ทุกคนคงทราบดีอยู่แล้วว่าแสงแดดส่งผลเสียต่อผิวหนังและร่างกายของมนุษย์ ทำให้ผิวของเราเกิดการไหม้จนแสบ หรือหากผิวหนังโดนแสงแดดในระยะเวลานานหรือทุกวัน มันอาจเพิ่มความเสี่ยงในการที่จะเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง ซึ่งวิธีการป้องกันก็มีอยู่หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การทาครีมกันแดดที่เหมาะกับผิวของเรา อย่างเช่น ครีมกันแดดสำหรับคนเป็นสิว, ครีมกันแดดสำหรับคนผิวมัน, ครีมกันแดดสำหรับผู้ชาย, ครีมกันแดดสำหรับเด็ก หรือ ครีมกันแดดสำหรับผิวบอบบาง เพื่อเป็นการปกป้องผิวของเรา ไม่ให้ได้รับผลกระทบต่อแสงแดด
ทั้งนี้แสงแดดไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับผิวของเราเพียงเท่านั้น แต่มันยังส่งผลเสียให้กับรถคันโปรดของเราอีกด้วย สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือสีรถที่ซีดจางเร็วขึ้นและสิ่งต่อมาก็คงเป็นพวกอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในรถที่จะได้รับความเสียหายด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ชุดหุ้มเบาะรถยนต์, เครื่องเสียงติดรถยนต์ หรือกล้องติดรถยนต์ ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะมีวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยการจอดรถในร่มบนอาคาร หรือหากจำเป็นต้องจอดกลางแจ้งก็อาจจะใช้เป็นผ้าคลุมรถยนต์ หรือหากจะให้สะดวกหน่อยก็เป็นพวกร่มรถยนต์ (Car Umbrella) ส่วนตัว
แต่วิธีนี้ค่อนข้างเสียเวลาในการติดตั้ง และคงไม่เหมาะสำหรับช่วงเวลาที่เร่งรีบเท่าไหร่นัก ดังนั้นการแก้ปัญหาแสงแดดสาดส่องเข้ามาในรถยนต์ของคุณด้วยการใช้ “ม่านกันแดดรถยนต์” ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำได้ง่าย ๆ แถมยังไม่ต้องไปเสียเงินติดฟิล์มรถยนต์ให้ยุ่งยากอีกด้วยครับ เพราะมันจะเปรียบเสมือนร่มและครีมกันแดดของรถยนต์ ที่คอยควบคุมความร้อนและสะท้อนรังสี UV ออกไปจากรถ ช่วยให้รถของเราไม่ได้รับผลกระทบจากแสงอาทิตย์และทำให้รถของเราดูใหม่อยู่เสมอ

ทำไมถึงต้องใช้ม่านกันแดดรถยนต์ ?
ถ้าหากคุณปล่อยให้แสงแดดส่องเข้ามา เบาะรถยนต์ของคุณก็จะเกิดการซีดหรือมีสีที่หม่นลง ทำให้มันดูไม่สวยเหมือนกับที่ซื้อรถมาใช้งานในปีแรก ๆ รวมไปถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่าง อุปกรณ์ GPS หรือ บลูทูธในรถยนต์ ก็อาจจะเกิดความเสียหายได้เช่นเดียวกัน แต่ถ้าหากคุณใช้ม่านกันแดดรถยนต์ มันจะทำหน้าที่ในการดูดซับความร้อน, ถ่ายเทความร้อนออกจากรถ รวมไปถึงยังกรองรังสี UV ซึ่งเป็นต้นตอที่ทำให้รถยนต์ของเราได้รับความเสียหาย ดังนั้นการที่เรามีม่านกันแดด แน่นอนว่าปัญหาที่ผมกล่าวมาในข้างต้นจะไม่เกิดขึ้นกับรถยนต์คันโปรดของคุณแน่นอน

ม่านกันแดดรถยนต์ปกป้องผิวของเราได้หรือไม่ ?
“ปกป้องได้อย่างแน่นอน” เพราะอย่างที่ผมได้บอกไปแล้วว่ามันมีคุณสมบัติที่สามารถจะกันรังสี UV ไม่ให้เข้ารถยนต์ของเราได้ ทั้งนี้เมื่อเรานั่งอยู่ภายในรถ ผิวของเราก็จะได้รับการปกป้องอยู่ตลอดเวลา ทั้งยังลดโอกาสการเกิดโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น
- ความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง (1)
- จอประสาทตาเสื่อม (2)
- กดภูมิคุ้มกันไม่ให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ (3)
- มะเร็งผิวหนังที่เปลือกตา (4)
- ต้อกระจก หรือ ต้อเนื้อ (5)
- กระจกตาเกิดอาการไหม้ (6)
- แก่ก่อนวัย (7)
ม่านกันแดดรถยนต์มีกี่ประเภท ?
ม่านกันแดดรถยนต์จะมีหลากหลายแบบให้เราได้เลือก ซึ่งในแต่ละแบบก็จะมีขนาดที่แตกต่างกันออกไป

- ม่านติดกระจก ลักษณะของมันคือจะมีหัวจุก, ตัวดูด หรือ แม่เหล็กที่เมื่อติดเข้ากับกระจกได้อย่างแน่นหนา อีกทั้งคุณยังสามารถดึงออกได้ง่ายเมื่อไม่ต้องการใช้งาน

- ม่านสไลด์ เมื่อติดเข้ากับรถแล้วคุณสามารถที่จะดึงขึ้นเพื่อเปิดหรือจะดึงลงเพื่อปิดเมื่อมีแสงสาดเข้ามาในรถ หรือในบางรุ่นก็อาจจะเปิดปิดด้วยการเลื่อนไปทางซ้ายหรือขวา

- ม่านยึดติดกับรถ ขนาดของมันจะสามารถเข้ากับกระจกได้อย่างพอดี สามารถติดตั้งลงไปได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวยึดใด ๆ
- ม่านคลุมรถ จะมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ โดยมันจะคลุมรถได้รอบคัน เหมาะสำหรับการใช้งานในขณะที่คุณจำเป็นจะต้องจอดรถไว้นาน ๆ
เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน
** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว
วิธีการเลือกม่านกันแดดรถยนต์
1. ขนาดของม่าน
การเช็กขนาดของม่านจะทำให้เรามั่นใจได้ว่ามันสามารถนำไปติดเข้ากับกระจกของรถยนต์ได้อย่างพอดี เพราะม่านในแต่ละประเภทหรือในแต่ละแบรนด์จะมีขนาดที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้คุณอาจจะต้องเช็กขนาดเมื่อพับเก็บด้วย เนื่องจากคุณจะได้ทราบว่ามันนำไปเก็บส่วนไหนภายในรถหรือบ้านของเราได้บ้าง
2. ราคาของสินค้า
ปกติราคาของม่านกันแดดรถยนต์จะมีราคาที่ไม่แพงสักเท่าไหร่ แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าส่วนใหญ่แล้วสินค้าที่มีราคาแพงนั้นจะใช้วัสดุเกรดดีในการผลิต ซึ่งแน่นอนว่าคุณสมบัติในการป้องกันแดดก็จะดีตามไปด้วย ดังนั้นสิ่งที่ทุกคนจะต้องพิจารณาคือราคาของสินค้าสมเหตุสมผลกับประสิทธิภาพของมันหรือไม่ รวมไปถึงคุณภาพของมันตรงกับความต้องการของคุณหรือป่าว ?
3. ประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UV
รังสีอัลตราไวโอเลตเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผิวหนังของเราเกิดปัญหาและอาจทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ในอนาคต ในขณะเดียวกันมันยังส่งผลเสียให้กับรถของคุณได้ ซึ่งแน่นอนว่าตรงนี้เราก็จะต้องพิจารณาให้ดีว่าม่านมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะป้องกันรังสี UV ไม่ให้เข้ามาในรถของเราหรือไม่ ?
4. วิธีการติดตั้งของสินค้า
หากคุณต้องการใช้งานม่านกันแดดในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง แนะนำให้เลือกม่านที่สามารถถอดเข้าถอดออกได้ง่ายอย่าง ม่านติดกระจก, ม่านสไลด์ หรือม่านยึดติดกับรถ แต่หากคุณต้องการใช้ในระยะเวลาที่ยาวนาน แนะนำว่าม่านคลุมรถจะเหมาะกับความต้องการมากกว่า
ควรเปลี่ยนม่านกันแดดรถยนต์เมื่อไหร่ ?
ระยะเวลาการใช้งานของม่านในแต่ละตัวจะอยู่ได้นานหลายปี อย่างไรก็ดีม่านก็มีการเสื่อมประสิทธิภาพเมื่อผ่านไปในระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้นคุณจะต้องคอยสังเกตว่ามีจุดใดจุดหนึ่งที่เกิดการขาดจนแสงสามารถส่องเข้ามาได้หรือไม่ ? รวมไปถึงรู้สึกร้อนกว่าเดิมไหมหากเปรียบเทียบกับการใช้ม่านในช่วงแรก เพราะถ้าหากมันร้อนกว่าปกติ นั่นก็หมายความว่าม่านกันแดดเริ่มเสื่อมประสิทธิภาพแล้ว และเป็นสัญญาณที่บอกว่าคุณควรจะต้องรีบเปลี่ยน
ประสิทธิภาพของม่านในการป้องกันแสงแดด
หากสินค้าตัวนั้นมีการใช้วัสดุที่มีคุณภาพ โดยส่วนใหญ่แล้วมันจะสามารถป้องกันแสงได้ในระดับ 100 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว แต่ถ้าแบรนด์ไหนที่เลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพต่ำ แน่นอนว่าการป้องกันของมันก็จะลดหลั่นไปตามคุณภาพของม่าน ซึ่งเหตุผลนี้ละครับที่ทุกคนจะต้องเช็กรายละเอียดของสินค้าให้ดี
References :
- Sunlight and skin cancer: Another link revealed
- Age related macular degeneration and sun exposure, iris colour, and skin sensitivity to sunlight
- Sunscreen effects on UV-induced immune suppression
- Ocular basal cell carcinoma: a brief literature review of clinical diagnosis and treatment
- Association between pterygium, sun exposure, and serum 25-hydroxyvitamin in a nationally representative sample of Korean adults
- UV damage of the anterior ocular surface – microstructural evidence by in vivo confocal microscopy
- Natural and Sun-Induced Aging of Human Skin