น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ล (Cider Vinegar) มีประโยชน์อย่างไร

ทั้งนี้มีผลวิจัยบางชิ้นได้ยืนยันว่าน้ำส้มสายชูนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างเช่น น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลอาจช่วยในเรื่องของการลดระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไป, การใช้ในการบำรุงผิวพรรณ และควบคุมน้ำหนักเป็นต้น ซึ่งเหตุผลนี้จึงทำให้มีคนรักสุขภาพหลายคนเลือกดื่มหรือรับประทานน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ล เพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แก่ตนเองกันเป็นจำนวนมาก

ข้อดีของน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ล (Cider Vinegar)

1. เป็นสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

อย่างที่ทราบกันว่าน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลนั้นเกิดจากการน้ำตาลในแอปเปิ้ล ซึ่งเมื่อหมักในระยะหนึ่งน้ำของน้ำส้มสายชูก็จะกลายเป็นกรดน้ำส้มประมาณ 5 – 6 % (1)  ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่จะอาจส่งผลดีและเป็นประโยชน์ต่อร่างกายของเรา

2. ฆ่าแบคทีเรีย (2)

ต้านแบคทีเรีย เชื้อโรค สิ่งสกปรก ไวรัส
น้ำส้มสายชูสามารถฆ่าแบคทีเรียและเชื้อโรคบางชนิดได้

น้ำส้มสายชูสามารถฆ่าแบคทีเรียและเชื้อโรคบางชนิดได้ ซึ่งเหตุผลนี้จึงทำให้คนส่วนใหญ่ในประโยชน์ในการฆ่าเชื้อในผิวหนัง ไม่ว่าจะเป็น การฆ่าเชื้อราในบนนิ้ว, การฆ่าเหาบนหนังศีรษะ, การฆ่าเชื่อไวรัสบนหูด หรือรักษาหูอักเสบ นอกจากนี้น้ำส้มสายชูยังสามารถช่วยทำให้อาหารไม่เกิดการบูดได้ เนื่องจากน้ำส้มสายชูจะเข้าไปยับยั้งแบคทีเรียที่ชื่อว่า ‘เอสเชอริเชีย โคไล’ ไม่ให้เกิดการเจริญเติบโตในอาหารครับ

3. อาจช่วยลดน้ำหนัก (3)

ลดน้ำหนัก ผู้หญิง ออกกำลังกาย ลดหุ่น สุขภาพ สุขภาพดี
อาจจะช่วยลดน้ำหนักได้

มีผลงานวิจัยบางชิ้นรายงานว่าการรับประทานน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่ม ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลจึงสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ ทั้งนี้เทรนต์การลดน้ำหนักด้วยน้ำส้มสายชูก็ถือว่ามาแรงมากในช่วงที่ผ่านมา

4. อาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและช่วยควบคุมโรคเบาหวานชนิดที่ 2

การเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 นั้นเกิดมาจากการที่เลือดของเรามีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งเป็นสาเหตุมาจากการที่ร่างกายไม่สามารถจะผลิตอินซูลินหรือเกิดภาวะร่างกายดื้อต่ออินซูลิน หรือ insulin resistance (4) ซึ่งการดื่มหรือรับประทานน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลนั้นจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและพัฒนาการทำงานของอินซูลิน (5)

แต่อย่างไรก็ดีการที่จะรับประทานอาหารในคนที่เป็นโรคเบาหวาน จะต้องควบคุมและได้รับยาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ไม่ควรเลือกกินอาหารหรือยาโดยตามพลการ

5. อาจทำให้สุขภาพผิวดีขึ้น

ผู้หญิง ผิวหน้า หน้าสวย สุขภาพหน้า สิว หน้าใส
น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ล เมื่อทาลงไปบนผิวแล้วจะให้เข้าไปพัฒนาเซลล์ที่ปกป้องผิวของเราให้มีความแข็งแรง

น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลเป็นกรดธรรมชาติ ซึ่งเมื่อทาลงไปบนผิวแล้วจะให้เข้าไปพัฒนาเซลล์ที่ปกป้องผิวของเราให้มีความแข็งแรง (6) และช่วยป้องกันการอักเสบที่จะเกิดขึ้นบนผิว ดังนั้นน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลจึงเป็นดประโยชน์ต่อร่างกายของเรา

วิธีเก็บรักษาน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลให้อยู่ได้นาน

1. ปิดฝาขวดให้แน่น

ถึงแม้ว่าน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถอยู่ได้ค่อนข้างนาน แต่อย่างไรก็ดีการที่เราเปิดฝาของขวดหรือปิดฝาไม่สนิท อาจทำให้แบคทีเรียหรือแมลงลงเข้าไปได้ ซึ่งความสกปรกของแบคทีเรียและแมลงอาจส่งผลต่อร่างกายของเรา ดังนั้นในทุก ๆ ครั้งหลังจากที่ได้มีการเปิดใช้ คุณจะต้องมั่นใจว่าฝาขวดปิดสนิทแล้วเรียบร้อย

2. เก็บไว้ให้ห่างจากแสงแดด

แสงแดดทำให้คุณภาพของน้ำส้มสายชูเสื่อมประสิทธิภาพได้ ดังนั้นการเก็บน้ำส้มสายชูให้พ้นจากแสงแดดนั้นจะช่วยยืดอายุของน้ำส้มสายชูได้ ทั้งนี้คุณสามารถเก็บขวดไว้ในตู้ต่าง ๆ ของบ้านได้ครับ

3. เก็บไว้ในอุณหภูมิห้องหรือสถานที่ที่มีความเย็น

น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลมีปฎิกิริยาต่ออากาศได้ค่อนข้างง่าย ดังนั้นเราควรจะเก็บไว้ในสถานที่ซึ่งมีอุณหภูมิห้องหรือถ้าให้ดีก็สามารถเก็บในตู้เย็นได้ครับ

ตู้เย็น ความจุ ใส่ของได้เยอะ ห้องครัว บ้าน แม่บ้าน
เก็บไว้ในอุณหภูมิห้องหรือสถานที่ที่มีความเย็น

4. อย่าผสมน้ำหรือเจือจางน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ล

การเจือจางน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลจะทำให้ความเป็นกรดลดลง ซึ่งเมื่อความเป็นกรดลดลงมันจะทำให้แบคทีเรียสามารถเจริญเติบโตในน้ำส้มสายชูได้ง่าย ซึ่งหากรับประทานไปแล้วมันจะทำให้เราเกิดอาการท้องร่วงได้


References:

  1. Varieties, production, composition and health benefits of vinegars: A review
  2. Antimicrobial activity of apple cider vinegar against Escherichia coli, Staphylococcus aureus and Candida albicans; downregulating cytokine and microbial protein expression
  3. Vinegar intake reduces body weight, body fat mass, and serum triglyceride levels in obese Japanese subjects
  4. Effect of diet on type 2 diabetes mellitus: A review
  5. Vinegar improves insulin sensitivity to a high-carbohydrate meal in subjects with insulin resistance or type 2 diabetes
  6. Skin pH Is the Master Switch of Kallikrein 5-Mediated Skin Barrier Destruction in a Murine Atopic Dermatitis Model
Next Post