ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์บ่อยครั้งที่ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ มักมองข้ามความสำคัญ การตรวจเช็คน้ำมันเบรค ในรถของตัวเองไป เนื่องจากน้ำมันเบรคไม่ได้เป็นส่วนที่ส่งผลกระทบต่อผู้ขับขี่โดยตรง เพราะในช่วงแรกจะมีอาการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เริ่มตั้งแต่มีแค่บางช่วงที่เบรคไม่อยู่ บางครั้งเบรคมีอาการอ่อนยวบ ไปจนถึงขั้นร้ายแรงที่สุดก็คือเบรคจม โดยเบรคจะหายไปเลย ไม่มีการตอบสนองใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งแน่นอนครับว่าหากปล่อยให้ถึงขั้นนั้น มันก็อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ครับ
น้ำมันเบรค (Brake Fluid) ถือเป็นส่วนสำคัญของระบบเบรคโดยเฉพาะระบบเบรคของรถมอเตอร์ไซค์ครับ เพราะมันทำหน้าที่ส่งแรงที่คุณบีบก้านเบรค ไปในรูปแบบแรงดัน ถ้าหากน้ำมันเบรคของคุณมีสภาพดี การส่งแรงดันเบรคก็จะสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระบบเบรคมีการตอบสนองอย่างฉับไวและเบรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลับกันหากน้ำมันเบรคในระบบเบรคของคุณเสื่อมสภาพ แน่นอนครับว่า คุณสมบัติการส่งแรงดันเบรคจะลดลง รวมไปถึงค่าความหนืดที่ช่วยการหล่อลื่นเพื่อลดการเสียดสีก็จะลดลงด้วย ส่งผลให้ประสิทธิภาพการเบรคลดลง และชิ้นส่วนของระบบเบรคจะสึกหรอเร็วขึ้นด้วย ดังนั้นคุณก็ต้องตรวจสอบให้แน่ใจอยู่เสมอว่าน้ำมันเบรคที่คุณใช้อยู่นั้นอยู่ในสภาพดีหรือไม่ ?
เนื่องจากน้ำมันเบรคเป็นเหมือนกับยางรถ, น้ำมันเครื่อง, แบตเตอรี่ และชิ้นส่วนอื่น ๆ มันมักมีอายุการใช้งานและยังมีหลายประเภท หลายเกรดให้เลือกใช้ครับ ซึ่งแต่ละประเภทก็จะเหมาะกับการใช้งานในด้านที่ต่างกัน ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ อาจทำให้หลาย ๆ คนเกิดความสับสนและงุนงง ดังนั้นในวันนี้เราจะขอพาทุก ๆ คนมาไขทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับ น้ำมันเบรค (Brake Fluid) กันครับ เพื่อช่วยให้คุณสามารถเลือกใช้น้ำมันเบรคได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับรถมอเตอร์ไซค์ของคุณที่สุด
น้ำมันเบรคมอเตอร์ไซค์ รุ่นไหนดีที่สุด ?
ทำไมจึงต้องเปลี่ยนถ่าย น้ำมันเบรค ?
น้ำมันเบรคที่ใช้ในรถยนต์และจักรยานยนต์ทั่วไปเป็น น้ำมันเบรค สูตรไกลคอล ซึ่งมีคุณสมบัติดูดซับความชื้นได้ โดยมันจะมีการดูดซับความชื้นที่เกิดขึ้นแม้จะปิดผนึกไว้ในระบบเบรคอย่างดีแล้วก็ตาม มันอาจจะดูดซับความชื้นจากสิ่งต่าง ๆ เช่น ซีลยาง และท่ออ่อน เมื่อใช้งานไปเรื่อย ๆ ความชื้นถูกดูดซับมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งนี้ทำให้มีความชื้นสะสมอยู่ในระบบและมันเป็นความชื้นที่สามารถเปลี่ยนสภาพของน้ำมันเบรคได้ ทำให้น้ำมันเบรคเสื่อมสภาพลงเรื่อย ๆ ครับ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ผู้ขับขี่เป็นคนที่ชื่นชอบขับรถด้วยความเร็วสูงอยู่เป็นประจำ และมีการกำเบรคอย่างรุนแรงในจังหวะฉุกเฉิน ความร้อนที่เกิดขึ้นจากการเสียดสีของผ้าเบรคจะถ่ายเทสู่น้ำมันเบรคโดยตรง ซึ่งอาจระบายออกไม่ทัน ทำให้น้ำมันร้อนขึ้นไปจนถึงจุดเดือด และแน่นอนครับ ถ้าหากน้ำมันเบรคร้อนจนถึงจุดเดือด มันก็จะระเหยกลายเป็นไอเกิดขึ้นอยู่ภายในกระบอกสูบเบรคที่ล้อทันที โดยไอเหล่านี้ก็จะเปลี่ยนสถานะไปเป็นของเหลวส่งผลทำให้น้ำมันเบรคไม่มีแรงดันมากพอที่จะส่งผลต่อไปยังลูกสูบเบรค ทำให้เกิดอาการเบรคไม่อยู่ขึ้นได้ และเมื่ออุณหภูมิลดลงน้ำมันเบรคจะดูดความชื้นทั้งหมดที่สะสมอยู่ในระบบมารวมเข้ากับตัวมันเอง ก็ทำให้สามารถเปลี่ยนสภาพของน้ำมันเบรคได้
ด้วยเหตุนี้น้ำมันเบรค (Brake Fluid) จึงจำเป็นจะต้องมีจุดเดือดที่สูง แต่เมื่อความชื้นถูกดูดซับเข้าไปรวมกับน้ำมันเบรคมากขึ้น สิ่งนี้จะส่งผลให้น้ำมันเบรคมีจุดเดือดลดลง อย่างเช่น น้ำมันเบรค DOT 4 ซึ่งเริ่มต้น จะมี จุดเดือดแห้ง 230 °C แต่เมื่อใช้งานประมาณ 1 ปี หรือมีน้ำปนอยู่ 3.7% จุดเดือดจะลดลงมาได้มากถึงประมาณ 75°C ซึ่งเรียกว่า จุดเดือดเปียก ที่จะเหลือเพียง 155 °C นี่คือเหตุผลที่คุณจะต้องเปลี่ยนน้ำมันเบรคตามระยะครับ
เราควรเปลี่ยนถ่าย น้ำมันเบรค บ่อยแค่ไหน ?
สำหรับการใช้งานบนท่องถนนทั่ว ๆ ไปเราขอแนะนำให้เปลี่ยนน้ำมันเบรคทุก ๆ 1-2 ปี ครับ แต่ถ้าคุณรู้ตัวว่าใช้รถหนักมาก ๆ ขับทางไกลทุกวัน มีการใช้ความเร็วสูง ๆ อยู่เป็นประจำ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรคประมาณปีละครั้ง จะเป็นสิ่งที่ดีกว่าครับ เนื่องจากทุก ๆ ครั้งที่คุณเบรค น้ำมันเบรคจะต้องเจอความร้อนเสมอ ฉะนั้นยิ่งคุณขับรถเร็ว และใช้เบรคหนักมากเท่าไหร แน่นอนครับ มันจะส่งผลให้น้ำมันเบรคต้องเจอความร้อนมากขึ้นเท่านั้น และสิ่งนี้จะเป็นตัวที่ทำให้น้ำมันเบรคเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
ถ้าหากคุณกำลังงุนงงและสับสนเกี่ยวกับน้ำมันเบรคสำหรับรถมอเตอร์ไซค์นี่ก็คือ 10 อันดับ น้ำมันเบรคมอเตอร์ไซค์ รุ่นยอดนิยม ในปี 2021 ครับ ที่เราได้พิจารณาและคัดเลือกจากประสิทธิภาพโดยรวม ทำให้ตัวเลือกต่อไปนี้ทั้งหมดมีประสิทธิภาพเกินความต้องการของผู้ขับขี่ทั่ว ๆ ไปอย่างแน่นอนครับ ฉะนั้นคุณสามารถเลือกมาตรฐานให้ตรงกับที่รถมอเตอร์ไซร์ของคุณรองรับก็สามารถใช้งานได้แล้วครับ สำหรับวันนี้เราจะหยิบยกรุ่นอะไรมารีวิวบ้าง ? ตามไปดูกันต่อเลยครับ
เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน
* หมายเหตุ: ราคาตามเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ณ วันที่อัปเดตข้อมูล ซึ่งราคาสินค้านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและโปรโมชั่นของแต่ละร้านค้า
** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว
ตารางเปรียบเทียบ รีวิว น้ำมันเบรคมอเตอร์ไซค์ ยี่ห้อไหนดี | ||||
|---|---|---|---|---|
| รูปสินค้า | ชื่อสินค้า | คุณสมบัติ | ||
มาตรฐานของ น้ำมันเบรค หรือ DOT มีอะไรบ้าง ?
มาตรฐานของน้ำมันเบรค เป็นมาตรฐานที่กระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ (U.S.Department of Transportation) ได้กำหนดเอาไว้ โดยใช้ชื่อมาตรฐานว่า DOT (Department of Transportation) ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงประสิทธิภาพโดยรวมของน้ำมันเบรค (Brake Fluid) เพื่อให้ทุก ๆ คนเข้าใจตรงกันและสามารถเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสม ในปัจจุบันมาตรฐาน DOT ได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีหลายมาตรฐานให้เลือกใช้งานกัน และอาจจะมีเพิ่มมากขึ้นในอนาคตครับ
สำหรับน้ำมันเบรคมอเตอร์ไซค์ที่นิยมใช้งานในปัจจุบันจะมีเพียงมาตรฐาน DOT 3 และ DOT 4 เท่านั้น ครับ ส่วนมาตรฐาน DOT 5.1 นั้น จะมีประสิทธิภาพที่สูงเกินความจำเป็นสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ (เว้นแต่คุณจะมีเหตุผลเฉพาะเจาะจง)
วิธีการเลือกใช้ น้ำมันเบรคมอเตอร์ไซค์
การเลือกน้ำมันเบรคที่เหมาะสมกับรถมอเตอร์ไซค์ของคุณนั้นง่ายมาก ๆ ครับ เนื่องจากที่บริเวณฝากระปุกน้ำมันเบรคผู้ผลิตจะมีการประทับตราประเภท DOT เอาไว้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกันกับที่ใช้ในน้ำมันเบรครถยนต์ ดังนั้นคุณสามารถใช้น้ำมันเบรคที่เหลือจากการเติมในรถยนต์มาใช้กับมอเตอร์ไซค์ได้ หากมีการรองรับมาตรฐานเดียวกัน
นอกจากนี้ให้พิจารณาจากการใช้งานของคุณอย่างเช่น ถ้าหากเป็นรถครอบครัวหรือรถออโตเมติก สำหรับขับไปจ่ายตลาด มีการใช้งานทั่วไป ไม่หนักมาก น้ำมันเบรคมาตรฐาน DOT 3 รุ่นเริ่มต้นก็เพียงพอแล้วครับ ส่วนรถมอเตอร์ไซค์ 150cc, รถครูสเซอร์, รถมอเตอร์ไซค์ 300cc หรือข้ามไปเป็นซุปเปอร์ไบค์ที่สามารถทำความเร็วสูง ๆ ได้ คุณสามารถเลือกใช้น้ำมันเบรคได้ตั้งแต่ DOT 3 ไปจนถึง DOT 4 เลยครับ แต่อาจจะต้องเลือกน้ำมันเบรคที่มีจุดเดือดสูงกว่าค่ามาตรฐานขึ้นมาถ้าหากคุณเป็นคนที่ขับรถด้วยความเร็วสูงเป็นประจำ
ข้อควรระวังในการเติม น้ำมันเบรค !
น้ำมันเบรคคุณภาพสูง ๆ มักจะมาพร้อมกับฤทธิ์กัดกร่อนที่รุนแรง เนื่องจากในน้ำมันเบรคคุณภาพสูงจะมีการผสมสาร เอทิลีนไกลคอล (Ethylene Glycol) เพื่อเพิ่มจุดเดือดให้กับน้ำมันเบรค ซึ่งสารเอทิลีนไกลคอล มีฤทธิ์ในการกัดกร่อน และทำละลายสูง ฉะนั้นถ้ายิ่งน้ำมันเบรคมีจุดเดือดที่สูงมากเท่าไหร่ แสดงว่ามีการผสมเอทิลีนไกลคอลมาก คุณก็ควรระมัดระวังให้มากเท่านั้นครับ เพราะถ้าหากน้ำมันเบรคโดนสีรถขึ้นมา มันอาจจะกัดกร่อนจนสีรถของคุณพุพองและลอกร่อน ดังนั้นทางที่ดีที่สุด คือ ระวังอย่าให้น้ำมันเบรคหกเลอะเทอะเป็นอันขาด
แต่ถ้าหากมีน้ำมันเบรคหกใส่สีรถของคุณ สิ่งที่คุณควรทำก็คือ ให้รีบนำผ้าสะอาดมาซับน้ำมันเบรคที่หกเลอะเทอะออกในทันที แต่ห้ามถูวนโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้น้ำมันเบรคกระจายเป็นวงกว้างมากขึ้น จากนั้นจึงใช้น้ำเปล่ามาฉีดล้างไปเรื่อย ๆ จนคุณมั่นใจว่าน้ำมันเบรคถูกชะล้างออกหมดแล้วจึงนำผ้าสะอาดมาเช็ดอีกครั้งครับ
บทส่งท้าย
น้ำมันเบรคไม่เพียงทำหน้าที่เป็นตัวกลางภายในสายเบรคเท่านั้นแต่น้ำมันเบรคยังต้องรับมือกับความร้อนที่เกิดจากการเสียดสีกันระหว่างจานเบรคและผ้าเบรคด้วย เพื่อป้องกันการสึกหรอของระบบเบรค และช่วยให้ระบบเบรคยังคงสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เมื่อคุณมีการใช้งานไปสักระยะนึง จุดเดือดของน้ำมันเบรคจะค่อย ๆ ลดลง ครับ เนื่องจากการเสื่อมสภาพของน้ำมันเบรคที่เกิดมาจากความร้อน สารปนเปื้อน และความชื้น ปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้ระบบเบรคมีประสิทธิาพลดลง ซึ่งอาจทำให้เกิดสถานการณ์ที่เลวร้ายขึ่นได้ เพราะฉะนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ เราขอแนะนำให้คุณ หมั่นตรวจเช็คน้ำมันเบรคอยู่เสมอ เลือกใช้น้ำมันเบรคคุณภาพสูง และควรทำการเปลี่ยนถ่ายตามระยะเวลา เพื่อให้ระบบเบรคทำงานด้วยประสิทธิภาพสูงสุดอยู่เสมอ