อีกไม่กี่วันวง Seventeen ก็จะมาจัดคอนเสิร์ต SEVENTEEN TOUR ‘FOLLOW’ TO BANGKOK 2023 ให้คนไทยได้ไปชมกันแล้วในวันที่ 23 และ 24 ธันวาคมนี้ หลังจากรอกันมาอย่างยาวนาน โดยคอนเสิร์ตจะจัดขึ้นที่ราชมังคลากีฬาสถานครับ แต่ก่อนที่จะเข้าไปเอ็นจอยและสนุกกับคอนเสิร์ต แฟนคลับและคนที่ซื้อบัตรไปก็จะต้องทำการบ้านกันก่อน เพื่อเป็นการเตรียมตัวไปดูคอนเสิร์ตใหญ่ ให้สามารถเข้าไปร้องตามศิลปินได้ทุกเพลงนั่นเอง ดังนั้นในบทความนี้ผมจึงอยากจะเขียนแชร์เกี่ยวกับ ‘ประวัติและผลงานเพลงวง Seventeen’ ให้ทุกคนได้รู้จักมากขึ้นครับ
ประวัติวง Seventeen (เซเวนทีน)
Seventeen เป็นโปรเจกของทางค่าย Pledis Entertainment โดยฟอร์มวงขึ้นมาให้มีสมาชิกทั้งหมด 13 คน แต่เหตุผลที่ตั้งชื่อว่า ‘Seventeen’ เนื่องจากในวงจะมีสมาชิกที่มีความสามารถหรือทักษะค่อนข้างหลากหลาย แบ่งออกเป็น สาย Vocal, สาย Hip-hop และสาย Performace ซึ่งร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว ดังนั้นจะเป็น 13 + 3 + 1 กลายเป็น 17 (Seventeen) นั่นเองครับ
ทั้งนี้โปรเจกในการทำวงให้เป็นที่รู้จักจริง ๆ แล้วเริ่มต้นตั้งแต่ในช่วงปี 2013 มีการไลฟ์สตรีมมิ่งและรายการเล็ก ๆ เพื่อให้แฟนคลับได้ติดตามการฝึกซ้อมของ Trainees ก่อนจะเดบิวต์อย่างเป็นทางการ หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่ปี 2015 ทางค่ายก็ได้เปิดตัว Seventeen อย่างจริงจังผ่านทางทีวีช่อง MBC ซึ่งเป็นช่องดังในประเทศเกาหลีพร้อมกับปล่อย EP หรือ Mini Album ชื่อ ‘17 Carat’ ออกมา

ด้วยดนตรีและแนวเพลงของทาง Seventeen มีความอินเตอร์ค่อนข้างมากบวกกับความสามารถของศิลปินที่เก่งทำให้อัลบั้มนี้ประสบความสำเร็จในเกาหลีและต่างประเทศโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา เพราะในปีนั้นอัลบั้ม 17 Carat ทำลายสถิติเป็นอัลบั้ม K-Pop ที่อยู่ในชาร์ตอเมริกานานที่สุด และ Billboard เองก็ยกให้อัลบั้มนี้เป็น Top 10 อัลบั้ม K-Pop ของปี 2015 ด้วยเช่นกัน
การเปิดตัวอย่างสวยงามขนาดนี้ทำให้ทางค่าย Pledis Entertainment เดินหน้าดันวงนี้ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ด้วยการปล่อยอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกชื่อว่า ‘Love & Letter’ แน่นอนว่า Seventeen ไม่ทำให้ค่ายผิดหวัง เพราะวงสามารถทะลุเข้าไปอยู่ในชาร์ตเพลงญี่ปุ่นได้สำเร็จ และยังเดินสายไปทั่วเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, จีน, ออสเตรเลีย และเกาหลีประเทศบ้านเกิดของตัวเอง
ต่อมาในปี 2017 Seventeen ก็ได้ World Tour เป็นครั้งแรกได้แสดงคอนเสิร์ตทั้งเอเชียและอเมริกาเหนือ มีผู้ชมหลายหมื่นคนจับจองบัตรเพื่อเข้าไปดูโชว์ ส่วนปี 2018 – 2019 ก็มีการปล่อยอัลบั้มและ World Tour เป็นครั้งที่สองครับ เป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องและถือได้ว่าเป็นวงที่อยู่ในกระแสเสมอ ปล่อยซิงเกิลหรืออัลบั้มอะไรออกมาก็ต้องมีแฟนเพลงให้ความสนใจ
แต่ที่ปังจริง ๆ คงต้องยกให้กับปี 2020 เพราะในปีนั้นทางวงปล่อยซิงเกิล ‘Fallin’ Flower’ โดยในญี่ปุ่นสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 4 แสนก็อปปี้และขึ้นเป็นอันดับ 1 บน Billboard Chart ของประเทศญี่ปุ่น รวมไปถึง Mini Album ชื่อ ‘Heng:garæ’ ก็ประสบความสำเร็จมาก ๆ ในระดับอินเตอร์เพราะขึ้นชาร์ต Top Album ใน Itunes มากถึง 27 ประเทศ
จากนั้นในปี 2021 วงก็เริ่มดังถึงสหรัฐอเมริกามีโอกาสได้เข้าไปโชว์ในรายการดังของ James Corden และ Kelly Clarkson ซึ่งทำให้วงดังกระฉูดมากกว่าเดิม โดยตั้งแต่ 2021 จนถึงปัจจุบันนี้วงก็กลายเป็นที่พูดถึงของคนทั่วโลก ด้วยสไตล์เพลงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และความสามารถของคนในวงที่ดีเลิศไม่แพ้ใครครับ
ผลงานเพลงวง Seventeen (เซเวนทีน)
1. Don’t Wanna Cry
| แนวเพลง | K-pop และ EDM |
| ค่ายเพลง | Pledis Entertainment |
| ผู้แต่งเพลง | Woozi, S.Coups, Hoshi, Jeonghan และ Bumzu |
| โปรดิวเซอร์ | Woozi และ Bumzu |
| เพลงในปี | 2017 |
Don’t Wanna Cry ได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างดี เรียกได้ว่าเป็นเพลงที่ทำให้แฟนเพลงได้เห็น Seventeen ในมุมมองใหม่ ๆ มีความโตขึ้นมากกว่าเดิม เป็นการถ่ายทอดความรู้สึกเสียใจและความเหงาเข้าไปในเพลง แต่ก็ไม่พลาดในการใส่ EDM และ Electropop สว่าง ๆ เพื่อให้มีจังหวะในการโชว์ทักษะ Dance ของคนในวง ในขณะเดียวกันก็ลดความเป็น Hip-Hop ลงเพื่อให้ไม่คอนทราสกับเนื้อหาเพลง ซึ่งต้องบอกว่าเพลงนี้มีกระแสมากเพราะบีทมีความ Catchy ฟังแล้วติดหู ทำให้เพลงนี้พุ่งเป็นอันดับ 1 ในชาร์ต K-pop และยังขึ้นชาร์ต World Digital Song ในอเมริกาด้วยอันดับ 3 อีกด้วยครับ ผมเชื่อว่าเพลงนี้ต้องเคยผ่านหูทุกคนมาแล้วไม่มากก็น้อย
2. HOT
| แนวเพลง | K-pop และ hip hop |
| ค่ายเพลง | Pledis และ YG Plus |
| ผู้แต่งเพลง | Woozi, Bumzu, Dan August Rigo และ Ploypaworawan Praison |
| โปรดิวเซอร์ | Woozi, Bumzu, Tim Tan, Rigo, Praison, Softserveboy (153/Joombas) และ Alex Keem (153/Joombas) |
| เพลงในปี | 2022 |
HOT ค่อนข้างโดดเด่นในเรื่องของดนตรีทั้งเบส, กลอง และกีตาร์ที่ดุเดือดพอสมควร ทั้งยังใส่ลูกเล่น Beat Box และปรับแต่งเสียง Auto-Tune ให้แมตช์กับเพลงได้อย่างเพอร์เฟค ถ้าพูดในเรื่องของบีทต้องบอกว่าเพลงนี้จัดหนักจัดเต็มจริง ๆ ครับ เรียกว่าเปิดขึ้ยมา Verse แรกก็ต้องลุกขึ้นเต้นกันเลยละ ยิ่งโดยเฉพาะท่อนฮุกหากใครเป็นแฟนคลับตัวยงของวงรับรองว่ากระโดดกรี๊ดกันอย่างเมามันส์ ความปังของเพลงนี้ไม่ใช่แค่ยอดสตรีมมิ่งหลักร้อยล้านเท่านั้น เพราะทาง Rolling Stone จัดให้เพลงนี้เป็นเพลงอันดับที่ 38 ของปี 2022 เลยทีเดียว ซึ่งไม่ใช่ใครก็สามารถทำได้ครับ
3. Super
| แนวเพลง | K-pop |
| ค่ายเพลง | Pledis |
| ผู้แต่งเพลง | Woozi, Bumzu, S.Coups และ Vernon |
| โปรดิวเซอร์ | Woozi, Bumzu และ August Rigo |
| เพลงในปี | 2023 |
Super เป็นหนึ่งในซิงเกิลจากอัลบั้ม FML โดยเพลงนี้ยังคงดุเดือดและเฟียซตามสไตล์ของวง Seventeen แม้ว่าฟังครั้งแรกก็สัมผัสได้ถึง Energy ของเพลงเลยครับ ทั้งนี้ถึงแม้ว่า Super จะมาในสไตล์ Dance บีทหนัก แต่ถ้ามองลึกไปถึงเนื้อหาขอเพลงจริง ๆ แล้วเพลงนี้ก็ให้ความ Positive กับแฟนเพลงอยู่พอสมควร เพราะเพลงนี้พูดถึงการสู้ชีวิตและการ Move On ในชีวิต ฟังแล้วจะได้ Vibe ดี ๆ ในการใช้ชีวิตต่อไปครับ นอกจากนี้เพลง Super ยังได้เข้าชิง MTV ในสาขา Best K-Pop อีกด้วย
4. VERY NICE
| แนวเพลง | K-pop |
| ค่ายเพลง | Pledis Entertainment และ LOEN Entertainment |
| ผู้แต่งเพลง | Woozi, S.Coups, Vernon และ Bumzu |
| โปรดิวเซอร์ | Woozi และ Bumzu |
| เพลงในปี | 2016 |
Very Nice ปล่อยออกมาตั้งแต่ในปี 2016 ครับ แต่เปิดกี่ครั้งเพลงนี้ก็ยังคง Bop เหมือนเดิม เพราะบีทและดนตรีติดหูมีความคลาสสิกแต่ยังคงความโมเดิร์นของ EDM เอาไว้อยู่ คุณภาพของเพลงนี้ทำให้แฟนเพลงหลายคนยกให้ Very Nice เป็น Masterpiece หรือผลงานชิ้นโบว์แดงของวงเลยก็ว่าได้ ที่สำคัญคือบีททำให้เพลงนี้มีความฮ็อตและเซ็กซี่ เหมาะกับการเปิดช่วง Summer มาก ๆ ซึ่งในตอนที่ปล่อยเพลงออกมาเป็นช่วงหน้าร้อนพอดี จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมเพลงนี้ Mood ดีมากและดังจนถึงทุกวันนี้
5. Rock with you
| แนวเพลง | K-pop |
| ค่ายเพลง | HYBE LABELS |
| ผู้แต่งเพลง | Woozi, Bumzu, Vernon, Joshua, Kim In Hyun, Jordan Witzigreuter, Cameron Walker และ Tim Tan |
| โปรดิวเซอร์ | Woozi, Bumzu, Vernon, Joshua, Kim In Hyun, Jordan Witzigreuter, Cameron Walker และ Tim Tan |
| เพลงในปี | 2021 |
Rock with you มาในสไตล์เพลง Pop ที่ฟังสบายหู ไม่ดุเดือดเหมือนกับเพลง EDM อื่น ๆ ที่ปล่อยออกมา หากใครเป็นชอบ Mid-Tempo คือเพลงกึ่งเร็วกึ่งช้าที่ให้ความ Easy Listening แต่ยังสามารถโยกไปตามเพลงได้ไม่ยาก เหมาะสำหรับการเปิดในช่วงวันหยุดหรือตอนเช้าเหมือนบูสเอนเนอร์จี้ของตัวเอง หากใครชอบเพลงฟังสบาย ๆ ผมคิดว่าเพลงนี้อาจจะเป็น Most Favorite ของคุณได้ครับ
6. Darl+ing
| แนวเพลง | Pop |
| ค่ายเพลง | Pledis และ YG Plus |
| ผู้แต่งเพลง | Woozi, Bumzu และ Hwang Hyun (Monotree) |
| โปรดิวเซอร์ | Woozi, Bumzu และ Shannon |
| เพลงในปี | 2022 |
ถ้าหากฟัง Darl+ing แล้วจะรู้สึกเลยว่าชีวิตสดใสขึ้นครับ เพราะดนตรีเป็น Pop น่ารัก ๆ มีความขี้เล่นและให้ความรู้สึกดี ๆ นักวิจารณ์เพลงมืออาชีพหลายสำนักค่อนข้างชมการเลือกใช้ดนตรี ไม่ว่าจะเป็นการใส่เมโลดี้ที่เป็นเปียโนหรือกีตาร์อาคูสติกทำให้เพลงมีความอบอุ่นและซอฟต์พอสมควร โดยเพลงนี้สามารถขึ้นชาร์ตเพลงได้หลายประเทศเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย, ญี่ปุ่น, เกาหลี, ไต้หวัน, เวียดนาม และแคนาดาครับ เป็นอีกเพลงที่ฟังง่าย มีความ Easy Listening ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเกาหลีก็สัมผัส อารมณ์ดี ๆ ของเพลงได้
7. Left & Right
| แนวเพลง | K-pop |
| ค่ายเพลง | Pledis Entertainment |
| ผู้แต่งเพลง | Woozi และ Bumzu |
| โปรดิวเซอร์ | Woozi และ Bumzu |
| เพลงในปี | 2020 |
สำหรับเพลง Left & Right เป็นเพลงที่ทาง Woozi ต้องการให้แรงบันดาลใจกับวัยรุ่นในการเดินทางหาความฝันของตัวเอง เป็นเหมือนข้อความในการให้กำลังใจกับทุกคนประสบความสำเร็จดังใจหวัง ส่วนดนตรีก็ยังคงความเป็น Electropop Pop และ EDM ตามแบบฉบับของวง สำหรับคนไหนที่กำลังหาเส้นทางเดินของชีวิตไม่เจอหรือกำลังท้อแท้ในชีวิต เพลงนี้จะฮีลใจให้คุณก้าวเดินต่อไปในชีวิตเพื่อทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง
8. CLAP
| แนวเพลง | K-pop |
| ค่ายเพลง | Pledis Entertainment และ LOEN Entertainment |
| ผู้แต่งเพลง | Woozi, Jeonghan, Hoshi, Mingyu, DK, S.Coups และ Bumzu |
| โปรดิวเซอร์ | Woozi, Bumzu และ Park Gi-tae |
| เพลงในปี | 2017 |
ถ้าหากเปรียบเทียบความดังของเพลงนี้กับ 7 เพลงด้านบน เพลงนี้อาจไม่ใช่เพลงที่ดังที่สุดหรือมียอดสตรีมมากเป็นอันดับ 1 แต่ถ้าพูดถึงลูกเล่นการใช้ดนตรีและเนื้อหาของเพลง ผมยกให้เพลงนี้มาเป็นอันดับ Top 3 เลยครับ อย่างแรกเลยคือเพลงนี้ใส่ความเป็น Trap ลงไป มีเสียง Clap ตามคอนเซปต์ของเพลง ส่วนบีทของก็ดุเดือดแทบไม่มีช่วงให้แฟนเพลงได้หายใจ ถ้าหากเปิดในร้านบันเทิง ผับ หรือคอนเสิร์ตเพลงนี้จะทำให้ฟลอร์เร่าร้อนเลยละครับ หากใครรู้สึกอยากเติมความมันส์ในชีวิตเพลงนี้ตอบโจทย์แน่นอน