การลดน้ำหนักเป็นความตั้งใจและเป็นเป้าหมายของใครหลาย ๆ คน ทางเราเชื่อเหลือเกินว่าไม่มีใครไม่อยากมีรูปร่างที่ดีและมีน้ำหนักตรงตามเกณฑ์มาตรฐาน แต่การลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยค่ะหลายคนพยายามคุมอาหารก็แล้ว ออกกำลังกายก็แล้ว จ้างเทรนเนอร์ก็แล้วแต่ก็ยังไม่เห็นผลที่ชัดเจน แน่นอนว่าเพื่อน ๆ คงเคยได้ยินกันมาบ้างว่าการ “ทานอาหารมีผลต่อการลดน้ำหนักมากกว่าการออกกำลังกาย”
ดังนั้นหากคุณกำลังหาแนวทางในการทานอาหารหรือควบคุมอาหารอยู่ “การกินตามกรุ๊ปเลือดเพื่อลดน้ำหนัก” เป็นทางเลือกที่ดีเลยค่ะและก็มีหลายคนใช้ด้วย เราไปดูกันค่ะว่ากรุ๊ปเลือดของเราควรทานอาหารแบบไหนและไม่ควรทานอะไรบ้าง !!!
การกินตามกรุ๊ปเลือดคืออะไร ต้องทำอย่างไร ?
การกินตามกรุ๊ปเลือดมีแนวคิดแบบง่าย ๆ มากค่ะ เราก็แค่กินอาหารที่เหมาะกับกรุ๊ปเลือดของตัวเองก็ได้แล้ว เชื่อกันว่าการกินตามกรุ๊ปเลือดจะทำให้เรามีสุขภาพดีขึ้นและช่วยลดน้ำหนักได้ อีกทั้งการกินตามกรุ๊ปเลือดจะช่วยเราย่อยอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและหลีกเลี่ยงปฏิกิริยาทางเคมีที่นำไปสู่การหยุดชะงักของฮอร์โมนได้ด้วย

แนวคิดการกินตามกรุ๊ปเลือดได้มาจากแพทย์ด้านธรรมชาติบำบัดที่ชื่อว่า ดร. ปีเตอร์ เจ. ดาดาโม (Dr. Peter J. D’Adamo) ค่ะ เขาเชื่อว่าเลือดสามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีเมื่อผสมกับโปรตีนในอาหาร (บางชนิด) ที่เรียกว่า “เลคติน” ซึ่งปฏิกิริยาทางเคมีนี้จะส่งผลต่อสุขภาพของเราโดยตรง
ทุกคนคงรู้ดีอยู่แล้วค่ะว่ากรุ๊ปเลือดมี 4 ประเภทตามพันธุกรรมขอเรา นั่นก็คือเลือดกรุ๊ป O, กรุ๊ป A, กรุ๊ป B และ กรุ๊ป AB การกินตามกรุ๊ปเลือดจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารที่มีประโยชน์กับเราและไม่เหมาะกับเราเพื่อให้เราสามารถเลือกทานได้ตามต้องการ จากข้อมูลของดร. ปีเตอร์ เจ. ดาดาโมพบว่าการทานอาหารที่ไม่เหมาะกับกรุ๊ปเลือกอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาเซลล์เม็ดเลือดเกาะติดกันเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ค่ะ
กรุ๊ป O : อาหารที่ควรกินและควรหลีกเลี่ยง
เชื่อกันว่าคนที่มีเลือดกรุ๊ป O สามารถย่อยโปรตีนและไขมันได้ดีกว่าคนที่มีเลือดกรุ๊ปอื่น เพราะคนที่มีเลือดกรุ๊ป O มีกรดในกระเพาะอาหารในปริมาณที่สูงกว่า ดังนั้นคนที่มีเลือดกรุ๊ป O ควรรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงแต่ควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารประเภทนมเพื่อแก้ปัญหากรดในกระเพาะอาหารและนมอาจจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนกรุ๊ป O มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นด้วย

10 อาหารที่ควรทาน
- โปรตีนจากสัตว์ เช่น เนื้อวัว, เนื้อแกะ, เนื้อลูกวัว, เนื้อลูกแกะและเนื้อกวาง
- ปลา
- ถั่วเปลือกแข็งส่วนใหญ่ (ดูอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงก่อนเพื่อเช็กชนิดของถั่วเปลือกแข็งที่ควรหลีกเลี่ยง)
- ธัญพืช เช่น บัควีต, ข้าวบาร์เลย์, ข้าวไรย์, ผักโขม, ข้าวสาลีโคราซาน, ข้าวคาชา, ข้าวฟ่าง, สเปลท์ และขนมปังเอเสเคียล
- ผัก เช่น บรอกโคลี, ผักโขม, สาหร่ายทะเล, มะเขือเทศ, อาร์ติโชก, พริกแดงและมันเทศ
- ถั่ว เช่น ถั่วอะดูเกะ, ถั่วอะซึกิ, ถั่วปินโตและถั่วลันเตาดำ
- ผลไม้ เช่น พลัม, มะเดื่อ, ส้มโอและผลไม้ตระกูลเบอร์รีทั้งหมด
- นมถั่วเหลือง
- น้ำมันมะกอก
- เครื่องดื่ม เช่น น้ำโซดา ชาและไวน์
9 อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
- โปรตีน เช่น เนื้อหมู, เนื้อห่าน, ปลาสาก, ปลาแฮร์ริ่งดอง, ปลาดุก แซลมอนรมควัน, ปลาหมึกยักษ์, หอยสังข์และคาเวียร์
- ผลิตภัณฑ์นมและไข่
- ธัญพืช เช่น ข้าวโพด, กลูเตน, ข้าวโอ๊ตและธัญพืชฟารินา
- พืชฝักตระกูลถั่ว (Legumes)
- ผัก เช่น กะหล่ำดาว, ดอกกะหล่ำ, เห็ดชิตาเกะ, อะโวคาโดและต้นหอม
- ผลไม้ เช่น เมลอน, ส้ม, สตรอว์เบอร์รี, แบล็กเบอร์รีและมะพร้าว
- ถั่วแดง
- ถั่วเปลือกแข็ง เช่น เมล็ดป๊อปบี้, ถั่วบราซิล, เม็ดมะม่วงหิมพานต์, ถั่วลิสง และพิสตาชิโอ
- เครื่องดื่ม เช่น เบียร์, กาแฟ, สุรากลั่นและชาดำ
กรุ๊ป A : อาหารที่ควรกินและควรหลีกเลี่ยง
คนที่มีเลือดกรุ๊ป A เป็นกรุ๊ปเลือดของคนปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริงค่ะ เพราะคนที่มีเลือดกรุ๊ป A เหมาะที่จะทานอาหารออร์แกนิกและมังสวิรัติเป็นหลัก อีกทั้งควรจำกัดปริมาณโปรตีนจากสัตว์ แต่สามารถทานโปรตีน เช่น ไก่งวงและไข่ในปริมาณน้อยได้

12 อาหารที่ควรทาน
- โปรตีนจากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้
- ธัญพืช เช่น สเปลท์, ข้าวบาร์เลย์ชนิดเปลือกหุ้มและธัญพืชเพาะงอก
- วอลนัท เมล็ดฟักทองและถั่วลิสง
- น้ำมันมะกอก
- ผลเบอร์รี เช่น บลูเบอร์รีและเอลเดอร์เบอร์รี
- ถั่วและพืชตระกูลถั่วบางชนิด
- ผักโดยเฉพาะผักใบเขียวเข้ม เช่น ผักคะน้า สวิสชาร์ดและผักโขม
- กระเทียมและหัวหอม
- ขิง
- ปลาในทะเลหนาวจัด เช่น ปลาซาร์ดีนและปลาแซลมอน
- ไก่และไก่งวง (ทานได้จำกัด)
- ชาเขียว
17 อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
- เนื้อวัว
- หมู
- เนื้อแกะ
- นมวัว
- มันฝรั่ง มันเทศและมันหวาน
- ผัก เช่น กะหล่ำปลี, มะเขือยาว, มะเขือเทศ, พริกไทยและเห็ด
- ถั่วลิมา
- ผลไม้ เช่น เมลอน, ส้ม, สตรอว์เบอร์รีและมะม่วง
- สัตว์ปีกที่ไม่ใช่ไก่และไก่งวง เช่น เป็ด
- เนื้อกวาง
- ปลา เช่น ปลาบลูฟิช, ปลาสาก, ปลาแฮดด็อก, ปลาเฮอริ่งและปลาดุก
- ธัญพืชและผลิตภัณฑ์จากธัญพืชบางชนิด เช่น รำข้าวสาลี ขนมปังมัลติเกรนและข้าวสาลีดูรัม
- น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์
- คาร์โบไฮเดรตขัดสี เช่น แป้งขาวและขนมปังขาว
- น้ำมันชนิดอื่นที่ไม่ใช่น้ำมันมะกอก
- ส่วนผสมสังเคราะห์
- เครื่องปรุงรสส่วนใหญ่
กรุ๊ป B : อาหารที่ควรกินและควรหลีกเลี่ยง
หากคุณเป็นคนที่มีเลือดกรุ๊ป B ขอแนะนำให้คุณทานเนื้อสัตว์และปลาเยอะ ๆ นอกจากนี้ควรทานผักใบเขียว ไข่และผลิตภัณฑ์จากนมไขมันต่ำ แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหาร เช่น ข้าวสาลี, ข้าวโพด, ถั่วเลนทิล, ถั่วลิสงและมะเขือเทศ เพราะอาหารเหล่านี้อาจส่งผลต่อการเผาผลาญ ทำให้เกิดการกักเก็บของเหลวและภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

11 อาหารที่ควรทาน
- เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อแพะ, เนื้อแกะ, เนื้อกระต่ายและเนื้อกวาง
- เนื้อวัว (ทานได้แบบจำกัด)
- ปลา เช่น ปลาแซลมอน, ปลาซาร์ดีน, ปลาคอด, ปลาฮาลิบัต, ปลาแมคเคอเรล, ปลาเทราท์ทะเล, ปลาโซลและปลาลิ้นหมา
- ผักใบเขียว เช่น บรอกโคลี, กะหล่ำดาว, ผักคะน้า, ผักกะหล่ำปลี, ใบบีท และผักกาดเขียว
- บีทรูท, มันเทศ, มันหวาน, แครอท, กะหล่ำปลีสีแดงและสีขาว, มะเขือยาว, พาร์สนิปและพริกทุกประเภทรวมถึงพริกฮาลาปิโนและพริกหยวก
- ผลิตภัณฑ์นม, โยเกิร์ต, นมไขมันต่ำหรือไม่มีไขมัน, นมแพะหรือชีส เช่น มอสซาเรลลา, ริคอตต้า, คอตเทจและเฟต้าชีส
- ไข่
- เมล็ดธัญพืช เช่น ข้าวโอ๊ต, รำข้าวโอ๊ต, รำข้าว, สเปลท์และลูกเดือย
- ขนมปังข้าวกล้อง, เค้กข้าว, ขนมปังเอเสเคียลหรือขนมปังเอสเซน รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ทำจากข้าวโอ๊ตหรือแป้งข้าวเจ้า
- ชา โดยเฉพาะชาชะเอมเทศและชาเขียว รวมถึงชาสมุนไพรที่มีเปปเปอร์มินต์, ขิง, โสม, เสจ, โรสฮิปหรือใบราสเบอร์รี
- น้ำผลไม้จากสับปะรด, องุ่น, มะละกอและแครนเบอร์รี
11 อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
- เนื้อสัตว์ รวมทั้งไก่ หมูและเป็ด
- อาหารทะเลที่มีเปลือก เช่น ล็อบสเตอร์ ปูและกุ้ง
- ผลไม้ เช่น มะพร้าวและทับทิม
- ผักรวมถึงข้าวโพด, มะเขือเทศ, อะโวคาโดและฟักทอง
- ถั่วเลนทิล
- ข้าวสาลีรวมถึงนมปังและพาสต้า
- ถั่ว เช่น ถั่วการ์บันโซและถั่วดำ
- ชีสรวมถึงบลูชีสและอเมริกันชีส
- เครื่องปรุงรส เช่น ซอสมะเขือเทศ
- เครื่องเทศรวมถึงพริกไทย
- สุรากลั่น เช่น บรั่นดี, วิสกี้, เหล้ารัม, จินและวอดก้า
กรุ๊ป AB : อาหารที่ควรกินและควรหลีกเลี่ยง

คนที่มีเลือดกรุ๊ป AB ควรทานอาหารแบบกึ่งมังสวิรัติ โดยสามารถทานผักและผลไม้ได้เกือบทุกชนิด ส่วนเนื้อสัตว์ไม่เหมาะกับคนกรุ๊ป AB เท่าไหร่ค่ะเพราะต้องใช้กรดไฮโดรคลอริกในกระเพาะอาหารในปริมาณมาก ซึ่งคนกรุ๊ป AB ไม่มี ดังนั้นคนที่มีเลือดกรุ๊ป AB ควรจำกัดการบริโภคเนื้อสัตว์ หากต้องการทานโปรตีนให้ทานเต้าหู้แทน
7 อาหารที่ควรทาน
- เต้าหู้
- เนื้อแกะ, เนื้อลูกแกะ, เนื้อกระต่ายและไก่งวง (ทานได้จำกัด)
- อาหารทะเล เช่น ปลาทูน่า, ปลาคอด, ปลาเก๋า, ปลาเฮก, ปลาแมคเคอเรล, ปลามาฮิมาฮิ, ปลามังค์ฟิช, ปลากะพงแดงอลาสก้า, ปลาไพค์, ปลาจาน, ปลาเทราท์, ปลากะพงแดง, ปลาเซลฟิช, ปลาดุก, ปลาซาร์ดีน, ปลาแชดและปลาสเตอร์เจียน
- ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น โยเกิร์ต, เคเฟอร์, ซาวร์ครีมไร้ไขมัน, ไข่, มอสซาเรลลาชีส, ชีสนมแพะ, ริคอตต้าชีสและนม
- ผลไม้ เช่น พลัม, เบอร์รี, องุ่น, สับปะรด, ส้มโอ, มะนาว, แอปริคอตและมะเดื่อ
- ถั่วและเนยถั่วโดยเฉพาะถั่วลิสงและวอลนัท
- ถั่ว รวมถึงถั่วเลนทิล,ถั่วขาว, ถั่วปินโต, ถั่วแดงและถั่วเหลือง
13 อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
- เนื้อสัตว์ เช่น เบคอนเนื้อแดง, เนื้อวัว, เนื้อควาย, แฮม, เนื้อม้า, เนื้อหมู, เนื้อกระรอก, เนื้อตับอ่อนของลูกวัว, เนื้อเต่า, เนื้อลูกวัวและเนื้อกวาง
- ผัก เช่น อาร์ติโชก, เคเปอร์, เห็ดดำ/เห็ดหอม, มะกอกดำ, ผักดอง, หัวไชเท้า/หัวผักกาดงอกและรูบาร์บ
- พริก เช่น พริกเขียว, พริกฮาลาปิโน, พริกแดงและพริกเหลือง
- ผลไม้ เช่น อะโวคาโด, กล้วย, มะระ, มะพร้าว/กะทิ, ดิวเบอร์รี, ฝรั่ง, มะม่วง, ส้ม, ลูกพลับ, ทับทิม, พริกคลีแพร์, ควินซ์และมะเฟือง
- ธัญพืช เช่น แป้งอาติโชก, บัควีต, ข้าวโพด, ปลายข้าว, ข้าวคามุต, สาคู เส้นโซบะ, ข้าวฟ่าง, มันสำปะหลัง, เทฟฟ์และข้าวสาลี
- ถั่ว เช่น ถั่วอะซูกิ, ถั่วดำ, ถั่วปากอ้า, ถั่วชิกพี, ถั่วแดง, ถั่วลิมาและถั่วงอก
- ถั่ว เช่น เฮเซลนัท
- ไข่เป็ด
- ชีส เช่น บลูชีส อเมริกาชีส บรีชีสและพาร์เมซานชีส
- ผลิตภัณฑ์นม เช่น เนย, ไอศกรีม, บัตเตอร์มิลค์และนมโค
- ผลไม้ เช่น ส้มและกล้วย
- เครื่องปรุงรส เช่น มัสตาร์ด, น้ำส้มสายชูไวน์แดง, น้ำส้มสายชูบัลซามิกและน้ำส้มสายชูข้าว
- เครื่องดื่ม เช่น กาแฟ, น้ำอัดลม, สุรากลั่นและชาดำ
บทสรุป
การรับประทานอาหารตามกรุ๊ปเลือดเป็นแทรนด์ที่ได้รับความนิยมมาก ๆ ในหมู่คนที่ลดน้ำหนักค่ะ ถึงแม้จะไม่มีการศึกษาอย่างเป็นทางการและไม่ได้มีหลักฐานใด ๆ ที่พิสูจน์ได้ว่ามันลดได้จริง แต่การทานอาหารเหล่านี้ก็ไม่ได้เป็นอันตรายเช่นกันค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้นการทานอาหารตามกรุ๊ปเลือดก็เป็นความต้องการส่วนบุคคลเท่านั้นลองทำดูก็ไม่ได้เสียหายอะไรค่ะ แต่นอกจากการทานอาหารแล้วก็อย่าลืมออกกำลังกายร่วมด้วยเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงค่ะ
References :