มีใครเป็นเหมือนเราบ้างไหมคะ ? เวลารู้สึกเบื่อ ๆ อาหารหรือไม่อยากทานข้าว เมนูที่สามารถฮีลใจได้เป็นอย่างดี อย่างข้าวสวยร้อน ๆ กับไข่ดาวเยิ้ม ๆ เป็นเมนูที่ไม่ว่าจะทำทานเมื่อไหร่ก็อร่อยถูกปากตลอดเลยค่ะ เรียกว่ากินแล้วอารมณ์ดี ช่วยทำให้เจริญอาหารอย่างบอกไม่ถูก (อิอิ)

แน่นอนว่าสิ่งที่ต้องมาคู่กับไข่ดาวจะต้องเป็น “ซอสไข่ดาว” ที่เข้มข้น มีความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ และรสชาติกลมกล่อมกำลังดี
แม้ว่าเพื่อน ๆ หลายคนอาจมีซอสไข่ดาวในดวงใจที่ทานตั้งแต่เด็ก ๆ อยู่แล้ว แต่วันนี้เราจะมาป้ายยาเพื่อน ๆ เกี่ยวกับซอสไข่ดาวรสชาติใหม่ ๆ ที่รับรองได้ว่าอร่อยแสงออกปากของจริง !! จะมียี่ห้อไหน ? สูตรไหน ? ตามมาดูกันเลยจ้าาา
ซอสเหยาะไข่ดาว คืออะไร ?
ซอสเหยาะไข่ดาวสามารถเป็นซอสอะไรก็ได้ที่ทานคู่กับไข่ดาวแล้วอร่อยและเข้ากันอย่างลงตัว ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบซีอิ๊วขาว โชยุ หรือซอสถั่วเหลืองค่ะ โดยทั้งสามก็คือซอสตัวเดียวกัน เพียงแต่ซีอิ๊วขาวจะเป็นชื่อเรียกของประเทศจีน ในขณะที่โชยุจะเป็นชื่อเรียกของประเทศญี่ปุ่น แต่อย่างไรก็ตาม…ทั้งสองได้ผ่านกระบวนการหมักแบบธรรมชาติจากเมล็ดถั่วเหลืองด้วยกันทั้งนั้น

ดังนั้นไม่ว่าเราจะเรียกว่าซีอิ๊วขาว โชยุ หรือซอสถั่วเหลือง มันก็คือซอสที่มีรสชาติคล้าย ๆ กัน แต่หากเจาะลึกลงไปอีกหน่อย ระหว่างซีอิ๊วและโชยุจะมีรสชาติต่างกันอยู่เล็กน้อย เพราะว่าซีอิ๊วขาวจะมีความหอมและเค็มคล้ายกับน้ำปลา แต่จะไม่คาว มีรสเปรี้ยวเพิ่มเข้ามาที่ปลายลิ้น ในขณะที่โชยุจะมีรสชาติหลากหลายกว่าซีอิ๊วขาว เพราะว่าทั้งหอม เค็ม เปรี้ยว และหวานซึ่งถือว่าเป็นรสอูมามิที่ความกลมกล่อมเฉพาะตัว ดังนั้นบางคนก็จะเรียกว่าซีอิ๊วญี่ปุ่นหรือซอสถั่วเหลืองญี่ปุ่นเพื่อให้ชื่อเรียกมีความแตกต่างกันได้ค่ะ
อย่างที่เราได้กล่าวไปแล้วว่าซอสไข่ดาวสามารถเป็นซอสอะไรก็ได้ ดังนั้นซอสไข่ดาวจึงไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการหมักด้วยถั่วเหลืองเสมอไป ในบางยี่ห้ออาจจะใช้การหมักด้วยข้าวสาลี หรืออาจใช้ทั้งเมล็ดถั่วเหลืองและข้าวสาลีหมักรวมกันก็เป็นไปได้ค่ะ ซึ่งในขั้นตอนนี้จะทำให้เกิดความแตกต่างด้านความอร่อย เพราะว่าการหมักจากข้าวสาลีจะได้รสชาติที่ดีและอร่อยมากกว่าเมล็ดถั่วเหลือง แต่ก็มาพร้อมกับราคาที่แพงกว่าเช่นกันค่ะ
คำแนะนำในการเลือกซื้อซอสเหยาะไข่ดาว
เลือกจากสีของซอสไข่ดาว
อันดับแรกจะต้องดูจากความชอบก่อนค่ะ หากคุณเป็นคนที่ชอบรสชาติเข้มข้น ซึ่งแน่นอนว่ามันจะต้องเน้นไปที่รสชาติเค็มเป็นหลัก คุณจะต้องเลือกซอสไข่ดาวที่มีสีเข้ม ๆ เกือบจะเป็นสีดำค่ะ ยิ่งเข้มก็หมายความว่าผ่านการหมักเป็นเวลานาน ซึ่งจะทำให้รสชาติออกมาเข้มข้นและหอมที่สุด ในขณะที่ซอสไข่ดาวที่มีสีใสขึ้นมาหน่อยจะเน้นรสชาติอ่อน ๆ มีความเข้มข้นและกลมกล่อมในตัว

เลือกจากขนาดและอายุการเก็บรักษา
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องเลือกจากขนาดและอายุการเก็บรักษาพร้อมกัน ? นั้นก็เพราะว่าหากคุณซื้อซอสไข่ดาวที่มีขนาดใหญ่หรือปริมาณเยอะเกินไป (เพราะต้องการเน้นความคุ้มค่า) แต่ว่ายี่ห้อนั้นสามารถเก็บรักษาได้เพียง 6-12 เดือนหลังจากเปิดขวด นั่นเท่ากับว่าคุณจะต้องใช้ซอสไข่ดาวในแต่ละวันในปริมาณที่เยอะมาก ๆ เพื่อให้สามารถใช้ได้ทันก่อนวันหมดอายุ
หากคุณเปิดร้านอาหารสิ่งเหล่านี้อาจไม่เป็นปัญหาค่ะ แต่ถ้าคุณเน้นใช้งานในครัวเรือนก็จะทำให้สิ้นเปลืองเปล่าประโยชน์ เพราะอย่าลืมนะคะว่าซอสไข่ดาวเป็นซอสเหยาะที่ใช้เพียงปริมาณเล็กน้อยในการเพิ่มความอร่อยแต่ละมื้อ ดังนั้นเพียงแค่ซอสไข่ดาวขวดเล็ก ๆ 100-200 ml. ก็ใช้ได้นานหลายเดือนเลยค่ะ อาจลากยาวเป็นปีก็ได้นะคะ

เลือกจากบรรจุภัณฑ์ที่ปลอดภัย
บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการบรรจุซอสไข่ดาว โดยส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบขวดที่หยิบจับถนัดมือ ซึ่งก็จะมีที่เป็นแบบขวดแก้วและขวดพลาสติกค่ะ วัสดุทั้งสองจะก็มีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกัน แต่ถ้าหากเลือกซื้อขวดแก้ว ก็จะแข็งแรงทนทาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ในขณะที่ขวดพลาสติกจะมีน้ำหนักเบา ราคาบริการค่าขนส่งก็จะไม่แพง แต่ก็จะย่อยสลายได้ยาก ยกเว้นว่าเป็นพลาสติกแบบรีไซเคิลได้ค่ะ
ซอสเหยาะไข่ดาว ยี่ห้อไหนอร่อย
เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน
* หมายเหตุ: ราคาตามเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ณ วันที่อัปเดตข้อมูล ซึ่งราคาสินค้านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและโปรโมชั่นของแต่ละร้านค้า
** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว
การเก็บรักษาซอสไข่ดาว
ซอสไข่ดาวโดยส่วนใหญ่จะมีอายุการเก็ษรักษาที่ยาวนานเป็นปีเลยค่ะ บางยี่ห้อก็สามารถเก็บได้นานถึง 2 ปีอีกด้วยนะคะ ดังนั้นขอให้เพื่อน ๆ สบายใจในส่วนนี้ได้เลยค่ะ แต่ถ้ารู้สึกว่าหลังเปิดใช้งานซอสไข่ดาวแล้ว รสชาติเปลี่ยนไป สาเหตุอาจเกิดจากวิธีการเก็บรักษาของเพื่อน ๆ อาทิเช่น ไม่ปิดฝาให้สนิทหรืออาจวางไว้ในพื้นที่ที่แดดส่องถึงได้ง่าย ทางที่ดีเราแนะนำให้เพื่อน ๆ เก็บไว้ในตู้กับข้าวหรืออาจเป็นตู่เย็นก็ได้ค่ะ
เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับวันนี้ เราหวังว่าบทความของเราคงจะทำให้เพื่อน ๆ ถูกใจได้ไม่มากก็น้อยนะคะ และยังหวังว่าบทความรีวิววันนี้จะเป็นประโยชน์ให้เพื่อนตัดสินใจได้ง่ายขึ้น สุดท้ายนี้เราก็ขอตัวลาไปก่อนแล้วพบกันใหม่บทความหน้านะคะ สวัสดีค่ะ