เชื่อว่าคนรักสุขภาพทุกคนค่อนข้างใส่ใจและให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงไปพร้อม ๆ กับสุขภาพจิตที่ดี แต่ในบางครั้งการออกกำลังกายเองก็ต้องมีการวางแผนเพื่อให้มันเหมาะสำหรับตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่าการเดินเข้าฟิตเนสเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้วครับ แต่ในบางครั้งเราก็อาจจะต้องมีคนมาแนะนำหรือวางเป้าหมายให้กับเรา โดยทางเลือกที่ดีมากนั่นคือการติดตั้ง และใช้งาน ‘แอปมือถือสายสุขภาพ (Health / Fitness App)’
Health / Fitness App ส่วนใหญ่จะสามารถแนะนำ ประมวลประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย และวางแผนให้เหมาะสมกับร่างกายและอายุแต่ละคน แนะนำอาหารที่ควรทาน รวมไปถึงบอกแคลอรี่ของอาหารที่เรารับประทานไป นอกจากนี้ในบางแอปเองยังมีการช่วยฝึกฝนเกี่ยวกับสมาธิ ปรับอารมณ์ให้สมดุลขึ้นอีกด้วย เรียกว่าสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตดีขึ้นควบคู่ตามกันไป มาดูกันว่าจะมีแอปไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของคุณบ้าง
1. Apple Fitness+

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Apple Fitness+ ผ่าน iOS
Apple Fitness+ แอปออกกำลังกายที่เหมาะสำหรับคนใช้ iPhone/Apple Watch
เริ่มต้นกันที่แอปแรก Apple Fitness+ พัฒนาโดยแอปเปิ้ลโดยตรง จึงตอบโจทย์สำหรับคนที่ใช้มือถือ iPhone อยู่แล้ว และหากคุณใช้งาน Apple Watch ด้วยก็จะยิ่งดีเข้าไปใหญ่ โดยในแอปจะมี 2 เมนูหลัก ๆ นั่นคือ Summary และ Finess+

เมนู Summary จะเป็นการสรุปการเคลื่อนไหวร่างกาย ทั้งจำนวนก้าว รวมไปถึงคำนวณแคลอรี่ที่ใช้ไปขณะออกกำลังกาย โดยฟังก์ชั่นนี้จะทำงานก็ต่อเมื่อคุณใช้งานร่วมกับ Apple Watch
เมนู Fitness+ จะรวบรวมวิดีโอแนะนำการออกกำลังกาย จากเทรนเนอร์ระดับโปร หากใครเป็นลูกค้าของทาง Apple Music อยู่แล้ว แอปพลิเคชันก็สามารถบันทึกเพลย์ลิสต์เพลงโปรดของคุณเอาไว้ใช้เปิดกระตุ้นความสนุกในการออกกำลังกาย ส่วนกรณีของคนที่มี iPad, iPhone หรือ Apple TV คุณก็สามารถเชื่อมต่อกับทางแอปพลิเคชันได้อีกด้วย

ราคาของแอปพลิเคชัน : ราคารายเดือน 9.99 ดอลล่าร์ และ รายปี 79.99 ดอลล่าร์
ข้อดี
|
ข้อควรพิจารณา
|
2. MyFitnessPal

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน MyFitnessPal ผ่าน Android และ iOS
MyFitnessPal แอปเหมาะสำหรับคนที่กำลังจัดการกับน้ำหนักของตัวเอง
MyFitnessPal ถือว่าเป็นแอปพลิเคชันชื่อดังที่คนรักสุขภาพรู้จักกันเป็นจำนวนมาก เป็นแอปเหมาะสำหรับคนที่กำลังจัดการกับน้ำหนักของตัวเอง เพราะที่สามารถคำนวณแคลอรี่จากอาหารที่เรารัปประทานในแต่ละมื้อ พร้อมสรุปออกมาเป็นกราฟให้เราดูได้ง่ายขึ้น แอปใช้งานง่าย มีฐานข้อมูลเกี่ยวกับอาหารมากกว่า 3,000,000 ชนิด (รวมทั้งอาหารไทยด้วย) สามารถใช้งาน MyFitnessPal ได้ผ่านทางคอมพิวเตอร์อีกด้วย

ราคาของแอปพลิเคชัน : ฟรี (แต่อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับโหมดพิเศษ)
ข้อดี
|
ข้อควรพิจารณา
|
3. Strava

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Strava ผ่าน Android และ iOS
Strava แอปที่เหมาะสำหรับนักวิ่ง Outdoor และสายปั่น
หากใครเป็นสายออกกำลังกายนอกบ้าน อย่างเช่น การปั่นจักรยานหรือวิ่ง Strava คืออีกหนึ่งแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์สุด ๆ ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลกก็สามารถใช้แอปสร้างแผนที่ตามระยะทางที่เราวิ่ง โดยแอปจะระบุระยะเวลาที่เราใช้ เพื่อเก็บเป็นสถิติหรือจะแชร์ให้เพื่อน ๆ รวมก๊วนดูเพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการวิ่งครั้งต่อไป ฟังก์ชันของแอปเองก็ใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก มีความปลอดภัยสูง สามารถแชร์โลเคชันของตัวเองให้เพื่อน ๆ ทราบได้อีกด้วย

ราคาของแอปพลิเคชัน : ฟรี (แต่อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับโหมดพิเศษ)
ข้อดี
|
ข้อควรพิจารณา
|
4. Headspace

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Headspace ผ่าน Android และ iOS
Headspace แอปฝึกทำสมาธิ
Headspace เป็นอีกหนึ่งแอปพลิเคชันสำหรับคนที่ต้องการฝึกทำสมาธิ มีภาพประกอบน่ารักสดใส แอปออกแบบมาค่อนข้างดี มีหลายโหมดหลายโปรแกรมให้เลือกใช้ คุณสามารถปรับโปรแกรมให้เหมาะสมกับตัวของเรา ไม่ว่าจะเป็น อายุหรือความยากง่ายของโปรแกรมต่าง ๆ นอกจากนี้ยังช่วยผู้ใช้งานเล่นโยคะ, ออกกำลังกาย, นอนหลับ, ไกด์ไลน์การนั่งสมาธิ ทั้งยังมีเพลย์ลิสต์ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายรีแลกซ์มากขึ้นครับ

ราคาของแอปพลิเคชัน : ฟรี (แต่อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับโหมดพิเศษ)
ข้อดี
|
ข้อควรพิจารณา
|
5. Calm

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Calm ผ่าน Android และ iOS
Calm แอปที่ช่วยให้คุณฝึกจิตใจให้สงบ
ด้วยสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปมาก เชื่อว่าทำให้ใครหลายคนในสังคมเกิดความเครียดหรือนอนไม่หลับกันมากขึ้น เรียกง่าย ๆ ว่าสุขภาพจิตของใครหลายคนเริ่มมีปัญหา ซึ่งถ้าหากเกิดปัญหาเหล่านี้ผมก็แนะนำให้ปรึกษาจิตแพทย์เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง แต่ในระหว่างนั้นเราอาจใช้แอปพลิเคชัน Calm เข้ามาช่วยประครองสภาพจิตใจ โดยโหมดของแอปจะช่วยการทำสมาธิ การนอนหลับ และช่วยขจัดความเครียด ช่วยปรับอารมณ์ของเราให้สมดุลขึ้น นอกจากนี้ยังมีแบบทดสอบให้เราได้ฝึกยืดกล้ามเนื้ออีกด้วยครับ จุดเด่นอีกอย่างคือการมี Dairy Calm ในเราฟังละแต่ละวัน โดยเนื้อหาอาจะเป็น ฝึกความเมตตา ฝึกความกล้าหาญ หรือฝึกความอดทน เป็นต้น

ราคาของแอปพลิเคชัน : ฟรี (แต่อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหลังจากครบกำหนดทดลองฟรี)
ข้อดี
|
ข้อควรพิจารณา
|
วิธีการเลือกแอปมือถือสายสุขภาพ

- ใช้งานง่าย แนะนำให้เลือกแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่ายหรือค้นหาฟังก์ชันต่าง ๆ ได้ง่าย เพื่อความสะดวกและความรวดเร็วของเราเอง เพราะการเลือกใช้แอปที่มีความซับซ้อนอาจทำให้การประมวลผลเกี่ยวกับการออกกำลังกายหรือสุขภาพไม่ตรงจุด
- เลือกตามจุดประสงค์การใช้งาน ก่อนอื่นต้องถามตัวเองว่าคุณต้องการแอปเพื่อตอบโจทย์การใช้งานด้านไหน เช่น ใช้สำหรับช่วยในการออกกำลังกาย ใช้สำหรับฝึกทำสมาธิ หรือใช้ในการคำนวณแคลอรี่อาหารที่รับประทาน เป็นต้น
- ฟังก์ชันของแอปพลิเคชัน นอกจากจะตอบโจทย์ในเรื่องของการออกกำลังกายแล้ว ถ้าให้ดีมันควรจะมีการแนะนำเรื่องการรับประทานอาหารด้วยก็จะดีมากครับ อีกทั้งฟังก์ชันก็ควรผลิตโดยผู้เชี่ยวชาญด้วยเช่นกัน เพื่อความปลอดภัยแก่สุขภาพของเราเอง
- เลือกแอปพลิเคชันที่มีรีวิวดี การอ่านรีวิวแอปพลิเคชันก็สามารถช่วยเราคัดกรองได้ในระดับหนึ่งครับ เพราะปกติแล้วผู้ที่เขียนรีวิวจะมีประสบการณ์โดยตรงจากการใช้แอปพลิเคชันโดยตรง
- ราคา ในบางครั้งถ้าอยากจะได้แอปพลิเคชันดี ๆ ไปใช้ก็อาจจะต้องแลกด้วยค่าใช้จ่ายเล็กน้อย เพื่อให้ได้ระบบปฏิบัติการที่ดี ช่วยให้การออกกำลังกายของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น