ด้วยพฤติกรรมของคนในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนหรือการทำงานที่จะต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ในระยะเวลานาน เป็นอะไรที่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกายโดยตรง อย่างไรก็ดีในช่วงแรก ๆ หลายคนอาจจะไม่ได้รู้สึกหรือมีสัญญาณบ่งบอกว่าร่างกายของตัวเองกำลังเกิดปัญหา แต่หากเราทำพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อร่างกายเป็นประจำหลายเดือนหรือกินเวลาเป็นปี อาการบางอย่างก็จะเริ่มเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น อาการปวดหลัง หรือ อาการปวดเอว

หลายคนจึงจำเป็นต้องหันไปใช้ตัวช่วยอย่าง เก้าอี้ Ergonomic, หมอนรองคอ, เครื่องนวดแบบมือถือ, ที่วางเท้าใต้โต๊ะ, แท่นวางโน๊ตบุ๊ค หรือโต๊ะปรับระดับความสูง เพื่อบรรทาอาการและเป็นการป้องกันอาการปวดในอนาคต อย่างไรก็ดีหลายคนอาจจะมองข้ามสิ่งหนึ่งไปนั่นคือการขับรถยนต์ไปในระยะเวลานาน เนื่องจากการเดินทางในแต่ละครั้งอาจกินเวลาหลายนาทีหรือในช่วงจราจรติดขัดก็อาจจะใช้เวลานานหลายชั่วโมง ซึ่งการนั่งบนรถยนต์เองก็มีโอกาสทำให้เราเกิดอาการปวดหลัง, ศีรษะ และคอได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นไอเทมที่เราควรจะต้องมีติดรถไว้คงจะหนีไม่พ้น ‘หมอนรองคอในรถ’ เพื่อใช้สำหรับซัพพอร์ตร่างกายรวมไปถึงเพิ่มความเบาสบายในระหว่างขับรถนั่นเองครับ
หมอนรองคอในรถยนต์ แบบไหนเหมาะกับคุณมากที่สุด
หมอนรองคอในรถยนต์ผลิตมาจากวัสดุอะไรบ้าง ?
- หมอนเมมโมรี่โฟม : เมมโมรี่โฟมเป็นหนึ่งในวัสดุที่นิยมนำมาผลิตหมอนรองคอในรถยนต์ เนื่องจากการซัพพอร์ตค่อนข้างจะดี เมื่อเรามีการพิงหลังหรือพักคอ ตัวเมมรี่โฟมจะปรับทรงให้รองรับร่างกายของเราได้พอดีและอยู่ในท่าที่เป็นธรรมชาติ ช่วยลดอาการปวดตามร่างกายได้เป็นอย่างดี
- หมอนยางพารา : ยางพาราถือว่ามาแรงไม่แพ้ไปกว่าเมมรี่โฟมเลยครับ เพราะด้วยมันเป็นวัสดุจากธรรมชาติและไม่มีสารเคมีปนเปื้อน ในขณะเดียวกันคุณสมบัติการซัพพอร์ตร่างกายก็ดีไม่แพ้ไปกว่าเมมโมรี่โฟม แต่มันอาจมีข้อเสียสำหรับคนที่แพ้ยาง เนื่องจากผิวหนังอาจเกิดการแพ้จนเกิดรอยแดง
- หมอนโพลีเอสเตอร์ : โพลีเอสเตอร์เป็นไฟเบอร์สังเคราะห์ที่ทำมาจาก ปิโตเลียม, ถ่านหิน, น้ำ และปิโตเลียม โดยจุดเด่นของหมอนรองคอชนิดนี้คือความนิ่มสูง เมื่อนำไปรองคอแล้วจะรู้สึกสบายเป็นพิเศษ ที่สำคัญคือราคาค่อนข้างจะถูก ช่วยประหยัดเงินในประเป๋าของเราไปได้เยอะ อย่างไรก็ดีโพลีเอสเตอร์ก็มีข้อเสียนิดหน่อยในเรื่องของการระบายอากาศ ดังนั้นอาจจะต้องนำไปตากแดดบ่อย ๆ เพื่อป้องกันการอับชื้น
- หมอนเป่าลม : ข้อดีของหมอนเป่าลมคือมันพับเก็บและพกพาไปใช้ตามสถานที่ต่าง ๆ ค่อนข้างง่าย สามารถปล่อยลมและเป่าลมได้ตามต้องการ แต่ก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าการซัพพอร์ตของมันอาจไม่ดีเท่ากับ เมมรี่โฟม, ยางพารา หรือโพลีเอสเตอร์

วิธีการเลือกหมอนรองคอในรถยนต์
1. การซัพพอร์ตร่างกาย
หมอนรองคอในรถยนต์จะต้องสามารถซัพพอร์ตคอและร่างกายของเราได้เป็นอย่างดี เพราะระยะเวลาในการขับรถแต่ละครั้งนานมากกว่า 30 นาทีอยู่แล้ว ซึ่งโอกาสเกิดอาการปวดคอย่อมมีโอกาสเกิดขึ้นเป็นปกติ แต่ถ้าหากหมอนรองคอของเรามีคุณสมบัติในเรื่องนี้ มันก็จะช่วยป้องกันอาการปวดได้ไม่มากก็น้อย
2. การติดตั้ง
หมอนรองคอในรถยนต์ควรจะต้องติดตั้งง่ายและไม่ยุ่งยากซับซ้อน อีกทั้งควรเช็กให้มั่นใจว่าตัวหมอนสามารถใช้กับรุ่นหรือยี่ห้อของรถยนต์ได้ ถ้าให้ดีหมอนรองคอที่เราซื้อควรจะใช้ร่วมกับรถยนต์ได้ในทุกยี่ห้อ
3. ทำความสะอาดง่าย
อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้ไปกว่ากันคือการทำความสะอาดหมองรอคอ โดยเราจะต้องเช็กครับว่าตัวหมอนสามารถนำไปซักกับเครื่องซักผ้าได้หรือไม่ ? หรือวัสดุของหมอนซักมือได้เพียงเท่านั้น ทั้งนี้ถ้าหากใครไม่มีเวลาในการทำความสะอาดบ่อย ๆ ผมอยากจะแนะนำให้คุณเลือกซื้อหมอนรองคอแบบที่สามารถซักกับเครื่องได้ เพื่อเป็นการประหยัดเวลาให้กับตัวเอง
4. วัสดุ
การเลือกวัสดุขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างครับ ไม่ว่าจะเป็น ความทนทาน, การซัพพอร์ต รวมไปถึงร่างกายของเราด้วยเช่นกัน เนื่องจากหมอนที่ผลิตมาจากยางพาราอาจทำให้ผิวหนังของคนที่แพ้เกิดอาการคันหรือผื่นขึ้น แต่ใครต้องการหมอนรองคอดี ๆ สักหนึ่งตัว เมมโมรี่โฟมถือว่าเป็นช้อยส์น่าสนใจ เพราะมันให้ความเบาสบายได้เป็นอย่างดี
เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน
* หมายเหตุ: ราคาตามเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ณ วันที่อัปเดตข้อมูล ซึ่งราคาสินค้านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและโปรโมชั่นของแต่ละร้านค้า
** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว
ข้อดีของการใช้หมอนรองคอในรถยนต์
1. ลดอาการปวด
การนั่งอยู่ในรถยนต์เป็นเวลาหลายชั่วโมงย่อมทำให้เกิดอาการปวดเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วครับ แต่การติดตั้งหมอนรองคอไว้บนเบาะรองนั่ง จะช่วยให้ความนิ่มและซัพพอร์ตคอของเราไม่ให้เกิดอาการเกร็งจนเกิดอาการเจ็บ ถึงแม้ว่าจะขับรถยนต์ทั้งวันก็ตาม
2. ปรับท่าทางการนั่งให้ถูกต้อง
ท่าทางการนั่งของคนโดยส่วนใหญ่จะไม่ได้นั่งถูกต้องสรีรศาสตร์ครับ แต่มีหมอนรองคอในหลาย ๆ ตัวมีคุณสมบัติในการปรับท่านั่งของเราให้ถูกต้อง ซึ่งตรงนี้จะเป็นการป้องกันอาการปวดคอและหลังในอนาคตอีกด้วยครับ
3. พกพาได้สะดวก
ส่วนใหญ่หมอนรองคอมีขนาดค่อนข้างเล็ก สามารถพกติดตัวไปได้ในทุกที่ หรือจะติดไว้กับเบาะที่นั่งไว้ตลอดเวลาก็ได้ นอกจากนี้หมอนรองคอยังปรับใช้กับเก้าอี้ออฟฟิศ, เก้าอี้บนเครื่องบิน หรือรถโดยสารสาธารณะก็ได้เช่นเดียวกัน
4. ทำความสะอาดง่าย
โดยปกติแล้วหมอนรองคอจะผลิตจากวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทาน สามารถนำเข้าไปซักภายในเครื่องซักผ้าได้ ซึ่งข้อดีตรงนี้คือมันจะช่วยให้เราประหยัดเวลาให้กับเราไปเยอะเลยละครับ
วิธีการทำความสะอาดหมอนรองคอในรถ
ขั้นตอนการซักหมอนรองคอด้วยมือ

- ขั้นตอนที่ 1 : ใส่น้ำอุณหภูมิห้อง (น้ำประปา) ลงไปในถัง หลังจากนั้นตามด้วยผงซักฟอกประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
- ขั้นตอนที่ 2 : นำหมอนรองคอใส่ลงไปในน้ำที่ผสมเอาไว้ จากนั้นบีบหมอนอย่างน้อย 5 – 10 ครั้ง เพื่อให้น้ำยาเข้าไปกำจัดเชื้อโรคและคราบสกปรกภายในหมอนออกมา
- ขั้นตอนที่ 3 : นำหมอนมาล้างกับน้ำเย็น เพื่อชำระเอาคราบผงซักฟอกและฟองต่าง ๆ ภายในหมอนออกไป โดยให้บีบและล้างน้ำประมาณ 5 นาทีหรือจนกว่าผงซักฟอกจะออกไปจากหมอนทั้งหมด
- ขั้นตอนที่ 4 : เมื่อซักเสร็จแล้วก็ให้นำไปตากแดดประมาณ 1 – 2 วันจนแห้งสนิท จากนั้นนำไปใช้รองคอในรถยนต์ได้อีกครั้ง
ขั้นตอนการซักหมอนรองคอด้วยเครื่องซักผ้า

- ขั้นตอนที่ 1 : เช็กบนฉลากผลิตภัณฑ์ว่าสามารถซักด้วยเครื่องซักผ้าได้หรือไม่ ? หากบนผลฉลากเขียนว่าไม่ได้ ก็ให้คุณทำความสะอาดด้วยการนำเครื่องดูดฝุ่นมาดูดฝุ่นสกปรกออกไป แต่ถ้าบนฉลากเขียนว่าสามารถซักเครื่องได้ก็ให้ทำต่อในขั้นตอนที่ 2
- ขั้นตอนที่ 2 : ถอดปลอกหมอนออก จากนั้นนำเข้าไปใส่ในเครื่องซักผ้าและใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มกับผงซักฟอกให้เรียบร้อย
- ขั้นตอนที่ 3 : ตั้งค่าการซักให้เหมาะกับเนื้อผ้าของปลอกหมอนและกดซักได้ทันที ทั้งนี้เมื่อซักเสร็จแล้วก็ให้นำไปตากแดดจนแห้ง จากนั้นก็นำกลับไปใส่ให้เหมือนเดิมและนำไปใช้ได้ตามปกติ