[รีวิว] TP-Link RE650 AC2600 Wi-Fi Range Extender อุปกรณ์ขยายสัญญาณไวไฟ

อุปกรณ์ขยายสัญญาณไวไฟ TP-Link RE650 AC2600 ช่วยกระจายสัญญาณไวไฟให้ครอบคลุมพื้นที่บ้านของคุณได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องเดินสายให้ยุ่งยาก

คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 9.8 เต็ม 10

(ดูเกณฑ์การให้คะแนนได้ที่นี่)

TP-Link AC2600 Wi-Fi Range Extender รุ่น RE650
รูปภาพจาก tp-link.com
  • ประสิทธิภาพการกระจายสัญญาณ Wi-Fi สูง
  • ครอบคลุมถึง 14,000 ตารางฟุต
  • รองรับการทำงานแบบดูอัลแบนด์ (2.4GHz / 5.0GHz)
  • ความเร็ว 4×4 MU-MIMO
  • รองรับเทคโนโลยีบีมฟอร์มมิ่ง
  • ออกแบบอินเทอร์เฟซมาเป็นอย่างดี ใช้งานง่าย
  • มีแอปพลิเคชั่นที่ใช้งานได้ง่ายคอยรองรับ
  • ขนาดค่อนข้างใหญ่
  • การตั้งค่าต้องใช้เวลาสักครู่
  • ไม่มีการโรมมิ่งอัตโนมัติ
  • มีราคาค่อนข้างสูง

ในปัจจุบัน อินเทอร์เน็ต ได้กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์ไปแล้ว เนื่องจากมันเป็นตัวเชื่อมโยงเครือข่ายมากมายจากทั่วโลกเข้าด้วยกัน ช่วยให้เราค้นหา และเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น สามารถหาคำตอบได้ทันทีเมื่อเกิดความสงสัย สามารถติดต่อสื่อสารกับคนทั่วทั้งโลกได้อย่างรวดเร็ว เกิดเป็นช่องทางในการหารายได้มากมาย และยังมีข้อดีอื่น ๆ อีกเพียบ ทั้งหมดนี้เราจะเห็นได้ว่า อินเทอร์เน็ต มันสารพัดประโยชน์มาก ๆ มันจึงไม่แปลกที่ทุกคนจะขาดอินเทอร์เน็ตไปไม่ได้ โดยในปัจจุบันก็มีโปรโมชั่นอินเทอร์เน็ตอยู่มากมาย หลายแบบ ให้เราเลือกใช้งาน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ อินเทอร์เน็ตบ้าน 

อินเทอร์เน็ตบ้าน หรือที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า เน็ตบ้าน เป็นสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่มีทั้งความเร็ว ความแรง และสัญญาณเสถียรกว่าเน็ตมือถือมาก แต่ปัญหาที่แสนน่าเบื่อของเน็ตบ้านนั่นก็คือ จุดอับสัญญาณ และ ระยะการปล่อยสัญญาณ ครับ ซึ่งเป็นผลมาจาก Wireless Router ที่ใช้อยู่อาจจะมีสเปคต่ำเกินไปสำหรับพื้นที่นั้น ๆ มันจึงทำให้เราไม่สามารถใช้งานได้อย่างทั่วถึง ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาอินเทอร์เน็ตช้า หนึ่งในวิธีที่ง่ายและได้ผลดีที่สุด นั่นก็คือ การใช้ อุปกรณ์ขยายสัญญาณไวไฟ (Wi-Fi Range Extender) ครับ มันสามารถแก้ปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในการติดตั้งใช้งานก็แสนจะง่ายดาย ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องเดินสายแลนให้ยุ่งยาก แถมราคาก็ยังไม่สูงมากอีกด้วย

ดังนั้นในวันนี้เราขอมารีวิวเจ้า TP-Link RE650 AC2600 อุปกรณ์ขยายสัญญาณไวไฟหรือตัวขยายสัญญาณไวเลสจากแบรนด์ที่เป็นผู้นำในวงการอย่าง TP-Link กันครับ ซึ่งเป็นอุปกรณ์เครื่องเล็ก ๆ ที่สามารถช่วยให้คุณใช้สัญญาณไวเลสได้ทั่วถึงทั้งบ้าน โดยรุ่นนี้จะเป็นอย่างไร ? มีอะไรดีบ้าง ? ตามไปดูกันเลยครับ

อุปกรณ์ขยายสัญญาณไวไฟคืออะไร และทำงานอย่างไร ?

อันดับแรกเรามาทำความรู้จักกับ Wi-Fi Range Extender หรือ Wi-Fi Repeater กันก่อนครับ ซึ่งเป็นตัวขยายสัญญาณไวไฟเช่นเดียวกันกับ Router และ Access Point (AP) นั่นแหละครับ โดยมีหน้าที่ช่วยกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตเพื่อจะช่วยให้สัญญาณครอบคลุมพื้นที่ได้มากขึ้น โดย AP รับสัญญาณจาก Router มาปล่อยโดยตรง โดยใช้สัญญาณในวงเดียวกัน ซึ่งการติดตั้งก็ง่าย เราสามารถลากสายแลนจากตัว Router มาต่อเข้ากับ AP ได้โดยตรง ส่วน Extender เป็นการรับสัญญาณมากจาก Router หรือ AP มาอีกต่อนึง แต่จะรับมาทำการทวนสัญญาณใหม่ จากนั้นจึงจะกระจายสัญญาณไวไฟออกมาจากตัวมันเอง ซึ่งผู้ใช้สามารถตั้งค่า เพื่อเปลี่ยนชื่อสัญญาณเป็นของอุปกรณ์ Extender ได้เลย ต่างกับตัว AP ที่จะใช้เครือข่ายวงเดียวกัน ใช้ชื่อเหมือนกับตัวหลักไปเลย ซึ่งแน่นอนครับว่า ในด้านความเร็วของสัญญาณ และความเสถรียร Router และ AP จะมีประสิทธิภาพสูงกว่าอยู่แล้ว เนื่องจากมันมีการรับสัญญาณมากระจายต่อโดยตรง

อุปกรณ์ขยายสัญญาณไวไฟ TP-Link RE650 

TP-Link RE650 AC2600 Wi-Fi Range Extender
TP-Link RE650 AC2600 Wi-Fi Range Extender

สำหรับ TP-Link RE650 AC2600 เป็นอุปกรณ์ขยายสัญญาณที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยในการขยายสัญญาณไวไฟโดยเฉพาะ เพื่อให้สัญญาณไวไฟครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างมากขึ้น สามารถกระจายสัญญาณได้เสถียรและรวดเร็วขึ้น โดยรุ่นนี้สามารถรองรับการทำงานแบบดูอัลแบนด์ (Dual Band Wireless) มาตรฐาน IEEE 802.11ac หรือ Wireless AC2600 ที่ทำงานได้ทั้งในย่านความถี่ 2.4Ghz ที่มีความเร็วสูงสุด 800 Mbps และในย่ายความถี่ 5Ghz ที่มีความเร็วสูงสุด 1733 Mbps ช่วยมอบความเร็วและประสิทธิภาพในการกระจายอินเทอร์เน็ตที่ยอดเยี่ยม ด้วยเสาอากาศที่อยู่ด้านข้างตัวเครื่อง 4 เสา ที่ออกแบบมาให้พับเก็บได้

TP-Link RE650 สามารถสร้างการเชื่อมต่อแบบไร้สายกับ Wireless Router และ Access Point รุ่นใดก็ได้ โดยตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย มีรูปแบบเป็นปลั๊กไฟ ซึ่งเราสามารถนำไปเสียบเข้ากับเต้ารับของปลั๊กหรือปลั๊กพ่วงของที่บ้านได้เลย จากนั้นตั้งค่าอีกไม่กี่ขั้นตอน มันก็สามารถช่วยเพิ่มระยะการครอบคลุมของเครือข่ายไวเลสได้มากถึง 14,000 ตารางฟุต (ในพื้นที่โล่ง)

นอกจากนี้ TP-Link RE650 ยังมาพร้อมเทคโนโลยี Beamforming คอยตรวจจับตำแหน่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่คุณเชื่อมต่ออยู่ ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, โน้ตบุ๊ค, สมาร์ททีวี, เครื่องเกมคอนโซลคอมพิวเตอร์, สมาร์ทโฮมหรืออื่น ๆ โดยตัวเครื่องจะเน้นส่งสัญญาณไปยังตำแหน่งนั้น ๆ เพื่อช่วยให้การเชื่อมต่อที่ทั้งแรงและเสถียรขึ้น และใช้เทคโนโลยี ความเร็ว 4 × 4  MU-MIMO ช่วยให้การขยายสัญญาณมีความนิ่งและเสถียรมากยิ่งขึ้นครับ อีกทั้งยังใช้เทคโนโลยี 4 Stream เพื่อช่วยในการเพิ่มกำลังส่งให้กับสัญญาณ Wi-Fi ส่งผลให้สัญญาณทั้งในย่าน 2.4GHz และ 5GHz มีความเร็วของสัญญาณได้สูงสุด ช่วยให้คุณสามารถทำการไลฟ์สด หรือสตรีม ด้วยคุณภาพระดับ 4K/HD ไปพร้อม ๆ กันได้เลย

ข้อมูลจำเพาะด้านเทคนิคของ TP-Link RE650

TP-Link RE650 AC2600
ประเภทปลั๊ก EU, UK, US
มาตรฐาน และโปรโตคอล IEEE802.11ac, IEEE 802.11n, IEEE 802.11g, IEEE 802.11b
อินเตอร์เฟซ 1 x 10/100/1000M Ethernet Port (RJ45)
ปุ่มกด ปุ่ม WPS, ปุ่ม Reset, ปุ่ม LED และ ปุ่ม Power
กำลังไฟ 12W(max power consumption)
เสาสัญญาณ 4 เสา
Frequency 2.4GHz & 5GHz(11ac)
Signal Rate 5 GHz : Up to 1733Mbps
2.4 GHz : Up to 800Mpbs
Wireless Modes Range Extender / Access Point
Wireless Security 64/128-bit WEP / WPA-PSK / WPA2-PSK
Transmission Power <20dBm(2.4GHz) / <23dBm(5GHz)
ระยะสัญญาณ 14,000 ตารางฟุต
ขนาด 163 × 86 × 40 มม.
น้ำหนัก 598 ก.

ดีไซน์การออกแบบของ TP-Link RE650

ดีไซน์การออกแบบของ TP-Link RE650 AC2600 Wi-Fi Range Extender
ดีไซน์การออกแบบของ TP-Link RE650 AC2600 Wi-Fi Range Extender

ในด้านการออกแบบของ TP-Link RE650 มาในรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดตัวเครื่องค่อนข้างใหญ่ครับ หากเทียบกับ รุ่นอื่น ๆ ที่มีสเปกใกล้เคียงกัน โดยตัวบอดี้ภายนอกส่วนใหญ่ใช้เป็นพลาสติกสีขาวล้วน ด้านข้างสีเทา มีเสาสัญญาณ 4 เสา อยู่ด้านข้างสามารถกางออกและพับเก็บให้เสมอกันได้ ส่วนด้านหลังมีปลั๊กอินที่ออกแบบมาให้สามารถเสียบเข้ากับเต้ารับได้โดยตรง และมีการบอกถึงข้อมูลต่าง ๆ ของเจ้า TP-Link RE650 ไว้ใช้สำหรับการติดตั้งด้วยครับ

ปุ่มต่าง ๆ ของ TP-Link RE650

โดยที่ด้านหน้าจะมีปุ่ม WPS หรือ RE (Range Extender) เป็นปุ่มสำหรับกดให้ตัวเครื่องทำการเชื่อมต่อกับเครือข่าย หากการเชื่อมต่อไม่มีปัญหา มันก็จะขึ้นไฟวงกลมสีฟ้ารอบ ๆ ปุ่ม ถัดลงมาก็เป็นไฟแสดงสถานะการทำงาน 3 จุด โดย 2 จุดแรก เป็นไฟ สถานะสัญญาณ 5Ghz และสถานะสัญญาณ 2.4Ghz ซึ่งบอกถึงสถานะในการปล่อยสัญญาณไวไฟของตัวเครื่อง และอีกจุดเป็น ไฟแสดงสถานะการทำงานของตัวเครื่องเองครับ หากสัญญาณจุดใดมีปัญหา ไฟสีฟ้าจะเปลี่ยนเป็นไฟสีแดง ช่วยให้สามารถจะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน

ส่วนทางด้านขวาของตัวเครื่องจะมีปุ่มเพาวเวอร์, ปุ่ม LED และรูสำหรับทำการรีเซ็ต ถัดขึ้นไปก็เป็นเสาสัญญาณ 4 เสา และช่องระบายอากาศครับ ส่วนฝั่งซ้ายจะมีพอร์ต RJ45 มาให้ สำหรับการเชื่อมต่อโดยใช้สายแลนไปยัง desktop Pc, Smart TV หรือจะเป็น Game Console ก็ได้ครับ ส่วนพื้นที่ว่างที่ขอบเครื่อง บริเวณด้านข้าง รอบ ๆ ตัวเครื่อง รวมถึงด้านหลังของตัวเครื่องส่วนใหญ่จะเป็นช่องระบายอากาศครับ ฉะนั้นหมดห่วงเรื่องความร้อนไปได้เลยครับ

วิธีการเชื่อมต่อตัวขยายสัญญาณไวไฟ TP-Link รุ่น RE650

สำหรับ TP-Link RE650 นั้น ถูกออกแบบมาโดยเน้นที่ความง่ายและความสะดวกสบายในการใช้งาน ทำให้มันมีขั้นตอนการติดตั้งเพียงไม่กี่ขึ้นตอนเท่านั้นครับ โดยขั้นตอนในการเชื่อมสามารถทำได้หลัก ๆ อยู่ 2 วิธีครับ ซึ่งวิธีแรกคือ กดปุ่ม WPS ที่อยู่บน เร้าเตอร์ที่คุณใช้งานอยู่ และมากดปุ่มวงกลมใหญ่ที่ด้านหน้าเจ้า RE650 จากนั้นก็แค่รอจนไฟสถานะติดครับ ซึ่งตัวเครื่องจะเริ่มทำการเชื่อมต่อกันโดยอัตโนมัติภายในไม่กี่นาที จากนั้นก็เข้าไปตั้งค่าต่าง ๆ ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย สำหรับวิธีนี้บางคนก็อาจทำตามไม่ได้ เนื่องจากเร้าเตอร์ที่มากับอินเทอร์เน็ตบางรุ่นก็ไม่มีฟังก์ชัน WPS มาให้ครับ ฉะนั้นหากเร้าเตอร์ของคุณไม่มีปุ่ม WPS มาดูวิธีที่สองกันเลยดีกว่าครับ

แอพลิเคชั่น "TP-Link Tether"
แอปพลิเคชั่น “TP-Link Tether”

ส่วนวิธีที่สองนี้เราจะเซ็ตอัพผ่านอุปกรณ์อื่น ๆ แทนครับ โดยคุณจะใช้โน้ตบุ๊ค, แล็ปท็อป, สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตก็ได้ครับ ไม่ว่าจะเป็น ระบบปฏิบัติการ androidiPadOSWindows หรืออื่น ๆ แต่ในที่เพื่อให้มันง่ายและสะดวกที่สุด ในตัวอย่างนี้ เราจะใช้ สมาร์ทโฟน ในการเชื่อมต่อครับ โดยทำการติดตั้งผ่านแอปพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า “TP-Link Tether” ดังนั้นก่อนอื่นเลยคุณต้องโหลดและติดตั้งแอปพลิเคชั่นให้เรียบร้อยก่อนครับ

หลังจากที่ดาวน์โหลดมาเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการสร้าง ID สำหรับเข้าใช้งาน ซึ่งตัวแอพฯ จะให้ใส่อีเมล และรหัสผ่าน จากนั้นให้ไปกดยืนยันในอีเมล เพียงเท่านี้เราก็สามารถเข้าใช้งานแอปพลิเคชั่น TP-Link Tether ได้แล้วครับ

การเข้าไปตั้งค่า TP-Link RE650
การเข้าไปตั้งค่า TP-Link RE650

เริ่มต้นให้คุณทำการเสียบ TP-Link RE650 เข้ากับปลั๊กไฟโดยที่ไม่ต้องกดอะไรทั้งนั้น จากนั้นให้นำอุปกรณ์ที่ต้องการจะตั้งค่าของคุณมาเชื่อมต่อ (โดยในภาพในตัวอย่างจะเป็นตั้งค่าผ่านสมาร์ทโฟน) มาเชื่อมต่อเข้ากับไวไฟที่ชื่อว่า TP-Link_Extender (หากคุณเคยลองตั้งค่ามาก่อนแล้ว ให้หาวัสดุแหลม ๆ มาทำการจิ้มไปที่รูสำหรับรีเซ็ตตัวเครื่องก่อน เพื่อจะล้างการตั้งค่าอันเก่าทิ้งไปก่อน) ซึ่งถ้าหากใครไม่สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ คุณยังสามารถใช้ Web Browser ในการตั้งค่าได้เช่นกันครับ

แต่หากใช้แอป TP-Link Tether ให้คุณเปิดแอปฯ หากเราเชื่อมต่อสัญญาณไวไฟจากอุปกรณ์ของเราอยู่ เราจะเจออุปกรณ์นั้นอยู่ในหน้าแรกเลยทันที ให้กดเลือกที่อุปกรณ์ของเรา มันจะนำเข้าสู่การตั้งค่าต่าง ๆ ครับ ซึ่งในขั้นแรก ตัวแอปฯ จะให้เราเลือกเครือข่ายที่เราต้องการขยายครับ ทั้ง 2Ghz และ 5Ghz ป้อนรหัสผ่านให้ถูกต้อง จากนั้นกดถัดไปได้เลยครับ

การตั้งค่าชื่อเครือข่าย
การตั้งค่าชื่อเครือข่าย

ส่วนต่อมาจะเป็นการตั้งค่าชื่อเครือข่ายครับ ซึ่งจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนก็ได้ครับ แต่เราแนะนำว่าให้เปลี่ยนชื่อสักหน่อยก็ดีครับ (สามารถเปลี่ยนในภายหลังได้) เพื่อป้องกันการสับสนระหว่างเครือข่ายโฮสต์กับเครือข่ายที่เราขยาย ส่วนรหัสผ่านนั้นจะเหมือนกับเครือข่ายโฮสต์ครับ

การเชื่อมต่อเสร็จสิ้น
การเชื่อมต่อเสร็จสิ้น

จากนั้นแอปพลิเคชั่นจะทำการเซ็ตค่าต่าง ๆ ซึ่งจะให้คุณรอสักครู่ ตัวแอปพฯ ก็จะมีคำแนะนำสำหรับพื้นที่ในการติดตั้งที่เหมาะสมให้ หลังจากนั้นก็เป็นอันเสร็จสิ้นครับ คุณจะพบกับหน้าต่างที่แสดงสถานะการทำงานต่าง ๆ เอาไว้ โดยในหน้านี้คุณสามารถเข้ามาเปลี่ยนชื่อเครือข่ายใหม่ได้ ดูรหัสผ่าน สถานะการเชื่อมต่อ หรือดูจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ก็ได้เช่นกันครับ

ประสบการณ์การใช้งานจริง จาก TP-Link รุ่น RE650

→ การออกแบบ

ประสบการณ์การใช้งานจริง ด้านการออกแบบ และคุณสมบัติ
ประสบการณ์การใช้งานจริง ด้านการออกแบบ และคุณสมบัติ

TP-Link RE650 มาพร้อมกับกล่องบรรจุที่มีความแข็งแรง ภายในกล่องมีการกันกระแทกอย่างดี โดยในกล่อง มีคู่มือการติดตั้งแบบเร็ว (Quick Installation Guide) คู่มือการใช้งาน (User Manual) และเจ้าตัวเครื่อง TP-Link RE650 ที่ผลิตด้วยพลาสติกอย่างดีที่แข็งแรง ทนทาน มาในธีมสีขาวดูเรียบหรู สะอาดตา ตัวเครื่องมีขนาดค่อนข้างใหญ่ เมื่อเทียบกับรุ่นอื่น ๆ แต่ในส่วนการออกแบบและจัดวางปุ่มต่าง ๆ ทำได้อย่างดีเยี่ยม ใช้งานได้ง่ายมาก ๆ แค่เสียบปลั๊กและตั้งค่าอีกเล็กน้อยมันก็สามารถใช้งานได้ทันที โดยมีขาปลั๊กเป็นแบบ 2 ขาทั่วไป ช่วยให้ไม่ต้องซื้อหัวแปลงเพิ่มเติม

ส่วนเสาสัญญาณทั้ง 4 เสา ต่างก็มีการออกแบบที่ดีเยี่ยม ปรับมุมได้อิสระตามต้องการและยังสามารถพับเก็บจนเรียบสนิทกับตัวเครื่องได้ ทำให้มันไม่เกะกะส่งผลให้การใช้งานไม่มีปัญหาใด ๆ ส่วนปุ่มต่าง ๆ ก็อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมครับ โดยปุ่มพาวเวอร์ที่ไม่ค่อยได้ใช้ ก็ถูกจัดวางไว้ด้านข้างตัวเครื่อง ส่วนด้านหน้าจะมีปุ่ม WPS สำหรับการเชื่อมต่อ พร้อมมีไฟแสดงสถานะที่แสดงผลได้อย่างชัดเจน ถ้าหากเกิดสัญญาณขัดข้อง

→ คุณสมบัติต่าง ๆ

และอย่างที่เราบอกไปในตอนต้นครับว่า TP-Link รุ่น RE650 ใช้มาตรฐาน 802.11ac ซึ่งเป็น สัญญาณ Wi-Fi แบบดูอัลแบนด์ ที่รองรับทั้ง ย่านความถี่ 2.4GHz และย่านความถี่ 5.0GHz มอบความเร็วสูงสุดได้ถึง 2600Mbps ซึ่งเร็วพอที่จะใช้ในงานวิดีโอที่มีคุณภาพสูง ๆ ทั้ง Zoom, สตรีมมิ่งดูหนัง อย่าง Netflix, Viu, HBO Go และอื่น ๆ หรือเล่นเกมออนไลน์ฟอร์มยักษ์ อีกทั้งเรายินดีเป็นอย่างมากครับที่ TP-Link RE650 มาพร้อมพอร์ต Gigabit Ethernet (RJ-45 หรือ สายแลน) ให้ด้วย ซึ่งตอบโจทย์มาก ๆ สำหรับอุปกรณ์ที่เป็นรุ่นเก่าที่ยังไม่รองรับ Wi-Fi ในย่านความถี่ 5GHz

→ การตั้งค่าการใช้งาน TP-Link รุ่น RE650

เป็นเรื่องปกติครับที่ตัวขยายสัญญาณไวไฟอาจจะต้องมีการตั้งค่าที่ซับซ้อนไปบ้าง เนื่องจากมันจะมีการสร้างเครือข่าย Wi-Fi ที่เป็นของตนเอง แยกออกมาจากเครือข่าย Wi-Fi หลัก ที่ปล่อยสัญญาณออกมาจากเราเตอร์ที่คุณใช้อยู่ ซึ่งนั่นหมายความว่าคุณจะต้องใช้เวลาในการเซ็ตอัพการเชื่อมต่อกับเราเตอร์ของคุณทั้งในย่านความถี่ 2.4GHz และ 5.0GHz ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาครับ แต่ทาง TP-Link ก็ทำทุกอย่างนี้ให้ง่ายขึ้นด้วยการใช้แอปพลิเคชั่น Tether โดยมีการออกแบบมาเป็นอย่างดี เน้นความเรียบง่าย พร้อมทั้งมีการแนะนำคุณตลอดทุกขั้นตอนในการตั้งค่า ทำให้มันสามารถตั้งค่าได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วครับ

→ ประสิทธิภาพการกระจายสัญญาณไวไฟของ TP-Link รุ่น RE650ประสิทธิภาพการกระจายสัญญาณไวไฟของ TP-Link รุ่น RE650

ในปัจจุบันมีตัวขยายสัญญาณไวไฟที่มีราคาแพงกว่านี้ ซึ่งมีคุณสมบัติการโรมมิ่งข้อมูลที่ซับซ้อนกว่า โดยมันจะสลับอุปกรณ์ของคุณไปมาระหว่างตัวเร้าเตอร์และตัวขยายสัญญาณไวไฟโดยอัตโนมัติ เมื่อคุณเดินจากห้องหนึ่งไปอีกห้องหนึ่งในบ้าน ซึ่งถ้าถามว่ามันเห็นผลชัดเจนหรือไม่ ? ก็คงตอบไม่ได้อย่างเต็มปากครับ เพราะมันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่สิ่งที่ต่างกันเลยก็คือราคาครับ ซึ่ง TP-Link รุ่น RE650 ไม่ได้ใส่ฟังก์ชันนี้มาให้ ทำให้มันยังคงมีราคาที่เหมาะสม และฟังก์ชันที่ให้มาก็สมดุลดีแล้ว เพียงพอต่อการใช้งาน

ซึ่งในส่วนการกระจายสัญญาณไวไฟ ของ TP-Link รุ่น RE650 นั้น ต้องบอกเลยว่า มันช่วยให้อินเทอร์เน็ตไปได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยก่อนหน้านี้เราใช้เร้าเตอร์เพียงอย่างเดียวในการส่งสัญญาณ Wi-Fi โดยติดตั้งไว้ภายในห้อง ซึ่งมันไม่ค่อยแน่นอน บางครั้งก็ถูกตัดออกไปทันที เมื่อเดินห่างออกไปจากห้อง แต่เมื่อลองใช้ RE650 เสียบเข้ากับปลั๊กไฟฟ้าที่อีกจุดหนึ่ง เราก็พบว่า ความเร็ว Wi-Fi ในย่านความถี่ 2.4 GHz มีความเร็วเพิ่มขึ้นจาก 18Mbps เป็น 78Mbps ซึ่งเร็วขึ้นหลายเท่าตัวครับ ส่วนย่านความถี่ 5GHz ก็ดีขึ้นกว่าเดิมเช่นกันครับ โดยเพิ่มจาก 60Mbps เป็น 283Mbps อีกทั้งความเร็วของ Wi-Fi มันมาพร้อมสัญญาณที่ราบรื่น และมีความสม่ำเสมอเพิ่มเข้ามาด้วย ซึ่งประสิทธิภาพดังกล่าวค่อนข้างน่าประทับใจ สำหรับตัวกระจายสัญญาณไวไฟ ในช่วงราคานี้ ดังนั้น TP-Link รุ่น RE650 จะเป็นตัวเลือกที่ดี ในราคาที่คุ้มค่า เหมาะสำหรับทุก ๆ คนที่ต้องการให้สัญญาณ Wi-Fi เข้าถึงพื้นที่ที่เข้าถึงยาก เช่น ชั้นสองของบ้าน บริเวณนอกบ้าน หรือในสวนย่อมครับ


วิเคราะห์ความคุ้มค่าในการซื้อ (คุณภาพของสินค้าเมื่อเทียบกับราคา)

TP-Link RE650 AC2600 คะแนนตัวขยายสัญญาณไวไฟ TP-Link รุ่น RE650

คะแนนความพึงพอใจโดยรวม 9.8 เต็ม 10 

ต้องยอมรับเลยครับว่า TP-Link รุ่น RE650 มีการออกแบบมาดีมาก ๆ ใช้งานง่าย ไม่ได้มีความยุ่งยากซับซ้อนอะไรเลย ประสิทธิภาพการกระจายสัญญาณไวไฟก็ทำได้ดีมาก ๆ ครับ สัญญาณแรง มีความเสถียร และกระจายสัญญาณได้ไกลมาก ซึ่งครอบคลุมพื้นที่บ้านของคุณได้อย่างแน่นอน อีกทั้งยังมาพร้อมคุณสมบัติที่พิเศษอีกมากมายทั้ง การทำงานแบบดูอัลแบนด์ (2.4GHz / 5.0GHz) ที่มอบความเร็วสูงสุดถึง 2,600Mbps ที่รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตหนัก ๆ ได้สบาย ๆ และยังมีการรองรับเทคโนโลยีบีมฟอร์มมิ่ง (Beamforming) ที่ช่วยเน้นกระจายสัญญาณไปยังจุดที่อุปกรณ์ของคุณกำลังเชื่อมต่ออยู่ และฟังก์ชันอื่น ๆ สิ่งเหล่านี้นี่แหละครับ ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาอินเทอร์เน็ตที่มีอยู่ภายในบ้านของคุณได้อย่างหมดจด

ถ้าหากบ้านของคุณมีปัญหาอินเทอร์เน็ตอยู่บ่อย ๆ เช่น เดินไปห้องครัว หรือห้องน้ำ แต่ละครั้ง เน็ตฯ ชอบหลุด หรือกระตุก ซึ่งมันก็คือ อาการของสัญญาณอินเทอร์เน็ตจากเร้าเตอร์ไปไม่ถึง หรือไปถึงได้น้อยนั่นเองครับ เนื่องจากในระหว่างทางสัญญาณอาจเจอสิ่งกีดขวางเยอะเกินไป ฉะนั้นวิธีแก้ปัญหานี้ง่าย ๆ ก็คือการใช้ อุปกรณ์ขยายสัญญาณไวไฟ TP-Link RE650 ครับ ตัวเดียวจบทุกปัญหา โดยแม้ว่ามันจะเป็นรุ่นที่มีราคาค่อนข้างสูงกว่ารุ่นอื่น ๆ ในตลาด แต่ถ้าหากเราเทียบกับสิ่งที่เราจะได้รับแล้ว มันก็ถือว่า น่าลงทุนเป็นอย่างมากครับ

→ ข้อดีของตัวขยายสัญญาณไวไฟ TP-Link รุ่น RE650

  • ประสิทธิภาพการกระจายสัญญาณ Wi-Fi ที่ค่อนข้างสูง ครอบคลุมพื้นที่ได้ถึง 14,000 ตารางฟุต
  • รองรับการทำงานแบบดูอัลแบนด์ ทั้งในย่านความถี่ 2.4GHz และในย่านความถี่ 5.0GHz
  • ใช้เทคโนโยลีแบบใหม่ 4×4 MU-MIMO ช่วยให้กระจายสัญญาณได้รวดเร็วกว่าเดิม
  • รองรับเทคโนโลยีบีมฟอร์มมิ่ง (Beamforming) ช่วยเน้นกระจายสัญญาณไปยังจุดที่อุปกรณ์ของคุณกำลังเชื่อมต่ออยู่
  • มีอินเทอร์เฟซที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ช่วยให้ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น
  • พอร์ต Gigabit Ethernet (RJ-45 หรือ สายแลน) มาให้ด้วย ตอบโจทย์อุปกรณ์เก่า ๆ ได้เป็นอย่างดี
  • มีแอปพลิเคชั่นที่ใช้งานง่าย
  • เชื่อมต่อกับ Router และ Access Point รุ่นใดก็ได้

→ ข้อควรพิจารณา + สิ่งที่อยากให้มีเพิ่มเติม

  • ไม่มีการโรมมิ่งข้อมูลอัตโนมัติ ซึ่งจะสลับอุปกรณ์ของคุณไปมาระหว่างตัวเร้าเตอร์และตัวขยายสัญญาณโดยอัตโนมัติ
  • ขนาดตัวเครื่องค่อนข้างใหญ่ ค่อนข้างเทอะทะเวลาเสียบเข้ากับปลั๊กไฟ
  • การเซ็ตอัพต่าง ๆ หลายขั้นตอน
  • มีราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับรุ่นอื่น ๆ

บทส่งท้าย

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับ TP-Link RE650 ที่เรานำมารีวิวในวันนี้ มันคือเป็นอุปกรณ์ที่สามารถช่วยคุณแก้ไขจุดบอดของเจ้าเร้าเตอร์ได้อย่างหมดจด สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้มากมาย อาทิเช่น สัญญาณไม่ถึง สัญญาณไม่เสถียร หรือมีจุดอับที่บริเวณใดบริเวณหนึ่งของบ้าน เป็นต้น เพียงแค่คุณหาซื้ออุปกรณ์ขยายสัญญาณ นำมาต่อเข้ากับเครือข่ายหลัก ปัญหาต่าง ๆ ก็จะหมดไปครับ สุดท้ายนี้ถ้าหาก TP-Link RE650 มันมีสเปคที่สูงเกินความจำเป็นสำหรับพื้นที่บ้านของคุณ คุณก็สามารถเลือกซื้อ อุปกรณ์ขยายสัญญาณ (WiFi Repeater) รุ่นที่เล็กลงมาได้ ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ และปัญหาสัญญาณของคุณครับ

Next Post