เท้าเป็นอวัยวะหนึ่งที่เราไม่ค่อยให้ความสนใจมากนัก แต่ก็มักจะเกิดปัญหาหลายครั้งเพราะหลายคนชอบใส่รองเท้าส้นสูงรองเท้าแตะ รองเท้าเปิดส้น ทำให้ส้นเท้าได้รับความเย็นจนกระทั่งผิวบริเวณนั้นแห้งแตก ปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นเป็นปัจจัยที่พบได้บ่อยมากในคนที่ทำงานออฟฟิศ หรือใช้เท้าในการทำงาน เช่น การเดิน วิ่ง การออกกำลังกายที่ใช้เท้าเป็นหลัก อีกทั้งคนที่มีน้ำหนักตัวมาก ก็ทำให้เกิดปัญหาส้นเท้าแตกได้เหมือนกัน การแตกของส้นเท้าเป็นเรื่องที่ทำให้เราสูญเสียความมั่นใจมาก ๆ แต่หากมีอาการเจ็บร่วมด้วยเราต้องรีบรักษา เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนได้ ในปัจจุบันไม่ไม่ได้มีแค่ครีมทามือเท่านั้น เพราะยังมี “ครีมทาเท้า” อีกด้วย การไม่ได้ดูแลเท้าจะทำให้ผิวที่เท้าหนาขึ้น หยาบขึ้น หากได้ใช้ครีมบำรุงเท้าเป็นประจำ จะช่วยให้ผิวบริเวณเท้า นุ่มและเนียนขึ้นได้ อีกทั้งครีมทาส้นเท้าจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนังบริเวณนั้นและช่วยบรรเทาอาการส้นเท้าแตกให้ดีขึ้นค่ะ

ถึงแม้ว่าจะมีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโลชั่นบำรุงผิวกาย, ครีมและโลชั่นสำหรับผิวแห้ง,โลชั่นสำหรับผิวแทน, โลชั่นผิวขาวรวมไปถึงโลชั่นที่มีสารกันแดด แต่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่สามารถใช้บำรุงผิวหรือลดรอยแตกที่เท้าได้ เราทุกคนรู้ดีว่าเท้าของเราแบกรับน้ำหนักที่หนักหน่วงของร่างกายและพาเราจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเป็นประจำทุกวัน ดังนั้นเท้าจึงสมควรได้รับความรักและความเอาใจใส่เป็นพิเศษ ดังนั้นครีมทาเท้าจึงเป็นสิ่งที่ค่อนข้างจำเป็นสำหรับเราค่ะ เพราะสามารถช่วยฟื้นฟูสุขภาพผิวและทำให้เท้าของคุณสวยได้อีกครั้ง อีกทั้งยังช่วยรักษาส้นเท้าแตกและฟื้นฟูเท้าด้วยการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว
แน่นอนว่าการเลือกซื้อครีมทาเท้านั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเพราะในท้องตลาดเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์มากมาย แต่วันนี้คุณจะไม่ผิดหวังค่ะ เพราะเราจะขอแนะนำครีมทาเท้า 10 แบรนด์ที่ดีที่สุด หากพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ
สาเหตุของเท้าแห้งและส้นเท้าแตก
ส้นเท้าช่วยดูดซับแรงกระแทกเมื่อเราใช้เท้ากระแทกพื้น การทำเช่นนี้ผิวที่เท้าของคุณจะแห้งและแตก หลายคนอาจจะมีผิวที่เท้าแห้งแตกจนเลือดออก ซึ่งเป็นเรื่องที่ดูแลได้ยากมาก โปรดจำไว้ว่าผิวบริเวณส้นเท้าจะต้องนุ่มอยู่เสมอเพื่อให้เราใช้ชีวิตได้ตามปกติ แล้วคุณหรือไม่ว่าสาเหตุของเท้าแห้งและส้นเท้าแตกเกิดจากอะไร? ถ้าไม่รู้เรามีคำตอบมาให้คุณค่ะ

- ผิวแห้ง หลายคนมีผิวแห้งตามธรรมชาติ หากคุณเป็นแบบนี้ผิวของคุณต้องการความชุ่มชื้นและการบำรุงอย่างล้ำลึก
- อากาศหนาว ฤดูหนาวเป็นเวลาที่เลวร้ายที่สุดสำหรับเท้าของคุณ สภาพอากาศมีความชื้นต่ำทำให้ร่างกายสูญเสียของเหลวเร็วเกินไป ผิวจะแห้งและระคายเคืองได้ง่ายและรู้สึกคัน ในที่สุดส้นเท้าก็จะแตก
- ยืนนาน การยืนนานเกินไปจะกดดันส้นเท้าของคุณและทำให้เกิดรอยแตกได้ โดยเฉพาะถ้าคุณสวมรองเท้าส้นสูง คุณต้องใช้แผ่นรองส้นเท้าเพื่อให้เท้าได้กระจายน้ำหนักอย่างสม่ำเสมอและลดแรงกดบนส้นเท้าของคุณ
- โรคอ้วน เท้าจะรับน้ำหนักทั้งหมดของเราและหากคุณอ้วนเท้าของคุณจะมีน้ำหนักมากขึ้นและอาจทำให้ส้นเท้าแตกได้
- อายุมากขึ้น ความชราไม่ได้หมายความว่าคุณต้องมีส้นเท้าแตก แต่เมื่ออายุมากขึ้น ผิวจะผลิตน้ำมันจากธรรมชาติน้อยลงซึ่งจะให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวน้อยลงด้วย
- การสัมผัสกับน้ำนานเกินไป การใช้เท้าสัมผัสกับน้ำมากเกินไปจะทำให้ผิวสูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติและทำให้ผิวแห้งและแตก การอาบน้ำนานเกินไป แช่เท้าหรือแช่เท้าในน้ำคลอรีนล้วนเป็นสาเหตุของอาการเท้าแห้งและส้นเท้าแตก
อาการเท้าแห้งและส้นเท้าแตก
- ผิวหยาบกร้าน เมื่อคุณสัมผัสกับผิวเท้าของคุณ มันจะหยาบ มีความขาวและแข็ง นั่นเป็นสัญญาณแรกที่คุณอาจจะมีส้นเท้าแตก นี่เป็นช่วงเริ่มต้น และยังไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นกับส้นเท้าของคุณ สิ่งที่คุณต้องทำคือการดูแลป้องกันเท้าอย่างเหมาะสม
- ผิวลอกออก เมื่อคุณสัมผัสผิวส้นเท้าและเห็นว่าบางส่วนของผิวลอก ในช่วงนี้เท้าของคุณจะแห้งและต้องการการดูแลที่ดี
- มีรอยแตกที่ส้นเท้าของคุณ รอยแตกที่ส้นเท้าเรียกว่ารอยแยก คุณไม่จำเป็นต้องแตะส้นเท้าเพื่อดู เพราะรอยแตกมีลักษณะเหมือนรอยตัดที่บางหรือไม่สม่ำเสมอบริเวณด้านข้างของส้นเท้า
- มีอาการคัน ในช่วงนี้รอยแตกจะกว้างขึ้นและบางครั้งผิวรู้สึกคัน อาการเหล่านี้เป็นอาการส้นเท้าแตกที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
- เกิดผื่น หลังจากมีอาการคันเป็นระยะเวลาหนึ่งและไม่ได้รักษา อาจทำให้เท้าเกิดผื่นขึ้นได้
- มีเลือดออกหรือติดเชื้อ หลังจากที่มองเห็นรอยแตก รอยแตกจะลึกเข้าไปในชั้นในของผิวหนังและสร้างความเสียหาย อาจเริ่มมีเลือดออกในระยะนี้ และคุณควรรู้ว่าตอนนี้เท้าของคุณมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อและจะต้องได้รับการรักษา
วิธีเลือกครีมทาเท้าที่ดีที่สุด เพื่อแก้ปัญหาเท้าแตก ลอก
1. สภาพของเท้า

- เท้าแห้งขาดความชุ่มชื่น หากคุณมีสภาพเท้าแห้งให้เลือกครีมที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เช่น วาสลีน กลีเซอรอลหรือเชียร์บัตเตอร์ก็จะทำให้เท้านุ่มนานยิ่งขึ้น เพราะส้นเท้าที่แตกนั้นส่วนใหญ่มักมีต้นเหตุจากการสูญเสียน้ำและน้ำมันในผิวนั่นเอง
- เท้าที่แตกและเจ็บ สำหรับเท้าประเภทนี้ให้เลือกครีมทาเท้าที่มี สารยูเรีย (UREA) ยูเรียคือยาชนิดหนึ่งที่ใช้ทาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวและช่วยให้เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วหลุดลอกออกได้ ดังนั้นจึงสามารถทาเท้าได้ดีมาก ๆ แต่ครีมที่มียูเรียก็มีอันตรายมากเช่นกันเพราะหากใช้ครีมติดต่อกันนานเกินไปอาจทำให้ผิวชั้นหนังกำพร้าบางลงค่ะ ดังนั้นก่อนใช้ควรอ่านฉลากให้ดี เพื่อป้องกันอาการแพ้ค่ะ
2. ส่วนผสม
ขอแนะนำให้เลือกครีมทาเท้าที่มีส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้น เช่น เชียบัตเตอร์ วิตามินอี กรดไฮยาลูโรนิก กลีเซอรี และเซราไมด์ หากส้นเท้าของคุณมีรอยแตกอย่างรุนแรง ควรเลือกใช้น้ำมันเปปเปอร์มินต์ น้ำมันทีทรี น้ำมันลาเวนเดอร์ และส่วนผสมที่ช่วยฟื้นฟูและต้านเชื้อแบคทีเรียอื่น ๆ เพื่อให้ครีมทาเท้าซ่อมแซมผิวของคุณและช่วยรักษารอยแตกของเท้านอกจากนี้ครีมทาเท้าที่มีสารให้ความชุ่มชื้น เช่น ยูเรีย กลีเซอรีน และกรดไฮยาลูโรนิกที่ซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย ควรหลีกเลี่ยงครีมทาเท้าที่มีสิ่งอุดตันผิว เช่น น้ำมันปิโตรเลียมและไดเมทิโคน เพื่อให้เท้าของคุณคงความชุ่มชื้นเป็นเวลานานและป้องกันไม่ให้เท้าแตก
3. อาการและลักษณะของส้นเท้า
หากคุณมีผิวแห้งมากคุณต้องหาครีมทาเท้าที่มีส่วนผสมที่สามารถรักษาอาการของคุณได้ ครีมบางชนิดใช้สารเคมีในขณะที่ครีมบางชนิดใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น น้ำมันทีทรี สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือหากเท้าของคุณไม่แห้งจนเกินไปการใช้สเปรย์ต้านเชื้อราอาจมีประสิทธิภาพมากกว่าครีม แต่หากคุณกำลังทุกข์ทรมานจากอาการปวดเท้า มีครีมหลายชนิดที่มีส่วนผสมเพิ่มเติมที่สามารถช่วยจัดการกับความเจ็บปวดของคุณในขณะที่ยังช่วยต่อสู้กับการอักเสบ อย่างไรก็ตามความเจ็บปวดอาจเป็นผลมาจากสภาวะแวดล้อมต่างๆ มากมาย อย่าลืมอ่านฉลากให้ละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่าครีมทาเท้าที่คุณกำลังซื้อสามารถจัดการกับอาการปวดที่คุณมีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. ซึมเร็วไม่ไหลเยิ้ม
คุณต้องซื้อครีมทาเท้าที่ซึมเข้าสู่ผิวได้ง่ายและทำงานได้ทันที ครีมทาเท้าที่ดีจะสามารถเริ่มรักษาผิวที่แห้งได้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน ดังนั้นครีมที่ซึมซาบเร็วและออกฤทธิ์เร็วจึงดีที่สุด ข้อนี้นั้นสำคัญมากเพราะไม่มีอะไรจะเลวร้ายไปกว่าครีมทาเท้าที่มันเยิ้มที่ไม่เพียงทำลายถุงเท้าและถุงน่องของคุณเท่านั้น แต่ยังทำให้มีสารตกค้างอยู่ด้วย แนะนำให้มองหาครีมทาเท้าสูตรที่ไม่เหนียวเหนอะหนะเพื่อทำให้เสื้อผ้าและผิวของคุณปราศจากสารตกค้าง
เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน
Mistine Foot Fix Cracked Heel Cream
ราคา 43 บาท*
| ปริมาณ | 50 กรัม |
|---|---|
| ส่วนผสมที่สำคัญ | สารสกัดจากธรรมชาติ |
| ปราศจากสารอันตราย | ✔ |
Oriental Princess ครีมทาส้นเท้าแตก
ราคา 72 บาท*
| ปริมาณ | 50 กรัม |
|---|---|
| ส่วนผสมที่สำคัญ | มอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้น |
| ปราศจากสารอันตราย | ✔ |
Himalaya Herbals Foot Care Cream
ราคา 82 บาท*
| ปริมาณ | 50 กรัม |
|---|---|
| ส่วนผสมที่สำคัญ | น้ำผึ้ง ขมิ้น เมล็ดลูกซัดและสารสกัดจากสาละ |
| ปราศจากสารอันตราย | ✔ |
JERGENS Ultra Healing Extra Dry Skin Moisturizer Foot Cream
ราคา 133 บาท*
| ปริมาณ | 100 กรัม |
|---|---|
| ส่วนผสมที่สำคัญ | วิตามิน C E และ B5 |
| ปราศจากสารอันตราย | ✔ |
Giffarine Skin Softener Cream
ราคา 139 บาท*
| ปริมาณ | 85 กรัม |
|---|---|
| ส่วนผสมที่สำคัญ | มอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้น |
| ปราศจากสารอันตราย | ✔ |
Vin21 ProZoft cream ครีมทาบำรุงส้นเท้า
ราคา 149 บาท*
| ปริมาณ | 30 กรัม |
|---|---|
| ส่วนผสมที่สำคัญ | กรด AHA จากสารสกัดผลไม้ธรรมชาติและกรดซาลิไซลิก |
| ปราศจากสารอันตราย | ✔ |
Ellgy Plus Cracked Heel Cream
ราคา 159 บาท*
| ปริมาณ | 50 กรัม |
|---|---|
| ส่วนผสมที่สำคัญ | สารสกัดผักเบี้ยใหญ่ |
| ปราศจากสารอันตราย | ✔ |
SHISEIDO Urea 10% Hand Cream Hand And Feet
ราคา 189 บาท*
| ปริมาณ | 100 กรัม |
|---|---|
| ส่วนผสมที่สำคัญ | ยูเรีย กรดไฮยาลูรอนิคและสควาเลน |
| ปราศจากสารอันตราย | ✔ |
* หมายเหตุ: ราคาตามเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ณ วันที่อัปเดตข้อมูล ซึ่งราคาสินค้านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและโปรโมชั่นของแต่ละร้านค้า
** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว
ตารางเปรียบเทียบ รีวิว ครีมทาเท้าแตก เปลี่ยนเท้าคุณให้เนียนนุ่ม ยี่ห้อไหนดีสุด ปี 2023 | ||||
|---|---|---|---|---|
| รูปสินค้า | ชื่อสินค้า | คุณสมบัติ | ||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
| ||||
วิธีแก้ปัญหาเท้าแตกและแห้งกร้าน

- ใส่รองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าผ้าใบ หากคุณกลัวที่จะมีอาการเท้าแตกคุณควรเลือกสวมใส่รองเท้าหุ้มส้นหรือผ้าใบแทนการใส่รองเท้าแบบเปิดส้น รองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าแตะ และควรใส่ถุงเท้าควบคู่เพื่อป้องกันอาการแห้งแตกของเท้า
- สวมถุงเท้านอน การสวมถุงเท้านอนเป็นประจำจะช่วยรักษาความชุ่มชื่นของเท้าขณะนอนหลับและยังเป็นการป้องกันอากาศที่เย็นขึ้นในช่วงกลางคืนอีกด้วย คุณอาจจะไม่รู้ว่าการเปิดแอร์ในตอนกลางอื่นก็มีส่วนทำให้ส้นเท้าจองคุณแตกได้เช่นกัน
- ขัดเท้าเป็นประจำ ขณะอาบน้ำควรขัดเท้าเบา ๆ ทุกครั้ง โดยการใช้หินหรือสครับการสครับจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายไปแล้วได้เป็นอย่างดี ทำให้เท้าของเราผลิตเซลล์ใหม่ขึ้นมา การสครับหรือขัดเท้านอกจากจะให้ความสะอาดแล้วยังเป็นวิธีที่สามารถบำรุงเท้าไปในตัว
- บำรุงเท้าด้วยครีมทาส้นเท้า ควรทาครีมทาส้นเท้าที่มีสารบำรุงชั้นดีมาใช้ในตอนหลังออกน้ำเสร็จ เพราะหลังจากอาบน้ำเสร็จผิวหนังบริเวณเท้ากำลังนุ่มทำให้เราทาครีมได้ง่ายขึ้น ควรทาและนวดเบา ๆ หากทาก่อนเข้านอนให้สวมถุงเท้าทับไว้ด้วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของครีมนั่นเองค่ะ
เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับครีมทาเท้าแตก 10 แบรนด์ที่เราได้แนะนำกันไปในวันนี้ เราหวังว่าทุกท่านจะสามารถเลือกซื้อสินค้าที่ถูกใจได้นะคะ ก่อนจากกันวันนี้เราก็มีสูตรสครับเท้าจากส่วนผสมธรรมชาติมาฝากกันสามารถทำตามกันง่าย ๆ เลยค่ะ เพียงแค่คุณมี น้ำผึ้ง น้ำมันมะพร้าวและน้ำตาล หากคุณมีเท้าที่แตกและแห้ง ให้ผสมน้ำตาลไม่ขัดสี ¼ ถ้วยเข้ากับน้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันเปปเปอร์มินต์หอมระเหย 3 หยด คนให้เข้ากัน หลังจากนั้นสครับที่เท้าด้วยแรงที่สม่ำเสมอ ล้างออกด้วยน้ำอุ่น เช็ดให้แห้งด้วยผ้าขนหนูและตามด้วยการทาครีมทาเท้า อีกทั้งคุณยังสามารถเก็บสครับส่วนที่เหลือไว้ในกล่องที่ปิดฝาและจะมีอายุ 1 เดือนเลยทีเดียวค่ะ อย่าลืมเอาไปทำตามนะคะ