10 ที่เที่ยว จ.เลย ที่ไม่ได้มีดีแค่ เชียงคาน และ ภูกระดึง

“เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม ดอกไม้งามสามฤดู ถิ่นที่อยู่อริยสงฆ์ มั่นคงความสะอาด” นี่คือคำขวัญของ “จังหวัดเลย ค่ะ จากคราวที่แล้วเราพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี, จังหวัดนครพนม และจังหวัดหนองคายกันไปแล้ว วันนี้เราจะพาทุกคนไปเที่ยวจังหวัดเลยกันบ้าง ขอบอกเลยว่าจังหวัดนี้นี่ขึ้นชื่อทางด้านสถานที่ท่องเที่ยวอยู่มากมายหลายแห่งด้วยกันค่ะ แต่ก่อนจะไปเที่ยวเรามาทำความรู้จักจังหวัดเลยก่อนดีกว่า เลยเป็นจังหวัดหนึ่งที่อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เป็นอีกจังหวัดที่ตั้งอยู่ติดแม่น้ำโขง ที่มีสภาพภูมิประเทศอันสวยงาม มีอากาศหนาวเย็น และยังเป็นแหล่งเพาะปลูกไม้ดอกไม้ประดับที่สำคัญของประเทศ (1)

ขอแนะนำให้มาจังหวัดเลย ช่วงฤดูหนาวค่ะแล้วคุณจะไม่ผิดหวังแน่นอนกับความสวยงามและบรรยากาศ ยิ่งเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวอยากมาสัมผัสกับอากาศหนาวกันเป็นจำนวนมาก จังหวัดเลยมีหลายอย่างที่เหมือนกับทางภาคเหนือพอ ๆ กับจังหวัดเชียงรายหรือเชียงใหม่เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นภูเขาสูง อากาศหนาว หรือทะเลหมอก ด้วยจุดเด่นเหล่านี้ทำให้มีหลายคนวางแผนการท่องเที่ยวว่าสักครั้งจะต้องไปสัมผัสที่เที่ยวอากาศหนาว ณ เมืองเลยให้ได้

นอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายแล้ว ที่นี่ยังมีประเพณีที่มีชื่อเสียงโด่งดังอีกด้วย อย่างประเพณีผีตาโขนที่เป็นประเพณีเก่าแก่และเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย วันนี้เราจึงมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดหากมาเที่ยวจังหวัดเลยกัน ไปปักหมุดเช็กอินกันเลยค่ะ




แนะนำ ที่เที่ยว จ.เลย สัมผัสอากาศหนาว ชมวิวแสงแรกบนภูเขา ฟินสุด ๆ

1. เชียงคาน

เชียงคาน จังหวัดเลย
เชียงคาน จังหวัดเลย
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง อ.เชียงคาน จ.เลย
เวลาเปิด-ปิด เปิดทุกวัน
ค่าธรรมเนียม ไม่มี

เชียงคาน เป็นอำเภอเล็ก ๆ และเป็นชุมชนเก่าแก่ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ริมแม่น้ำโขงที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาในจังหวัดเลย ที่นี่เป็นชุมชนที่มีการดำรงวิถีชีวิตแบบท้องถิ่นที่มีความเป็นกันเองและเป็นมิตร ผู้คนน่ารักใช้ชีวิตแบบ slow life นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่ต่างหลงใหลกับการใช้ชีวิตของผู้คนที่ถือเป็นเสน่ห์ของชุมชนแห่งนี้ค่ะ แต่เชียงคานไม่ได้มีแต่ชุมชนเก่าแก่ที่น่ารักเท่านั้นนะคะ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ในเชียงคานนั่นคือ สกายวอล์คเชียงคาน เป็นทางเดินกระจกที่สูงจากแม่น้ำโขงถึง 80 เมตร ถือเป็นจุดชมวิวและจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกแห่งในจังหวัดเลย ยิ่งถ้าเป็นช่วงฤดูหนาวจะมีทะเลหมอกให้ได้ชมกันแบบจุใจไปเลย ที่สกายวอล์คแห่งนี้ยังสามารถชมธรรมชาติทั้งทางฝั่งไทยและฝั่งลาวได้อย่างชัดเจนอีกด้วย จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเชียงคานถึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ

นอกจากนี้ยังประเพณีที่ชาวบ้านในชุมชนได้ร่วมกันสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามมาอย่างช้านาน นั่นก็คือการตักบาตรข้าวเหนียว โดยในตอนเช้าตรู่ของทุก ๆ วันจะมีพระสงฆ์และสามเณรออกเดินบิณฑบาตรบริเวณถนนชายโขง การตักบาตรก็เป็นการตักบาตรปกติทั่วไปแต่ที่นี่จะใช้ข้าวเหนียวแทนข้าวสวยค่ะ หากใครมาเยือนเชียงคานแล้วอย่าลืมมาสืบสานประเพณีของที่นี่กันได้นะจ๊ะ


2. ภูทอก

ภูทอก เชียงคาน จังหวัดเลย
ภูทอก อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง อ.เชียงคาน จ.เลย
เวลาเปิด-ปิด เปิดทุกวัน(05.00-08.00 น.เวลาที่เหมาะการดูทะเลหมอก)
ค่าธรรมเนียม 25 บาท / คน

ภูทอก อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในอำเภอเชียงคาน เป็นสถานที่ชมทะเลหมอกอีกแห่งที่ขึ้นชื่อในจังหวัดเลย เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวอันดับต้น ๆ อีกแห่ง เพราะที่นี่มีลักษณะเป็นภูเขาสูงและมีทิวทัศน์ที่สวยงาม มีทะเลหมอกสีขาวโพลนตัดกับแสงสีส้มของพระอาทิตย์ยามเช้าเกิดเป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจ สำหรับสายถ่ายรูปหรือตากล้องไม่ควรพลาดเลยค่ะ แต่การจะมาชมทะเลหมอกที่นี่ให้จุใจต้องมาช่วงฤดูหนาวนะคะ การขึ้นไปชมทะเลหมอกที่ภูทอกแห่งนี้เราสามารถขับรถไปได้จนถึงด้านล่างของภูเท่านั้น ส่วนนี้จะมีจุดจอดรถไว้ให้ ส่วนที่ขึ้นไปดูทะเลหมอกบนภูนั้นจะมีรถกระบะของชาวบ้านไว้รอบริการ ระหว่างทางที่ขึ้นภูจะเป็นเส้นทางค่อนข้างชันและคดเคี้ยวพอสมควรแต่ใช้เวลาเดินทางไม่นาน (ก่อนที่จะขึ้นภูไปชมทะเลหมอก อย่าลืมซื้อตั๋วกันด้วยน๊า)

เมื่อขึ้นไปถึงด้านบนภูแล้วจะเห็นทะเลหมอกปกคลุมได้อย่างชัดเจนและสวยงาม มีมุมสวย ๆ ให้ถ่ายรูป มีชิงช้าให้ได้นั่งชมทะเลหมอกในยามเช้าไปอีก จุดนี้ยังสามารถมองเห็นวิว 360 องศาแบบพาโนรามาของเมืองเชียงคานกันเลย หลังจากที่ได้ดูทะเลหมอกหรือชมวิวทิวทัศน์แล้วเมื่อเดินทางลงมาด้านล่างภูทอกจะเจอกับตลาดเช้าที่มีข้าวของหลากหลายที่ชาวบ้านนำมาขายกัน ไม่ว่าจะเป็น เสื้อกันหนาว ขนมพื้นเมือง รวมไปถึงเหล้าอุ ที่ชาวบ้านทำเองอีกด้วย หรือจะเป็นร้านขายน้ำชา กาแฟแบบชนบทไว้ให้รองท้องกันก่อนกลับ


3. แก่งคุดคู้

แก่งคุดคู้ เชียงคาน จังหวัดเลย
แก่งคุดคู้ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง อ.เชียงคาน จ.เลย
เวลาเปิด-ปิด เปิดทุกวัน
ค่าธรรมเนียม ไม่มี

แก่งคุดคู้ ตั้งอยู่ในอำเภอเชียงคานเช่นกัน ด้วยภูมิทัศน์ของแก่งคุดคู้ที่มีลักษณะเป็นแก่งหินและโขดหินที่อยู่ช่วงเว้าโค้งของแม่น้ำโขงแล้วมีภาพเบื้องหลังเป็นภูเขาที่ชื่อว่า ภูควายเงิน ในช่วงนั่นในแม่น้ำโขงลดลงจะมีโขดหินและแก่งต่าง ๆ โผล่ขึ้นมาให้ได้เห็นกันอย่างชัดเจน การมาเที่ยวที่แก่งคุดคู้โดยส่วนใหญ่จะมาชมพระอาทิตย์ขึ้นจากขอบภูเขาพร้อมแสงสีทองที่สะท้อนกระทบกับแม่น้ำโขง เป็นภาพสุดโรแมนติกและสวยงามมากค่ะ ส่วนในตอนเย็นก็งดงามไม่แพ้กันเราจะได้เห็นแสงสีทองของพระอาทิตย์กระทบกับโขดหินก็สวยงามมากเหมือนกันพร้อมกับจะได้เห็นภาพวิถีชีวิตริมแม่น้ำโขงทั้งสองฝั่ง

แก่งนี้ถือเป็นแก่งขนาดใหญ่อีกแห่งที่เกิดจากการทอดตัวของแนวหินลงในแม่น้ำโขงซึ่งหินแต่ละก้อนที่อยู่ริมฝั่งจะมีสีสันที่สวยงามต่างกันไป กระแสน้ำที่ไหลผ่านบริเวณนี้ค่อนข้างเชี่ยวกรากแต่เมื่อถึงช่วงน้ำแห้งจะมองเห็นเกาะแก่งได้ชัดเจนแล้วยังสามารถเดินไปสัมผัสบรรยากาศนี้กันอย่างใกล้ชิดซึ่งบางช่วงก็จะมีหาดทรายและก้อนหินกลมเงาเรียงรายกันอยู่มากมาย ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะมาเที่ยงชมที่นี่แนะนำเป็นช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคม หรือหากใครอยากจะชมริมสองฝั่งโขงแบบจุใจก็สามารถจองเรือเพื่อล่องชมความงามกันได้ แล้วคุณจะได้ดื่มด่ำความงามของลำนำโขงแบบฟิน ๆ ส่วนบริเวณรอบ ๆ แก่งคุดคู้ได้มีการตกแต่งเป็นสวนสาธารณะเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจที่มีบรรยากาศดี ลมพัดเย็นสบาย ที่เหมาะกับการพักผ่อนเป็นอย่างมาก


4. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง อ.ภูกระดึง จ.เลย
เวลาเปิด-ปิด เปิดทุกวัน ช่วงเดือน ตุลาคม – พฤษภาคม
เวลา 07.00-14.00 น.
ค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่ 40 บาท/คน , เด็ก 20 บาท/คน

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง คำว่า ภู มาจากที่แปลว่าภูเขาส่วน กระดึง แปลว่ากระดิ่ง เป็นภาษาถิ่นของจังหวัดเลย ดังนั้นคำว่าภูกระดึงจึงแปลว่า ระฆังใหญ่ ที่นี่มีเรื่องเล่าขานกันว่าในวันพระชาวบ้านมักได้ยินเสียงกระดิ่งหรือระฆังมาจากภูเขาลูกนี้ ด้วยความเชื่อดังกล่าวจึงได้มีการตั้งชื่อว่า “ภูกระดึง” เป็นต้นมา ภูกระดึจึงเป็นอุทยานแห่งชาติ ที่มีลักษณะเป็นภูเขาหินทรายยอดตัด เป็นป่าที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์จึงมีสัตว์ป่าชุกชุม ดังนั้นอุทยานแห่งชาติภูกระดึงเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากในบ้านเราค่ะ แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวและขึ้นไปพักผ่อนบนยอดภูกระดึงเป็นจำนวนมาก เฉพาะบนยอดเขาภูกระดึงจะปิดฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงเดือนมิถุนายน – กันยายนของทุกปี และจะเปิดให้ท่องเที่ยวอีกครั้งตั้งแต่เดือนตุลาคม – พฤษภาคมของทุกปี

ถ้าหากมาเที่ยวภูกระดึงในช่วงฤดูหนาวขอบอกเลยว่าคุณจะไม่ผิดหวังกับธรรมชาติอันสวยงาม แต่ในช่วงนี้ก็จะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลกันมาเที่ยวค่อนข้างเยอะ โดยส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะมาสัมผัสกับอากาศหนาว มากางเต็นท์ รวมไปถึงการมาเดินชมธรรมชาติ แต่นักท่องเที่ยวต้องมีความแข็งแรงอยู่พอสมควรนะคะ เพราะคุณต้องเดินเท้าขึ้นภูที่มีความสูงประมาณ 400 – 1,200 เมตร โดยใช้เวลาการเดินประมาณ 3 – 5 ชั่วโมง (2) หากใครเป็นสายลุยหน่อยไม่ควรพลาด


5. สวนหินผางาม หรือ คุนหมิงเมืองเลย

สวนหินผางามหรือคุนหมิงเมืองเลย
สวนหินผางามหรือคุนหมิงเมืองเลย จังหวัดเลย
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง อ.หนองหิน จ.เลย
เวลาเปิด-ปิด เปิดทุกวัน เวลา 08.00 -18.00 น
ค่าธรรมเนียม 100 บาท/กลุ่มนักท่อง(ไม่เกิน 10 คน),ค่ารถนำเที่ยว 30 บาท/คน

สวนผาหินงามหรือคุนหมิงเมืองเลย ตั้งอยู่ในอำเภอหนองหิน ภายนอกมีลักษณะเป็นแนวผาหินปูนที่ทอดตัวเป็นแนวยาวสูงใหญ่ท่ามกลางหญ้าเขียวขจี ส่วนภายในมีทางเดินที่สลับซับซ้อน บางช่วงก็ดูลึกลับเหมือนกำลังเดินอยู่ในเส้นทางเขาวงกต บางช่วงต้องมีการปีนป่ายเพิงหินหรือมุดลอดโพล่งถ้ำบ้าง ที่นี่จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยงามไม่เหมือนที่ไหนแน่นอน เป็นความน่าอัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาให้เราได้ชื่นชม ภูเขาหินปูนนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมีพื้นที่กว้างขวางประมาณ 40,000 ไร่ (3การไปเที่ยวชมที่นี่มีอยู่ได้ด้วยกัน 2 แบบคือนั่งรถอีแต๊กเข้าไปซึ่งจะเหมาะกับคนที่ไม่ต้องการเดินไกล และแบบเดินผ่านเส้นทางศึกษาธรรมชาติ สำหรับการเดินชมเส้นทางธรรมชาติจะมีเจ้าหน้าที่เดินนำทางและบรรยายตลอดเส้นทาง มีระยะทางประมาณ 800 เมตรและใช้เวลาประมาณ 45 นาที (3)

เส้นทางเดินนี้ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินเพราะบางจุดจะมีหินโผล่มาบ้างแนะนำให้ใส่รองเท้าหุ้มส้นที่ทำให้สบายต่อการเดิน ระหว่างเส้นทางเดินก็จะมีถ้ำ มีพระพุทธรูปให้ได้แวะสักการะ โดยแต่ละจุดจะมีชื่อเรียกตามรูปร่างตามที่จินตนาการได้ เช่น หน้าผาท้อแท้ ซุ้มคารวะ ซุ้มนรก เป็นต้น บางจุดก็จะได้เห็นซากดึกดำบรรพ์ที่ฝังตัวอยู่ในหิน เมื่อเราเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางแล้ว เราจะได้เจอกับจุดชมวิวที่อยู่ด้านบน ซึ่งเป็นทางเดินที่มีลานหินกว้างเพื่อให้ได้ชมทัศนียภาพภูเขาหินปูนได้รอบ สำหรับใครที่เป็นสายลุย สายผจญภัยก็ไม่ควรพลาดที่นี่เช่นกันค่ะ


6. อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย

อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย
อุทยานแห่งชาติภูสวนทรายจังหวัดเลย
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง อ.นาแห้ว จ.เลย
เวลาเปิด-ปิด เปิดทุกวัน เวลา 08.00 -16.00 น
ค่าธรรมเนียม ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 20 บาท/คน ,เด็ก 10 บาท/คน
ชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 100 บาท/คน ,เด็ก 50 บาท/คน

อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย เดิมชื่ออุทยานแห่งชาตินาแห้ว ตั้งอยู่ในอำเภอนาแห้ว ได้รับการอนุมัติให้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น อุทยานแห่งชาติภูสวยทราย เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2549 (4) เนื่องมาจากภูสวนทรายเป็นภูเขาที่ดีที่สุดในพื้นที่อุทยาน มีภูสันทรายเป็นยอดเขาสูงสุดและเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำเหืองและแม่น้ำแพร่ อุทยานแห่งนี้มีเนื้อที่ประมาณ 73,225 ไร่ (4มีลักษณะเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนตามแนวชายแดนไทย-ลาว เป็นที่ราบสูง ค่อนข้างจะมีความลาดชัน พื้นที่ราบเชิงเขาแทบจะไม่มีเลยและเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์มาก โดยมีสภาพเป็นป่าดิบชื้นจึงทำให้มีสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็นสบายตลอดทั้งปี

ยิ่งในช่วงฤดูหนาวที่อากาศค่อนข้างหนาวเย็นมากจนเกิดน้ำค้างแข็งเกาะบนยอดหญ้าหรือที่เรียกว่า “แม่คะนิ้ง” อุทยานแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอีกแห่งในจังหวัดเลย เพราะด้วยสภาพอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปีเลยทำให้นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นอย่างมาก นอกจากสภาพอากาศแล้ว ที่นี่ยังมี ภูหัวฮ่อม เป็นจุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามจนน่าประทับใจเลยค่ะ ที่นี่สามารถมองเห็นเทือกเขาอันสลับซับซ้อนที่เป็นพรมแดนกั้นเขตแดนระหว่างประเทศไทย – ประเทศลาว โดยที่บริเวณจุดชมวิวจะมีป้ายขนาดใหญ่บอกตำแหน่งของภูเขาลูกต่าง ๆ ไว้ ในบริเวณภูหัวฮ่อมนี้ยังมีพื้นที่สำหรับใช้เป็นลานกางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากมาสัมผัสอากาศหนาวเย็นได้อย่างใกล้ชิด นอกจากจะเป็นจุดชมวิว จุดชมทะเลหมอกแล้ว ที่นี่ยังเป็นจุดดูนกอีกด้วย ภายในอุทยานแห่งนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวให้ได้เที่ยวชมกันอีกมากมายเช่น น้ำตกตาดเหือง, น้ำตกวังตาด, จุดชมวิวเนิน 1408 หรือ หินก่วยหล่อ เป็นต้น เป็นอีกหนึ่งจุดที่เหมาะกับสายธรรมชาติและสายแอดเวนเจอร์


7. ภูบ่อบิด

ภูบ่อบิด
รูปภาพจาก thailandtourismdirectory.go.th
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง อ.เมือง จ.เลย
เวลาเปิด-ปิด เปิดทุกวัน เวลา 05.00 -18.00 น เที่ยวได้ทั้งปี
ค่าธรรมเนียม ไม่มี

ภูบ่อบิด ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองเลย เป็นภูเขาสูงที่มีป่าอุดมสมบูรณ์มากอีกแห่ง ภูบ่อบิดแห่งนี้ถือเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในจังหวัดเลย เราจะสามารถมองเห็นทะเลภูเขาได้อย่างงดงาม ในแต่ละปีที่นี่จะมีนักท่องเที่ยวมาชมความงามของแสงแรกของวันใหม่เมื่อยามพระอาทิตย์ขึ้นโผล่พ้นภูเขาขึ้นมาส่องแสงสีทองที่สะท้อนกับต้นไม้สีเขียว พร้อมกับทะเลหมอกเป็นพื้นขาวราวกับเราได้ยืนอยู่บนก้อนเมฆเป็นอะไรที่สุดจะบรรยาย เมื่อเรายืนอยู่ ณ จุดตรงนี้นอกจากจะเห็นทะเลหมอกอันจุใจแล้วที่นี่ยังสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของอำเภอเมืองเลยได้แบบ 360 องศากันเลยจ้า

ยังไม่หมดเพียงแค่นี้นะคะ ที่นี่ยังเปิดเป็นให้เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติอีกด้วย ภูบ่อบิดจะเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในกลุ่มผู้ที่ชอบเดินออกกำลังกายตอนเช้ามากเพราะระหว่างทางขึ้นมีวิวสองข้างทางที่สวยงาม มาที่ภูบ่อบิดแห่งนี้ไม่ผิดหวังแน่นอนเพราะยามเช้าเราจะได้เห็นทะเลหมอก ช่วงสายหน่อยจะได้เห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองเลย ช่วงเย็นจะได้ชมพระอาทิตย์ตก ช่วงค่ำจะได้เห็นแสงสีในตัวเมืองเลยอันแสนงดงาม ในช่วงค่ำเส้นทางขึ้นภูจะมีแสงไฟไปตามเส้นทางเดินตลอดจนถึงบนสุดเป็นภาพที่สวยจริง ๆ แต่ต้องลงจากภูก่อนเวลา 19.30 น.เพราะหลังจากเวลา 20.00 น.ไฟจะปิดเองอัตโนมัติ


8. อุทยานแห่งชาติภูเรือ

อุทยานแห่งชาติภูเรือ
อุทยานแห่งชาติภูเรือ จังหวัดเลย
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง อ.ภูเรือ จ.เลย
เวลาเปิด-ปิด เปิดทุกวัน เวลา 05.30 -20.00 น
ค่าธรรมเนียม ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 40 บาท/คน ,เด็ก 20 บาท/คน
ชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 200 บาท/คน ,เด็ก 100 บาท/คน

อุทยานแห่งชาติภูเรือ เป็นภูเขาสูง บนยอดเขาเป็นที่ราบกว้าง มีลักษณะแปลกก็คือมีส่วนหนึ่งเป็นผาชะโงกยื่นออกมาเหมือนหัวเรือสำเภาขนาดใหญ่ บนอุทยานแห่งชาติภูเรือนี้มีลักษณะเป็นทิวเขาสลับซับซ้อนสวยงาม บนยอดเขาสูงจะมีอากาศเย็นตลอดปี ในช่วงฤดูหนาวอากาศจะหนาวกว่าปกติจนเกิดเป็นแม่คะนิ้งบนยอดหญ้า ที่นี่เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ทำให้มีสัตว์นานาชนิดมาอาศัยอยู่ และป่าที่อุทยานแห่งนี้มีหลายประเภท เช่น ป่าดงดิบ, ป่าเต็งรัง, ป่าเบญจพรรณ, ป่าสนเขา บางครั้งเรายังมีพันธุ์ไม้พื้นเมืองต่าง ๆ เช่น กุหลาบป่า, เอื้องคำ, เอื้องเงิน และกล้วยไม้ป่านานาพันธุ์เติบโตอยู่บนอุทยานแห่งนี้อีกด้วย

นอกจากทะเลหมอกแล้วเรายังได้ชมดอกไม้เมืองหนาวอีกด้วย สำหรับที่เป็นจุดเที่ยวที่น่าสนใจบนอุทยานแห่งชาติภูเรือก็คือ ผาโหล่นน้อย เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและดูวิวทะเลหมอกอีกหนึ่งจุด เมื่อดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบภูเขาขึ้นมาเราจะเห็นภูเขาแต่ละลูกค่อย ๆ โผล่มาให้เราได้สูดกลิ่นหญ้าและชมความสวยงาม ส่วนใครที่ต้องการกางเต็นท์นอนรับลมหนาวที่นี่ก็มีลานสำหรับให้กางเต็นท์ด้วยซึ่งจะเป็นลานหญ้าโล่ง เราสามารถเลือกกางเต็นท์ได้ตามความเหมาะสมหรือหากใครไม่ได้นำอุปกรณ์การเต็นท์มาทางอุทยานก็มีไว้บริการบริเวณด้านหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ลานกางเต็นท์จะตั้งอยู่ก่อนถึงยอดภูเรือ บนยอดภูเรือยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนาวาบรรพตที่ได้อัญเชิญมาจากอยุธยาให้ได้เคารพกราบไหว้กันด้วย สำหรับในช่วงฤดูหนาวจะมีนักท่องเที่ยวค่อนข้างมาก ขอแนะนำอีกอย่างในการไปเที่ยวบนยอดเขาแบบนี้อย่าลืมพกไฟฉาย, ยาทากันแมลง, แบตเตอรี่สำรองกันด้วยนะ และช่วงเวลาที่เหมาะสมก็แนะนำเป็นช่วงเดือนตุลาคม – มีนาคมค่ะ


9. พระธาตุศรีสองรัก

พระธาตุศรีสองรัก
พระธาตุศรีสองรัก
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง อ.ด่านซ้าย อ จ.เลย
เวลาเปิด-ปิด เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.
ค่าธรรมเนียม ไม่มี

พระธาตุศรีสองรัก ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหมันในอำเภอด่านซ้าย สำหรับพระธาตุศรีสองรักแห่งนี้สร้างขึ้น ณ กึ่งกลางระหว่างแม่น้ำน่านและแม่น้ำโขง เพื่อเป็นสักขีพยานในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างกรุงศรีอยุธยา (ประเทศไทย) กับกรุงศรีสัตนาคนหุต (ประเทศลาว) และได้กระทำสัตยาธิษฐานว่าจะไม่ล่วงล้ำดินแดนของกันและกัน เพราะเหตุนี้จึงทำให้พระธาตุศรีสองรักเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเลย องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่อด้วยอิฐถือปูนที่มีรูปทรงคล้ายพระธาตุพนม มีศิลปกรรมแบบล้านช้าง สำหรับกฎข้อห้ามของการไปไหว้สักการะพระธาตุแห่งนี้คือ ห้ามใส่เสื้อผ้าสีแดงหรือของใด ๆ ก็ตามที่เป็นสีแดง เพราะสีแดงนั้นเปรียบเสมือนสีของเลือด ดังนั้นคนโบราณจึงห้ามไม่ให้ผู้ที่สวมเสื้อผ้าสีแดงเข้าไปบริเวณองค์พระธาตุจนถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันมาจนถึงปัจจุบัน ฉะนั้นหากใครอยากไปเคารพสักการะพระธาตุแห่งควรทำตามกฎที่ทางวัดตั้งไว้อย่างเคร่งครัดด้วยนะคะ

โดยบริเวณรอบองค์พระธาตุมีการปูพรมไว้รอบองค์พระธาตุเพื่อให้ผู้ที่มีจิตศรัทธาสามารถเดินอธิษฐานรอบ ๆ พระธาตุได้ และบริเวณรอบ ๆ องค์พระธาตุยังร่มรื่นไปด้วยต้นลั่นทมหรือลีลาวดีสีขาวซึ่งเข้ากับบรรยากาศภายในวัด สำหรับพระธาตุแห่งนี้จะมีผู้คนหลั่งไหลไปสักการะกราบไหว้กันอย่างไม่ขาดสาย เพราะฉะนั้นทุกวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ของทุกปี ชาวอำเภอด่านซ้ายจะจัดงานสมโภชพระธาตุศรีสองรักขี้น โดยชาวบ้านจะพร้อมใจกันนำ “ต้นผึ้ง” หรือ “ต้นดอกเผิ่ง” (ภาษาอีสาน) นำมาถวายบูชาแด่องค์พระธาตุ โดยมีความเชื่อว่าหากใครมาขอพรองค์พระธาตุแล้วบนบานด้วยต้นผึ้งมักจะสมหวัง ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะสำหรับสายบุญค่ะ


10. วัดเนรมิตวิปัสสนา

วัดเนรมิตวิปัสสนา
วัดเนรมิตวิปัสสนา จังหวัดเลย
แผนที่ กดเพื่อไปยังหน้า Google Maps
ที่ตั้ง อ.ด่านซ้าย อ จ.เลย
เวลาเปิด-ปิด เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 17.58.00 น.
ค่าธรรมเนียม ไม่มี

วัดเนรมิตวิปัสสนา ตั้งอยู่บนเนินเขาห่างจากพระธาตุศรีสองรักไม่มากนัก เป็นวัดที่มีขนาดใหญ่ พระอุโบสถและเจดีย์ภายในวัดก่อสร้างด้วยศิลาแลงทั้งหลัง พระอุโบสถมีการตกแต่งอย่างงดงามตามแบบศิลปะภาคกลางที่เกิดจากสร้างสรรค์และออกแบบโดยพระและเณร ภายในประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลองเป็นพระประธาน พร้อมกับมีจิตรกรรมฝาผนังที่มีลวดลายอ่อนช้อยด้วยศิลปะที่สวยงามและเป็นภาพวาดเกี่ยวกับพุทธประวัติ ภาพพระเวสสันดรชาดก และภาพทศชาติชาดก เป็นฝีมือของช่างเขียนชาวอำเภอด่านซ้ายที่ใช้เวลาในการวาดเป็นเวลาถึง 8 ปีด้วยกัน

ลักษณะของพระอุโบสถเป็นแบบทรงไทยก่ออิฐถือปูนมุงหลังคาด้วยกระเบื้องเซรามิก ฝาผนังเป็นศิลาแลงที่นำมาจากจังหวัดลำพูนและปราจีนบุรี ส่วนพื้นอุโบสถปูด้วยหินแกรนิตสีชมพูที่มีแหล่งหินแกรนิตในจังหวัดเลย ประตูหน้าต่างเป็นไม้มะค่าแผ่นเดียว เมื่อเดินเข้ามาก็จะเห็นความสวยงามได้อย่างชัดเจน ส่วนมณฑปสร้างด้วยศิลาแลงและเป็นที่ตั้งหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อพระมหาพันธ์สีลวิสุทโธที่เป็นผู้ริเริ่มสร้างวัด ตอนที่หลวงพ่อได้ละสังขารไปปรากฏว่าสังขารไม่เน่าเปื่อย จึงทำให้ลูกศิษย์และพุทธศาสกนิกชนสร้างหุ่นขี้ผึ้งขึ้นมาเพื่อเป็นที่สักการะบูชา บริเวณภายนอกมีการตกแต่งสวนและต้นไม้ไว้อย่างร่มรื่น หากใครเดินทางมาที่อำเภอด่านซ้ายหรือเป็นชาวพุทธสายบุญก็ไม่ควรพลาดแวะมาที่วัดเนรมิตวิปัสสนาด้วยประการทั้งปวงนะคะ






และทั้งหมดนี้ก็คือที่เที่ยวในจังหวัดเลยที่เรานำมาแนะนำเพื่อน ๆ ค่ะ ขอบอกว่านี่เป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ เท่านั้นนะคะ จังหวัดเลยยังสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมายจนไม่สามารถนำเขียนแนะนำได้ครบจริง ๆ ค่ะ ไม่อย่างนั้นบทความนี้ยาวเป็นหางว่าวแน่นอน

แต่แค่ 10 สถานที่ที่เราแนะนำก็น่าสนใจจนอยากจะจองตั๋วไปเลยซะเดี๋ยวนี้ แต่ช้าก่อน อย่างที่ได้บอกไปแล้วในช่วงต้น ๆ ว่าเลยเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยป่าเขาและธรรมชาติ ดังนั้นการไปเที่ยวเมืองเลยก้ต้องมีการวางแผนกันหน่อยค่ะ เพราะถ้าไปได้ช่วงหน้าหนาวแล้วเนี่ยขอบอกว่าคุ้มและฟินสุด ๆ แค่คิดว่าจะได้ไปกางเต๊นท์สัมผัสอากาศหนาวเย็น นั่งผิงไฟอุ่น ๆ ดูหมอกขาวตัดกับความเขียวชะอุ่มของธรรมชาติก็รู้สึกมีพลังแล้วค่ะ นอกจากจังหวัดเลยแล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกเยอะเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นน่าน, โคราช, นครนายก, นครสวรรค์, ตรัง, นครศรีธรรมราช หรือกระบี่และภูเก็ตก็น่าสนใจค่ะ ออกไปเที่ยวกันเยอะ ๆ นะคะ


References 

  1. คำขวัญประจำจังหวัดเลย
  2. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
  3. สวนหินผางามหรือคุนหมิงเมืองเลย
  4. อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย
Ningning

Ningning

Hi guys, I'm Ningning. Graduated from NSTRU in Business English Program. I'd like to sing a song even though my voice is ... Nice to meet you :)

Next Post