• Affiliate Policy
  • Contact Us
  • Content Policy
  • Global Styles
  • Our Services
  • Our Story
  • Privacy Policy
  • ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการเว็บไซต์
  • ต้องการให้เรารีวิวสินค้า ?
  • ติดต่อเรา
  • ยี่ห้อไหนดี
  • รวมโปร 7.7 สินค้าลดราคา ดีลดีเบสท์รีวิวเลือกให้
  • รีวิว สินค้า
  • รีวิวสินค้า ซื้อรุ่นไหน ยี่ห้อไหนดี เราคัดของดีมาให้คุณ
  • สาระน่ารู้
  • สินค้าที่เราเลือกมาแนะนำ
  • หมวดหมู่สินค้าที่ถูกเลือก โดยเบสท์รีวิว
  • เกี่ยวกับเรา
    • About us
  • เทศกาลถือศีล-กินเจ: แนะนำวัตถุดิบ / สูตรเมนูอาหารเจ
  • เบสท์รีวิว
  • แนะนำสินค้า ซื้อยี่ห้อไหนดี ?
  • ไอเดีย วันวาเลนไทน์
Best Review Asia
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
  • สาระน่ารู้
No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
  • สาระน่ารู้
No Result
View All Result
Best Review Asia
No Result
View All Result

หูฟังเกมมิ่ง ยี่ห้อไหนใช้ดี

Team BR โดย Team BR
August 24, 2026
ใน หูฟัง
0

ต้องยอมรับครับว่าเกมในทุกวันนี้พัฒนาไปไกลมาก ทั้งในเรื่องของภาพ, เสียง และเอฟเฟคต่าง ๆ อีกทั้งแพลตฟอร์มในการเล่นเกมก็หลากหลาย มีให้เราได้เลือกเล่นทั้งใน PC, Mac, Playstation 5, Playstation 4, Nintendo Switch, Xbox, และเครื่องเล่นเกมคอนโซลต่าง ๆ โดยสาเหตุที่เกมพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากเกมสามารถสร้างความผ่อนคลาย ลดความเครียดจากการเรียนและการทำงาน ถือเป็นหนึ่งกิจกรรมซึ่งเข้าถึงคนได้ทุกกลุ่มวัย

อย่างไรก็ดีการเล่นเกมได้สนุกและเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราก็จะต้องมีอุปกรณ์ซัพพอร์ตดี ๆ หากคุณเล่นเกมผ่าน PC ก็ต้องมี คีย์บอร์ดเกมมิ่ง, เมาส์เกมมิ่ง, การ์ดจอ สำหรับเล่นเกม แรง ๆ หรือหากคุณเล่นเกมด้วยมือถือเกมมิ่ง นอกจากจอยเกมมือถือแล้วก็มีอีกหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญที่ชาวเกมเมอร์แทบทุกคนควรมีคือ ‘หูฟังเกมมิ่ง’ เนื่องจากประสิทธิภาพและคุณภาพของเสียงจะดีหรือไม่ดีอยู่ที่หูฟังเป็นหลักเลยครับ โดยหลายคนอาจจะคิดว่าหูฟังทั่วไปอย่าง หูฟังออกกำลังกาย, หูฟังเน้นเบส, หูฟังบลูทูธ หรือหูฟัง True Wireless ทั่วไปก็สามารถใช้ได้เช่นกัน

ซึ่งก็คงปฏิเสธไม่ได้ครับว่ามันใช้ได้ แต่หูฟังเหล่านี้ไม่ได้ตอบโจทย์สำหรับการเล่นเกม เพราะหูฟังปกติจะเป็นระบบ Stereo ที่จะปล่อยเสียงออกมา 2 ทางเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันเกมส่วนใหญ่มีเอฟเฟคเสียงค่อนข้างหลากหลาย ดังนั้นหูฟังจึงจำเป็นจะต้องปล่อยเสียงได้หลากหลายทิศทาง เพราะเสียงสามารถบอกตำแหน่งของคู่ต่อสู้หรือมอนสเตอร์ จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมส่วนใหญ่หูฟังเกมมิ่งถึงเป็นระบบ Virsual Surround ที่มีคุณสมบัติปล่อยเสียงได้รอบทิศ เพื่อตอบโจทย์ชาวเกมเมอร์ให้เล่นเกมสนุกและดียิ่งขึ้น

หูฟังเกมมิ่ง ผู้หญิงใส่หูฟัง ผู้หญิงเล่นคอมพิวเตอร์ ผู้หญิงนั่งเล่นเกมส์
หูฟังเกมมิ่ง

หูฟังเกมมิ่งแบบไหนเหมาะกับคุณมากที่สุด

  • หูฟังเกมมิ่งที่ดีที่สุด ,หูฟังเกมมิ่ง โทรศัพท์ : หูฟังเกมมิ่ง STEELSERIES ARCTIS PRO WIRELESS ปี 2022
  • หูฟังเกมมิ่ง razer : หูฟังเกมมิ่ง Razer BlackShark V2 Pro Wireless Esports Headset
  • หูฟังเกมมิ่ง Hyperx : HyperX Cloud Stinger Gaming Headset รุ่น HX-HSCS-BK/AS
  • หูฟังเกมมิ่ง ราคาไม่เกิน 1000 : หูฟังเกมมิ่ง EGA TYPE H8 Gaming Headset 7.1 Virtual Surround
  • หูฟังเกมมิ่งไร้สาย: หูฟังเกมมิ่ง CORSAIR Gaming Headset HS70 PRO WIRELESS Gaming Headset

หูฟังเกมมิ่ง vs หูฟังทั่วไป ต่างกันอย่างไร ?

หูฟังเกมมิ่งโดยปกติจะเป็นระบบเสียง Virsual Surround ซึ่งจะปล่อยเสียงออกมาได้รอบทิศทาง ทำให้คนที่เล่นเกมสามารถจะทราบทิศทางของเสียงภายในเกมได้ อีกทั้งเสียงก็จะมีความเคลียร์และค่อนข้างมีเสียง Bass ที่แน่น เพื่อทำให้การเล่นเกมนั้นเร้าใจยิ่งขึ้น

ส่วนหูฟังทั่วไปจะเน้นสำหรับการฟังเพลงหรือดูหนัง ซึ่งแน่นอนว่าระบบหูฟังอาจจะไม่ได้ Surround หรือปล่อยรอบทิศทางขนาดนั้น นอกจากนี้ยังมีจุดหนึ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนคือหูฟังเกมมิ่งจะมาพร้อมกับไมค์สำหรับการพูดคุย แต่หูฟังทั่วไปจะไม่มีไมโครโฟนติดมาด้วย

วิธีการเลือกหูฟังเกมมิ่ง ที่ดีที่สุด

1. หูฟังสามารถเชื่อมต่อกับอะไรได้บ้าง ?

เหล่าเกมเมอร์หรือคนรักเกมคงจะรู้กันอยู่แล้วครับว่าแพลตฟอร์มหรือเครื่องเล่นเกมในยุคปัจจุบันมีให้เลือกเล่นเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น Playstation, Pc, Mac หรือ Xbox โดยทั่วไปแล้วสายต่อของหูฟังจะเป็น 3.5mm ซึ่งเป็นสายพื้นฐานที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้หลากหลาย หรือเรียกว่าเป็นพอร์ตสากลที่อุปกรณ์เล็กทรอนิกส์จะต้องมีอยู่แล้ว แต่ถ้าหากหูฟังรุ่นไหนไม่ได้มาพร้อมกับสายแบบ 3.5mm (อาจจะเป็น USB) ก็แนะนำว่าให้เช็กพอร์ตบนเครื่องเล่นเกมของเราก่อนว่าสามารถรับสัญญาณได้หรือไม่

2. การเชื่อมต่อแบบไร้สาย vs การเชื่อมต่อแบบมีสาย

หูฟังเกมมิ่งไร้สายถือว่ากำลังนิยมสำหรับเกมเมอร์ในยุคนี้ แต่อย่างไรก็ดีหูฟังแบบมีสายเองก็มีคุณสมบัติที่ดีไม่แพ้กัน ดังนั้นเพื่อให้ทุกคนตัดสินใจง่ายขึ้น ผมจึงอยากเปรียบเทียบข้อดี – ข้อเสียของหูฟังทั้ง 2 ประเภทนี้ให้เห็นภาพมากขึ้น

 

หูฟังเกมมิ่งแบบไร้สาย

  • สามารถเดินไปหยิบของกินหรือสิ่งของได้ในระหว่างการเล่นเกม
  • มีฟังก์ชันที่ครบถ้วนและออกแบบสวยงาม
  • อาจเกิดแบตเตอรี่หมดระหว่างการเล่นเกมได้
  • อาจไม่สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นบางชนิดได้

หูฟังเกมมิ่งแบบมีสาย

  • เพียงนำสายของหูฟังไปเสียบก็สามารถเล่นเกมได้ในทันที
  • ส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักเบากว่าหูฟังไร้สาย
  • อาจลำบากในการหยิบของหรือเครื่องดื่มในระหว่างการใส่หูฟัง
  • วัสดุที่ใช้ผลิตอาจพังได้ง่าย หากใช้อย่างไม่ระมัดระวัง (หูฟังแบบมีไร้สายแข็งแรงกว่า)

3. การดีไซน์ของหูฟัง

  • หูฟังเกมมิ่งแบบไร้สาย หูฟังชนิดนี้จะต้องมีการชาร์จก่อนใช้งาน โดยมันสามารถเชื่อมต่อได้กับ PC และคอนโซลเกมด้วยระบบ Bluetooth หรือสัญญาณ 2.5Ghz
  • หูฟังเกมมิ่งแบบมีสาย การเชื่อมต่อจะใช้สาย USB หรือสาย AUX 3.5mm
  • ที่คาดหัว นอกจากที่จะต้องมีความทนทานแข็งแรงแล้ว มันควรจะต้องสามารถปรับขนาดให้เข้ากับศีรษะของเราได้ เพื่อป้องกันอาการปวดหูหรือปวดศีรษะเมื่อใช้ในระยะเวลานาน
  • ที่ครอบหู ที่ครอบหูจะมีการใช้วัสดุหลากหลายอย่างในการผลิตครับ ไม่ว่าจะเป็น ผ้ากำมะหยี่, หนัง หรือผ้าชนิดต่าง ๆ รวมไปถึงรูปทรงแบบ Closed หรือ Open ซึ่งไม่ว่ามันจะดีไซน์ออกมาแบบไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือมันควรจะต้องใส่ได้สบาย ไม่กดหูของเราจนทำให้รู้สึกเจ็บ

4. วัสดุ

วัสดุเป็นอีกหนึ่งอย่างซึ่งจะตัดสินได้เลยครับว่าหูฟังเกมมิ่งของเราสามารถใส่ได้สบายหรือไม่ ทั้งนี้ปกติแล้วที่ครอบหูจะผลิตมาจากผ้าหรือไม่ก็หนังเทียม โดยผ้าจะมีข้อดีกว่าในเรื่องของการระบายอากาศ แต่หนังเทียมจะดีกว่าในเรื่องของความทนทาน อย่างไรก็ดีหูฟังคุณภาพหรือหูฟังราคาแพง ๆ ในทุกวันนี้จะนิยมผลิตด้วยเมมรี่โฟม เนื่องจากมันมีความนิ่มและยังเข้ากับรูปหูของเราได้แบบพอดี

5. น้ำหนัก

หูฟังเกมมิ่งในแต่ละแบรนด์มีการใช้วัสดุที่ไม่เหมือนกันครับ โดยเกรดของวัสดุจะมีตั้งแต่พลาสติกทั่วไปไปจนถึงอลูมิเนียมคุณภาพสูง ดังนั้นน้ำหนักของมันจะแตกต่างกันออกไป ซึ่งโดยปกติแล้วยิ่งหูฟังมีน้ำหนักเบามากเท่าไหร่สินค้าจะแพงมากขึ้นเท่านั้น เพราะหากน้ำหนักเบานั่นหมายความว่าหูฟังก็จะยิ่งใส่ได้สบายมากขึ้น

6. ประเภทของที่ครอบหูฟัง

ที่ครอบหูฟังจะมีอยู่ 2 แบบ นั่นคือแบบ Open และ Closed ซึ่งทั้งคู่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนี้

ที่ครอบหูฟังแบบ Open

  • ระบายอากาศดี ใส่สบาย เหมาะสำหรับคนที่เล่นเกมในสภาพอากาศร้อน ๆ
  • มีผลต่อเสียง ทำให้คุณภาพของเสียงดีขึ้นและมีความเป็นธรรมชาติ
  • เสียงอาจหลุดรอดออกไปได้ ทำให้คนรอบข้างอาจได้ยินเสียงเกมด้วย

ที่ครอบหูฟังแบบ Closed

  • เก็บเสียงและตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้ดีมาก
  • เสียงเบสจะชัดมากขึ้น
  • อาจรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยหากใช้ในสภาพอากาศร้อน ๆ เพราะระบายอากาศได้ไม่ดีสักเท่าไหร่

7. ระบบของเสียง

  • ระบบเสียง Stereo ระบบเสียงชนิดนี้จะปล่อยออกมา 2 ทิศทาง ถือเป็นระบบพื้นฐาน มีการเชื่อมต่อด้วยสาย 3.5mm ซึ่งสามารถต่อเข้าได้กับเครื่องเล่นเกมทุกแพลตฟอร์ม
  • ระบบเสียง Virsual Surround เสียงที่ออกมาจะมีความสมจริง เพราะเสียงจะปล่อยออกมาได้รอบทิศทาง (7 ทิศทาง) โดยข้อดีตรงนี้จะส่งผลต่อการเล่นเกมที่ดีขึ้นครับ

ระบบเสียง Stereo

  • การเชื่อมต่อระบบเสียงจะเป็นสาย 3.5mm ซะส่วนใหญ่ เชื่อมต่อกับเครื่องเล่นเกมได้ทุกประเภท
  • เหมาะมากสำหรับการฟังเพลงและเอนเตอร์เทนเมนท์ต่าง ๆ
  • เสียงอาจไม่ได้ครอบคลุมทั่วทิศทาง ซึ่งอาจลำบากสำหรับเกมเมอร์ในการเดาทิศทางภายในเกมเล็กน้อย

ระบบเสียง Virsual Surround

  • ปล่อยเสียงออกมาได้รอบทิศทาง ทำให้เกมเมอร์รู้ว่าเสียงในเกมมาจากทางไหน
  • ตั้งค่าเสียงให้เหมาะกับเกมนั้น ๆ ได้
  • การเชื่อมต่ออาจจะไม่สามารถใช้ได้กับทุกแพลตฟอร์มหรือเครื่องเล่นเกมทุกเครื่อง

8. ฟังก์ชันอื่น ๆ

ในบางครั้งการเล่นเกมอาจจะต้องเล่นเป็นทีม ดังนั้นฟังก์ชันเสริมบางอย่างอาจจำเป็นจะต้องใช้ในการเล่นเกม

  • ฟังก์ชันลดเสียงรบกวน การเล่นเป็นทีมจะต้องมีการพูดคุยเป็นปกติอยู่แล้ว ซึ่งการที่จะทำให้เสียงพูดมีความใสและเคลียร์ ก็จำเป็นจะต้องมีฟังก์ชันการลดเสียงรบกวนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นเสียงแป้นพิมพ์, เสียงเมาส์ และเสียงต่าง ๆ รอบเครื่องเล่นเกม
  • ฟังก์ชัน mute เสียง บางสถานการณ์ที่เราจำเป็นต้องทำกิจกรรมส่วนตัวหรือไปทำธุระบางอย่างในระหว่างเล่นเกม เราอาจจะต้องถอดไมค์ออกหรือพับไมค์เก็บไว้ แต่หากมีระบบ mute เสียง เราสามารถจะกดปุ่มได้ทันที โดยที่จะไม่มีเสียงเข้าไปแทรกในระหว่างเล่นเกมกับเพื่อน ๆ




เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน

หูฟังเกมมิ่ง STEELSERIES ARCTIS PRO WIRELESS ปี 2022

หูฟังเกมมิ่ง STEELSERIES ARCTIS PRO WIRELESS ปี 2022

Steelseries Arctis Pro รุ่นนี้เพิ่งปล่อยออกมาสด ๆ ร้อน ๆ ในปี 2022 เลยครับ โดยไฮไลท์สำคัญของมันคือ คุณภาพเสียงในระดับ DTS X 7.1 v2.0 Surround Sound ทำให้เสียงออกมามีความหนักแน่นแต่ยังคงความนุ่มนวล เรียกว่าดีไซน์มาเพื่อสำหรับการเกมโดยเฉพาะ สามารถรองรับความถี่เสียงได้ตั้งแต่ 10 - 40,000 Hz

นอกจากนี้การดีไซน์และส่วนต่าง ๆ ของหูฟังเกมมิ่งเองก็ดีไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น สายคาด Ski Goggle Suspension Band ที่คุณสามารถอดเข้าออกหรือเปลี่ยนได้ตามต้องการ ที่ครอบหูแบบ AirWeave ช่วยให้ระบายอากาศและรู้สึกสบายหูตั้งแต่ครั้งแรกที่ใส่ ส่วนระบบการเชื่อมต่อก็จะเป็น Dual Wireless ซึ่งสามารถเชื่อมต่อได้ไกลกว่าระบบ Wireless ทั่วไป ทั้งนี้ยังมีระบบ Bluetooth และ Share Jack ที่รองรับการเชื่อมต่อกับสายได้ทุกชนิด รวมไปถึง หน้าจอ OLED ซึ่งปรับแต่งเสียงได้ตามต้องการ

จุดเด่น

  • รองรับความถี่เสียงได้กว้างมาก
  • เชื่อมต่อได้ทั้ง Bluetooth และ สัญญาณ 2.4 GHz
  • มี Share Jack ที่รองรับกับเชื่อมต่อกับสายได้ทุกชนิด
  • คุณภาพเสียงระดับ DTS X 7.1 v2.0 Surround Sound มีความนุ่มและแน่น ทำให้การเล่นเกมสนุกยิ่งขึ้น
ประเภท หูฟังแบบไร้สาย
สี ดำ และ ขาว
วัสดุ อลูมิเนียม
ไดรเวอร์ 40mm.
เข้ากับอุปกรณ์ PS5, PS4, Xbox One, Nintendo Switch, PC และ Mac
ดูได้ที่ Shopee

Steelseries Arctis 7P+ หูฟังเกมมิ่ง ชนิดไร้สาย

Steelseries Arctis 7P+ หูฟังเกมมิ่ง ชนิดไร้สาย

Steelseries Arctis 7P+ อาจจะมีราคาแพงกว่าทาง ‘HyperX Cloud II Pro’ หรือ ‘Logitech G Pro’ มากกว่าเท่าตัว แต่หากมองลงไปในดีเทลของสเปคสินค้าแล้วก็คงไม่แปลกใจสักเท่าไหร่ครับ อย่างแรกเลยคือหูฟังจะเป็น Wireless หรือไร้สาย เชื่อมต่อด้วยสัญญาณ 2.4 GHz ซึ่งมีความเสถียร ไม่ต้องกังวลว่าเสียงจะขาด ๆ หาย ๆ แบตเตอรี่ของมันก็ชาร์จเร็วมากด้วยสาย USB เมื่อชาร์จเต็มแล้วสามารถใช้ต่อเนื่องได้ต่อเนื่องถึง 30 ชั่วโมง

ส่วนระบบเสียงหรือคุณภาพเสียงก็หายห่วงเลยครับ บอกเลยว่ากระหึ่มและชัดในทุกมิติ โดยทางแบรนด์ตั้งชื่อรุ่นว่า Arctis 7P+ เป็นระบบเสียง TEMPEST 3D ที่อัพเกรดให้เหมาะสำหรับเกมยุคใหม่ เหมาะมากกับการเล่น Playstation 5 ที่สำคัญคือรุ่นนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศ Arctis sound ซึ่งเป็นการการันตีถึงคุณภาพของเสียงได้อย่างชัดเจน แต่ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ครับ เพราะหูฟังยังมีระบบ ClearCast Noise ซึ่งเป็นโมโครโฟนอย่างดี ทำให้เสียงที่เสียงพูดที่ส่งไปหาเพื่อน ๆ มีความเคลียร์และเป็นธรรมชาติ เหมือนพูดคุยกันแบบตัวต่อตัวเลยครับ

จุดเด่น

  • ใช้ได้กับเครื่องเล่นเกมทุกแพลตฟอร์ม (โดยเฉพาะ Playstation 5)
  • ระบบเสียงแบบ TEMPEST 3D ปล่อยเสียงได้ครบทุกมิติ
  • ชาร์จเร็วมากและใช้ได้ต่อเนื่องถึง 30 ชั่วโมง
  • การเชื่อมต่อค่อนข้างเสถียน เพราะเป็นสัญญาณ 2.4 GHz
ประเภท หูฟังแบบไร้สาย
สี ขาว-ดำ-น้ำเงิน
วัสดุ อลูมิเนียม
ไดรเวอร์ 40mm.
เข้ากับอุปกรณ์ S5, PS4, Xbox One, Nintendo Switch, PC และ Mac
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

หูฟังเกมมิ่ง Razer BlackShark V2 Pro Wireless Esports Headset

หูฟังเกมมิ่ง Razer BlackShark V2 Pro Wireless Esports Headset

Razer BlackShark V2 Pro มาพร้อมกับการเชื่อมต่อ Wireless แบบ Hyperspeed คือคุณสามารถ Connect เข้ากับเครื่องเล่นเกมได้อย่างรวดเร็วทันใจ และไม่ต้องกลัวแม้ว่าหูฟังจะอยู่ห่างจากเครื่องเล่มเกมหลายเมตร สามารถขยับตัวหรือเดินได้อย่างอิสระ ส่วนไดรเวอร์ของเสียงมาในขนาด 50 mm. เหมือนกับ ‘Logitech G Pro’ และ ‘HyperX รุ่น HX-HSCS-BK/AS’ โดยเสียงจะมีความใสและเบสค่อนข้างทุ้ม

การเล่นเกมแอคชั่นรวมไปถึงตัวเกมที่เอฟเฟคเสียงดีก็จะสนุกยิ่งขึ้น THX SPATIAL AUDIO ทำให้เหมือนเข้าไปอยู่ในเกมจริง ๆ ในส่วนของตัวไมค์ก็เป็น 9.9mm ซึ่งทำหน้าที่ในการลดสัญญาณรบกวนและตั้งค่าไมค์ได้ตามต้องการผ่าน Razer Synapse 3 ดังนั้นใครที่อยากเป็นนักแคสเกมหรือเล่นเกมเป็นทีมซะส่วนใหญ่ Razer BlackShark V2 Pro เป็นอีกหนึ่งตัวที่น่าลงทุนมาก ๆ ครับ

จุดเด่น

  • การเชื่อมต่อเป็น Hyperspeed สามารถ Connect ได้รวดเร็ว
  • ไมค์มีระบบตัดเสียงรบกวน และตั้งค่าได้อิสระ ทำให้เสียงชัดเจน
  • เสียงมีความใสและเบสแน่น เพิ่มความสนุกในการเล่นเกม
ประเภท หูฟังแบบไร้สาย
สี ดำ
วัสดุ สแตนเลส
ไดรเวอร์ 50mm.
เข้ากับอุปกรณ์ PS5, PS4, Xbox One, Nintendo Switch, PC และ Mac
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

หูฟังเกมมิ่งพร้อมไมค์ Logitech G Pro X Gaming Headset

หูฟังเกมมิ่งพร้อมไมค์ Logitech G Pro X Gaming Headset

ถึงแม้ว่าราคาของหูฟังเกมมิ่ง Logitech G Pro ตัวนี้จะไม่ได้แพงมาก แต่ในทางกลับกันฟังก์ชันและเกรดของหูฟังถือว่าเป็นระดับโปร ช่วยเสริมให้การเล่นเกมของเราดีขึ้น ใช้เล่นเกมได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น เกมยิง, วิ่ง หรือเกมทักษะต่าง ๆ เพราะเสียงจะมีความ Surround ทำให้ผู้ใส่ทราบทิศทางหรือตำแหน่งของเสียงภายในเกมได้อย่างชัดเจน ยิ่งไดรเวอร์ Pro-G 50 มม. เองก็เพิ่มเสียง Bass และตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้เกือบ 100% ต่อให้มีการก่อสร้างหรือเปิดทีวีดังแค่ไหน รับรองว่าเสียงเหล่านั้นไม่สามารถหลุดรอดเข้าไปอย่างแน่นอน

นอกจากนี้แถบคาดศีรษะและตัวครอบหูที่ผลิตมาจากเมมรี่โฟมเองก็ช่วยให้สามารถใส่ได้สบาย ไม่รู้สึกอึดอัดแม้ว่าจะใส่ไปนานหลายชั่วโมง รวมไปถึงระบบการปรับแต่งเสียง EQ ก็แต่งเสียงได้ตามต้องการ โดยระบบนี้ถือว่าสำคัญมากสำหรับนักกีฬา E-Sport ระดับโลก ดังนั้นใครอยากสัมผัสหูฟังเกมมิ่งระดับมือโปรที่ราคาไม่แพงมาก ผมแนะนำตัวนี้เลยครับ

จุดเด่น

  • ไดรเวอร์ 50 mm. ตัดเสียงรบกวนและเพิ่มเสียงเบสได้เป็นอย่างดี
  • ปรับแต่งเสียงผ่าน EQ ได้ตามต้องการคุณภาพเหมือนกับนักกีฬา E-Sport
  • ที่ครอบหูฟังเป็นเมมรี่โฟมใส่ได้สบาย ไม่รู้สึกปวดหูอย่างแน่นอน
ประเภท หูฟังแบบมีสาย
สี ดำ
วัสดุ เหล็ก และ อลูมิเนียม
ไดรเวอร์ 50mm.
เข้ากับอุปกรณ์ PS5, PS4, Xbox One, Nintendo Switch, PC และ Mac
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

หูฟังเกมมิ่ง CORSAIR Gaming Headset HS70 PRO WIRELESS Gaming Headset

หูฟังเกมมิ่ง CORSAIR Gaming Headset HS70 PRO WIRELESS Gaming Headset

CORSAIR HS70 PRO เป็นอีกหนึ่งตัวที่อยากแนะนำให้ทุกคนครับ เนื่องจากราคาของมันถือว่าสบายกระเป๋า แต่คุณภาพของมันดีไม่แพ้ไปกว่าแบรนด์ชั้นนำอย่าง Logitech G หรือ HyperX โดยระบบเสียงของหูฟังรุ่นนี้จะเป็น Surround 7.1 ดังนั้นเสียงที่ปล่อยออกมาจะกระหึ่มและปล่อยได้แบบรอบทิศทาง ไม่จำเป็นต้องพึ่งโปรแกรมปรับเสียงใด ๆ ส่วนการเชื่อมต่อจะเป็นแบบ Wireless สัญญาณ 2.4 GHz สามารถเชื่อมต่อได้ไกลกว่า 12 เมตร ถ้าหากคุณต้องการลุกไปไหนก็สามารถเดินไปได้ทันที ไม่ต้องเชื่อมต่อใหม่หรือถอดหูฟังออกให้เสียเวลา

ในขณะเดียวกันการดีไซน์ของหูฟังก็เป็นแบบ Closed เมื่อใส่เข้าไปแล้วจะไม่มีเสียงสอดแทรกหรือเสียงรบกวนรอบข้างเข้าไปกวนใจเราในขณะเล่นเกมอย่างแน่นอน นอกจากนี้ไมโครโฟนที่ติดมาก็ดีมาก รองรับโปรแกรมแชทชื่อดังทุกโปรแกรม มีระบบ Crystal Clear Voice ที่ช่วยปรับเสียงของเราให้ใสกริ๊ง พุดคุยสื่อสารกันได้แบบเคลียร์ ดังนั้นใครที่ชอบเล่นเกมแบบเป็นทีม ห้ามพลาดหูฟังรุ่นนี้โดยเด็ดขาด

จุดเด่น

  • เชื่อมต่อแบบไร้สายได้ไกลกว่า 12 เมตร
  • เสียงมีความกระหึ่มและแม่นยำสูง ปล่อยออกมาได้รอบทิศทาง ทำให้การเล่นเกมมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • ลดเสียงรบกวนได้ดีมาก ช่วยให้การเล่นเกมมีสมาธิมากยิ่งขึ้น
  • เสียงไมค์มีความเคลียร์และใส พูดคุยกับเพื่อนในทีมได้ชัดเจน
ประเภท หูฟังแบบไร้สาย
สี คาร์บอน
วัสดุ พลาสติก และ อลูมิเนียม
ไดรเวอร์ 50mm.
เข้ากับอุปกรณ์ PS5, PS4, Xbox One, Nintendo Switch, PC และ Mac
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

หูฟังเกมมิ่ง HyperX Cloud II Pro Gaming Headset

หูฟังเกมมิ่ง HyperX Cloud II Pro Gaming Headset

HyperX เป็นหนึ่งในแบรนด์หูฟังชื่อดังในวงการเกมมิ่งที่ไม่ว่าใครก็รู้จักกันทั้งหมด โดยความน่าสนของมันคือการควบคุมเสียงด้วยระบบ Surround Sound 7.1 ที่ปล่อยเสียงออกมาได้รอบทิศทาง ไม่ว่าแอฟเฟกต์ของแต่ละฉากจะไกลสักแค่ไหนหรือตำแหน่งของคู่ต่อสู้จะอยู่ตำแหน่งใด รับรองครับว่าหูฟังตัวนี้สามารถระบุ Location ของเสียงได้อย่างแม่นยำ ยิ่งโดยเฉพาะเกมแนว Action หรือยิง หูฟังรุ่นนี้ตอบโจทย์ทำให้การเล่นของเราดีขึ้นไม่มากก็น้อย นอกจากนี้ยังมีระบบการปรับเสียงอัตโนมัติ สามารถตัดเสียงรบกวนข้างได้ดีเยี่ยม

ส่วนใครที่เล่นเกมกันเป็นทีม HyperX Cloud II เองก็ถือว่าตอบโจทย์ครับ เนื่องจากมันรองรับทั้ง Skype และ TeamSpeak ในขณะเดียวกันไดรเวอร์ Hi-Fi ก็เพิ่มคุณภาพทั้งเสียงเบสและความทุ้ม ทำให้การเล่นเกมของคุณสนุกยิ่งขึ้น ทั้งนี้ตัวหูฟังเชื่อมต่อได้ทั้ง PS5, PS4, Xbox One, PC และ Mac หรือพูดง่าย ๆ ว่าเชื่อมต่อได้ทุกแพลตฟอร์มนั่นเอง

จุดเด่น

  • เชื่อมต่อกับเครื่องเล่นเกมได้ทุกแพลตฟอร์ม
  • ระบบเสียงเป็น Surround Sound 7.1 ปล่อยเสียงได้อย่างแม่นยำและรอบทิศทาง
  • รองรับโปรแกรมคุย TeamSpeak และ Skype
  • ปรับเสียงและสัญญาณรบกวนแบบอัตโนมัติ 
ประเภท หูฟังแบบมีสาย
สี ดำ-แดง
วัสดุ อลูมิเนียม
ไดรเวอร์ 50mm.
เข้ากับอุปกรณ์ PS5, PS4, Xbox One, Nintendo Switch, PC และ Mac
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

HyperX Cloud Stinger Gaming Headset รุ่น HX-HSCS-BK/AS

HyperX Cloud Stinger Gaming Headset รุ่น HX-HSCS-BK/AS

HyperX รุ่น HX-HSCS-BK/AS มีสเปคที่ใกล้เคียงกับ ‘Logitech G Pro’ ไม่ว่าจะเป็น ไดเวอร์ขนาด 50 มม. ที่จ่ายเสียงและบอกทิศทางภายในเกมได้อย่างแม่นยำ ส่วนการปรับเสียงก็ง่ายมาก สามารถเลื่อนปรับเสียงได้ทันทีบริเวณที่ครอบหู ทั้งนี้ที่ครอบหูจะเป็นเมมรี่โฟมอย่างดี ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของทาง HyperX โดยเฉพาะ เมื่อใส่แล้วจะไม่เกิดอาการเจ็บหูแม้จะใส่ทั้งวัน อีกทั้งน้ำหนักก็เพียงแค่ 275 กรัม และไมค์สามารถเลื่อนขึ้นลงเพื่อเปิดปิดเสียงได้ทันที ไม่จำเป็นต้องตั้งค่าอะไรให้เสียเวลา

จุดเด่น

  • น้ำหนักเพียงแค่ 275 กรัม
  • ปล่อยเสียงออกมาได้แม่นยำ ทำให้เล่นเกมดีกว่าเดิม
  • สามารถปรับเสียงดังเบาได้ทันที ผ่านตัวปรับความดังข้างหูฟัง
  • ที่ครอบหูเป็นเมมรี่โฟม ใส่ได้สบายแม้จะใส่ทั้งวันก็ตาม
ประเภท หูฟังแบบมีสาย
สี ดำ
วัสดุ พลาสติก และสแตนเลส
ไดรเวอร์ 50mm.
เข้ากับอุปกรณ์ PS5, PS4, Xbox One, Nintendo Switch, PC และ Mac
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

หูฟังเกมมิ่ง EGA TYPE H8 Gaming Headset 7.1 Virtual Surround

หูฟังเกมมิ่ง EGA TYPE H8 Gaming Headset 7.1 Virtual Surround

สำหรับใครที่มีทุนในการซื้อหูฟังเกมมิ่งไม่เยอะ EGA TYPE H8 น่าจะตอบโจทย์เลยละครับ เนื่องจากหูฟังตัวนี้มาในราคาเพียงหลักสี่ร้อยบาทเพียงเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันเองระบบเสียงของมันถือว่าไม่แย่เลยครับ โดยเสียงจะเป็น 7.1 Virtual Surround สามารถให้เสียงได้ครอบคลุมทั่วทิศทาง และบอกตำแหน่งของเสียงภายในเกมแบบชัดเจน ทั้งนี้ยังเชื่อมต่อกับโปรแกรมเพื่อปรับฟังก์ชันและเสียงให้เหมาะกับการเล่นของตัวเองได้อีกด้วย

ส่วนบริเวณข้างที่ครอบหูจะมีแสงไฟ RGB เพิ่มบรรยากาศการเล่นเกมให้สนุกยิ่งขึ้น สามารถปรับความดังและเบาง่าย ๆ บริเวณข้างที่ครอบหูฟัง สายคาดศีรษะปรับเพิ่มความยาวได้ตามต้องการ รวมไปถึงไมค์ที่มีความยืดหยุ่นสูง หมุนได้แบบ 360 องศา ดังนั้นหากเปรียบเทียบสเปคกับราคาที่ไม่เกิน 500 บาท บอกได้เลยครับว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มแน่นอน

จุดเด่น

  • ราคาประหยัด
  • เสียงเป็นแบบ Virtual Surround ปล่อยออกมาได้รอบทิศทาง
  • ปรับเสียงได้อย่างอิสระผ่านโปรแกรม
  • มีไฟ RGB เพิ่มบรรยากาศการเล่นเกมให้ดูสนุกยิ่งขึ้น
  • ไมค์พูดสามารถปรับหมุนได้ 360 องศา
ประเภท หูฟังแบบมีสาย
สี ดำ
วัสดุ พลาสติก และสแตนเลส
ไดรเวอร์ 50mm.
เข้ากับอุปกรณ์ PS5, PS4, Xbox One, Nintendo Switch, PC และ Mac
ดูได้ที่ Lazada
ดูได้ที่ Shopee

** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว

วิธีการทำความสะอาดหูฟังเกมมิ่ง

1. อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมในการทำความสะอาด

  • น้ำอุ่นและสบู่เหลวสูตรอ่อนโยน
  • แปรงขนนุ่ม
  • ผ้าไมโครไฟเบอร์
  • สำลีปั่นหู
ผ้าไมโครไฟเบอร์
ผ้าไมโครไฟเบอร์

2. ขั้นตอนในการทำความสะอาด

  • หากที่ครอบหูสามารถถอดออกได้ ให้ทำการถอดออกมาจากหูฟังให้เรียบร้อย
  • นำสบู่เหลวไปผสมกับน้ำอุ่นเล็กน้อย จากการผสมให้เข้ากัน (ไม่ควรตีให้เกิดฟองมากจนเกินไป)
  • นำผ้าไปชุบน้ำที่ผสมเอาไว้ หลังจากนั้นบิดให้หมาดเท่าที่จะทำได้
  • นำผ้าไปเช็ดหูฟังอย่างเบามือ โดยให้เช็ดวนเป็นวงกลม
  • หากที่คาดศีรษะสามารถถอดได้ คุณสามารถนำไปล้างด้วยมือภายในอ่างหรือจะนำไปซักก็ได้เช่นกัน จากนั้นนำไปตากให้แห้งสนิท

หากที่ครอบหูฟังของใครสามารถถอดได้ ให้ทำความสะอาดตามนี้ครับ

  • ที่ครอบหูฟังแบบหนัง : นำผ้าไมโครไฟเบอร์ไปชุบน้ำหมาด ๆ จากนั้นก็เช็ดให้ครบทุกซอกทุกมุมและตั้งทิ้งไว้ให้แห้งสนิท
  • ที่ครอบหูฟังแบบผ้ากำมะหยี่ : ผ้ากำมะหยี่ทำความสะอาดได้ค่อนข้างง่าย โดยถ้าหากมีฝุ่นหรืออะไรก็แล้วแต่เกาะอยู่บนที่ครอบหูฟัง ให้คุณนำเทปมาแปะไว้บริเวณนั้นและดึงออกเพื่อจัดการฝุ่นต่าง ๆ ออกไป ทั้งนี้หากมีจุดไหนที่มีความชื้น แนะนำให้นำที่ครอบหูฟังไปจุ่มน้ำที่ผสมกับสบู่ จากนั้นนำไปตากให้แห้งเป็นเสร็จแล้วเรียบร้อยครับ
  • ที่ครอบหูฟังแบบ Air Weave หรือ ผ้าตาข่าย : ถอดผ้าแยกออกจากโฟมให้เรียบร้อย หลังจากนั้นนำผ้าไปซักกับน้ำอุ่นที่ผสมกับสบู่สูตรอ่อนโยน เมื่อซักเสร็จแล้วจึงนำไปตากจนแห้ง แล้วนำกลับมาใส่เหมือนเดิม
Previous Post

แป้งบราวนี่สำเร็จรูป ยี่ห้อไหนดี ทำบราวนี่กินเอง

Next Post

หน่อไม้ดอง ยี่ห้อไหนอร่อย

Next Post

หน่อไม้ดอง ยี่ห้อไหนอร่อย

บทความ ที่คุณอาจสนใจ

หูฟัง

แนะนำ หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี

August 25, 2026
หูฟัง

หูฟังเน้นเบส สำหรับฟังเพลง รุ่นไหนดี

August 25, 2026
หูฟัง

หูฟัง True Wireless ราคาไม่เกิน 4,000 รุ่นไหนดี

August 24, 2026
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
  • สาระน่ารู้

No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • รีวิวสินค้า
  • แคปชั่น
  • แปลเพลง
  • ซีรีส์ดัง
  • สาระน่ารู้