เมื่อคุณกล้าที่จะสร้างฝันของตัวเองให้ใหญ่ มันจะทำให้คุณมีความกระตือรือร้นและพาตัวเองเข้าไปเจอกับประสบการณ์ที่จะเกิดขึ้นในชีวิต หากคุณมีความพยายามในการตั้งเป้าหมายและทำให้มันเป็นจริง ชีวิตของคุณจะเต็มไปด้วยประสบการณ์ดี ๆ วันนี้ผมอยากมาแชร์ประสบการณ์และเหตุผลว่าทำไมคุณถึงต้องฝันให้ใหญ่

1. ใช้ชีวิตให้มีความสุขปราศจากความเสียใจ
โอกาสในชีวิตของคนเราไม่ได้มีเข้ามาบ่อย ๆ ถ้าจะให้เปรียบเทียบให้เห็นภาพก็คงเหมือนกับดาวหางฮัลเลย์ที่มายังโลกเพียง 75 ปีต่อครั้ง ผู้คนส่วนใหญ่เฝ้ารอคอยที่จะเห็นมัน เมื่อคุณเห็นสิ่งที่พิเศษแน่นอนว่าคุณคงอยากเห็นหรือเข้าไปสัมผัสมันสักครั้งในชีวิต
ดังนั้นชีวิตและประสบการณ์ที่คุณสะสมมาทั้งหมดมีค่าเป็นอย่างยิ่ง เพราะประสบการณ์หรือวันดี ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน
มันมีสิ่งหนึ่งที่แย่กว่าวันสุดท้ายของชีวิต นั่นคือการที่คุณไม่ได้ใช้ชีวิตของตัวเองให้คุ้มค่า จงเปรียบเทียบชีวิตของตัวเองให้พิเศษเหมือนกับดาวหางฮัลเลย์ แล้วคุณจะเข้าใจและใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ เมื่อคุณกล้าที่จะสร้างความฝันของตัวเองให้ใหญ่ คุณจะสามารถทำลายข้อจำกัดและกล้าที่จะทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง
2. ให้แรงบันดาลใจกับคนอื่น
คุณลองนึกถึงเรื่องราวหรือสิ่งที่เป็นแรงจูงใจให้คุณกล้าที่จะทำ มันมีหลายเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของคนที่สามารถออกมาจากความกลัวและทำเรื่องราวดี ๆ ให้เกิดขึ้นกับตัวเอง สิ่งนี้คือเหตุผลว่าทำไมคนถึงชื่นชอบในการซีรีย์เกาหลี หรือซีรีส์ฝรั่งจาก TV 4K และชุดโฮมเธียเตอร์ การใช้ชีวิตและดูที่ฮีโร่ในหนังสามารถสร้างปรากฎการณ์พิเศษได้ แน่นอนว่ามันย่อมทำให้คุณอยากทำได้เช่นกัน
ฮีโร่ในชีวิตจริงที่คล้ายกับฮีโร่ในหนังนั้นมีจริงครับ มันผู้คนจำนวนหนึ่งที่กล้าจะเข้าไปเผชิญกับอันตราย กล้าที่จะฝันเมื่อเผชิญหน้ากับความทุกข์ พวกเขาเหล่านั้นอยากช่วยให้คนอื่นได้ทำความฝันให้เป็นจริง ซึ่งคุณควรเป็นหนึ่งในแรวงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ ด้วยการสร้างความฝันของตัวเองให้ใหญ่ เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนอื่น
3. กล้าที่จะเจอกับความเสี่ยง
ผู้คนที่กล้าจะเผชิญกับความเสี่ยงย่อมได้รับรางวัลที่คุ้มค่ากว่า คุณลองนึกภาพเปรียบเทียบระหว่างบุคคลที่เปิดสำนักงานที่ปรึกษากฎหมายด้วยตนเองกับทนายที่อยู่ในสำนักงานกฎหมายที่ไม่ใช่บริษัทของตนเอง แน่นอนว่าทั้งสองอย่างนี้มีหน้าที่ความรับผิดชอบเหมือนกัน แต่ทนายที่ทำงานอยู่ในสำนักงานกฎหมายจะไม่เกิดความเสี่ยงใดเลย เงินที่จะได้รับก็จะอยู่ที่การประสิทธิภาพในการว่าความล้วน ๆ
ในขณะเดียวกันทนายที่เปิดสำนักงานปรึกษากฎหมายด้วยตนเองนั้นจะได้เงินจำนวนมากและเยอะกว่าทนายที่ทำงานให้สำนักงานกฎหมายหลายเท่าตัว แต่ในอีกทางหนึ่งก็ต้องสุ่มเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเงินอีกเช่นกัน
ดังนั้นผู้ที่ฝันใหญ่ต้องเข้าใจว่ามันย่อมมีความเสี่ยงเข้ามาเกี่ยวข้องมในการตัดสินใจเสมอ ผู้คนส่วนใหญ่ไม่เลือกที่จะเข้าไปเจอกับความสุ่มเสี่ยง เพราะบางทีความเสี่ยงนั้นอาจทำให้พวกเขาสูญเสียทุกอย่างได้ แต่ถ้ากลับไปว่าแล้วชีวิตสีสันของชีวิตของคุณอยู่ตรงไหน ? คุณใช้ชีวิตได้แบบเต็มที่หรือยัง ?
4. ออกมาจากคอมฟอร์ทโซน
แน่นอนว่าพื้นที่คอมฟอร์ทโซนย่อมเป็นที่ที่ดีเสมอ ทุกสิ่งทุกจะเป็นไปอย่างธรรมชาติ แต่อย่างไรก็ดีบางครั้งคอมฟอร์ทโซนก็อาจทำให้ความฝันของคุณนั้นหายไป สำหรับบางคนที่สร้างความฝันของตัวเองให้ใหญ่ คนเหล่านั้นย่อมรู้ดีพวกเขาต้องพาตัวเองให้พ้นจากข้อจำกัดให้ได้ มหาวิทยาลัย Yale ในสหรัฐอเมริกาเคยพูดไว้ว่าความมั่นคงเป็นการปิดกั้นสมอง ถ้าจะให้อธิบายในอีกแง่คือ การอยู่ในคอมฟอร์ทโซน จะทำให้สมองของคุณหยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ
เมื่อคุณกล้าที่จะสร้างความฝันของตัวเอง มันจะช่วยส่งเสริมให้สมองของคุณคิดและจินตนาการที่จะทำให้ตัวเองถึงเป้าหมายที่วางไว้ คุณอาจกังวลว่าคุณจะสามารถทำให้ความฝันของคุณประสบความสำเร็จหรือไม่ ?
คุณอาจเคยเห็นว่า “คบกันมาตั้งหนึ่งปี คนนี้เป็นคนที่ใช่สำหรับเราหรือเปล่า ?” หรือ “อยากที่จะตอบตกลงกับตำแหน่งงานใหม่ที่เข้ามา แต่คุณไม่ชอบหัวหน้าคนใหม่” ทั้งหมดล้วนแล้วการอยู่ในคอมฟอร์ทโซน คุณลองเผชิญหน้ากับมันสักครั้ง แล้วคุณจะได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง
5. การอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ไม่ได้มีผลดีกับใคร
สิ่งที่น่าเศร้าซึ่งเกิดกับทุกที่ในสังคมคือ เมื่อเราประสบความสำเร็จอะไรสักอย่างย่อมจะมีคนที่ไม่ชอบเราอยู่เสมอ การประสบความสำเร็จเป็นบททดสอบความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวและเพื่อนของคุณ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะทำให้คุณไม่กล้าจะสร้างฝันของตัวเองให้ใหญ่
ถ้าคุณกำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น ผมแนะนำว่าอย่าไปตกหลุมพลางครับ เพราะสิ่งเรานั้นจะทำให้คุณอยู่ในกรอบแคบ ๆ เป็นผลให้คุณไม่มีความก้าวหน้าในชีวิต จงคิดไว้ว่าการที่คุณสร้างความฝันของตัวเองให้ใหญ่และทำมันให้เป็นจริง จะเป็นการจูงใจและเป็นตัวอย่างให้เพื่อนหรือครอบครัวของคุณทำตามแบบคุณ และสิ่งที่ดีก็จะเกิดขึ้นกับชีวิตของพวกเขาเอง
ทั้งนี้คุณจะไม่มีทางรู้หรอกว่าความมหัศจรรย์ที่จะเกิดขึ้นเมื่อความฝันที่คุณสร้างไว้นั้นเป็นจริงจะเป็นอย่างไร ผมอยากให้คุณลองนึกจินตนาการว่าตัวเองนั้นเป็นแพทย์มืออาชีพที่สามารถรักษามะเร็งให้ผู้ป่วยสามารถหายขาดได้แบบ 100% โดยไม่มีผลกระทบต่อร่างกาย หรือคุณเป็นคนแรกที่คิดค้นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนชีวิตมนุษย์ได้ทั้งโลก เห็นไหมละครับว่ามันมหัศจรรย์แค่ไหน
แต่ถ้าคุณยังอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ ต่อไปไม่มีทางที่คุณจะไม่เติบโตหรือพบเจออะไรที่น่าสนใจในชีวิตอย่างแน่นอน
6. พิชิตความกลัว
มันมีสองทางเลือกให้กับคุณ นั่นคือการใช้ชีวิตอยู่กับความกลัวหรือใช้ชีวิตอยู่กับความฝัน เมื่อคุณกล้าที่จะสร้างความฝันให้กับตัวเอง แน่นอนว่าชีวิตของคุณก็จะเดินทางไปตามความฝัน ความฝันเป็นเสียงเล็ก ๆ ในตัวของคุณที่บอกว่าคุณสามารถสร้างสิ่งมหัศจรรย์บนโลกใบนี้ได้
ปัญหาคือผู้คนส่วนใหญ่ได้ยินอีกหนึ่งเสียงที่บอกกับคนเหล่านั้นว่า พวกเขาไม่สามารถเดินตามความฝันของตัวเองได้ เพราะเสียงเหล่านั้นจะทำให้คุณคงถึงแต่เรื่องผิดพลาดที่เกิดขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านั้นไม่มีทางทำให้คุณประสบความสำเร็จได้
แต่ในทางกลับกันแล้วความกลัวเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะทำให้คุณกล้าคิดที่จะฝันได้ ลองเลิกสนใจกับปฎิกริยาของคนอื่นต่อตัวของเรา เพราะมันทำให้เราลดคุณค่าตัวเอง ลองหันมา ใช้ชีวิตคนเดียว ให้มีความสุข เลิกคิดถึงแต่สิ่งแย่และคิดเริ่มคิดแต่สิ่งดี ๆ ที่จะเกิดขึ้น เพื่อสุขภาพจิตที่ดี และกล้าที่จะสร้างฝันให้ใหญ่ขึ้น
7. เขียนเรื่องราวของตัวเอง
คุณเคยหยิบหนังสือมานั่งอ่านใต้โคมไฟตั้งโต๊ะ แล้วหลงเข้าไปในเรื่องราวของมันหรือไม่ ? ผมอยากจะบอกว่าหนังสือนั้นดีกว่าหนังหลาย ๆ เรื่อง เพราะหนังสือไม่จำเป็นที่จะต้องมีงบอะไรมากมายในการเขียน ในขณะที่หนังนั้นถูกล้อมกรอบไว้ด้วยกฎหมายและวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ แต่ในหนังสือไม่มีกฎตายตัว ขอแค่คุณหยิบปากกาหรือดินสอ และเริ่มเขียนมันลงไปในสมุด ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณเขียนลงไปจะไม่มีการโดนคอมเมนท์หรือวิพากษ์วิจารณ์ใด ๆ คุณสามารถเขียนมันได้อย่างอิสระโดยไร้ซึ่งขอบเขต
สาเหตุที่ผมแนะนำให้คุณเขียนเพราะว่าการเป็นผู้เขียนและผู้อ่านนั้นเป็นสิ่งที่ต้องใช้จินตนาการ นักเขียนต้องเขียนเรื่องราวของตนเองลงไปในทุก ๆ หน้า และผู้อ่านก็ต้องจินตนาการตนเองให้เข้าไปอยู่ในเรื่องราว ชีวิตของคุณก็เหมือนการหลุดเข้าไปในหนังสือดีเล่มหนึ่ง เมื่อคุณตื่นมาคุณก็จะเริ่มเขียนเรื่องราวใหม่ ๆ ลงไป ไม่มีใครรู้หรอกครับว่าเรื่องราวของคุณจะจบลงอย่างไร แต่ถ้าคุณอย่างให้มันจบได้ด้วยต้องทำอย่างไร ? แน่นอนละครับว่าการตั้งความฝันให้ใหญ่และทำให้มันเป็นจริงย่อมสร้างให้จุดจบของคุณดีได้เสมอ

บทสรุป
ชีวิตของคนเราเปรียบเสมือนของขวัญที่ธรรมชาติให้มา อย่ารีรอช้าที่จะทำสิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้น สร้างความฝันของตัวเองให้ใหญ่เข้าไว้ ไม่ต้องกลัวที่จะผิดพลาด เพราะทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้เดินไปในทางที่คุณคิดเสมอ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่สามารถออกมาจากปัญหาที่พบเจอได้ พยายามตั้งใจทำให้แต่ละวันดีขึ้นไปเรื่อย ๆ แล้ววันหนึ่งคุณจะไปถึงฝันที่ตัวเองตั้งไว้