นอกจากมาม่าหรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ถูกยกให้เป็นเมนูประทังชีวิตในช่วงสิ้นเดือนแล้ว น้ำพริกเองก็เป็นอีกหนึ่งอาหารที่เป็นเสมือนมิตรคู่เรือนเพื่อนคู่ตัวที่มักจะเคียงบ่าเคียงไหล่ของเราในยามแร้นแค้น เนื่องจากมีราคาที่ไม่แพงอีกทั้งยังเป็นอาหารที่เก็บไว้ได้นาน รับประทานก็ง่าย แค่มีข้าวสวยร้อน ๆ สักจานทานคู่กับไข่เจียวร้อน ๆ เพียงเท่านี้ก็อิ่มไปอีกหนึ่งมื้อแบบประหยัด ๆ นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้วเมนูน้ำพริกเองก็ยังเป็นเมนูแก้เบื่อในวันที่คุณเกิดเครื่องหมายคำถามอยู่ในหัวว่า “วันนี้จะกินอะไรดี?” น้ำพริกก็คงจะเป็นอีกหนึ่งคำตอบที่ใช่ที่สุดแล้วละคะ
และถ้าหากคุณกำลังอยู่ในช่วงที่ต้องควบคุมน้ำหนักอยู่ด้วยละก็ การทำน้ำพริกทานเองคู่กับผักต้มนั้นก็เป็นไอเดียอาหารแคลอรี่ต่ำที่ดีใช่ย่อยเลย และถ้าหากคุณสนใจเมนูน้ำพริกพร้อมวิธีทำนั้นทาง bestreview.asia ของเราเองก็ได้ทำการรีวิวไว้ให้แล้วเรียบร้อย ส่วนผสมต่าง ๆ สามารถเพิ่มลดได้ตามที่คุณชอบเลยค่ะซึ่งมันก็ง่ายดายมาก ๆ เลยใช่ไหมละคะ แต่ถ้าจะให้ง่ายขั้นสุดก็ต้องซื้อกินเลยดีกว่า ไม่ต้องยุ่งยากลำบากเพียงแค่กดปุ๊บโอนปั๊บรับของ เสร็จแล้วก็เปิดทานทั้งง่ายและสะดวกมาก ๆ ซึ่งวันนี้เราเองก็จะมารีวิว “น้ำพริกสำเร็จรูป” กันจ้า ตามเรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะว่ามีน้ำพริกอะไรน่าทานกันบ้าง
ประวัติน้ำพริกของไทย
ก่อนจะไปยังน้ำพริกสำเร็จรูปทางด้านล่างนั้น เราขอพูดถึงเรื่องราวของน้ำพริกกันสักเล็กน้อยนะคะ อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าน้ำพริกนั้นเป็นอาหารที่อยู่คู่ครัวไทยมาเป็นเวลานานแสนนาน เพราะตั้งแต่เกิดและจำความได้น้ำพริกก็มีวางขายอยู่มากมายตามท้องตลาดและห้างสรรพสินค้าในโซนอาหารกันเรียบร้อยแล้ว รวมถึงน้ำพริกยังเป็นเมนูที่ผู้ใหญ่ในบ้านก็ทำกินเองอยู่บ่อย ๆ ใครจะรู้ละคะว่าแท้จริงแล้วน้ำพริกนั้นมีมาตั้งแต่สมัยปลายกรุงศรีอยุธยานู้นแหนะ (1)
สิ่งที่ถือเป็นเสน่ห์ของน้ำพริกก็คือความหลากหลายนี่เองค่ะ เพราะในแต่ละท้องถิ่นต่างก็มีเคล็ดลับขั้นตอน, วัตถุดิบ, สีสัน รวมถึงรสชาติที่เฉพาะตัว อีกทั้งชื่อเรียกของน้ำพริกในแต่ละภาคก็มีชื่อที่แตกต่างกันไปค่ะ อย่างในส่วนของภาคใต้จะมีการเรียกน้ำพริกว่า “น้ำชุบ” ส่วนทางฝั่งอีสานเองก็จะมีชื่อเรียกที่คุณคงจะคุ้นหูกันเป็นอย่างดีอย่าง “แจ่ว” หรือ “ป่น” ส่วนคำว่า “เมี่ยง” เองเราก็พอจะได้ยินกันอยู่บ้างนะคะ อาจจะมีบางครั้งที่เราใช้คำเรียกน้ำพริกแตกต่างกันบ้าง ก็ขอให้เข้าใจว่ามันก็คือน้ำพริกนั่นเองค่ะ
คำแนะนำในการเลือกซื้อน้ำพริก
1. ประเภทของน้ำพริก
อย่างที่เราได้บอกไปตั้งแต่ต้นแล้วว่าน้ำพริกนั้นมีความแตกต่างขึ้นอยู่กับท้องที่นั้น ๆ คงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมน้ำพริกถึงมีมากมายหลากหลายชนิดเหลือเกิน ก่อนคุณจะซื้อก็ดูให้แน่ชัดซะก่อนค่ะว่าน้ำพริกที่คุณสนใจนั้นเป็นน้ำพริกประเภทไหน มีส่วนประกอบอะไรบ้าง รวมถึงน้ำพริกที่คุณต้องการนั้นมีลักษณะอย่างไร ซึ่งน้ำพริกก็จะมีทั้งแบบเปียกและแบบแห้งแตกต่างกันไปอีกค่ะ ถ้าหากคุณคุ้นเคยกับการทานน้ำพริกเป็นอย่างดีก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ถ้าหากคุณเป็นมือใหม่ก็ต้องลองทำความเข้าใจประเภทของน้ำพริกนั้น ๆ ซะก่อนนะคะ
2. ระดับความเผ็ด

สำหรับข้อนี้เอาจริง ๆ ก็เป็นสิ่งอะไรที่เอาแน่เอานอนไม่ได้นะคะ เพราะว่าระดับความเผ็ดของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน แม้แต่คำว่าเผ็ดน้อยสำหรับบางคนกลับเป็นระดับความเผ็ดที่มากก็ได้นะคะ ดังนั้นเราแนะนำว่าอยากให้ดูประเภทของน้ำพริกและที่ที่ผลิตเป็นหลัก ขอยกตัวอย่างเป็นน้ำพริกจากทางภาคใต้ ระดับความเผ็ดปานกลางของคนใต้เองอาจจะเป็นระดับที่เผ็ดสำหรับคนภาคกลางก็เป็นได้ค่ะ เพราะน้ำพริกของทางใต้นั้นจะเน้นรสชาติที่เผ็ดนำอยู่แล้ว ดังนั้นก็ต้องลองพิจารณาจากแหล่งผลิตตามที่เราได้บอกไปดูนะคะ
3. กลิ่นและสี
วิธีการเลือกในข้อนี้ถ้าหากเป็นนักช็อปออนไลน์แบบเรา ๆ ก็อาจจะยากสักหน่อย สิ่งแรกที่เราแนะนำเลยก็คือต้องลองตรวจสอบรีวิวจากผู้ซื้อท่านอื่น พยายามดูรูปและสีของน้ำพริกนั้น ๆ ค่ะ และในส่วนของกลิ่นหลังจากที่คุณซื้อไปแล้ว ก่อนรับประทานเราอยากให้ลองดมกลิ่นกันก่อนค่ะ กลิ่นที่ได้จะต้องเป็นกลิ่นที่หอมน้ำพริกและส่วนผสมของพืชผักสมุนไพร จะต้องไม่มีกลิ่นเหม็นหืน อีกทั้งสีจริง ๆ จะต้องสดดูเป็นธรรมชาติ และจะต้องเป็นสีของวัตถุดิบนั้น ๆ นะคะ
4. ระยะเวลาในการเก็บรักษา
การตัดสินใจซื้อน้ำพริกนั้น คุณควรพิจารณาระยะเวลาในการเก็บรักษาด้วยว่ามีอายุมากน้อยเพียงใด เพื่อป้องกันการซื้อมาแล้วเหลือทิ้งสูญเปล่า แต่สำหรับเรื่องนี้หลาย ๆ ร้านเองก็มีรายละเอียดแจ้งไว้ชัดเจนอยู่แล้วค่ะ แล้วยิ่งเป็นน้ำพริกสำเร็จรูปในสมัยนี้ด้วยก็จะยิ่งมีอายุในการเก็บรักษาที่นาน ทานไม่หมดก็เก็บไว้ทานได้อีกคุ้มกับราคาที่เสียไปค่ะ แต่หลังจากที่เปิดทานแล้วก็ไม่ควรเก็บไว้นานเกินไปอีกนะคะเพราะรสชาติความอร่อยอาจจะลดลงได้
5. ปริมาณและราคา
ในฐานะของผู้บริโภค เราเองก็เข้าใจดีว่าปริมาณและราคานั้นเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งสองตัวนี้จะต้องสมเหตุสมผลกันค่ะ เอาง่าย ๆ ไม่ต้องอ้อมค้อมเลยก็คือจะต้องคุ้มนั่นเอง (ฮ่าฮ่า) ซึ่งความคุ้มค่านอกจากจะอยู่ที่ราคาก็ต้องดูวัตถุดิบด้วยค่ะ ถ้าน้ำพริกที่จะสั่งมีเนื้อเยอะ ๆ เน้น ๆ ก็อาจจะเป็นทางเลือกรายการแรก ๆ ที่เราจะซื้อ เพราะในฐานะผู้บริโภคคนนึง เราว่าไม่แปลกเลยค่ะที่จะต้องเลือกความคุ้มค่าให้กับตัวของเราเองเป็นอันดับแรก
เว็บไซต์ BestReview ไม่ได้เป็นตัวกลางขายสินค้าและไม่ได้ขายสินค้าโดยตรง เราเพียงแต่แนะนำสินค้าที่ดีหรือมียอดขายสูงในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ และเพื่อเป็นการสนับสนุนเรา เมื่อคุณซื้อสินค้าผ่านลิงก์ที่เราแนะนำ เราอาจได้รับค่าคอมมิชชัน
น้ำพริกแมงดาปลาย่าง น้ำพริกแมงดาปลาย่างอุทัยธานี

น้ำพริกแมงดาปลาย่างนั้นเป็นน้ำพริกที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวจากแมงดานาที่เป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบที่สำคัญ นำมาผสมกับเนื้อปลาดุกที่ปิ้งให้หอมฉุยและวัตถุดิบอื่น ๆ ทำให้ออกมามีรสชาติและหน้าตาที่น่าทานมาก พูดปุ๊บกลิ่นโชยมาเลยทีเดียวค่ะ สำหรับน้ำพริกแมงดาปลาย่างก็เป็นอีกหนึ่งน้ำพริกที่ได้รับความนิยมมาก ๆ ความอร่อยก็ไม่ต้องบรรยายมากมาย เพราะถ้าไม่เด็ดจริงก็คงไม่ได้อยู่คู่ครัวไทยเรามานมนานขนาดนี้แน่นอนค่ะ
*สำหรับกลิ่นของแมงดานั้นเราถือว่าเป็นความชอบส่วนบุคคลนะคะ เพราะสำหรับบางคนอาจจะชอบกลิ่นหอมฉุนของแมงดา หรือบางคนอาจจะไม่ชอบเพราะมันมีกลิ่นที่แรงหรืออาจจะมองว่าเป็นกลิ่นที่เหม็นก็ได้ สำหรับใครที่ทานบ่อยก็คงไม่มีปัญหา แต่ถ้าใครที่เพิ่งเริ่มทานก็ต้องพิจารณาเรื่องนี้กันนิดนึงนะคะ
| ปริมาณ | 500 กรัม |
|---|---|
| ระยะเวลาในการเก็บรักษา | 1 เดือน |
| 1 เดือน | เนื้อปลาดุก, เนื้อแมงดา และอื่น ๆ |
น้ำพริกไข่ปู น้ำพริกต้นตำหรับเมืองเพชรบุรี

| ปริมาณ | 200 กรัม |
|---|---|
| ระยะเวลาในการเก็บรักษา | 2 เดือน |
| วัตถุดิบหลัก | ไข่ปู, พริกขี้หนูสวน, มะนาว และอื่น ๆ |
น้ำพริกกุ้งเสียบรสดั้งเดิม สูตรต้นตำหรับ

| ปริมาณ | ปริมาณ |
|---|---|
| ระยะเวลาในการเก็บรักษา | 6 เดือน |
| วัตถุดิบหลัก | กุ้งเสียบ, หอมแดง, กระเทียม และอื่น ๆ |
น้ำพริกเบคอน น้ำพริกผสมเบคอน สูตรโฮมเมด

| ปริมาณ | 110 กรัม |
|---|---|
| ระยะเวลาในการเก็บรักษา | 3 เดือน |
| วัตถุดิบหลัก | เบคอน, กระเทียม, พริก และอื่น ๆ |
น้ำพริก น้ำพริกตาแดง

| ปริมาณ | 190 กรัม |
|---|---|
| ระยะเวลาในการเก็บรักษา | 3 เดือน |
| วัตถุดิบหลัก | พริก, กระเทียม, หอม และอื่น ๆ |
น้ำพริกปลาดุกฟูผัดพริกขิง น้ำพริกป้าติ๋ว

| ปริมาณ | 100 กรัม |
|---|---|
| ระยะเวลาในการเก็บรักษา | 6 เดือน |
| วัตถุดิบหลัก | เนื้อปลาดุก และอื่น ๆ |
น้ำพริกหนุ่ม สูตรเผ็ด

| ปริมาณ | ประมาณ 330 - 350 กรัม |
|---|---|
| ระยะเวลาในการเก็บรักษา | 1 เดือน |
| วัตถุดิบหลัก | พริกหนุ่ม, กระเทียม, หอมแดง และอื่น ๆ |
น้ำพริกไตปลาแห้ง สูตรปักษ์ใต้แท้ ๆ

| ปริมาณ | 120 กรัม |
|---|---|
| ระยะเวลาในการเก็บรักษา | 1 เดือน |
| วัตถุดิบหลัก | เนื้อปลาซาบะ และอื่น ๆ |
น้ำพริกปลาร้าทรงเครื่อง ผสมหมูผัดสุก

| ปริมาณ | 120 กรัม |
|---|---|
| ระยะเวลาในการเก็บรักษา | น้อยกว่า 1 เดือน |
| วัตถุดิบหลัก | เนื้อปลาร้า, พริกป่น และอื่น ๆ |
น้ำพริกนรก รสชาติเผ็ดจัดจ้าน พันท้ายนรสิงห์

| ปริมาณ | 50 กรัม |
|---|---|
| ระยะเวลาในการเก็บรักษา | ไม่ระบุ |
| วัตถุดิบหลัก | ปลากรอบป่น, พริกขี้หนู และอื่น ๆ |
น้ำพริกปลาร้าบอง น้ำพริกปลาร้าสุก

| ปริมาณ | 70 กรัม |
|---|---|
| ระยะเวลาในการเก็บรักษา | น้อยกว่า 1 เดือน |
| วัตถุดิบหลัก | ปลาร้า, ตะไคร้, หอม และอื่น ๆ |
น้ำพริกกากหมู น้ำพริกสําเร็จรูป ปราศจากสารกันบูด

| ปริมาณ | 50 กรัม |
|---|---|
| ระยะเวลาในการเก็บรักษา | 1 เดือน |
| วัตถุดิบหลัก | มันหมู, พริก, หอมแดง, กระเทียม และอื่น ๆ |
** คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงมาจากข้อความและเนื้อหาที่แสดงบนแพ็คเกจจิ้งของสินค้า เว็บไซต์แบรนด์ ผู้ผลิต และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้า อย่างไรก็ตามสินค้าบางตัวทีมงานของเรามีโอกาสลองใช้เองจริงในกรณีดังกล่าวเราจะเขียนบรรยายถึงประสบการณ์การใช้ส่วนตัว
น้ำพริกทานกับอะไรอร่อย

ก่อนที่เราจะจบบทความนี้ เราก็แชร์ไอเดียเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการทานน้ำพริกให้นะคะ เครื่องเคียงหรือแม้แต่อาหารที่ท่านร่วมกันที่เราจะนำมานำเสนอกันต่อจากนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นนะคะ เพราะที่จริงแล้วนั้นน้ำพริกสามารถทานคู่กับอาหารได้หลายอย่างมาก ๆ และต้องบอกก่อนเลยนะคะว่าน้ำพริกแต่ละแบบนั้นจะค่อนข้างมีความหลากหลายในรูปแบบการทานอยู่เหมือนกัน เราจะหยิบมาแค่หลัก ๆ เท่านั้นนะคะ
1. ข้าวเปล่า
แน่นอนค่ะว่าสิ่งแรกที่เรานึกถึงเลยนั่นก็คือข้าวเปล่าร้อน ๆ ควันฉุย ๆ ใช้ช้อนค่อย ๆคลุก น้ำพริกนะคะจากนั้นก็เคี้ยวเบา ๆ ความหวานจากข้าวผสมกับรสชาติเผ็ด, เปรี้ยว และเค็มเข้ากันมาก ๆ คุณอาจจะเลือกทานกับข้าวไรซ์เบอร์รี่เพื่อสุขภาพก็ได้นะคะ ความอร่อยก็ไม่แพ้ข้าวปกติเลยค่ะ
2. ผักสดหรือผักต้ม
รองลงมาจากข้าวก็คือผักสดนั่นเองค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผักบุ้ง, แตงกวา, มะเขือเปราะ, ถั่วฝักยาว, มะระขี้นก, ผักกาดขาว, ถั่วพู, มะระ และอีกหลายต่อหลายชนิดจนแทบจะบรรยายไม่ถูกเลยค่ะ ไม่ว่าจะทั้งแบบต้มหรือกินสด ๆ ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความอร่อย ไม่ทำให้เลี่ยน อีกทั้งยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วยค่ะ
3. ไข่ต้ม/ไข่เจียว
ข้าวหนึ่งจานพิเศษด้วยการโป๊ะด้วยไข่เจียวหรือไข่ต้มอีกสักฟองสองฟองก็เลิศอยู่นะคะทุกคน ถ้าหากจะทานกับไข่เจียวก็เน้นแบบฟู ๆ กรอบ ๆ สักนิดหรือถ้าเป็นไข่ต้มก็อาจจะทำให้เป็นยางมะตูมหน่อย ๆ หรือจะเป็นแบบต้มสุกไปเลยก็ขึ้นอยู่กับความชอบ แต่ไม่ว่าจะสูตรไหนความอร่อยทะลุร้อยความฟินทะลุล้านไปแล้วจ้า
4. เนื้อทอดทั้งหลาย
เมนูพวกเนื้อทอด ๆ ทั้งหลายไม่ว่าจะเนื้อแดดเดียวทอด, หมูทอด, แคบหมูทอด, ปลาทอด และอีกสารพัดสารเพ ทานกับน้ำพริกก็อร่อยมาก ๆ จะทานคู่กับข้าวด้วยเพื่อให้อยู่ท้องอิ่มนาน หรือจะทานเพียว ๆ กับน้ำพริกเลยก็เลิศ
หมายเหตุ : ทั้งนี้ในเมนูทอดนั้นคุณสามารถเพิ่มความเป็นสายสุขภาพขั้นสุดได้ด้วยการใช้หม้ออบลมร้อนหรือหม้อทอดไร้น้ำมันสำหรับเป็นทางเลือกแทนการทอดแบบใช้น้ำมันพืชได้ ซึ่งขอบอกว่าหม้อทอดไร้น้ำมันนั้นให้ผลลัพธ์ได้ไม่ต่างจากการทอดแบบปกติเลยค่ะ ทั้งยังเป็นการทอดอาหารที่ต่อสุขภาพอีกด้วย หรือถ้าใครยังไม่มีหม้อทอดไร้น้ำมันราคาประหยัดก็สามารถใช้เป็นน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวทอดกับกระทะทั่วไปแทนก่อนก็ได้ค่ะ
และข้อสุดท้ายท้ายสุดถ้าหากน้ำพริกทานกับทั้ง 4 ข้อด้านบนไม่อร่อยก็ลองมาทานกับเราดูสิจ๊ะ เห้ย! ล้อเล่นจ้าฮ่าฮ่า รีบเผ่นก่อนดีกว่า ไปก่อนนะคะทุกคนไว้เจอกันใหม่ในบทความหน้านะคะ ขอบคุณที่ติดตามเรามาตั้งแต่ต้นจนจบ และก็รวมถึงคนที่แอบเลื่อนผ่านบทความบางตอนก็ตามฮ่าฮ่า รู้นะ ๆ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ และสุดท้ายก็ขอให้บรรดาผู้อ่านที่น่ารักทุกคนมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงนะคะ
Reference:
- น้ำพริก – มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม