดนตรีซึ่งเป็นคันทรี่กึ่งป๊อปทำให้คนฟังสามารถเข้าถึงได้ง่าย สามารถฟังได้เรื่อย ๆ โดยไม่เบื่อ อีกทั้งเนื้อหาเพลงที่เป็นความรักวัยรุ่นยิ่งทำให้เพลงนี้ตีตลาดได้ง่ายเลยทีเดียว ทั้งนี้ในส่วนของคำวิจารณ์ต่างก็ยกนิ้วให้แก่เพลงนี้ โดยยกให้ You Belong With Me เป็นเพลงที่ดีที่สุดในอัลบั้ม Fearless และที่สำคัญคือเพลงนี้ถือเป็นอีกเพลงที่ยกระดับอัลบั้มให้สูงถึงขนาดที่สามารถชนะรางวัล Grammy Awards สาขาใหญ่อย่าง Album of the Year ซึ่งเอาชนะทั้งอัลบั้ม I Am… Sasha Fierce ของ Beyonce และ The Fame ของ Lady Gaga ที่เรียกได้ว่าเป็นบิ๊กเนมในช่วงนั้น ดังนั้นนี่เป็นการพิสูจน์ได้ถึงคุณภาพของทั้งเพลงและอัลบั้มนี้ หากใครยังไม่เคยฟังเพลงนี้ผมแนะนำเลยครับว่าให้รีบไปฟัง แล้วคุณจะหลงรักเทย์เลอร์อย่างไม่รู้ตัว


Blank Space

คลิป Blank Space โพสต์โดย คุณ Taylor Swift

แนวเพลง Electropop
ค่ายเพลง Big Machine และ Republic
ผู้แต่งเพลง Taylor Swift, Max Martin และ Shellback
โปรดิวเซอร์ Max Martin และ Shellback
เพลงในปี 2014

ซิงเกิ้ลที่ขายได้มากทีjสุดในปี 2015 น่าจะเป็นการการันตีและการตอกย้ำถึงคุณภาพและการประสบความสำเร็จของเพลง ‘Blank Space’ ได้เป็นอย่างดี หนึ่งในสิ่งที่เพลงนี้ขายได้มากขนาดนี้น่าจะเป็นการฉีกแนวของเทย์เลอร์จากคันทรี่ไปเป็นป๊อปแบบเต็มตัว หรือจะบอกว่าสุดโต่งเลยก็ได้ ยิ่งการใช้ดนตรีที่เป็น Electropop ยิ่งแปลกหูแปลกตาจากคันทรี่ตามแบบฉบับของเทย์เลอร์เข้าไปใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับในความสามารถของเทย์เลอร์ ที่เธอครีเอทการร้องของเธอให้เข้ากับดนตรีป๊อปได้อย่างลงตัว รวมไปถึงทีมงานที่ช่วยกันร้อยเรียงเนื้อหาเพลงและดนตรีอย่าง Max Martin และ Shellback ก็ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมถึงเพลงทำออกมาได้ดีขนาดนี้ เพราะทั้งสองขึ้นชื่อในวงการเพลงป๊อปอยู่แล้ว ทั้งนี้เนื้อหาของเพลงนั้นจะเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับอดีตแฟนทั้งหมดของเธอ เปรียบเปรยว่าในช่วงความรักที่กำลังเบิกบานทั้งคู่ก็มีความสุขกัน แต่เมื่อเกิดความเกลียดกันก็แทบจะไม่เผาผี ซึ่งจริง ๆ แล้วเธอน่าจะแต่งล้อเลียนชีวิตความรักของเธอในเชิงสนุกมากกว่าที่จะเคร่งเครียด ซึ่งเราสามารถสัมผัสได้จากการร้องและความสนุกของตัวเพลง ใครอยากฟังเพลงสนุก ๆ ของเทย์เลอร์ผมแนะนำเพลงนี้เลยครับ


Willow

คลิป Willow โพสต์โดย คุณ Taylor Swift

แนวเพลง Indie folk และ pop
ค่ายเพลง Republic
ผู้แต่งเพลง Taylor Swift และ Aaron Dessner
โปรดิวเซอร์ Aaron Dessner
เพลงในปี 2020

เพลงนี้คือเพลงใหม่แกะกล่องต้อนรับคริสมาสต์ซึ่งปล่อยออกมาเมื่อ 11 ธันวาคมที่ผ่านมานี่เอง ถือว่าเป็นการเซอร์ไพรส์ที่ทำให้หลายคนตกใจไปตามกัน เพราะที่ผ่านมาไม่มีข่าวเล็ดลอดออกมาเลยว่าเธอได้อัดเสียงทำอัลบั้มใหม่ โดยเพลงนี้ใช้ดนตรีและจังหวะ Indie folk ผสมผสานกับ Pop ซึ่งทำให้เพลงที่มีความไหลลื่น สามารถฟังได้เรื่อย ๆ ยิ่งเนื้อหาเพลงที่มีความโรแมนติก ทำให้ทุกอย่างดูลงตัวไม่หมด ยิ่งถ้าเปิดฟังในช่วงคริสมาสต์กับแฟนท่ามกลางอากาศเย็น ๆ แล้วเพลงนี้ถือว่าเหมาะมากเลยครับ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าเพลงนี้น่าจะเปิดตัวใน Top 2 ของ Billboard Hot 100 อีกด้วย หากใครที่ยังไม่ได้ฟัง ผมแนะนำให้ลองไปฟังกันดูนะครับ


Cardigan

คลิป Cardigan โพสต์โดย คุณ Taylor Swift

แนวเพลง Folk, soft rock และ indie rock
ค่ายเพลง Republic
ผู้แต่งเพลง Taylor Swift และ Aaron Dessner
โปรดิวเซอร์ Aaron Dessner
เพลงในปี 2020

Cardigan คืออีกหนึ่งเพลงที่เปิดตัวได้ดีที่สุดในปี 2020 เพราะมันสามารถเดบิ้วต์ในวีคแรกได้อย่างสวยหรูด้วยอันดับที่ 1 ในชาร์ต Billboard Hot 100 และมีคนฟังในแฟลตฟอร์มสตรีมมิ่งชื่อดังอย่าง Spotify สูงถึง 7.742 ล้านครั้ง อีกทั้งยังได้เข้าชิงรางวัลใหญ่อย่าง Grammy Awards 2021 ในสาขาใหญ่อย่าง Song of the Year และ Best Pop Solo Performance ทั้งนี้เพลง Cardigan จะเป็นแนว Folk ซึ่งผนวกเข้ากับความเป็น Soft rock และ Indie rock ซึ่งเป็นแนวดนตรีที่เทย์เลอร์ทำออกมาค่อนข้างเยอะในช่วง 2 ปีมานี้ ใครที่อยากฟังเพลงช้าเนิ้บ ๆ ชิล ๆ ในช่วงวันหยุดน่าจะชอบเพลงนี้ครับ





We Are Never Ever Getting Back Together

คลิป We Are Never Ever Getting Back Together โพสต์โดย คุณ Taylor Swift

แนวเพลง Bubblegum pop, dance-pop, pop rock และ Electropop
ค่ายเพลง Big Machine
ผู้แต่งเพลง Taylor Swift, Max Martin และ Shellback
โปรดิวเซอร์ Max Martin และ Shellback
เพลงในปี 2012

อีกหนึ่งเพลงของ Taylor Swift ที่สามารถไต่ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตได้นั่นคือเพลง We Are Never Ever Getting Back Together เพราะด้วยจังหวะของเพลงที่มีความสนุกสนานในสไตล์ป๊อปแบบ Electro, Dance, Rock และ Bubblegum อีกทั้งท่อนฮุคที่ร้อง “We Are Never Ever Getting Back Together” ก็เป็นจุดขายและเป็นประโยคฝังไมโครชิพที่ทำให้หลายคนติดหูสามารถจำได้ทุกครั้งเมื่อเพลงนี้ขึ้นมา โดยเนื้อหาของเพลงก็แน่นอนว่าเป็นประสบการณ์ความรักของเธอในอดีตกับแฟนเก่าที่จบกันไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่นัก แต่การฟังเพลงนี้ก็ไม่ได้ทำให้คนที่อกหักเศร้า แต่เหมือนเป็นการมูฟออนจากความสัมพันธ์ซะมากกว่า เพราะเพลงมีความสนุกอยู่ในตัวพอสมควร


Look What You Made Me Do


คลิป Look What You Made Me Do โพสต์โดย คุณ Taylor Swift

แนวเพลง Dance-pop, electroclash และ electropop
ค่ายเพลง Big Machine
ผู้แต่งเพลง Taylor Swift, Jack Antonoff, Fred Fairbrass, Richard Fairbrass และ Rob Manzoli
โปรดิวเซอร์ Jack Antonoff และ Taylor Swift
เพลงในปี 2017

Look What You Made Me Do เป็นการบอกเล่าผ่านตัวเพลงของเทย์เลอร์ที่เธอต้องการจะสื่อว่าเธอไม่ใช่เทย์เลอร์วัยใสหรือยอมคนเหมือนในอดีต อย่างประโยคในเพลงที่เธอพูดว่า “ขอโทษนะคะเทย์เลอร์คนเก่าไม่สามารถคุยกับคุณได้ เพราะเธอได้ตายไปแล้ว” โดยเธอได้บอกทางอ้อมทั้งใน MV และเนื้อหาเพลงว่าสิ่งเลวร้ายที่เธอต้องพบเจอ มันหลอมรวมให้เธอต้องเปลี่ยนตัวตน เพื่อที่จะปกป้องตัวเอง ทั้งนี้การใช้ดนตรีแบบ Dance-pop, electroclash และ electropop ก็ช่วยเพิ่มความเผ็ดร้อนให้กับเพลงได้เป็นอย่างดี ใครที่ติดภาพความหวานตามฉบับสาวคันทรี่ของเทย์เลอร์ แล้วได้มาฟังเพลงนี้จะทำให้คุณเห็นอีกหนึ่งมิติความเป็นศิลปินของนักร้องสาวคนนี้ครับ


Love Story

คลิป Love Story โดยคุณ Taylor Swift

แนวเพลง Country pop
ค่ายเพลง Big Machine
ผู้แต่งเพลง Taylor Swift
โปรดิวเซอร์ Nathan Chapman และ Taylor Swift
เพลงในปี 2008

ด้วยเสียงของเทย์เลอร์ซึ่งถูกจัดอยู่ในเสียงโซปราโน หรือถ้าจะอธิบายให้เข้าใจกันง่าย ๆ คือโทนเสียงสูง ดังนั้นเธอจึงใช้จุดเด่นตรงนี้ในการใช้ร้องเพลงนี้ ซึ่งตรงนี้คือเสน่ห์ของเทย์เลอร์ที่ตกแฟนคลับได้จำนวนมากเลยทีเดียวครับ เพราะเมื่อฟังเธอร้องเพลงแนวโรแมนซ์ เราจะเหมือนเข้าไปในความฝันหรือความอบอวลไปด้วยความรัก ยิ่งแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงที่มาจากบทประพันธ์ในตำนานอย่างโรเมโอและจูเลียต อีกทั้งดนตรีที่เป็นแนว Country pop ก็ถือว่าเป็นแนวเพลงที่เธอเติบโตและถนัดที่สุดอยู่แล้ว ดังนั้นเพลงนี้ผมยกให้เป็นเพลงขึ้นหิ้งของ Taylor Swift ที่ทุกคนควรจะได้ฟังครับ


Back To December

คลิป Back To December โพสต์โดย คุณ Taylor Swift

แนวเพลง Country pop
ค่ายเพลง Big Machine
ผู้แต่งเพลง Taylor Swift
โปรดิวเซอร์ Nathan Chapman และ Taylor Swift
เพลงในปี 2010

สัจธรรมอย่างหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในหลาย ๆ คู่คือการเลิกราและจบความสัมพันธ์กัน แน่นอนว่าในชีวิตของคนดังนั้นก็ไม่ได้แตกต่างไปจากคู่รักทั่วไปในสังคม แต่สิ่งหนึ่งที่ศิลปินหรือนักร้องคุณภาพทำกันในการแต่งหรือร้องเพลง คือการนำเอาประสบการณ์ในชีวิตของตนเองออกมาถ่ายทอด บอกเล่าเรื่องราวความเป็นจริงออกมาให้คนฟังโดยที่ไม่โกหก ซึ่งแน่นอนว่าเทย์เลอร์คือหนึ่งในศิลปินที่ทำแบบนั้นเสมอมา ทั้งนี้สารที่เธออยากจะบอกคือการที่เธอรู้สึกผิดกับสิ่งที่เธอทำในอดีตกับดาราหนุ่มชื่อดัง ‘Taylor Lautner’ โดยหากใครได้ฟังเพลงนี้มาก่อนจะสามารถรับรู้จากเสียงของเทย์เลอร์ถึงความเจ็บปวดที่เธอเองอยากไปแก้ไขให้มันไม่จบแย่แบบนี้ แต่ทุกอย่างก็สายเกินที่จะแก้ไข เธอจึงได้แค่เพียงขอโทษเขาผ่านตัวเพลง ถึงแม้ว่าเพลงนี้จะเศร้ามาก ๆ แต่มันก็สอนอะไรกับเราได้เยอะ อีกทั้งด้วยความเนิ้บของดนตรีและความจริงใจของเทย์เลอร์ก็ทำให้เพลงนี้ติดหนึ่งในลิสต์ที่ผมชอบมากที่สุดเพลงหนึ่งของเทย์เลอร์ สวิฟต์ครับ


Shake It Off

คลิป Shake It Off โพสต์โดย คุณ Taylor Swift

แนวเพลง Dance-pop
ค่ายเพลง Big Machine
ผู้แต่งเพลง Taylor Swift, Max Martin และ Shellback
โปรดิวเซอร์ Max Martin และ Shellback
เพลงในปี 2014

ใครไม่รู้จักเพลง ‘Shake It Off’ บอกเลยว่าเชยสะบัดช่อมาก เพราะเพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลงที่เปิดในวิทยุและห้างสรรพสินค้าทั่วโลก เนื่องด้วยจังหวะที่สนุกสนานตามสไตล์ Dance-pop และคำศัพท์ที่ใช้ในเพลงที่เข้าใจง่าย รวมไปถึงดนตรีซึ่งติดหูจนต้องเปิดฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบจะหยุดไม่ได้ ทั้งนี้แรงบันดาลใจในการแต่งเพลงของเทย์เลอร์คือการที่เธอจะต้องพบเจอกับเฮทเตอร์ (Haters) หรือกลุ่มคนที่ชอบวิจารณ์เธออย่างเสียหายทั้งในด้านของความรักและสไตล์การใช้ชีวิตของเธอ เพราะอย่างหนึ่งที่ศิลปินนั้นปฏิเสธไม่ได้เลยคือเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่บางครั้งเกินขอบเขตและรุนแรงมากเกินไป ซึ่งเธอต้องการจะสื่อให้รู้ว่าผู้คนเหล่านั้นจะพูดให้เธอรู้สึกแย่มากมายขนาดไหน เธอก็จะไม่แคร์และปล่อยผ่านมันไป อย่างในประโยคที่ร้องว่า “haters gonna hate Baby, I’m just gonna shake I shake it off, I shake it off” โดยจังหวะและเนื้อเพลงที่สนุก ทำให้เพลงนี้สามารถขายได้มากกว่า 5.4 ล้านยูนิตในอเมริกาและขึ้นชาร์ตเพลงเกือบทั่วโลก แม้เพลงจะปล่อยมานานกว่า 6 ปี แต่เพลงนี้ก็ยังคงฝังชิปอยู่ในสมองของใครหลายคนเลยก็ว่าได้


Bad Blood feat. Kendrick Lamar

คลิป Bad Blood feat. Kendrick Lamar โพสต์โดย คุณ Taylor Swift

แนวเพลง Pop และ hip hop
ค่ายเพลง Big Machine และ Republic
ผู้แต่งเพลง Taylor Swift, Kendrick Lamar, Max Martin และ Shellback
โปรดิวเซอร์ Max Martin, Shellback และ Ilya
เพลงในปี 2015

การฉีกแนวและความเฟียซคงต้องเป็นเพลง ‘Bad Blood’ โดยถ้าจะให้นิยามเพลงนี้คงจะเป็นประโยคพูดว่า “ดุเดือนเลือดพล่าน” เพราะด้วยเนื้อเพลงที่ประชดประชันเฉือนเลือดเฉือนเนื้อ โดยในเพลงจะกล่าวถึงคน ๆ หนึ่งที่เคยเป็นเพื่อนสนิทและใกล้ชิดกันมาก่อน แต่สุดท้ายแล้วเกิดความขัดแย้งจนมองหน้ากันไม่ติดชนิดที่เรียกได้ว่าตัดความสัมพันธ์กันเลยทีเดียว ซึ่งในตอนนั้นก็มีหลายสื่อหลายสำนักคาดเดาและลือกันว่าหญิงสาวที่เทย์เลอร์พูดถึงน่าจะหมายถึง Katy Perry (ตอนนี้กลับมาดีกันแล้ว) ซึ่งต้องบอกว่า ณ ตอนนั้นทั้งคู่เป็นศิลปินระดับแนวหน้าของโลก จึงทำให้เพลงนี้เป็นที่ถูกจับจ้องและเปิดฟังกันทั่วโลก อีกทั้งในแง่ของดนตรีป๊อป พร้อมกับการแซมด้วยฮิปฮอปที่ใส่เข้าไปก็เรียกได้ว่าเบลนเข้ากับเนื้อหาไปได้อย่างลงตัว ทั้งนี้ก็ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมดนตรีถึงทำออกมาได้สมบูรณ์แบบขนาดนี้ เพราะ Max Martin, Shellback และ IIya นั้นถือเป็นโปรดิวเซอร์มือฉมัง ที่ปรุงแต่งเพลงและไกด์ไลน์การร้องของศิลปินให้ออกมากลมกล่อมอยู่แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเพลงนี้ประสบความสำเร็จมากจนได้เข้าชิงรางวัลในเวทีใหญ่เป็นจำนวนมาก และในส่วนของชาร์ตเพลงนั้นก็ดีไม่แพ้กัน เพราะเพลงนี้สามารถขึ้นไปแตะอันดับ 1 ในบิลบอร์ดฮ็อต 100 ได้อย่างไม่ยากเย็นครับ





Style

คลิป Style โพสต์โดย คุณ Taylor Swift

แนวเพลง Funk-pop, pop rock และ synth-pop
ค่ายเพลง Big Machine
ผู้แต่งเพลง Taylor Swift, Max Martin, Shellback และ Ali Payami
โปรดิวเซอร์ Max Martin, Shellback และ Ali Payami
เพลงในปี 2015

Style เป็นเพลงในอัลบั้ม 1989 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ฉีกและสลัดภาพจำของความเป็น Country ออกไปจากตัวทั้งหมด อีกอย่างหนึ่งคือเพลงนี้ไม่ใช่ป๊อปธรรมดาอีกด้วย เพราะมันเป็นผสมผสานของป๊อปหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็น Funk, Rock และ Synth หากลองฟังดนตรีอย่างตั้งใจคุณจะสัมผัสได้ถึงความ Techno ที่ดูทันสมัย แต่ในขณะเดียวกันก็มีความมันส์ของ Rock และสนุกของ Funk ปนอยู่ในนั้นพอกล้อมแกล้ม ซึ่งถือว่าเป็นไอเดียที่ฉลาดเลยทีเดียวครับ หากใครกำลังหาเพลงสบาย ๆ ในช่วงวันหยุดเพลงนี้ถือว่าเหมาะเลยทีเดียวครับ


ME! feat. Brendon Urie

คลิป ME! feat. Brendon Urie โพสต์โดย คุณ Taylor Swift

แนวเพลง: Bubblegum pop และ synth-pop
ค่ายเพลง: Republic
ผู้แต่งเพลง: Taylor Swift, Joel Little และ Brendon Urie
โปรดิวเซอร์: Joel Little และ Taylor Swift
เพลงในปี: 2018

เพลงที่สร้างรอยยิ้มและความสนุกในทุกครั้งที่เปิดฟัง ‘ME!’ ถือเป็นอีกหนึ่งเพลงที่อยู่ในลิสต์นั้น เพราะแนวเพลงที่เป็นป๊อปแบบ Bubblegum และ Synth เพิ่มความน่ารักภายในเพลง ซึ่งต้องบอกว่าเป็นไอเดียที่ดีและเวิร์คมากตามที่เทย์เลอร์คาดหวังไว้ว่าเพลงป๊อปจะเข้าถึงได้ง่ายและง่ายต่อการจดจำ ดังนั้นแน่นอนว่าเพลงนี้เปิดตัวมาได้ค่อนข้างสวยหรูและทำลายสถิติมากมาย โดยเพลงนี้สามารถไต่ชาร์ตไปได้ถึงอันดับที่ 2 ในชาร์ต Billboard Hot 100 อีกทั้งยังสร้างสถิติเพลงที่กระโดดขึ้นชาร์ตได้ไกลที่สุดจากอันดับ 100 ไปถึงอันดับ 2 ซึ่งยังไม่มีใครสามารถทำลายสถิตินี้ลงได้ นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งคนที่ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้นั่นคือ Brendon Urie ที่เข้ามาร่วมร้องในผลงานเพลงก็ถือว่าเข้ามาเติมเต็มเพลงได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถึงแม้ว่าเขาจะถนัดเพลงแนว Pop rock แต่เมื่อมาร้องเพลงโรแมนซ์กุ๊กกิ๊กร่วมกับเทย์เลอร์ ก็ทำให้เห็นถึงศักยภาพความเป็นศิลปินของเขาในอีกมิติหนึ่ง ถ้าใครอยากฟังเพลงสบาย ๆ กับแฟนในวันหยุด เพลงนี้สามารถสร้างบรรยากาศความน่ารักให้กับคู่ของคุณได้ครับ

Gun Natchapon

Gun Natchapon

สวัสดีครับชื่อ ณัชพล ชนะสิทธิ์ จบจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สาขาวารสารศาสตร์ งานถนัดที่สุดคือการกินและเขียนคอนเทนต์ เวลาว่างส่วนใหญ่หมดไปกับการฟังเพลงและเต้นคร่อมจังหวะ

Next Post