มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญมากค่ะ ยิ่งทานอาหารเช้าที่อร่อยมากเท่าไหร่ก็จะทำให้เรามีแรงทำงานมากขึ้นเท่านั้น แต่เนื่องจากตอนเช้าเป็นช่วงเวลาที่เร่งรีบทำให้หลาย ๆ คนไม่ได้เตรียมอาหารเช้าดี ๆ มากนักโดยอาหารเช้าที่หลายคนเลือกทานเป็นประจำก็คงจะหนีไม่พ้นโจ๊ก นม ซีเรียลและขนมปังค่ะ ในบรรดาอาหารที่เราพูดมาขนมปังเป็นอาหารที่ทานง่ายที่สุดเพราะสามารถทานได้เลยไม่จำเป็นต้องผ่านกรรมวิธีอะไร แต่หากอยากให้ขนมปังอร่อยขึ้นมาหน่อยก็ให้ทานขนมปังร่วมกับนมข้นหวาน, เนยถั่ว,แยมส้ม, แยมสตรอว์เบอร์รีหรืออาจจะเป็นแยมบลูเบอร์รีก็ได้เช่นกัน

แต่หลายคนไม่ชอบทานแยมเพราะคิดว่าแยมหวานเกินไปอีกทั้งยังไม่ได้สัมผัสถึงเนื้อผลไม้อีกด้วย หากคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดแบบนั้นเราเลยอยากแนะนำ “มาร์มาเลด (Marmalade)” ค่ะ
มาร์มาเลดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการผสมผสานของเนื้อผลไม้และเปลือกผลไม้ไว้ด้วยกัน ทำให้เมื่อเราทานเราจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นและรสชาติอันเข้มข้นของผลไม้ค่ะ หากตอนนี้พร้อมแล้วก็ไปดูกันเลยค่ะว่ามาร์มาเลดจากแบรนด์ไหนจะเหมาะกับคุณมากที่สุด
มาร์มาเลด ยี่ห้อไหนอร่อย ?
- มาร์มาเลดแบรนด์ไทย มาในขวดหลอดบีบใช้งานง่าย: Doi Kham มาร์มาเลด
- มาร์มาเลดไม่เติมน้ำตาล ใช้ความหวานจากผลไม้ธรรมชาติ: St. Dalfour มาร์มาเลด
- มาร์มาเลดกลิ่นซิตรัส เพิ่มความหอมอร่อยให้ขนมหวาน: Bonne Maman Bitter Orange Fine Shred Marmalade มาร์มาเลด
- มาร์มาเลดจากประเทศสกอตแลนด์ รสชาติดั้งเดิม: Mackays Scottish มาร์มาเลด
- มาร์มาเลดรสหวานนำ ของโปรดของคนรักของหวาน: Smucker’s Orange Marmalade มาร์มาเลด
- มาร์มาเลดส้มซ่า กลิ่นหอมมีรสเปรี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์: Marks & Spencer Seville Orange Marmalade มาร์มาเลด
มาร์มาเลด (Marmalade) คืออะไร ?
มาร์มาเลด (Marmalade) เป็นแยมผลไม้ชนิดหนึ่งที่มักทำจากผลไม้รสเปรี้ยวอย่างส้ม คำนิยามสมัยใหม่ของมาร์มาเลดคือแยมเปลือกส้ม โดยได้มาจากกระบวนการต้มส้ม เปลือกส้ม น้ำและน้ำตาลเข้าด้วยกันทำให้มาร์มาเลดมีรสชาติที่เข้มข้นมาก ผลไม้ที่มักจะนำมาใช้ทำมาร์มาเลดเป็นผลไม้ตระกูลซิตรัส เช่น ส้มเซบียา ส้มหวาน ส้มโอ ส้มจี๊ด มะนาวและเลมอน บางครั้งก็นำมาผลไม้ตระกูลซิตรัสมาผสมกับผลไม้และส่วนผสมอื่น ๆ เพื่อให้ได้รสชาติที่หลากหลาย มาร์มาเลดเป็นได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะในประเทศอังกฤษ แต่มาร์มาเลดก็ยังสามารถพบได้ในสหรัฐอเมริกาและพื้นที่อื่น ๆ ของโลก ปกติแล้วมาร์มาเลดมักเสิร์ฟพร้อมกับผลิตภัณฑ์จากขนมปัง เช่น ขนมปังปิ้งหรือสโคนแต่บางครั้งอาจจะใช้เป็นท็อปปิ้ง เติมลงเค้กและของหวานอื่น ๆ ก็ได้

เคล็ดลับในการเลือกซื้อมาร์มาเลดที่ดีที่สุด
1. รสชาติของมาร์มาเลด
จุดเด่นของมาร์มาเลดคือมีการผสมผสานระหว่างรสหวานของเนื้อและรสขมของเปลือกผลไม้ แต่แน่นอนว่าความสมดุลของการผสมผสานรสชาติจะแตกต่างกันไปในแต่ละผลิตภัณฑ์ รสขมของมาร์มาเลดจะเปลี่ยนไปตามปริมาณเปลือกส้มที่ใช้ คนที่ชอบรสขมในมาร์มาเลด จำเป็นต้องกำหนดเปอร์เซ็นต์ของเปลือกผลไม้ในผลิตภัณฑ์ที่ซื้อค่ะ ในไทยมาร์มาเลดมักใช้ทานคู่กับขนมปังขาวในมื้อเช้า แต่นอกจากการทานร่วมกับขนมปังแล้ว มาร์มาเลดยังสามารถใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นได้หลากหลายอีกด้วยค่ะ

2. ชนิดของผลไม้รสเปรี้ยวที่ใช้
บางคนเรียกมาร์มาเลดว่าแยมผิวส้มเพราะโดยทั่วไปแล้วมาร์มาเลดจะทำมาจากส้ม แต่อันที่จริงมีผลไม้รสเปรี้ยวหลายชนิดที่สามารถใช้เป็นส่วนผสมของมาร์มาเลดได้ อีกทั้งยังมีมาร์มาเลดอีกหลายแบรนด์ทำจากผลไม้รสเปรี้ยวมากกว่าหนึ่งชนิดด้วยค่ะ หากคุณเบื่อกับผลิตภัณฑ์มาร์มาเลดที่ทำจากส้มแล้ว ให้ลองเลือกผลิตภัณฑ์อื่นที่มี วัตถุดิบจากเลมอนหรือส้มโอก็ได้เพื่อให้เราสัมผัสถึงความสดชื่นที่แตกต่างนั่นเองค่ะ นอกจากเลมอนและส้มโอแล้ว มาร์มาเลดรสมะนาวก็น่าลองทานด้วยเช่นกันค่ะ ดังนั้นอย่าลืมเลือกผลไม้ที่ชอบนะคะ
3. ระวังวันหมดอายุ
เมื่อซื้อมาร์มาเลดให้พิจารณาตามปริมาณการใช้ในแต่ละวัน การซื้อมาร์มาเลดจำนวนมากพร้อมกันมักจะประหยัดกว่า แต่ผลิตภัณฑ์มาร์มาเลดส่วนใหญ่จะมีวันหมดอายุที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับผู้ผลิต ถ้าคุณไม่ได้ทานมาร์มาเลดทุกวันแนะนำให้ซื้อมาร์มาเลดถุงเล็ก ๆ หรือขวดเล็ก ๆ ก็พอค่ะ แต่หากบริโภคมาร์มาเลดเกือบทุกวันให้เลือกซื้อมาร์มาเลดที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ อีกทั้งบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมาร์มาเลดปริมาณมากในการทำเค้กหรืออาหารอื่น ๆ
เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน
Marks & Spencer Seville Orange Marmalade มาร์มาเลด

Marks & Spencer Seville Orange Marmalade มาร์มาเลดที่เหมาะและตอบโจทย์มากหากคุณเบื่อรสชาติของมาร์มาเลดธรรมดา ๆ เพราะมาร์มาเลดของทางแบรนด์ Marks & Spencer เป็นมาร์มาเลดที่เข้มข้นมาก ส่วนผสมหลักของมาร์มาเลดคือส้มซ่า (Sevelle Orange) ดังนั้นระดับความเป็นกรดของมาร์มาเลดจะสูงกว่าแบรนด์อื่น ๆ รสชาติจะเป็นเปรี้ยวนำหวานตามแฝงความขมของเปลือกส้มแบบนิด ๆ ซึ่งจะเหมาะมากสำหรับคนที่ชื่นชอบรสเปรี้ยวสดของส้ม มาร์มาเลดจะอร่อยเมื่อทานกับขนมปัง แต่ถ้าคุณชอบรสหวานแนะนำให้ใช้มาร์มาเลดผสมชาเพื่อชูรสชาให้ทานได้ง่ายขึ้น
| ปริมาณ | 340 กรัม |
|---|---|
| ผลไม้ที่ใช้ | ส้มซ่า (Sevelle Orange) |
| ส่วนผสมหลัก | น้ำตาล, น้ำส้มเข้มข้น, เปลือกส้ม, กรดซิตริก, เพคติน, น้ำมันเปลือกส้ม ฯลฯ |
Tiptree Orange Marmalade Reduced Sugar มาร์มาเลด

Tiptree Orange Marmalade Reduced Sugar มาร์มาเลดจากประเทศอังกฤษเป็นหนึ่งในมาร์มาเลดที่ขายดีที่สุด ทางแบรนด์ได้ใช้น้ำผลไม้เนื้อและเปลือกส้มสุกเพื่อทำมาร์มาเลด วัตถุดิบของทางแบรนด์ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี ผ่านการแปรรูปตามสูตรที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ผลลัพธ์ที่ได้คือแมาร์มาเลดจากทางแบรนด์ที่มีรสชาติอร่อยและสดใหม่ เหมาะสำหรับใช้งานในช่วงเวลารับประทานอาหารของคุณและครอบครัว สูตรมาร์มาเลดยังเป็นสูตรลดน้ำตาลทำให้ไม่กวานมากทานได้ทุกวัน ดังนั้นหากคุณต้องการซื้อมาร์มาเลดที่ได้รับความไว้วางใจมาเป็นเวลานานให้เลือกซื้อ Tiptree Orange Marmalade Reduced Sugar
| ปริมาณ | 200 กรัม |
|---|---|
| ผลไม้ที่ใช้ | ส้ม (Orange) |
| ส่วนผสมหลัก | ส้ม, น้ำ, น้ำตาล, เพคตินผลไม้ ฯลฯ |
Mackays Scottish มาร์มาเลด

Mackays Scottish มาร์มาเลดจากส้มซ่าค่ะ จุดเด่นของมาร์มาเลดคือทางแบรนด์ได้ใช้ส้มจากดันดี (Dundee) ซึ่งดันดีเป็นภูมิภาคหนึ่งในประเทศสกอตแลนด์ที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก ๆ รสชาติของส้มจากดันดีจึงอร่อยและให้ความหวานค่ะ หากคุณต้องการเพลิดเพลินกับรสชาติดั้งเดิมของมาร์มาเลด Mackays Scottish เป็นทางเลือกที่ดีมากค่ะ มาร์มาเลดของทางแบรนด์มีรสชาติที่สดชื่นมาก มีรสหวานและอมเปรี้ยว สำหรับเรื่องคุณภาพไม่ต้องเป็นห่วงค่ะเพราะแบรนด์ Mackays Scottish เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมานานในเรื่องของการผลิตแยมและมาร์มาเลด ดังนั้นรสชาติอร่อยอย่างแน่นอนค่ะ
| ปริมาณ | 340 กรัม |
|---|---|
| ผลไม้ที่ใช้ | ส้มซ่า (Sevelle Orange) |
| ส่วนผสมหลัก | น้ำตาล, ส้มเซวิลล์, น้ำส้มจากน้ำส้มเข้มข้น, น้ำมะนาวจากน้ำมะนาวเข้มข้น, เพคตินผลไม้, กรดซิตริก, น้ำมันเปลือกส้ม ฯลฯ |
St. Dalfour มาร์มาเลด

St. Dalfour มาร์มาเลดจากแบรนด์ยอดนิยมที่คนไทยชอบซื้อค่ะ มาร์มาเลดจากทางแบรนด์เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการลดการบริโภคน้ำตาลแต่ยังต้องการความหวานอยู่ มาร์มาเลดจากทางแบรนด์ผ่านการผลิตขึ้นโดยไม่เติมน้ำตาลและใช้ความหวานจากธรรมชาติจากองุ่น ส้มและอินทผาลัม รสชาติของทางแบรนด์มีการผสมผสานของรสเปรี้ยว ขมและหวาน สามารถทานได้เป็นประจำทุกวันโดยไม่รู้สึกผิดค่ะ อีกทั้งมาร์มาเลดของทางแบรนด์ยังไม่เติมวัตถุกันเสียอีกด้วยค่ะ ใครที่อยากทานมาร์มาเลดด้วยความปลอดภัยแนะนำแบรนด์ St. Dalfour เลยค่ะ
| ปริมาณ | 370 กรัม |
|---|---|
| ผลไม้ที่ใช้ | ส้ม (Orange) |
| ส่วนผสมหลัก | ส้มพร้อมเปลือก, น้ำผลไม้เข้มข้น (องุ่นและอินทผลัม), เพคตินผลไม้, น้ำมะนาว ฯลฯ |
Bonne Maman Bitter Orange Fine Shred Marmalade มาร์มาเลด

Bonne Maman Bitter Orange Fine Shred Marmalade เป็นมาร์มาเลดสูตรเด็ดที่หลาย ๆ คนมักจะใช้เป็นท็อปปิ้งสำหรับโยเกิร์ต เค้กหรือของว่างอื่น ๆ เพราะมาร์มาเลดจากทางแบรนด์มีความเข้มข้นมากทั้งในเรื่องกลิ่นและเรื่องเนื้อสัมผัส มาร์มาเลดจาก Bonne Maman ผ่านกรรมวิธีการทำด้วยสูตรฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม ผลิตภัณฑ์ทำจากส่วนผสมที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีโดยไม่มีสารกันบูดและสี จึงไม่น่าแปลกใจที่รสชาติของมาร์มาเลดไม่ทิ้งรสขมไว้บนลิ้น ในขณะเดียวกันกลิ่นหอมของกลิ่นส้มก็ลอยฟุ้งขึ้นมาทันทีที่เปิดฝาขวดค่ะ ใครที่ชอบมาร์มาเลดที่มีกลิ่นซิตรัสเข้มข้นต้องลองค่ะ
| ปริมาณ | 370 กรัม |
|---|---|
| ผลไม้ที่ใช้ | ส้มขม (Bitter Orange) |
| ส่วนผสมหลัก | น้ำตาล, ส้มขม, น้ำตาลอ้อย, น้ำมะนาวเข้มข้น, ฟรุตเพคติน ฯลฯ |
Smucker's Orange Marmalade มาร์มาเลด

Smucker's Orange Marmalade เป็นมาร์มาเลดที่เหมาะมากหากคุณเพิ่งเริ่มหัดทานมาร์มาเลดเป็นครั้งแรก หลายคนที่ทานมาร์มาเลดเป็นครั้งแรกมักจะมีความกังวลว่ามาร์มาเลดจะเปรี้ยวหรือขมจนเกินไป แต่หากทานมาร์มาเลดจาก Smucker's ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน มาร์มาเลดมีรสเปรี้ยวตามแบบฉบับของส้มเช้งแต่จุดเด่นของมาร์มาเลดจากทางแบรนด์คือมีความหวานมากกว่าผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ค่ะ แต่ถึงแม้จะมีรสหวานแต่ก็ไม่หวานมากเกินไป หากคุณเป็นคนรักชอบทานของหวาน การทานมาร์มาเลดคู่กับขนมปังเป็นอาหารเช้าจะช่วยลดความหิวระหว่างการเดินทางไปทำงานได้เป็นอย่างดีค่ะ
| ปริมาณ | 340 กรัม |
|---|---|
| ผลไม้ที่ใช้ | ส้มเช้ง (Sweet Orange) |
| ส่วนผสมหลัก | น้ำเชื่อมข้าวโพดฟรุกโตส, น้ำเชื่อมข้าวโพด, เปลือกส้ม, น้ำส้ม, เพคตินผลไม้, กรดซิตริก, สารแต่งกลิ่นรสส้มธรรมชาติ ฯลฯ |
Streamline Orange Marmalade มาร์มาเลด

Streamline Orange Marmalade มาร์มาเลดที่เหมาะมากหากคุณกำลังมองหามาร์มาเลดเข้มข้นเพื่อนำไปแปรรูปเป็นขนมหรือเครื่องดื่มต่าง ๆ รสชาติของมาร์มาเลดมีความขม เปรี้ยวและหวานที่สมดุล ทำให้มาร์มาเลดเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบรสชาติดั้งเดิมของมาร์มาเลด เนื้อผลไม้ที่เติมลงในมาร์มาเลดมีปริมาณเยอะมากค่ะทำให้เราได้รับเรารสชาติของมาร์มาเลดแบบเต็ม ๆ คำ ความพิเศษอีกหนึ่งอย่างก็คือมาร์มาเลดของทางแบรนด์เติมน้ำตาลน้อยมากค่ะทำให้เรายังสามารถลิ้มลองรสชาติที่เข้มข้นของมาร์มาเลดได้อย่างง่ายดาย
| ปริมาณ | 340 กรัม |
|---|---|
| ผลไม้ที่ใช้ | ส้ม (Orange) |
| ส่วนผสมหลัก | ส้ม, เปลือกส้ม, น้ำตาล, น้ำเชื่อมกลูโคส, เพคตินผลไม้, น้ำมะนาว ฯลฯ |
Forest Products Marmalade มาร์มาเลด

Forest Products Marmalade มาร์มาเลดสูตรน้ำตาลน้อยที่หลายคนต้องชอบค่ะ มาร์มาเลดของทางแบรนด์ใช้ส้มที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีมีความสดใหม่และมีกลิ่นหอม ทางแบรนด์เคลมมาว่ามาร์มาเลดเป็นสูตรเจและใช้น้ำตาลทรายสีทองทำให้เหมาะสำหรับคนที่รักสุขภาพ รสชาติของมาร์มาเลดมีความเปรี้ยวอมหวานและขมเล็กน้อยตามประสามาร์มาเลดค่ะ แพคเกจของมาร์มาเลดมาในรูปแบบขวดที่ใช้งานได้ง่ายมาก เนื้อของมาร์มาเลดแน่นมากใครที่ชอบมาร์มาเลดเนื้อแน่นต้องไม่พลาดนะคะเพราะเต็มปากเต็มคำจริง ๆ ส่วนเรื่องความปลอดภัยไม่ต้องห่วงค่ะเพราะมาร์มาเลดไม่มีสารกันบูดค่ะ
| ปริมาณ | 210 กรัม |
|---|---|
| ผลไม้ที่ใช้ | ส้ม (Orange) |
| ส่วนผสมหลัก | ผิวส้ม, น้ำส้มคั้น, น้ำตาลทรายทอง, เพคตินผลไม้ ฯลฯ |
Doi Kham มาร์มาเลด

Doi Kham มาร์มาเลดจากดอยคำเป็นมาร์มาเลดแบรนด์ไทยที่หลายคนอาจจะเคยทานกันมาแล้วค่ะ ดอยคำเป็นแบรนด์จากโครงการหลวงที่วางขายสินค้าในร้านสะดวกซื้อของไทย ส้มที่ทางแบรนด์ใช้เป็นส้มสายน้ำผึ้งอย่างดีผ่านการคัดสรรมาลูกต่อลูกทำให้ง่ายต่อการรับประทาน รสชาติของมาร์มาเลดเข้มข้นหวานอมเปรี้ยวแฝงความขมนิด ๆ เนื้อของมาร์มาเลดค่อนข้างเหลวค่ะทำให้ทาบนขนมปังและใช้งานบนขนมอื่น ๆ ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมาในหลอดบีบทำให้ง่ายต่อการใช้งานด้วยค่ะ
| ปริมาณ | 130 กรัม |
|---|---|
| ผลไม้ที่ใช้ | ส้มเขียวหวาน (Tangerine) |
| ส่วนผสมหลัก | น้ำส้ม, น้ำตาล, น้ำเชื่อมกลูโคส, ผิวส้ม ฯลฯ |
** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว
มาร์มาเลดใช้ทำอะไรได้บ้าง ?
- มาร์มาเลดสามารถใช้เป็นเครื่องปรุงรสในอาหารต่าง ๆ ได้ นอกจากการทาขนมปังหรือทำเค้กแล้วมาร์มาเลดยังสามารถใช้เป็นเครื่องเทศในการปรุงอาหารได้อีกด้วย หลายคนอาจจะคิดไม่ถึงว่ามาร์มาเลดสามารถใช้ในการทำอาหารจานเนื้อได้ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงค่ะเพราะนอกจากจะเพิ่มรสชาติที่อร่อยแล้วมาร์มาเลดยังมีกรดซิตริกช่วยทำให้เนื้อนุ่มขึ้น อีกทั้งมาร์มาเลดยังมีกลิ่นหอมสดชื่นสามารถใช้แทนน้ำตาล เมื่อทำของดองหรือขนมหวานค่ะ

- มาร์มาเลดสามารถใช้เป็นสารแต่งกลิ่นและรสให้กับน้ำเปล่า หลายคนไม่ชอบดื่มน้ำเปล่าเพราะน้ำเปล่าไร้รสชาติและไม่สดชื่น แต่ปัญหานี้แก้ไขได้ด้วยการใช้มาร์มาเลด วิธีการเลยก็คือเติมมาร์มาเลดลงในน้ำเย็นหรือน้ำอุ่นนั่นเองค่ะ เมื่อเติมลงไปแล้วจะทำให้เราได้รับเครื่องดื่มชนิดใหม่ที่คุณอาจไม่เคยได้กินมาก่อน หากคุณเป็นคนประเภทที่ไม่ค่อยทำอาหารหรืออบเค้กเองที่บ้านเคล็ดลับการเติมมาร์มาเลดในน้ำเปล่าเป็นเคล็ดลับที่ดีและทำให้เราได้รับประโยชน์อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถใช้มาร์มาเลดทำเครื่องดื่มร้อนได้ ในการทำให้ใช้มาร์มาเลด 3 ช้อนโต๊ะผสมลงในน้ำอุ่น 2 ถ้วยหลังจากนั้นก็ค้นให้เข้ากันแล้วดื่มค่ะ ส่วนสำหรับการเสิร์ฟแบบเย็นให้ผสมมาร์มาเลด 4 ช้อนโต๊ะลงในน้ำเย็น 400 มล. แล้วคนให้เข้ากันค่ะหรืออาจจะเพิ่มก้อนน้ำแข็งก็ได้หากต้องการ ไม่ว่าเครื่องดื่มจะเย็นหรือร้อนมาร์มาเลดก็ยังอร่อยอยู่ดีค่ะ

- มาร์มาเลดสามารถใช้เป็นสารปรุงแต่งรสชาติในกาแฟหรือชา ปกติแล้วในรัสเซียแยมมักจะนิยมใช้เป็นสารให้ความหวานในชาค่ะ หากคุณอยากให้ชาอร่อยมากขึ้นก็สามารถทำได้โดยใช้มาร์มาเลดค่ะ มาร์มาเลดเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมที่จะเติมลงในกาแฟดำ เพียงแค่ใส่มาร์มาเลด 1 – 2 ช้อนโต๊ะลงในกาแฟหนึ่งถ้วย นอกจากรสหวานแล้วกลิ่นหอมของมาร์มาเลดยังช่วยสร้างความรู้สึกใหม่ให้กับกาแฟแก้วโปรดอีกด้วย ถ้าคุณชอบชา แนะนำให้ใช้มาร์มาเลดผสมกับชาดาร์จีลิงเพราะว่าจะอร่อยกว่า ในการทำเพียงเติมมาร์มาเลด 1 – 2 ช้อนโต๊ะลงในชาหนึ่งถ้วยหรือปรับตามความชอบก็ได้เช่นกัน
มาร์มาเลด (Marmalade) และแยมธรรมดา (Jam) แตกต่างกันอย่างไร ?
มาร์มาเลด (Marmalade) และแยมธรรมดา (Jam) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกรรมวิธีคล้าย ๆ กันแต่ส่วนของผลไม้ที่ใช้กลับไม่เหมือนกันค่ะ แยมจะทำโดยการใช้เนื้อผลไม้เป็นหลัก ส่วนมาร์มาเลดใช้ทั้งเนื้อและผิว (เปลือก) ของผลไม้ด้วย การใช้เนื้อผลไม้และเปลือกผลไม้ทำให้มาร์มาเลดอุดมไปด้วยสารอาหารมากกว่าแยมธรรมดา ซึ่งผลไม้ที่นำมาใช้ทำเป็นมาร์มาเลดคือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวอย่าง “ส้ม” นั่นเองค่ะ ด้วยเหตุนี้มาร์มาเลดจึงอุดมไปด้วยวิตามินซี นอกจากนี้ตัวเนื้อส้มและผิวส้มยังมีประโยชน์ในการลดระดับคอเลสเตอรอล อีกทั้งยังมีสารฟลาโวนอยด์ที่ช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น สรุปเลยว่าการทานมาร์มาเลดจะทำให้เราได้รับสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายค่ะ
ทุกคนคงรู้ดีว่าปกติแล้วเมื่อเราทานผลไม้เราจะทานแค่เนื้อไม่ทานเปลือก แต่คุณอาจจะไม่รู้ว่าผลไม้อย่างส้มนั้นมีประโยชน์อยู่ที่เปลือกด้วย แต่เปลือกส้มไม่สามารถรับประทานแบบดิบ ๆ ได้เพราะมีความขม แต่หากได้แปรรูปเป็นมาร์มาเลดจะทำให้เราทานได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังทำให้เราสามารถเพลิดเพลินกับเนื้อและผิวของผลไม้ได้ด้วย หารรับประทานมาร์มาเลดจะทำให้เรารู้สึกสดชื่นทุกครั้ง ดังนั้นหากคุณเบื่อแยมธรรมดาแล้วแนะนำให้ทาแยมมีเนื้ออย่างมาร์มาเลดบ้างค่ะ รับรองว่าอร่อยไม่รู้ลืมอย่างแน่นอน

