รักษ์โลกง่ายๆ ด้วยเทคนิค Zero Waste Lifestyle

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหลายคนคงจะได้ยินคำว่า ภาวะโลกร้อน (Global Warming) กันมากขึ้น ซึ่งภาวะนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ใครคนใดคนหนึ่งแต่ได้รับผลกระทบกันทั่วทั้งโลกเลยค่ะ โดยภาวะนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ ค.ศ. 1890 หรือช่วงก่อนยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาพื้นผิวโลกก็มีอุณหภูมิสูงขึ้นเฉลี่ยปีละ 1 องศาเซลเซียส(1) อาจจะดูน้อยแต่มันจะสะสมและผลต่ออุณหภูมิของโลกระยะยาว ซึ่งนั่นคือผลกระทบที่เรากำลังเผชิญกันอยู่ในปัจจุบัน และหากคุณกำลังสงสัยว่าปัญหาภาวะโลกร้อนเนี่ยมันเกิดขึ้นได้อย่างไร? ตอบตรง ๆ เลยว่าเป็นเพราะกิจกรรมของมนุษย์และการขุดเจาะพลังงานนั่นเองค่ะ

จากปัญหาข้างต้นทำให้หลายคนตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวและหันมายึดปฏิบัติแนวคิดการใช้พลังงานยั่งยืนกันมากขึ้น และแนวคิดที่ได้รับความนิยมและทำง่ายที่สุดคือ ‘Zero Waste’ หรือการสร้างขยะให้น้อยที่สุด เมื่อขยะเหลือน้อยมลภาวะและก๊าซเรือนกระจกน้อยลง อาจจะส่งผลให้อุณหภูมิของโลกกลับมาสู่สภาวะปกติได้ในระยะยาว ซึ่งปัจจุบันแนวคิด Zero Waste ถูกยกให้เป็นวาระระดับชาติที่หลายประเทศทั่วโลกให้ความสนใจอย่างจริงจังในการแก้ปัญหาโลกร้อน

สำหรับคนที่สนใจและตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวแต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไงดี บทความนี้เรามีเทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจและก้าวเข้าสู่ Zero Waste Lifestyle ได้ง่ายขึ้นโดยที่ไม่รู้สึกลำบากใจหรือเป็นการสร้างภาระ ถ้าอยากรู้ว่าจะมีอะไรบ้างเราไปดูกันเลยดีกว่า

เทคนิค 1A3Rs

1A3Rs เป็นเทคนิคง่าย ๆ ที่มีการปรับใช้กันทั่วโลก โดยเฉพาะในญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศในยุโรปและอเมริกาที่ให้ความสำคัญกับแนวคิด Zero Waste ค่ะ ซึ่งเทคนิคนี้มีหลักการใช้ดังนี้

Zero Waste ลดโลกร้อน ประหยัด แม่บ้าน
Zero Waste
  • Avoid คือการหลีกเลี่ยงการใช้บรรจุภัณฑ์ที่จะกลายเป็นขยะและไม่สามารถนำมาใช้ซ้ำได้ เช่นถุงพลาสติก, ถุงใส่แกง, แก้วน้ำพลาสติก, ขวดพลาสติก หรือแม้แต่หลอดพลาสติกชิ้นเล็ก ๆ
  • Reduce คือการลดการสร้างขยะพลาสติกและขยะแบบใช้ครั้งเดียว เช่นการนำกล่องอาหารมาใส่กับข้าวแทนถุงแกง หรือพกถุงผ้าแทนการใช้ถุงพลาสติก เป็นต้น
  • Reuse หลายคนคงจะคุ้นเคยกับคำนี้อยู่แล้ว นั่นก็คือการใช้งานสิ่งของให้คุ้มค่านั่นเองค่ะ เช่นการใช้กระดาษให้ครบทั้ง 2 หน้า หรือการนำกล่องอาหารมาล้างแล้วใช้งานต่อค่ะ
  • Recycle คำนี้คือการนำสิ่งของที่อาจจะใช้งานต่อไม่ได้แล้วมาแปรรูปเป็นสิ่งใหม่ เช่นการนำกระดาษใช้แล้วจากหัวข้อก่อนหน้ามาใช้เป็นถุงกระดาษ หรือการบริจาคพลาสติกสภาพดีเพื่อการแปรรูป เป็นต้น

และอย่างที่เราบอกค่ะว่าตอนนี้ทั่วทั้งโลกกำลังเอาจริงเอาจังกับเทรนด์ Zero Waste อย่างประเทศญี่ปุ่นจะมีหมู่บ้านต้นแบบที่สามารถลดขยะเหลือทิ้งได้มากถึง 80% และปลูกฝังให้คนในชุมชนรู้จักแยกขยะก่อนทิ้งจนติดเป็นนิสัย หรือกลางกรุงลอนดอนที่มีร้าน Bulk Store / Bulk Market หลายแห่ง โดยร้านเหล่านี้จะจำหน่ายสินค้าแบบรีฟิล ลูกค้าจะต้องนำภาชนะมาเองหรือเลือกซื้อภาชนะแบบใช้ซ้ำได้จากภายในร้าน จากนั้นชั่งน้ำหนักแล้วนำไปใส่สินค้าที่ต้องการ สุดท้ายแล้วลูกค้าก็จะจ่ายเพียงแค่ราคาจริงของสินค้าที่เลือกซื้อ และแน่นอนว่ามันช่วยประหยัดเงินได้อีกหลายเท่าตัวโดยไม่มีบรรจุภัณฑ์เหลือทิ้ง หรือจะเป็นการรวบรวมขวดพลาสติกเปล่าไปแลกคูปองสำหรับซื้อสินค้าก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่นิยมในหลาย ๆ ประเทศเลยค่ะ

เทคนิคง่าย ๆ ในการเริ่มใช้ชีวิตแบบ Zero Waste

ส่วนใครสนใจเทรนด์รักษ์โลกแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนดี เราแนะนำให้เริ่มภายในครัวเรือนก่อนเลยค่ะ เพราะเอาจริง ๆ แล้วขยะจากอาหารนี่มีมากเป็นอันดับต้น ๆ ของขยะทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเปลือกผักและผลไม้, เศษอาหาร, คราบน้ำมัน รวมไปถึงกล่องโฟมและถุงพลาสติกที่ใช้ห่ออาหารอีกด้วยค่ะ ดังนั้นเราเลยมีวิธีง่าย ๆ ในการลดขยะในครัวเรือนและอาหารมาฝากค่ะ

1. จดรายการอาหารก่อนซื้อ

เพื่อน ๆ ทราบไหมคะว่าขยะจากครัวเรือนส่วนใหญ่จะมาจากอาหารหมดอายุและอาหารเน่าเสีย แล้วอาหารเหล่านี้มาจากไหน?​ มันมาจากการที่เราซื้ออาหารชนิดเดียวกันมาซ้ำ ๆ หรือซื้ออาหารที่ไม่จำเป็นนั่นเองค่ะ ดังนั้นการจดรายการอาหารก่อนซื้อจะช่วยให้เรารู้ว่ามีอะไรอยู่แล้วและจำเป็นต้องซื้ออะไร วิธีนี้จะช่วยให้เราใช้วัตถุดิบที่มีได้อย่างครบถ้วนเต็มที่และไม่เสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ รวมถึงยังลดการซื้อของที่ไม่จำเป็นได้อีกด้วย

2. ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก

ถุงผ้า โลกร้อน ซื้อของ กระเป๋า ช้อปปิ้ง
ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก

เราสามารถลดขยะได้ง่าย ๆ ด้วยการพกถุงผ้าให้ติดเป็นนิสัย โดยเฉพาะเมื่อต้องซื้อของจากซูเปอร์มาร์เก็ตหรือตลาด เพื่อน ๆ ลองคิดดูสิคะ หากต้องการซื้อของ 10 ชิ้นเราจะต้องใช้ถุงพลาสติกอย่างน้อย 10 ใบ แต่ถ้าเปลี่ยนมาใช้ถุงผ้าอาจจะลดถึงครึ่งหนึ่งหรืออาจจะไม่มีเลยก็ได้ อีกหนึ่งข้อดีคือเราสามารถซื้อสินค้าได้แบบชิล ๆ โดยไม่ต้องถือถุงให้เกะกะและปวดนิ้วจากการหิ้วถุงพลาสติกหนัก ๆ

3. จัดเรียงสิ่งของให้เป็นระเบียบ

หากคุณมีเวลาว่างมากพอ เราแนะนำให้ลองจัดระเบียบและจัดเรียงสิ่งของทุกอย่างให้เป็นระเบียบ แยกประเภทและติดเครื่องหมายให้เห็นชัดเจนจะช่วยให้สามารถมองเห็นจำนวนเองสิ่งที่มีอยู่ได้อย่างชัดเจน ส่วนตัวเรามองว่าตู้เย็นเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่สุด เพราะหลายคนมักจะยัดทุกอย่างเข้าไปโดยที่ไม่คำนึงถึงพื้นที่ภายใน พฤติกรรมเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นเปลืองและอาหารเน่าเสีย

Zero Waste จัดของ จัดของให้เป็นระเบียบ ห้องครัว ครัว เครื่องปรุงรส ทำอาหาร
จัดของให้เป็นระเบียบ

ดังนั้นการจัดหมวดหมู่อาหารให้เป็นระเบียบจะเป็นประโยชน์อย่างมากเลยค่ะ เพราะวิธีนี้จะช่วยให้เราเห็นได้ชัดเจนเลยว่าในตู้เย็นมีอะไรบ้าง จะหยิบใช้ก็สะดวกไม่ต้องเสียเวลาหา หรือจะซื้อของเข้าบ้านก็จดรายการง่าย นอกจากนี้อีกหนึ่งข้อดีหลัก ๆ ของการจัดระเบียบตู้เย็นคือระบบความเย็นจะไหลเวียนได้อย่างทั่วถึง ทำให้ตู้เย็นไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไป ค่าไฟในส่วนนี้ก็จะลดลงตามไปด้วยค่ะ ประหยัดได้ถึงสองต่อเลย

4. ใช้วัตถุดิบให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ในการเตรียมอาหาร สิ่งที่หลายคนมักจะทิ้งไปก็คือเปลือกอาหารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเปลือกแครอท, เศษไชเท้า, เปลือกกุ้ง หรือก้างและกระดูก แต่แทนที่เราจะทิ้งเศษเหล่านี้ไปอย่างเปล่าประโยชน์ เราแนะนำให้นำเศษผักเหล่านั้นมาต้มเป็นน้ำสต๊อกผักสำหรับทำเมนูซุป หรือน้ำเปลือกและกระดูกสัตว์มาต้มเป็นน้ำสต๊อกเก็บไว้สำหรับต้มหรือแกง ไม่จำเป็นต้องซื้อซุปก้อน นอกจากเศษเหล่านี้จะไม่ส่งกลิ่นรบกวนแล้ว น้ำซุปจะทำให้อาหารออกมามีรสชาติเข้มข้นและอร่อยมากขึ้นค่ะ

ส่วนผักสดบางส่วนก็สามารถนำมาใช้งานต่อ เช่นรากผักชีที่สามารถโขลกเป็นสามเกลอเก็บไว้ใช้สำหรับเมนูผัดและต้ม หรือนำหัวแครอท, ไชเท้า, ผักกาด, กะหล่ำปลี รวมถึงผักติดรากอื่น ๆ กลับมาปลูกใหม่ แค่นี้เราก็จะไม่มีผักเหลือทิ้งแถมยังได้ทานผักออร์แกนิคได้แบบปลอดภัยอีกด้วยค่ะ ส่วนน้ำที่ใช้ล้างผักผลไม้ก็สามารถนำมารดน้ำต้นไม้ต่อได้โดยไม่ต้องเททิ้งให้สิ้นเปลือง

5. ทำอาหารครั้งเดียวสำหรับหลายมื้อ

Zero Waste จัดของ จัดของให้เป็นระเบียบ ห้องครัว ครัว เครื่องปรุงรส ทำอาหาร กล่องใส่อาหาร อาหาร อาหารทำเอง
ทำอาหารปริมาณมากในครั้งเดียว สามารถนำกลับมาอุ่นได้เมื่อจะทาน  หรือ แบ่งเซตอาหารสำหรับแต่ละมื้อ หยิบทานได้สะดวก

เทคนิคนี้เหมาะกับชาวออฟฟิศมาก ๆ และเป็นทริคที่เราใช้เป็นประจำค่ะ เราจะหุงข้าวครั้งเดียวให้พอสำหรับหนึ่งสัปดาห์แล้วใส่กล่องเก็บไว้ ส่วนอาหารจะทำครั้งละเยอะ ๆ อาจจะสองหรือสามเมนูแล้วแต่ความสะดวก จากนั้นเก็บใส่กล่องไว้ทานสำหรับหนึ่งสัปดาห์เช่นเดียวกันค่ะ วิธีนี้จะช่วยประหยัดเวลา ทำครั้งเดียวทานได้หลายวันโดยไม่ต้องสิ้นเปลืองพลังงานในการหุงต้มเมนูใหม่ทุก ๆ วัน แถมยังไม่ต้องสิ้นเปลืองน้ำในการล้างถ้วยชามอีกด้วยค่ะ

6. ทานอาหารให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์มากที่สุด

สำหรับอาหารประเภทซุปและแกง ส่วนใหญ่แล้วเราจะทานเฉพาะเนื้อสัตว์และผักกันเป็นหลักใช่มั้ยคะ แต่แทนที่จะเทน้ำแกงที่เหลือทิ้ง เราก็สามารถนำมาเติมวัตถุดิบและปรุงรสชาติเพิ่มแค่นี้ก็จะได้เมนูใหม่แบบประหยัดเงินและเวลาได้บางส่วน หรือจะนำมาทำเป็นเมนูใหม่ไปเลยก็น่าสนใจ เช่นนำผักที่เหี่ยวคาตู้เย็นแต่ยังทานได้มาแปรรูปเป็นต้มจับฉ่าย หรือจะนำน้ำพริกที่ทานไม่หมดมาทำเป็นข้าวผัดน้ำพริกก็เป็นเมนูใหม่ที่อร่อยและประหยัดเวลาค่ะ

7. ใช้กล่องข้าวแทนถุงพลาสติก

เทคนิคนี้หลายคนน่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะคนที่ชอบซื้อแกงถุงหรือไม่ชอบทำอาหารทานเองนี่เหมาะมาก ๆ แทนที่จะซื้อแกงถุงที่จะต้องมาเทใส่ภาชนะอยู่ดี เราก็เปลี่ยนมาพกกล่องข้าวแทน ตอนซื้ออาหารก็แค่ขอให้แม่ค้าตักใส่กล่องแทน หากยังไม่ทานทันทีก็สามารถนำเข้าตู้เย็นเก็บไว้ได้ อยากทานเมื่อไหร่ก็สามารถหยิบออกมาอุ่นได้เลยไม่ต้องหาถ้วยหาชามให้วุ่นวาย แต่เราแนะนำให้เลือกซื้อกล่องอาหารที่มีซีลกันรั่วหรือกล่องที่สามารถยืดหดได้เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บค่ะ

Zero Waste จัดของ จัดของให้เป็นระเบียบ ห้องครัว ครัว เครื่องปรุงรส ทำอาหาร กล่องใส่อาหาร อาหาร อาหารทำเอง กล่องข้าว
ใช้กล่องข้าวแทนถุงพลาสติก

เช่นเดียวกันกับเครื่องดื่ม เพียงแค่เปลี่ยนมาพกพาแก้วและหลอดส่วนตัวแทนการใช้วัสดุพลาสติก แค่นี้ก็ช่วยลดการสร้างขยะพลาสติกได้แล้วค่ะ นอกจากนี้คาเฟ่หรือร้านสะดวกซื้อหลายแห่งยังมีส่วนลดสำหรับลูกค้าที่พกแก้วเครื่องดื่มมาด้วยตัวเอง เป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ใช้งานเสร็จก็แค่ล้างและเก็บ เราแนะนำให้เลือกใช้แก้วเก็บอุณหภูมิ ถึงราคาจะสูงหน่อยแต่ก็สามารถเก็บความร้อนหรือเย็นได้นานและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าแก้วพลาสติกทั่วไปค่ะ

8. เลือกใช้บรรจุภัณฑ์แบบรีฟิล

Zero Waste เลือกใช้บรรจุภัณฑ์แบบรีฟิล ประหยัด จัดบ้าน
เลือกใช้บรรจุภัณฑ์แบบรีฟิล

เทคนิคนี้คือการเลือกใช้สบู่ก้อนหรือครีมอาบน้ำที่สามารถเติมได้แทนการซื้อขวดใหม่ทุกครั้งที่หมด เพราะสบูหรือครีมอาบน้ำแบบขวดจะต้องใช้พลาสติกอย่างน้อย 3 ชิ้น ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องใช้เวลากว่าร้อยปีในการย่อยสลาย ขณะที่ถุงสบู่แบบเติมจะทำมาจากพลาสติกบางชิ้นเดียว ถึงจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงพลาสติกได้แต่อย่างน้อยก็สามารถลดปริมาณพลาสติกได้ถึง 2 ชิ้นเป็นอย่างน้อย ยิ่งหากคุณนำมาเทใส่บรรจุภัณฑ์แก้วก็จะสามารถใช้งานได้นานขึ้นเพราะสามารถล้างและใช้งานได้นาน นอกจากนี้ยังสามารถนำไปปรับใช้กับแชมพู, ครีมนวดผม, ยาสีฟัน หรือสกินแคร์ได้อีกด้วยค่ะ เพราะสินค้าแบบถุงเติมจะมีราคาถูกกว่าเพราะไม่ต้องจ่ายส่วนต่างค่าบรรจุภัณฑ์ค่ะ

9. นำวัสดุที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์

Zero Waste นำวัสดุที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ อุ่นอาหาร อาหาร
นำวัสดุที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์

สิ่งที่เราหมายถึงคือการ reuse นั่นเองค่ะ ส่วนเทคนิคที่เราอยากแนะนำก็ไม่ยากเลยค่ะ หากในบ้านของคุณมีกล่องพลาสติกเหลือใช้อยู่แล้วและไม่อยากทิ้งให้กลายเป็นมลภาวะ อาจจะเป็นกล่องพลาสติกสำหรับใส่ผัก หรือกล่องใส่อาหารที่ทำมาจากการสั่งเดลิเวอรี่ แทนที่จะทิ้งเราก็สามารถทำความสะอาดและนำกลับมาเป็นกล่องเก็บอาหารหรือเครื่องปรุงได้ หรือจะเป็นกล่องใส่พัสดุที่เป็นกระดาษแข็งก็สามารถนำมาดัดแปลงเป็นกล่องเก็บของได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อกล่องใบใหม่ค่ะ

10. เลือกใช้เครื่องกำจัดเศษอาหาร

อย่างที่เรากล่าวไปแล้วในตอนต้นบทความว่าอาหารเป็นปัญหาอันดับต้น ๆ ของปริมาณขยะในปัจจุบัน เพื่อน ๆ อาจจะนึกไม่ถึงว่าหากเรานำเศษอาหารเหลือทิ้งในหนึ่งมื้อของคนทั่วโลกมารวมกันจะมีปริมาณมากกว่า 1 พันล้านตันและเพิ่มมากขึ้นแทบจะทุกปี นี่ยังไม่รวมถึงอาหารส่วนเกินและอาหารสูญเสียนะคะ แน่นอนว่าอาหารเหล่านี้จะกลายเป็นมลภาวะที่เป็นตัวการสำคัญของภาวะโลกร้อน

เครื่องกำจัดขยะเศษอาหาร ห้องครัว เศษอาหาร ขยะ แม่ครัว แม่บ้าน
เครื่องกำจัดเศษอาหาร

ดังนั้นวิธีการกำจัดอาหารที่ถูกต้องจะต้องทานให้หมดไม่เหลือทิ้งหรือปรุงอาหารให้พอดีกับคนทาน แต่ความเป็นจริงแล้วบางครั้งเราก็ไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้ โดยเฉพาะบ้านที่มีสมาชิกค่อนข้างเยอะ ดังนั้นเราแนะนำให้นำอาหารเหลือทิ้งมากำจัดให้อยู่ในรูปแบบของปุ๋ยอินทรีย์ และเราสามารถนำปุ๋ยเหล่านั้นไปปลูกผักผลไม้จากหัวข้อก่อนหน้าได้ เป็นการใช้ทรัพยากรอย่างเต็มที่แต่ยั่งยืนค่ะ

เห็นมั้ยล่ะค่ะ จริง ๆ แล้ววิถีชีวิตแบบ Zero Waste ก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นแถมยังเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่เราคิด แต่หลายคนมักจะตกม้าตายเพราะความมุ่งมั่นที่มากจนเกินไป ดังนั้นพึงระลึกไว้เสมอว่าเรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลา เราแนะนำให้เริ่มจากพื้นที่เล็ก ๆ อย่างห้องครัว, ห้องนอน หรือห้องทำงาน เมื่อทำจนเป็นกิจวัตรและติดเป็นนิสัย เราก็จะค่อย ๆ ขยายพื้นที่ออกไปโดยอัตโนมัติเองค่ะ อีกหนึ่งอย่างที่ควรเข้าใจคือเราไม่จำเป็นต้องทำตามหลักการนี้ไปซะทั้งหมด มันไม่ผิดที่จะใช้ถุงหรือแก้วพลาสติกบ้างในบางกรณี แค่พยายามทำให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็พอแล้วค่ะ ทุกอย่างควรตั้งอยู่บนความพอดี ไม่ตึงหรือหย่อนมากจนเกินไป


References :

  1. NRDC
Next Post