ที่เที่ยวบุรีรัมย์ ปราสาทหิน โบราณสถาน ประวัติศาสตร์ของเมืองไทย

สำหรับแฟนฟุตบอลแล้วคงจะรู้จัก จังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะจังหวัดที่มีสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียง แต่อีกหลาย ๆ คนอาจจะรู้จักจังหวัดนี้จากโบราณสถานที่มีชื่อเสียงและประวัติศาสตร์ยาวนานอย่างปราสาทหิน ดั่งคำขวัญของจังหวัดที่ว่า “เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม เลิศล้ำเมืองกีฬา”  (1) แต่นอกจากโบราณสถานอันงดงามแล้วบุรีรีมย์ยังมีความสวยงามและความน่าหลงใหลซ่อนอยู่อีกมากมาย วันนี้เราเลยอยากจะพาทุกคนมาทำความรู้จักจังหวัดนี้บุรีรัมย์ให้มากขึ้นค่ะ

บุรีรัมย์ เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ตั้งอยู่ในภาคอีสานตอนล่างติดกับจังหวัดขอนแก่น, มหาสารคาม, สุรินทร์, สระก้ว, นครราชสีมา และประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา (1) และเนื่องจากบุรีรัมย์มีสายแดนส้วนหนึ่งติดกับประเทศเพื่อนบ้านทำให้ที่นี่มีวัฒนธรรมบางส่วนที่คล้ายคลึงกันค่ะ อย่างในด้านของภาษา ที่ขอบอกเลยว่าชาวบุรีรัมย์นี่แทบจะพูดได้สองภาษาตั้งแต่เกิดเลยค่ะ นั่นก็คือคนส่วนใหญ่จะพูดภาษาไทยและกัมพูชาปะปนกันค่ะ หรือจะเป็นในส่วนของวิถีชีวิตของชาวบ้านรวมไปถึงความเชื่อต่าง ๆ ที่เรายังสามารถพบเห็นได้ในปัจจุบัน แค่นี้ก็น่าสนใจแล้วใช่ไหมคะ เอาล่ะ อย่ารอช้าเรามาทัวร์สถานที่ห้ามพลาดของบุรีรัมย์ไปพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า




1. ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์

ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์
รูปภาพจาก buriram.mots.go.th
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์
เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 20.00 น. ทุกวัน
ค่าธรรมเนียม ฟรี

ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ในตัวเมืองบุรีรัมย์ เป็นศาลหลักเมืองที่มีการออกแบบและตกแต่งสวยงามอลังการมาก ศาลหลักเมืองแห่งนี้สร้างขึ้นมีปี 2548 (2) เพื่อทดแทนศาลหลักเมืองเก่าที่ได้ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลาค่ะ โดยทางกรมศิลปากรได้มีส่วนในการออกแบบโดยยึดศิลปะขอมโบราณเพื่อเป็นการบ่งบอกถึงเอกลักษณ์และตัวตนของชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ศาลหลักเมืองแห่งนี้จึงมีขนาดใหญ่โต อลังการ สวยงาม ลักษณะของศาลหลักเมืองจะเหมือนองค์ปรางค์ เมื่อเดินเข้ามาภายในตัวศาลหลักเมืองคุณจะได้พบความสวยงามอันวิจิตรบรรจงที่หาดูได้ยาก ซึ่งคุณสามารถถ่ายรูปภายได้ด้วยนะคะ ส่วนภายนอกทางด้านข้างศาลหลักเมืองยังมีศาลเจ้าจีนไว้สำหรับต้อนรับชาวไทยเชื้อสายจีนได้มากราบไหว้กันด้วย ศาลหลักเมืองแห่งนี้ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบุรีรัมย์เลยค่ะ หากใครมาเยือนบุรีรัมย์ก็ไม่ควรพลาดที่จะมากราบไหว้บูชาเพื่อเป็นสิริมงคลค่ะ


2. วัดเขาพระอังคาร

วัดเขาพระอังคาร
วัดเขาพระอังคาร
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์
เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 18.00 น. ทุกวัน
ค่าธรรมเนียม ฟรี

วัดเขาพระอังคารเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่คาดว่าน่าจะสร้างขึ้นในยุคขอมเรืองอำนาจ ซึ่งเราสามารถดูได้จากรูปแบบการสร้างที่มีสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับปราสาทหินเขาพนมรุ้งเลยค่ะ จึงไม่แปลกใจที่วัดเขาพระอังคารจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ด้วยเช่นกัน ซึ่งไม่เพียงแต่สถาปัตยกรรมจะละม้ายคล้ายคลึงกับปราสาทหินเขาพนมรุ้งเท่านั้น แต่ยังมีการเลียนแบบสถาปัตยกรรมรูปแบบอื่น ๆ ร่วมด้วย จึงทำให้ดูมีความสวยงามแปลกตามาก ๆ ค่ะ เมื่อเข้ามาภายในโบสถ์คุณจะพบกับภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เพิ่มลูกเล่นเป็นเวอร์ชันภาษาอังกฤษอีกด้วย เรียกได้ว่าสามารถเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้ดีเชียวค่ะ โดยพื้นที่บริเวณรอบ ๆ นั้นจะเป็นปากปล่องภูเขาไฟที่มอดดับแล้ว ดังนั้นลักษณะทางภูมิศาสตร์ของที่นี่จึงเป็นหินบะซอลต์แบบปากกรวยภูเขาไฟ ซึ่งเนื้อหินนั้นจะเป็นคล้าย ๆ โพรงข่ายที่รู ๆ ที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟนั้นเองค่ะ นอกจากนี้ยังมีโบราณวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่นักท่องเที่ยวมักนิยมเดินทางมาสักการะบูชาด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็น พระอังคารธาตุ, รอยพระพุทธบาทที่จำลองมา, แผ่นเสมาศิลาแกะสลัก หรือที่เรียกว่า “ใบเสมาศิลาแลง 8 คู่ 8 ทิศ” ซึ่งเป็นการแกะสลักแบบศิลปะขอมไพรกเมงค่ะ จึงค่อนข้างมีความสวยและละเอียดละเมียดละไมมาก ๆ ซึ่งยังมีเทวรูปยืนถือดอกบัวที่สลักจากหินให้ได้ชมด้วยนะคะ หากใครที่หลงไหลในศิลปะขอมโบราณไม่ควรพลาดที่จะแวะมาอย่างยิ่งค่ะ


3. วัดเกาะแก้วธุดงคสถาน (วัดระหาน)

วัดเกาะแก้วธุดงคสถาน (วัดระหาน)
รูปภาพจาก thailandtourismdirectory.go.th
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์
เวลาเปิด-ปิด 06.00 – 17.00 น. ทุกวัน
ค่าธรรมเนียม ฟรี

วัดเกาะแก้วธุดงคสถาน หรือจะเรียกอีกชื่อว่า “วัดระหาน” ก็ได้ค่ะ เป็นวัดที่มีบรรยากาศอันเงียบสงบและร่มรื่นมาก ๆ เหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนา ที่วัดแห่งนี้ยังมี “ประดิษฐานพระมหาธาตุรัตนเจดีย์ศรีบุรีรัมย์” ซึ่งเป็นพุทธเจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ด้วยนะคะ ซึ่งอัญเชิญมาจากประเทศไทย ประเทศศรีลังกา และประเทศพม่า มาร่วมไว้ ณ ที่วัดแห่งนี้ โดยหลวงปู่จันทร์แรมมีความปรารถนาให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธเจดีย์ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มากราบสักการะบูชา นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดนอกจากจะมีบรรยากาศที่ร่มรื่นแล้วยังมีนกยูงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากอีกด้วย หากใครที่เป็นสายบุญไม่ควรพลาดที่จะมากราบไหว้สักการหรือมาทำบุญและปฏิบัติธรรมกันค่ะ


4. วัดหงษ์

วัดหงษ์
รูปภาพจากเพจ วัดหงษ์
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์
เวลาเปิด-ปิด 06.00 – 18.30 น. ทุกวัน
ค่าธรรมเนียม ฟรี

วัดหงษ์ หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “วัดศีรษะแรด” ตั้งอยู่ที่อำเภอพุทไธสง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธเจ้าองค์ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นองค์พระพุทธรูปขัดสมาธิปางมารวิชัย มีพุทธลักษณะและศิลปะการสร้างที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยการสร้างจากเนื้อผงหรือเนื้อว่าน นับว่าเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างแท้จริงเลยค่ะ พระเจ้าใหญ่เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวจังหวัดบุรีรัมย์ และเนื่องจากความศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าใหญ่ทำให้ประชาชนนิยมไปกราบไหว้ขอพรกันมากมายและมักจะสมปรารถนาในสิ่งที่ขอ เพียงแต่ต้องมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริงด้วยนะคะ หากใครที่ได้มาบนบานศาลกล่าวไว้และสมความปรารถนาก็จะต้องนำสิ่งของมาถวายแก้บนกับหลวงพ่อ ซึ่งส่วนใหญ่สิ่งที่ใช้ในการแก้บนมักจะเป็นหนังกลางแปลงและการปิดทองคำเปลวค่ะ นอกจากนี้ที่วัดยังมี “พระพุทธรูปที่แกะสลักมาจากนอแรด” ที่ตั้งอยู่ใต้ฐานพระเจ้าใหญ่ด้วยค่ะ หากใครที่เป็นสายบุญหรืออยากมาขอพรกับพระเจ้าใหญ่ ก็อย่าลืมแวะมากราบไหว้ขอพรกันด้วย ซึ่งหากบนบานอะไรไว้แล้วได้ดั่งใจหมายก็อย่าลืมมาแก้บนกันด้วยนะคะ


5. วนอุทยานเขากระโดง

วนอุทยานเขากระโดง
วนอุทยานเขากระโดง
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์
เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 18.00 น. ทุกวัน
ค่าธรรมเนียม ฟรี

วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง (ภูกระโดง) เป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้วแต่ยังคงมีปากปล่องภูเขาไฟให้เห็นอย่างชัดเจน เดิมที่วนอุทยานภูเขาไฟกระโดงมีชื่อว่า “พนมกระดอง” ซึ่งเป็นภาษาเขมรที่แปลได้ว่าภูเขากระดองค่ะ เพราะบริเวณรอบ ๆ นั้นเป็นภูเขาที่มีลักษณะคล้ายกระดองเต่านั่นเอง ซึ่งบนภูเขากระโดงยังมีโบราณสถานสมัยขอมอีกมากมายที่รอให้นักท่องเที่ยวไปชมกัน ไม่ว่าจะเป็น พระพุทธรูปพระสุภัทรบพิตรขนาดใหญ่ หรือจะเป็นรอยพระพุทธบาทจำลอง และนอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่มีวิวทิวทัศน์จากมุมที่สวยมาก ๆ เพราะคุณสามารถมองเห็นตัวเมืองบุรีรัมย์ได้จากจุดนี้เลยค่ะ ทั้งยังรอบล้อมไปด้วยป่าไม้ที่ถือว่าอุดมสมบูรณ์ให้ความร่มรื่นได้เป็นอย่างดี ใกล้ ๆ กันจะมีสะพานแขวนที่สวยงามให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปกันด้วยนะคะ ซึ่งบนสะพานแขวนนั้นคุณจะเห็นความงามของธรรมชาติได้จากมุมด้วยถือเป็นจุดไฮไลท์ที่ตั้งอยู่ในวนอุทยานเขากระโดงเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ใครที่มีเด็กเล็กมาด้วยก็ยังสามารถมาเล่นที่ “สไลเดอร์/สิไหลเด้อ” ซึ่งเป็นสไลเดอร์ที่เด็ก ๆ จะไหลลงไปข้างล่างได้ สำหรับมุมถ่ายรูปอื่น ๆ ที่อยากแนะนำก็คือ “หินลอยน้ำ” ที่เกิดจากจากการระเบิดของภูเขาไฟเป็นหินบะซอลล์ที่ดูด้วยตาเปล่าเหมือนจะเบาและเหมือนกำลังลอยน้ำอยู่แต่จริง ๆ เลยค่ะ ใครที่ชอบท่องเที่ยวเชิงศึกษาหาความรู้ที่นี่เป็นอีกสถานที่ที่ไม่ควรพลาด แล้วคุณจะได้รู้ประวัติของการเกิดภูเขาไฟในประเทศไทยแน่นอน


6. ผ้าฝ้ายภูอัคนี หมู่บ้านเจริญสุข

ผ้าฝ้ายภูอัคนี หมู่บ้านเจริญสุข
ผ้าฝ้ายภูอัคนี หมู่บ้านเจริญสุข
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์
เวลาเปิด-ปิด ทุกวัน 24 ชั่วโมง
ค่าธรรมเนียม ฟรี

ชุมชนบ้านเจริญสุขเป็นศูนย์สาธิตที่จัดทำผ้าย้อมจากดินภูเขาไฟที่ขึ้นชื่อของจังหวัดบุรีรัมย์ เพราะเป็นการนำดินจากภูเขาไฟที่ดับแล้วทั้ง 4 ลูกมาประยุกต์สร้างเป็นจุดขายของผ้าย้อมธรรมดา ๆ ให้มีประวัติที่น่าสนใจซึ่งจะเรียกว่าผ้าทออัคนี เพราะดินที่นำมาใช้นั้นอุดมไปด้วยแร่ธาตุของภูเขาไฟที่ช่วยทำให้ผ้าที่มามีลักษณะนิ่มและมีสีเอิร์ธโทนที่ดูเรียบง่ายเป็นเอกลักษณ์ประจำหมู่บ้าน ถือว่าเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เหมาะแก่การซื้อเป็นของฝากหรือเป็นที่ระลึกมาก ๆ ค่ะ เนื่องจากเป็นการนำเอาวัตถุดิบธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้สินค้ายังสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น เสื้อ ผ้าพันคอ หรือผ้าคลุมไหล่ จากการรวมกลุ่มของชาวบ้านทำให้ชาวบ้านที่นี่มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ใครที่เป็นสายช้อปหากมาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอนเพราะราคาถือว่าไม่ได้สูงมาก


7. เพลาเพลิน บุรีรัมย์

เพลาเพลิน บุรีรัมย์
รูปภาพจากเพจ Play La Ploen
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์
เวลาเปิด-ปิด 09.00 – 18.00 น. ทุกวัน
ค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่ 150 บาท/คน ,เด็ก 80 บาท/คน

อุทยานไม้ดอกเพลาเพลิน เป็นอุทยานไม้ดอกแห่งแรกในอีสานตอนล่างซึ่งเป็นโรงเรือนพันธุ์ไม้ที่ใช้แสดงพันธุ์ไม้ถึง 6 โรงเรือนกันเลยทีเดียว โดยแต่ละโรงเรือนจะมีชื่อเรียกต่างกันไปตามจินตนาการ ดังนี้ค่ะ

  • โรงเรือนที่ 1 สร้างโอกาส สร้างสรรค์ศิลปะโลกรีไซเคิล (The Power Art of Recycle)
    เป็นการจัดแสดงงานศิลปวัตถุที่สร้างสรรค์มาจากขยะรีไซเคิล เป็นการสร้างมูลค่าจากขยะที่ถูกทิ้งแล้ว แต่สามารถนำกลับมาประดิษฐ์สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ รวมถึงการให้องค์ความรู้ในการคัดแยกประเภทขยะ และยังประดับตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ดอกเมืองหนาวหรือพันธุ์ไม้ดอกตามฤดูกาลที่สวยงามตลอดทั้งปี
  • โรงเรือนที่ 2 ป่าดึกดำบรรพ์ (The Prehistoric Zone)
    เป็นการจัดแสดงจำลองยุคไดโนเสาร์ โดยการนำเฟิร์นพันธุ์ต่าง ๆ มากถึง 60 สายพันธุ์มาจัดแสดง
  • โรงเรือนที่ 3 สีสันแห่งธรรมชาติ (Colors of Nature)
    เป็นการจัดแสดงต้นสับปะรดสีและไม้กินแมลง
  • โรงเรือนที่ 4 ลดโลกร้อนด้วยตัวเรา (Global Warming)
    เป็นการจัดแสดงเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และให้ความรู้ที่เกี่ยวกับต้นเหตุที่ทำให้เกิดโลกร้อนอันเป็นผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม
  • โรงเรือนที่ 5 มหาพีระมิด (Great Pyramids)
    เป็นการจัดแสดงพืชทะเลทราย จำพวกต้นตะบองเพชรหรือแคคตัสหลากหลายสายพันธุ์ พร้อมกับการจำลองพีระมิดและสุสานฟาโรห์
  • โรงเรือนที่ 6 เรือนอีสานใต้ (Arts fo Esan)
    จัดแสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่รวมถึงศิลปวัฒนธรรมของอีสานใต้ รวมถึงจัดแสดงดอกไม้ประจำถิ่นเขตร้อน

นอกจากการจัดแสดงพันธุ์ไม้เหล่านี้แล้วที่นี่ยังจัดเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องกัญชาเพื่อการแพทย์ จุดเรียนรู้วิถีเกษตรพอเพียง และอื่น ๆ ไว้ให้ได้ศึกษากัน ใครอยากหาความรู้เรื่องต้นไม้ไม่ควรพลาด และที่นี่ยังเหมาะกับการพาลูกน้อยไปเรียนรู้ธรรมชาติด้วยค่ะ


8. เขื่อนลำนางรอง

เขื่อนลำนางรอง
รูปภาพจาก thailandtourismdirectory.go.th
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ตำบลโนนดินแดง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์
เวลาเปิด-ปิด 08.30 – 22.00 น. ทุกวัน
ค่าธรรมเนียม ฟรี

เขื่อนลำนางรองหรือที่มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “ทะเลสาบแห่งอีสานใต้” เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมาก ๆ ทั้งยังเปิดให้นักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมได้ทุกวันอีกด้วย (รับรองมาแล้วไม่เสียเที่ยวแน่นอนค่ะ) ทั้งนี้ตัวเขื่อนนั้นเป็นพื้นที่ในโครงการพัฒนาพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ได้สร้างเขื่อนขนาดใหญ่ไว้เพื่อใช้สำหรับการเกษตรและยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจให้แก่ผู้คนได้ดีอีกด้วย ซึ่งเมื่อไปถึงบนสันเขื่อนคุณจะได้พบกับชมทัศนียภาพที่สวยที่สุดในในอำเภอโนนดินแดงเลยก็ว่าได้ ทั้งยังมีซุ้มให้นั่งชมวิวทิวทัศน์ริมหาดหรือจะเดินถ่ายภาพเก็บบรรยากาศไปเรื่อยก็ได้ค่ะ เหมาะสำหรับการพักผ่อนที่สุด หากใครไม่สะดวกที่จะลงเล่นน้ำจะนั่งรับลมชมวิวแบบฟิน ๆ หรือจะสั่งอาหารมานั่งรับประทานแบบเพลิน ๆ ที่นี่ก็มีร้านไว้บริการเช่นกัน สำหรับบรรยากาศตอนเย็น ๆ จะเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่มารวมตัวกันทำกิจกรรมบริเวณเขื่อนเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน หรือมาเดินเล่นเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ หากใครกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนแบบนี้ ขอแนะนำว่าเขื่อนลำนางรองเลยค่ะ ไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน


9. ปราสาทเมืองต่ำ

ปราสาทเมืองต่ำ
รูปภาพจาก thailandtourismdirectory.go.th
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์
เวลาเปิด-ปิด 08.00 – 18.00 น. ทุกวัน
ค่าธรรมเนียม ฟรี

ปราสาทเมืองต่ำได้จัดอยู่ในกลุ่มปราสาทมรรคโค (ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู เชื่อว่าสร้างขึ้นมาเพื่อถวายแด่พระศิวะ) สำหรับปราสาทเมืองต่ำนั้นได้รับอิทธิพลการสร้างมาจากศิลปะขอมโบราณแบบบาปวน ซึ่งถือว่าเป็นปราสาทที่มีสระน้ำรอบล้อม โดยทั้ง 4 สระนี้จะใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่สำคัญต่าง ๆ ภายในสระจะมีดอกบัวสีชมพูบานอยู่เต็มสระมองดูแล้วสวยงามมากค่ะ เมื่อเดินมาในปราสาทจะพบกับองค์ประกอบภายในที่กว้างใหญ่มากมายและเต็มเปี่ยมไปด้วยงานแกะสลักจากจากอิฐหินที่ยังคงลวดลายความประณีตของฝีมือช่างสมัยเก่าจนถึงปัจจุบันนี้ มองดูโดยรวมแล้วให้อารมณ์ชวนหลงไหลสุด ๆ เหมือนเราหลุดเข้าไปในนครโบราณเลยก็ว่าได้ค่ะ นอกจากนี้ยังมีสระน้ำบารายหรือที่เรียกว่าทะเลเมืองต่ำตั้งอยู่ที่บ้านโคกเมือง ซึ่งเป็นสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ห่างจากตัวปราสาทไปประมาณ 200 เมตรเท่านั้น หากใครที่ชอบศึกษาด้านโบราณคดีและอยากมาศึกษาเกี่ยวโบราณสถานสมัยเก่าต้องไม่พลาดที่นี่นะคะ รับรองมาแล้วจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน


10. อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง ตำบลตาเป็ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์
เวลาเปิด-ปิด 07.00 – 18.00 น. ทุกวัน
ค่าธรรมเนียม ฟรี

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือ “ปราสาทหินพนมรุ้ง” ที่เรียกว่าเป็นประวัติศาสตร์ของเมืองไทยก็ว่าได้ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ขึ้นชื่อในประเทศไทยและเป็นนิยมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เนื่องจากความสวยงามของตัวปราสาทหินที่สร้างขึ้นจากหินทรายสีชมพู ทั้งยังมีการแกะสลักหินที่สวยสดงดงามเกินคำบรรยายจริง ๆ ค่ะ การเดินทางขึ้นไปยังตัวปราสาทที่ตั้งเด่นเป็นสง่านั้นค่อนข้างลำบากและเหนื่อยเอาเรื่องอยู่เหมือนค่ะ สำหรับใครที่ไม่ค่อยออกกกำลังกายหรือมีปัญหาด้านหัวเข่า อาจจะเหนื่อยจากการขึ้นบันไดที่ชันมาก ๆ เอาได้ แต่ไปถึงแล้วรับรองว่าคุ้มค่ากับความเหนื่อยค่ะ เพราะคุณจะได้สัมผัสกับความมหัศจรรย์ของสถานที่แห่งนี้ เนื่องจากตัวปราสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ทำให้เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นจะมีแสงส่งลอดมาทางประตูทั้ง 15 บานของตัวปราสาทเป็นภาพที่สวยงามเกินบรรยาย ทำให้ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อเป็นอย่างมากของจังหวัดบุรีรัมย์ ใครอยากสัมผัสบรรยากาศแบบนี้อย่าลืมแวะมาเที่ยวที่นี่รับรองคุณจะหลงไหลในความสวยงามแน่นอน

หมายเหตุ : คุณสามารถเลือกขึ้นไปยังด้านหลังตัวปราสาทได้โดยใช้รถ แต่ต้องเสียค่าบริการด้วยนะคะ






เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 10 ที่เที่ยว จังหวัดบุรีรัมย์ ที่แนะนำกันในวันนี้ จังหวับุรีรัมย์ถึงแม้จะเป็นจังหวัดที่ไม่ใหญ่มากแต่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ค่อนข้างจะเป็นที่สนใจของหลาย ๆ คน แต่ไม่ว่าเป็นจังหวัดไหนก็ย่อมต้องมีตัวตนเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละจังหวัดเพื่อเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับจังหวัดเหล่านั้นเสมอ นอกจากภาคอีสานแล้วสถานที่ท่องเที่ยวในภาคอื่น ๆ ก็มีความน่าสนใจและสวยงามไม่แพ้กันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดนครศรีธรรมราช, นครสวรรค์, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง, พังงา, เชียงใหม่, น่าน, ชลบุรี, สงขลา, หรือจุดศูนย์กลางอย่างกรุงเทพมหานคร


References:

  1. จังหวัดบุรีรัมย์
  2. ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์
Ningning

Ningning

Hi guys, I'm Ningning. Graduated from NSTRU in Business English Program. I'd like to sing a song even though my voice is ... Nice to meet you :)

Next Post