ในช่วงเช้าวันใหม่ของวัน อาหารเช้าที่หาทานรองท้องได้ง่ายที่สุดก็คือโจ๊ก นม ซีเรียลและขนมปัง หากมองดูดี ๆ ขนมปังเป็นอาหารเช้าที่สะดวกที่สุดและสามารถทำเป็นทั้งของหวานและของคาวได้อย่างง่ายดาย เพราะหากคุณเติมไส้กรอกและผักลงไปในขนมปังมันก็จะกลายเป็นแซนด์วิช แต่หากคุณทานขนมปังร่วมกับสเปรด, นมข้นหวาน, เนยถั่ว หรือแยมมันก็จะกลายเป็นอาหารหวานค่ะ
เมื่อพูดถึงแยมหลายคนชอบทานแยมอะไรกันบ้างคะ? เมื่อถามคำถามนี้หลาย ๆ คนอาจจะต้องคิดหนักเพราะแยมมีหลายรสชาติเหลือเกิน ทั้งแยมส้ม แยมสตรอว์เบอร์รี แยมเชอร์รีรวมไปถึง “แยมบลูเบอร์รี” ใช่มั้ยคะ?

แยมบลูเบอร์รีเป็นแยมที่ได้รับความนิยมรองลงมาจากแยมสตรอว์เบอร์รีค่ะ เพราะสีของแยมและความเปรี้ยวของบลูเบอร์รีสามารถดึงดูดใจผู้ทานได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะนำมาทากับขนมปัง ทำไส้ขนมปังหรือนำมาทาบนเค้กก็อร่อยและมีรสชาติที่ดีมาก อีกทั้งผลไม้ลูกเล็ก ๆ อย่างบลูเบอร์รีก็มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง หากวันนี้คุณกำลังมองหาซื้อแยมบลูเบอร์รีอยู่เราก็มีสินค้ามาแนะนำกันค่ะ
แยมบลูเบอร์รี ยี่ห้อไหนอร่อย ?
- แยมบลูเบอร์รีคีโต เหมาะสำหรับคนที่ลดน้ำหนัก: KETO U Like แยมบลูเบอร์รีคีโต
- แยมบลูเบอร์รีไบโอออร์แกนิก ปลอดภัยมีประโยชน์ต่อสุขภาพ: Annes Feinste Organic Jam Blueberry แยมบลูเบอร์รี
- ใช้ผลไม้แท้ 100% ไม่มีสารให้ความหวาน สีหรือสารกันบูด: St. Dalfour แยมบลูเบอร์รี
- แยมบลูเบอร์รีคุณภาพสูง ใช้บลูเบอร์รีจากแหล่งธรรมชาติ: Hero แยมบลูเบอร์รี
- มีส่วนผสมของบลูเบอร์รีมากถึง 56% อร่อยนุ่มละมุนลิ้น: Movenpick แยมบลูเบอร์รี
- Smucker’s Blueberry Preserves แยมบลูเบอร์รี: Smucker’s Blueberry Preserves แยมบลูเบอร์รี
ประโยชน์ของการทานบลูเบอร์รี (1-3)
บลูเบอร์รีเป็นผลไม้ลูกเล็กที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย แต่นอกจากจะอร่อยแล้วบลูเบอร์รียังอุดมไปด้วย วิตามินซี, วิตามินบี 6 และวิตามินเอ การทาบลูเบอร์รีในปริมาณ 100 กรัม จะช่วยทำให้คุณได้รับวิตามินซีจำนวนมาก ทั้งยังเป็นวิตามินซีที่เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่อีกด้วย
นอกจากวิตามินแล้วบลูเบอร์รียังมีแคลเซียม, ไฟเบอร์, ธาตุเหล็กและแมกนีเซียมในระดับสูง โดยปริมาณแคลอรีของบลูเบอร์รีนั้นค่อนข้างต่ำมากเลยทีเดียวค่ะ เพราะบลูเบอร์รี 100 กรัมมีเพียง 57 แคลอรีเท่านั้น อีกทั้งบลูเบอร์รียังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ, ต้านมะเร็ง, ต่อต้านริ้วรอยและมีคุณสมบัติต้านการอักเสบในร่างกายของผู้บริโภคอีกด้วย
นอกจากนี้ผลไม้ชนิดนี้ยังทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างกระดูก ป้องกันโรคหัวใจและปรับปรุงประสิทธิภาพของสมอง จึงไม่น่าแปลกใจที่บลูเบอร์รีได้รับความนิยมมากและทานกันอย่างแพร่หลาย แม้ว่ารสชาติของบลูเบอร์รีจะถูกจัดว่าเป็นรสเปรี้ยว แต่บลูเบอร์รีจะไม่เพิ่มการผลิตกรดในกระเพาะอาหาร ดังนั้นผลไม้ชนิดนี้จึงสามารถบริโภคได้ทุกเพศทุกวัยในปริมาณที่เหมาะสมค่ะ

ข้อควรระวัง : ในหนึ่งวันคุณไม่ควรบริโภคบลูเบอร์รีเกิน 100 กรัม เพราะการบริโภคบลูเบอร์รีมากเกินไปอาจมีผลเสียต่อร่างกาย เช่น ท้องร่วง ท้องผูกและท้องอืด ทั้งยังอาจทำให้เกิดอาการแพ้ รวมถึงเพิ่มการผลิตกรดในกระเพาะอาหารสำหรับสตรีมีครรภ์ อีกทั้งการทานบลูเบอร์รีจะทำให้เราได้รับวิตามินเคที่มากเกินไป ซึ่งจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคโลหิตจางและโรคดีซ่านได้
เคล็ดลับในการเลือกซื้อแยมบลูเบอร์รี
1. เนื้อสัมผัสของแยมบลูเบอร์รี
แม้ว่าจะมีลักษณะเหมือนกันแต่แยมบลูเบอร์รีแต่ละแบรนด์มีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับผู้ผลิต ในท้องตลาดมีแยมบลูเบอร์รีที่มีเนื้อสัมผัสคล้ายเยลลี่ ในขณะที่ยังมีแยมบลูเบอร์รีที่ให้เนื้อบลูเบอร์รีมาในปริมาณอีกด้วย ตอนนี้เราจะพาไปดูความแตกต่างกันเพื่อที่คุณจะได้รู้ว่าอันไหนที่เหมาะกับคุณมากที่สุด

- แยมบลูเบอร์รีที่มีเนื้อเจลลี แยมบลูเบอร์รีที่มีเนื้อเจลลีเป็นเนื้อนุ่ม ๆ และทาได้ง่ายมาก สามารถใช้เป็นส่วนผสมของอาหารหรือเครื่องดื่มได้อย่างสบาย ๆ ดังนั้นแยมประเภทนี้จึงมักใช้ทาขนมปังขาวหรือผสมสมูทตี้ เนื้อของบลูเบอร์รีในแยมนั้นแทบไม่มีเลย แยมจึงให้ความรู้สึกนุ่มลิ้นมาก ๆ เมื่อทาน
- แยมบลูเบอร์รีที่มีเนื้อบลูเบอร์รี แยมบลูเบอร์รีชนิดนี้มีเนื้อบลูเบอร์รีเป็นจำนวนมาก เนื้อสัมผัสของบลูเบอร์รีได้มาจากกระบวนการบดบลูเบอร์รีที่ไม่ละเอียดนักจึงยังคงมีเนื้อบลูเบอร์รีหยาบ ๆ ให้เราได้เคี้ยวอยู่ แยมบลูเบอร์รีแบบนี้จะเข้มข้นจึงเหมาะมากที่จะใช้ทาหน้าเค้กหรือทำไส้เค้ก
2. ตรวจสอบส่วนผสมดูรสชาติ
โดยพื้นฐานแล้วรสชาติของบลูเบอร์รีมักจะมีรสเปรี้ยว อย่างไรก็ตามเมื่อแปรรูปเป็นแยมบลูเบอร์รีจะต้องผ่านการผสมกับสารให้ความหวาน เช่น น้ำตาล น้ำเชื่อมข้าวโพดหรือมอลทิทอล ด้วยเหตุนี้แยมบลูเบอร์รีจึงมีความหวาน
อย่างไรก็ตามแยมแต่ละยี่ห้อมีรสหวานไม่เท่ากัน สิ่งนี้จะขึ้นอยู่กับปริมาณของบลูเบอร์รีและสารให้ความหวานที่ใช้ โดยทั่วไปแล้วส่วนผสมในตารางองค์ประกอบจะจัดเรียงตามสัดส่วนจากมากไปหาน้อย หากมีการระบุบลูเบอร์รีไว้เป็นอันแรกแสดงว่าแยมมีรสเปรี้ยว ตรงกันข้ามถ้าน้ำตาลอยู่เป็นอันดับแรกก็แสดงว่าแยมมีรสหวานกว่า

นอกจากนี้คุณยังสามารถตรวจสอบเปอร์เซ็นต์ของปริมาณบลูเบอร์รีเพื่อระบุรสชาติของแยมได้อีกด้วย หากคุณชอบรสเปรี้ยวเราขอแนะนำให้เลือกแยมที่มีปริมาณบลูเบอร์รีมากกว่า 50 % สำหรับผู้ชื่นชอบความหวานให้เลือกแยมบลูเบอร์รีที่มีปริมาณบลูเบอร์รีน้อยกว่า 50% ค่ะ ในทางกลับกันยิ่งปริมาณน้ำตาลในแยมสูงเท่าไรก็จะยิ่งทานได้นานและหมดอายุช้า เนื่องจากน้ำตาลมีบทบาทสำคัญในการเป็นสารกันบูดตามธรรมชาติ
3. ใส่ใจกับปริมาณแคลอรี
แม้ว่าปริมาณแคลอรีในบลูเบอร์รีจะค่อนข้างต่ำ แต่การใช้สารให้ความหวานในแยมบลูเบอร์รีสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ได้ ดังนั้นเราขอแนะนำให้คุณตรวจสอบปริมาณแคลอรีในแยมบลูเบอร์รีที่คุณเลือก โดยคุณสามารถตรวจสอบได้จากฉลากบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ หากคุณกำลังลดน้ำหนักให้บริโภคแยมบลูเบอร์รีที่มีแคลอรีต่ำค่ะ นอกจากปริมาณแคลอรีและปริมาณน้ำตาลแล้ว คุณต้องตรวจสอบสารเติมแต่งในแยมด้วย สารเติมแต่งที่เราพูดถึงรวมถึงสารให้ความหวานเทียม สารกันบูดหรือสารแต่งสีที่เป็นอันตราย ขอบอกเลยว่าสารเหล่านี้ไม่ได้ดีต่อสุขภาพเลย
เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน
Aohata Fully fruit แยมบลูเบอร์รี

Aohata Fully fruit แยมบลูเบอร์รีจากญี่ปุ่นที่เหมาะสำหรับคนที่คลั่งไคล้บลูเบอร์รี เพราะภายในแยมมีส่วนผสมของเนื้อบลูเบอร์รี 60% แยมที่ได้ยังทำให้เราสามารถเคี้ยวได้อยู่ค่ะ จุดเด่นของแยมคือไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลเลยแต่ทางแบรนด์ได้ใช้น้ำแอปเปิ้ลเข้มข้นแทนการเติมน้ำตาล ทำให้รสชาติของแยมบลูเบอร์รีมีความอร่อยมากยิ่งขึ้น ผลไม้ที่ทางแบรนด์ใช้เป็นผลไม้แท้ ๆ ไม่ได้ใช้หัวเชื้อผลไม้มาทำแน่นอน มั่นใจเรื่องคุณภาพได้เลยค่ะ
| ปริมาณ | 250 กรัม |
|---|---|
| เนื้อสัมผัสของแยม | แยมเนื้อบลูเบอร์รี |
| ส่วนผสมหลัก | บลูเบอร์รี 60% และน้ำแอปเปิ้ล |
| แคลอรี | 50 แคลอรี |
Bonne Maman Wild Blueberries แยมบลูเบอร์รี

Bonne Maman Wild Blueberries เป็นแยมที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มมาก เมื่อทานเข้าไปแล้วบลูเบอร์รีจะละลายในปากทำให้รู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้ทาน หากคุณชอบอาหารเนื้อนุ่ม อย่าลังเลที่จะเลือกผลิตภัณฑ์นี้ค่ะ เพราะมันเป็นผลิตภัณฑ์อเนกประสงค์ทำให้คุณสามารถนำมาทำเป็นท็อปปิ้งสำหรับแพนเค้กโฮมเมดและท็อปปิ้งไอศกรีมวานิลลาได้ด้วย ทางแบรนด์ได้ใช้บลูเบอร์รีป่าจากธรรมชาติทำให้รสชาติมีความอร่อยมาก ความหวานที่ทางแบรนด์ใช้คือความหวานจากบลูเบอร์รีและแทรกด้วยน้ำตาลอ้อยทำให้อร่อยไม่รู้ลืมค่ะ
| ปริมาณ | 370 กรัม |
|---|---|
| เนื้อสัมผัสของแยม | แยมเนื้อบลูเบอร์รี |
| ส่วนผสมหลัก | บลูเบอร์รีและน้ำตาลอ้อย |
| แคลอรี | 50 แคลอรี |
Annes Feinste Organic Jam Blueberry แยมบลูเบอร์รี

Annes Feinste Organic Jam Blueberry แยมบลูเบอร์รีไบโอรีออร์แกนิกที่เหมาะสำหรับคนที่รักสุขภาพอย่างเรา ๆ ค่ะ บลูเบอร์รีที่ทางแบรนด์ใช้เป็นบลูเบอร์รีคุณภาพสูงที่ผ่านกระบวนการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ทำให้รสชาติของบลูเบอร์รีที่ได้มีความสดใหม่อยู่ตลอดเวลา ความหวานที่ทางแบรนด์ใช้เป็นความหวานจากบลูเบอร์รีและน้ำตาลอ้อยธรรมชาติ ทำให้มีกลิ่นหอมน่ารับประทาน หากได้ทานแยมบลูเบอร์รีคู่กับขนมปังสักแผ่นคงจะอร่อยไม่รู้ลืมอย่างแน่นอนค่ะทุกคน
| ปริมาณ | 225 กรัม |
|---|---|
| เนื้อสัมผัสของแยม | แยมเนื้อเจลลี |
| ส่วนผสมหลัก | บลูเบอร์รีและน้ำตาลอ้อย |
| แคลอรี | ไม่ระบุ |
St. Dalfour แยมบลูเบอร์รี

St. Dalfour Wild Blueberry เป็นแยมบลูเบอร์รีที่ทำมาจากผลไม้ 100% จุดเด่นก็คือแยมมีรสหวานแต่ไม่ได้ใช้สารให้ความหวาน เช่น น้ำตาลหรือน้ำเชื่อมข้าวโพด เพราะแยมใช้ความหวานจากองุ่นและอินทผาลัมเข้มข้นแทน ดังนั้นแยมบลูเบอร์รีจากแบรนด์นี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ แยมไม่มีสารแต่งสีและสารกันบูดทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น อีกทั้งแยมยังปลอดภัยสำหรับคนที่มีกรดในกระเพาะและสตรีมีครรภ์ด้วยค่ะเพราะไม่หวานมากเกินไป รสชาติมีความกลมกล่อมกำลังพอดี
| ปริมาณ | 284 กรัม |
|---|---|
| เนื้อสัมผัสของแยม | แยมเนื้อบลูเบอร์รี |
| ส่วนผสมหลัก | บลูเบอร์รี 51% และน้ำผลไม้เข้มข้น (องุ่นและอินทผลัม) |
| แคลอรี | 50 แคลอรี |
Movenpick แยมบลูเบอร์รี

Movenpick แยมบลูเบอร์รีบด ที่มีส่วนผสมของบลูเบอร์รีมากถึง 56% จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่รสชาติที่ของบลูเบอร์รีมีความเข้มข้นมาก แยมบลูเบอร์รีไม่หวานมากเท่าไหร่ค่ะ ดังนั้นถ้าคุณไม่ชอบรสหวานแต่อยากชิมแยมบลูเบอร์รีผลิตภัณฑ์นี้เหมาะสำหรับคุณเลยค่ะ จุดเด่นของแยมบลูเบอร์รีคือทางแบรนด์ได้ใช้บลูเบอร์รีป่ามาทำเป็นแยม แยมบลูเบอร์รีที่ได้จึงหวานอมเปรี้ยวและน่ารับประทาน เนื้อสัมผัสของแยมเป็นเนื้อละเอียดและมีความนุ่มปาดลงบนขนมปังได้ง่ายมาก
| ปริมาณ | 250 กรัม |
|---|---|
| เนื้อสัมผัสของแยม | แยมเนื้อเจลลี |
| ส่วนผสมหลัก | บลูเบอร์รีและน้ำตาล |
| แคลอรี | 198 แคลอรี |
Hero แยมบลูเบอร์รี

Hero Blueberry Jam เป็นแยมบลูเบอร์รีที่ใช้บลูเบอร์รีที่เติบโตตามธรรมชาติในยุโรปมาเป็นส่วนผสมหลัก จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์จะมีความสม่ำเสมอมากขึ้นทั้งในด้านรสชาติ กลิ่นและสี หากคุณมีคนหรือแขกมาที่บ้านแล้วไม่มีของว่าง แยมบลูเบอร์รีนี้สามารถช่วยชีวิตคุณได้เลยค่ะ เพราะคุณสามารถแปรรูปเป็นไส้เค้กหรือไส้โดนัทเพื่อให้ได้รสชาติระดับพรีเมียม รสชาติของแยมค่อนข้างดีและมีราคาไม่แพงค่ะ
| ปริมาณ | 340 กรัม |
|---|---|
| เนื้อสัมผัสของแยม | แยมเนื้อเจลลี |
| ส่วนผสมหลัก | น้ำตาลและบลูเบอร์รี 40% |
| แคลอรี | 36 แคลอรี |
Smucker's Blueberry Preserves แยมบลูเบอร์รี

หากคุณชอบแยมบลูเบอร์รีรสชาติ คุณต้องเลือกซื้อ Smucker's Blueberry Preserves ค่ะ ถึงแม้ว่าจะมีรสหวานแต่ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล เพื่อให้มีรสหวานแยมได้ใช้ส่วนผสมของน้ำเชื่อมข้าวโพดและน้ำเชื่อมฟรุกโตส ทำให้แยมไม่มีน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไป แยมสามารถใช้ทานบนขนมปังได้หรือจะใช้แยมเพื่อทาหน้าเค้กหรือทำไส้ก็ได้เช่นกันค่ะ ขอบอกเลยว่าคุณภาพของแยมดีมากค่ะและได้รับยอดขายอันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกาด้วย
| ปริมาณ | 340 กรัม |
|---|---|
| เนื้อสัมผัสของแยม | แยมเนื้อเจลลี |
| ส่วนผสมหลัก | บลูเบอร์รี น้ำเชื่อมข้าวโพดและน้ำเชื่อมฟรุกโตส |
| แคลอรี | 50 แคลอรี |
KETO U Like แยมบลูเบอร์รีคีโต

KETO U Like เป็นแยมบลูเบอร์รีที่เหมาะมากสำหรับผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก เพราะแยมมีแคลอรีที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ดังนั้นคุณสามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักขึ้น ตัวแยมของทางแบรนด์ได้ใช้น้ำตาลหญ้าหวานทำให้ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แยมมีส่วนผสมของเนื้อบลูเบอร์รีแน่น ๆ ทำให้เราได้สัมผัสกับเนื้อบลูเบอร์รีแบบเต็ม ๆ คำ หากใครที่กังวลเรื่องสุขภาพแต่ยังคงอยากทานแยมอยู่เราขอแนะนำเลยค่ะ
| ปริมาณ | 100 กรัม |
|---|---|
| เนื้อสัมผัสของแยม | แยมเนื้อเจลลี |
| ส่วนผสมหลัก | บลูเบอร์รีและน้ำตาลหญ้าหวาน |
| แคลอรี | 60 แคลอรี |
Bestfood แยมฟิลลิ่งรสบลูเบอร์รี

Bestfood แยมฟิลลิ่งรสบลูเบอร์รีที่ไม่มีใครไม่รู้จักค่ะ เพราะแยมจากเบสท์ฟู้ดมักจะถูกนำไปใช้เป็นไส้เครป ไส้โดนัท ไส้ขนมปังและไส้เค้กบ่อยมาก นั่นเป็นเพราะว่าแยมมีเนื้อเจลลีที่ละเอียดเป็นพิเศษสามารถปาดลงสู่ขนมได้ง่าย อีกทั้งยังมีราคาถูกทำให้สามารถใช้งานได้บ่อย ๆ ค่ะ ตัวแยมมีความหอมหวานอมเปรี้ยวชวนรับประทาน ในการใช้งานแนะนำให้แกะแยมออกจากถุงมาเก็บไว้ในขวดนะคะเพราะหากยังอยู่ในถุงจะหกเลอะเทอะได้ง่ายค่ะ
| ปริมาณ | 900กรัม |
|---|---|
| เนื้อสัมผัสของแยม | แยมเนื้อเจลลี |
| ส่วนผสมหลัก | บลูเบอร์รีและน้ำตาล |
| แคลอรี | ไม่ระบุ |
** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว
วิธีทำแยมบลูเบอร์รีง่าย ๆ ที่บ้าน
แยมบลูเบอร์รีที่ขายตามท้องตลาดมีรสชาติอร่อยและเหมาะสำหรับการใช้ทานร่วมกับขนมปัง แต่ทุกคนคะคุณรู้หรือไม่ว่าการทำแยมบลูเบอร์รีที่บ้านไม่ใช่เรื่องที่ยากเลย ในส่วนนี้เราจะสอนวิธีทำแยมบลูเบอร์รีด้วยตัวของคุณเอง โดยใช้ส่วนผสมแค่ 3 ส่วนผสมเท่านั้น นั่นก็คือบลูเบอร์รี น้ำตาลและน้ำมะนาว และนี่คือขั้นตอนการทำค่ะ

- ล้างบลูเบอร์รีให้สะอาด หลังจากนั้นบดหรือบี้บลูเบอร์รีให้เนียนละเอียดตามต้องการ
- ใส่บลูเบอร์รีบดลงในกระทะ
- เปิดไฟปานกลาง เริ่มผัดบลูเบอร์รีไปเรื่อย ๆ หลังจากนั้นให้เติมน้ำตาล
- เติมน้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
- ผัดจนบลูเบอร์รีเนียนละเอียดและน้ำตาลละลาย แนะนำให้คนเนื้อบลูเบอร์รีตลอดเวลาห้ามพักมือเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำตาลไหม้ที่ด้านล่างของกระทะ
- หลังที่แยมบลูเบอร์รีเนียนละเอียดตามความชอบแล้ว ให้ปิดไฟและนำออกมาพักไว้ให้เย็น
- หลังจากนั้นรอให้แยมบลูเบอร์รีเย็นตัวลงและนำไปใส่ในตู้เย็น
เคล็ดลับเพิ่มเติม
ปกติแล้วบลูเบอร์รีมีน้ำอยู่มากอยู่แล้ว ดังนั้นการทำแยมบลูเบอร์รีที่บ้านจึงไม่จำเป็นต้องใช้น้ำเลย เพียงใช้บลูเบอร์รี น้ำตาลทรายและน้ำมะนาวเล็กน้อยเพื่อรสชาติที่เข้มข้นยิ่งขึ้น เมื่อปรุงอาหารให้ลองใช้กระทะแบบ Non Stick ปรุงแยมด้วยไฟอ่อน ๆ และไม่ต้องคนบ่อยในตอนแรกเพราะน้ำตาลจะกลายเป็นผลึกได้ถ้าคุณกวนบ่อยเกินไป แนะนำให้รอให้น้ำตาลละลายแล้วคนให้เข้ากัน ขอบอกเลยว่าการทำแยมบลูเบอร์รีด้วยตัวเองนั้นถูกสุขอนามัยมากกว่าและมีรสชาติที่เข้ากับรสนิยมกับความต้องการของคุณค่ะ
References :
- Blueberries and Health
- Recent Research on the Health Benefits of Blueberries and Their Anthocyanins
- Eat blueberries and strawberries three times per week

