การเรียนรู้ด้วยตนเองนั้นไม่มีข้อจำกัดทั้งยังสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ อย่างเช่น การอ่านหนังสือเตรียมสอบโทอิค การเรียนทำอาหารด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน การเรียนถ่ายภาพจากกล้องถ่ายรูป หรือแม้แต่การหัดเล่นมือถือรุ่นใหม่ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นการเรียนรู้ทั้งสิ้น ทั้งนี้หลายคนอาจไม่ทราบถึงวิธีหรือขั้นตอนที่จะเรียนรู้ด้วยตนเอง วันนี้ผมจึงมาแนะนำวิธีดี ๆ ที่คุณสามารถนำเอาไปใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ได้ดีขึ้นครับ
สิ่งที่ควรมีเมื่อต้องการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
ความอยากรู้
ความอยากรู้หมายความว่า คุณต้องการที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ไม่ว่าเป็นคำใหม่หรือไอเดียใหม่ ล้วนแล้วแต่เป็นความท้าทายที่เราจะต้องทำความเข้าใจและศึกษามัน
ความอดทน
ความอดทนมักจะขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและระยะเวลาของสิ่งที่เราต้องการเรียนรู้ ทั้งยังรวมไปถึงคำศัพท์และรูปแบบต่าง ๆ ที่เราอาจไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิต
เมื่อคุณต้องเรียนรู้สิ่งนั้นด้วยตัวของคุณเอง มันจะไม่มีใครคอยมาช่วยคอยให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนั้น ดังนั้นการเรียนรู้อาจมีการติดขัดบางเล็กน้อย วิธีที่ดีที่สุดในการเรียนด้วยตัวเองนั้นเราควรเริ่มศึกษาพื้นฐานของมันก่อน เพื่อทำความเข้าใจในเบื้องต้นแล้วจึงค่อยไต่ระดับไปเรื่อย ๆ จนถึงความรู้ที่ยากที่สุดของเรื่องนั้น ๆ
ความอดทนต่อการเรียนรู้เป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อทุกคนที่ต้องการขวนขวายหาความารู้ด้วยตนเอง ไม่มีสิ่งใดในโลกที่เราไม่สามารถเรียนรู้ได้ ขอเพียงแค่คุณพร้อมและตั้งใจเพียงเท่านั้นก็พอแล้ว
การเชื่อมโยง
ในการที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ นั้นคุณต้องนำตัวเองเข้าไปเชื่อมโยงกับสิ่งเหล่านั้น อย่างเช่น หากคุณรู้สึกว่าแคลคูลัสเป็นการคำนวณที่ซับซ้อนและยากเกินกว่าที่คุณจะทำได้ สิ่งแรกที่คุณควรทำคือทำความเข้าใจกับคอนเซปของแคลคูลัสก่อน คุณต้องเชื่อมโยงตัวเองไปกับคอนเซปของมัน เมื่อคุณเข้าใจคอนเซปของมันอย่างถ่องแท้ แน่นอนว่าแคลคูลัสจะเป็นเรื่องที่ง่ายแบบที่คุณไม่เคยคิดมาก่อน

ทำอย่างไรให้การเรียนรู้ด้วยตัวเองมีประสิทธิภาพ
1. ค้นคว้า
ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสำคัญมากที่คุณควรทำเป็นอันดับแรกไม่ว่าจะศึกษาเรื่องใดก็ตาม ซึ่งการค้นคว้าที่ทำให้ง่ายต่อการเรียนรู้มีดังนี้
-
- เรียนรู้จากพื้นฐาน
ทุกวันนี้การค้นคว้าหาความรู้นั้นง่ายขึ้นมาก เพราะเรามีเว็บไซต์อย่าง กูเกิล เสิร์ช (Google) ที่มีข้อมูลให้เราได้เลือกอ่านมากมาย เพียงแค่หยิบคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ก จากนั้นเข้าเว็บไซต์ Google.com และใส่คำค้นหาลงไปมันก็จะขึ้นแหล่งข้อมูลมาให้คุณภายในเวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้น
ทั้งนี้ยังมีพิกิพีเดีย (Wikipedia) ที่เป็นทางเลือกที่ดีในการหาข้อมูลพื้นฐานในเรื่องใหม่ที่คุณกำลังต้องการค้นคว้าหาความรู้ ซึ่งโดยปกติแล้วเว็บไซต์วิกิพีเดียจะขึ้นมาอยู่ในหน้าแรก ๆ ของกูเกิล ดังนั้นหากคุณเห็นเว็บวิกิพีเดียก็อย่าลืมที่จะเข้าไปหาข้อมูลในนั้นนะครับ
-
- หาข้อมูลในหนังสือ
การหาข้อมูลในหนังสือนั้นเราจะได้เค้าโครงของเรื่องที่เราศึกษา วิธีง่าย ๆ ที่ต้องการหาหนังสือคือการไปห้องสมุด โดยคุณสามารถค้นหาหนังสือที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่คุณศึกษาได้โดยการค้นหามันผ่านระบบคอมพิวเตอร์ในห้องสมุด หรือค้นหาตามประเภทของหนังสือ เพราะโดยปกติแล้วห้องสมุดจะมีการแบ่งแยกประเภทของหนังสืออย่างชัดเจน
-
- ใช้แหล่งข้อมูลที่สามารถอ้างอิงได้ในระยะยาว
ในส่วนนี้หมายถึงว่าการใช้ข้อมูลจากหนังสือนั้นเป็นประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากหนังสือนั้นสามารถอยู่กับเราไปได้ตลอด เมื่อเราต้องการศึกษาหรือทบทวนข้อมูล เราสามารถนำเอามันมาอ่านได้เสมอ
2. ฝึกฝน
การนำเอาความรู้ที่มีมาฝึกฝนสามารถช่วยทำให้เราเข้าใจในสิ่งนั้นมากขึ้นและสร้างความจดจำที่ดีให้กับเรา ถึงแม้ว่าหนังสือจะมีแบบฝึกหัวหรือแบบทดสอบมาให้เรา แต่ยังไงก็ตามมันก็ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับการจดสรุปหรือสร้างเว็บบล็อกของตัวเอง การแชร์ข้อมูลที่คุณรู้ลงไปในบล็อกนอกจากที่คุณจะได้ทบทวนข้อมูลที่คุณรู้แล้ว คุณยังได้อ่านคอมเมนต์ที่เป็นมุมมองใหม่ ๆ จากคนอื่นอีกด้วย
3. เครือข่าย
สิ่งนี้ถือเป็นแหล่งข้อมูลและความเข้าใจในเรื่องที่คุณศึกษา หากคุณมีเครือข่ายหรือพูดคุยกับผู้คนที่ความความสนใจคล้าย ๆ กัน การแลกเปลี่ยนข้อมูลและการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียอย่าง เฟสบุ๊ก ก็จะช่วยทำให้คุณเข้าใจถึงแก่นแท้ของข้อมูลได้ง่ายขึ้นกว่าวิธีอื่น ๆ ทั้งนี้คุณยังได้ทบทวนอีกด้วยว่าข้อมูลที่คุณเข้าใจนั้นถูกต้องหรือไม่ เมื่อแชร์ข้อมูลกับผู้อื่น ซึ่งวิธีนี้ถือว่าเป็นการพัฒนาทักษะและความรู้ที่คุณสนใจได้อย่างมีประสิทธิภาพเลยทีเดียว
4. ระยะเวลา
การที่เราจะเรียนรู้ในเรื่องที่มีความซับซ้อน แน่นอนว่าปัจจัยสำคัญคือการใช้เวลาไปกับมัน การซื้อหนังสือมากองไว้บนชั้นวางหนังสือ หรือเปิดเว็บไซต์ข้อมูลต่าง ๆ ทิ้งไว้ ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์แต่อย่างใด สิ่งที่คุณควรจะทำคืออ่านและหยิบปากกาเน้นข้อความ มาขีดสรุปเนื้อหา และจัดการข้อมูลความรู้ที่คุณหามา ซึ่งทางที่ดีคุณควรกำหนดเวลาและตั้งเป้าหมายให้กับตัวเอง เพื่อที่จะได้สร้างวินัยและเรียนรู้ด้วยตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ
บทสรุป
ถึงแม้ว่าการเรียนกับครูผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ จะเป็นวิธีที่ง่าย ทั้งยังลดขั้นตอนในการหาข้อมูลที่น่าเชื่อถือในการศึกษา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเรียนกับผู้เชี่ยวชาญย่อมมีค่าใช้จ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งในบางที่ก็อาจจะมีค่าเล่าเรียนที่สูงจนเกินจะเอื้อมถึง แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่คุณจะหยุดการพัฒนาและเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เพราะการเรียนรู้ไม่จำเป็นที่จะต้องเรียนในห้องเรียนเสมอไป แต่คุณสามารถหาข้อมูลได้จากอินเตอร์เน็ตที่ไร้ขีดจำกัดในการหาข้อมูล การเรียนรู้เกิดขึ้นได้เสมอเพียงแค่เริ่มต้นทำมันด้วยตนเองครับ