10 เมนูจากข้าวโพด ได้ทั้งของคาว ของหวาน อาหารว่าง ทำง่ายแถมอร่อยด้วย

อาหารเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้มนุษย์สามารถอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ค่ะ คนเราไม่สามารถมีชีวิตอยูได้ถ้าขาดอาหาร เพราะร่างกายของเราเนี่ยต้องเปลี่ยนสารอาหารที่อยู่ในอาหารต่าง ๆ มาเป็นพลังงานให้กับร่างกาย และสารอาหารเหล่านี้ก็จะอยู่ในอาหารหากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นหมู เห็ด เป็ด หรือไก่ พูดง่าย ๆ เลยก็คือคนเราสามารถนำวัตถุดิบเหล่านั้นมาแปรเปลี่ยนเป็นอาหารแล้วทานได้ ซึ่งอาหารก็จะถูกปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย อย่างในยุคแรก ๆ ที่บรรพบุรุษของเราเริ่มรู้จักการทำอาหาร พวกเขาก็จะทำอาหารแบบง่าย ๆ อย่างก่อไฟขึ้นมาหนึ่งกองแล้วเอาเนื้อสัตว์หรือวัตถุดิบที่มาได้ไปปิ้งจนสุก จากนั้นก็รับประทานกันอย่างเอร็ดอร่อย ต่างจากสมัยนี้ที่มีทั้งวัตถุดิบและวิธีการประกอบอาหารให้เลือกหลากหลาย แถมยังมีซอส มีน้ำจิ้มเพิ่มรสชาติอีกมากมายเลยค่ะ

ซึ่งอีกหนึ่งวัตถุดิบที่ทั่วโลกรู้จักกันมาช้านานเลยก็คือ “ข้าวโพด” เพราะข้าวโพดเนี่ยถูกปลูกมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัย ค.ศ. 1492 ตอนที่ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ค้นพบทวีปอเมริกาค่ะ (1) แต่ข้าวโพดในสมัยนั้นก็ยังมีรูปร่างหน้าตาเป็นฝักเล็ก ๆ เมล็ดก็ยังเล็กเกินกว่าจะนำมารับประทานได้อีก ดูไปดูมาก็คล้าย ๆ รวงข้าว นั่นก็เพราะว่าข้าวโพดและข้าวที่เรารับประทานกันอยู่ทุกวัน ๆ นี้จัดเป็นพืชกลุ่มเดียวกันนั่นเองค่ะ ช่วงแรก ๆ ไทยแลนด์ก็ได้นำข้าวโพดมาใช้ในการเลี้ยงสัตว์ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่เนื่องจากข้าวโพดยังเป็นของใหม่อยู่คนจึงไม่ค่อยจะรู้จักกันเท่าไหร่ เพิ่งจะมาป๊อปปูลาร์ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วค่ะ (1) แต่สมัยนั้นก็ยังใช้เลี้ยงสัตว์อยู่นะคะ ต่อมาวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ก็เริ่มพัฒนา สายพันธ์ุข้าวโพดก็พัฒนาตามไปด้วย จากที่เคยเมล็ดลีบ ๆ แบน ๆ ก็อัพเกรดมาเป็นเมล็ดอวบ ๆ ป่อง ๆ แถมมีหลากหลายสีให้เลือกอย่างที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งนอกจากข้าวโพดแล้วผักผลไม้แทบจะทุกชนิดที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันก็ล้วนแล้วแต่ผ่านการปรับปรุงพันธุกรรมมาแล้วทั้งนั้นค่ะ เพราะถ้ายังคงลักษณะออริจินอลอยู่คงจะทานยากแน่นอน

ข้าวโพด อัญมณีแห่งพืชพรรณ (1,2)

เพื่อน ๆ ที่เคยรับประทานข้าวโพดอาจจะเคยเห็นข้าวโพดมาแล้วหลากหลายสายพันธุ์ใช่ไหมคะ? และโดยทั่วไปเมล็ดข้าวโพดจะมีสีเหลืองอย่างที่เราคุ้นเคยกัน แต่เดี๋ยวนี้ข้าวโพดก็มีการพัฒนาปรับแต่งนู่นนี่จนเกิดเป็นข้าวโพดสายพันธ์ุใหม่ ๆ มากมาย บางสายพันธ์ุสามารถทานได้แบบดิบ ๆ แถมมีรสหวาน บางสายพันธ์ุมีกลิ่นหอมคล้ายนม บางสายพันธ์ุเมล็ดข้าวโพดจะค่อนข้างเหนียวหนึบ ๆ บางสายพันธ์ุก็มีสีม่วง หรือบางสายพันธ์มีหลากหลายสีในหนึ่งฝักจนดูสวยงามเหมือนเพชรพลอยเลยค่ะ

ข้าวโพด อัญมณีแห่งพืชพรรณ
ข้าวโพด อัญมณีแห่งพืชพรรณ

ซึ่งในข้าวโพดหนึ่งฝักก็มีพลังงานและสารอาหารอยู่มากมายเลยค่ะเพื่อน ๆ ที่เด่นที่สุดเลยก็คือคาร์โบไฮเดรต ที่อยู่ในเมล็ดข้าวโพดถึงร้อยละ 72 เลยค่ะ ดังนั้นข้าวโพดเลยถือเป็นอาหารที่ให้พลังงานค่อนข้างสูงมากเลยทีเดียว นอกจากคาร์โบไฮเดรตแล้วข้าวโพดยังเต็มไปด้วยไขมันที่จะโดนสกัดออกมาทำเป็นน้ำมัน และยังอุดมไปด้วยโปรตีน, วิตามิน, เกลือแร่ และใยอาหารต่าง ๆ มากมายหลายชนิด ซึ่งนอกจากจะรับประทานแบบฝักแก่หรือฝักที่มีขนาดใหญ่แล้ว คนไทยยังนิยมนำฝักอ่อนมาประกอบอาหารอีกด้วยค่ะ

 เคล็ดลับการเลือกซื้อ ข้าวโพด

วิธีเลือกซื้อข้าวโพดให้อร่อยและรสชาติหวานมีอยู่ไม่กี่ขั้นตอนค่ะ เริ่มแรกเลย ถ้าเพื่อน ๆ จะซื้อข้าวโพดที่ต้มสุกแล้วก็ควรจะเลือกซื้อฝักที่ยังมีเปลือกติดอยู่และเปลือกก็ต้องมีสีเขียวอ่อน ๆ เพราะเปลือกสีเขียวอ่อนแปลว่าข้าวโพดฝักนั้นยังสดใหม่อยู่ค่ะ ต่อมาก็เลือกข้าวโพดฝักที่เรียงเมล็ดส่วน ไม่ลีบ ไม่แหว่ง และปลายข้าวโพดจะต้องไม่เหี่ยวมากจนเกินไปค่ะ สุดท้ายเลยก็คือเมล็ดข้าวโพดจะต้องตึง ไม่เหี่ยวย่น หากข้าวโพดที่กล่าวมามีลักษณะตามที่บอกคุณจะได้ข้าวโพดทีมีรสหวานธรรมชาติและอร่อยทานแบบเพลิน ๆ เลยค่ะ

ส่วนข้าวโพดดิบนั้นเพื่อน ๆ ก็ต้องเลือกฝักที่เปลือกยังเขียว ไม่เหี่ยวหรือสีซีดมากจนเกินไป เพราะหากเหี่ยวหรือสีซีดหมายความว่าข้าวโพดฝักนั้นโดนแดดเป็นเวลานาน เมล็ดด้านในอาจจะเหี่ยวหรือลีบแบนได้ นอกจากนี้ฝักข้าวโพดที่ดีจะต้องมีน้ำหนักที่พอดี จับแล้วจะรู้สึกได้ถึงความแน่น บีบดูแล้วฝีกจะไม่ยุบหรือลีบแบนตามรอยกดค่ะ ส่วนในเรื่องของเมล็ดด้านในอาจจะต้องลุ้นกันอีกหน่อยเพราะเป็นส่วนที่เรามองไม่เห็น แต่ส่วนมากแล้วถ้าเลือกฝักใหญ่ ๆ มีน้ำหนักและแน่น เมล็ดด้านในก็จะสวยน่ารับประทานค่ะ




1. ซุปข้าวโพด

ซุปข้าวโพด
ซุปข้าวโพด

เริ่มต้นกันด้วยเมนูซุปอุ่น ๆ ก่อนดีกว่าค่ะ อย่างซุปข้าวโพดของเรามีรสชาติหอมอร่อย ทานง่าย เนื้อเนียนละเอียด ได้กลิ่นเนยอ่อน ๆ หอมข้าวโพดเบา ๆ รสหวานนิด ๆ มีความเป็นความเป็นครีมมี่ เหมาะสำหรับมื้อเช้าสุด ๆ ค่ะ ยิ่งถ้าเพื่อน ๆ ปิ้งขนมปังให้ร้อนแล้วใช้ขนมปังตักซุปเข้าปากบอกเลยว่าฟินมาก เพราะซุปจะไม่เหลวมากจนเกินไป มีเนื้อขนมปังให้เคี้ยว ทั้งอร่อยและอิ่มท้อง

วัตถุดิบซุปข้าวโพด

  • ข้าวโพดหวานดิบ
  • หอมใหญ่
  • กระเทียม
  • มันฝรั่ง
  • เนย
  • เกลือ
  • พริกไทย
  • น้ำมันมะกอก
  • น้ำเปล่า

วิธีทำซุปข้าวโพด

ขั้นตอนแรกให้เพื่อน ๆ ฝานเอาซังข้าวโพดออกก่อนค่ะ จากนั้นนำหอมใหญ่มาสับหรือหั่นให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ตามด้วยกระเทียมและมันฝรั่งก็ปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กเหมือนกันค่ะ ต่อมาตั้งหม้อบนเตา เปิดไฟกลางแล้วนำเนยลงละลาย ใส่หอมใหญ่ตามลงไปแล้วผัดจนหอมสุกใสเลยค่ะ เมื่อหอมสุกแล้วจะมีรสชาติหวาน คราวนี้ให้เพื่อน ๆ ใส่กระเทียม, มันฝรั่ง และเมล็ดข้าวโพดลงไป ผัดให้ส่วนผสมเข้ากันดีแล้วปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย เทน้ำเปล่าหรือน้ำสต๊อกใส่ลงไปให้พอท่วมหรือเทตามปริมาณที่ต้องการ แต่ถ้าใส่น้ำเยอะเกินไปซุปจะเหลวและแก้ยากนะคะ ดังนั้นขั้นตอนนี้ต้องระวังนิดนึง

เมื่อน้ำเดือดและมันฝรั่งสุกดีแล้วให้เพื่อน ๆ ยกหม้อลงจากเตาค่ะ จากนั้นให้เครื่องปั่นแบบมือถือปั่นเนื้อซุปให้เนียนละเอียดจนไม่มีผักชิ้นใหญ่ ๆ หลงเหลืออยู่ เสร็จแล้ววางกระชอนลงใบหม้ออีกหนึ่งใบแล้วเทน้ำซุปเพื่อกรองเอากากออก เนื้อซุปของเราจะได้เนียนละมุน นำซุปที่กรองแล้วขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ แล้วตักใส่ถ้วย ก่อนเสิร์ฟราดน้ำมันมะกอกหรือวิปครีมสักนิดเพิ่มความฟิน


2. ตำข้าวโพดไข่เค็ม

ตำข้าวโพดไข่เค็ม
ตำข้าวโพดไข่เค็ม

พูดถึงเมนูข้าวโพดก็ต้องไม่พลาดตำข้าวโพดค่ะ เมนูนี้ถูกปากถูกใจใครหลาย ๆ คน เพราะเป็นเมนูที่รสชาติไม่จัดมาก สามารถทานได้ชิล ๆ รสชาติของน้ำส้มตำจะเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ เผ็ดเบา ๆ ให้พอรู้รส เมื่อกัดไปเจอกับเนื้อข้าวโพดที่มีรสหวานธรรมชาติอยู่แล้วยิ่งอร่อยมากขึ้นไปอีก ตักไข่เค็มมัน ๆ เข้าปากตามไปติด ๆ เพื่อตัดรสหวานเปรี้ยวและเพิ่มมิติให้กับรสชาติ คิดแล้วก็น้ำลายสอเราเข้าครัวตำส้มตำกันเลยดีกว่า

วัตถุดิบตำข้าวโพดไข่เค็ม

  • ข้าวโพดต้มสุก
  • ไข่เค็มต้มสุก
  • กระเทียม
  • พริกจินดาแดง
  • ถั่วฝักยาว
  • มะเขือเทศ
  • มะนาว
  • ถั่วลิสงคั่ว
  • กุ้งแห้ง
  • น้ำตาลมะพร้าว
  • น้ำปลา
  • น้ำมะขามเปียก

วิธีทำตำข้าวโพดไข่เค็ม

ฝานข้าวโพดที่ต้มสุกแล้วเอาฝักออก จากนั้นผ่าครึ่งไข่เค็มแล้วแกะเอาเปลือกทิ้งไปค่ะ หันมาล้างพริก, ถั่วฝักยาว, มะเขือเทศ และมะนาวให้สะอาด จากนั้นก็จัดเรียงเครื่องไว้ใกล้ ๆ มือให้หยิบง่าย ใส่กระเทียมและพริกลงในครก ตำให้พอแหลก ตามด้วยถั่วลิสงคั่ว ตำถั่วให้พอแหลกเช่นกันค่ะ จากนั้นหักถั่วฝักยาวตามลงไปและตำให้พอแหลก ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ, น้ำมะขามเปียก, น้ำปลา และน้ำมะนาว ใส่กุ้งแห้งและมะเขือเทศ คลุกเคล้าให้ส่วนผสมเข้ากันดี ชิมรสชาติตามชอบ จากนั้นปิดท้ายด้วยข้าวโพดและไข่เค็ม คลุกเคล้าอีกหนึ่งยก ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟจ้า


3. หมูปั้นข้าวโพด

หมูปั้นข้าวโพด
หมูปั้นข้าวโพด

ส้มตำเผ็ดเกินไปเด็ก ๆ ทานไม่ได้ เราเปลี่ยนมาทำเมนูทอดที่ครบเครื่องทั้งความอร่อยและประโยชน์กันดีกว่าค่ะ เมนูหมูปั้นข้าวโพดของเราจะมีรสชาติเค็มนิด ๆ ปั้นให้เป็นชิ้นพอดีคำแล้วนำไปทอดจนสุก ด้านนอกจะกรอบนิด ๆ ส่วนด้านในนุ่มฉ่ำกำลังดี ได้ความหวานจากข้าวโพด กลิ่นหอมสุด ๆ เมนูนี้ใช้เวลาทำแค่แปปเดียวเองค่ะ จะทานเป็นกับข้าวหรือของว่างก็เข้ากันมาก ๆ

วัตถุดิบหมูปั้นข้าวโพด

  • หมูสับ
  • ไข่ไก่
  • ข้าวโพดดิบ
  • แป้งทอดกรอบ
  • กระเทียม
  • รากผักชี
  • พริกไทย
  • ซอสปรุงรส
  • น้ำเย็นจัด
  • น้ำมันพืช

วิธีทำหมูปั้นข้าวโพด

ฝานข้าวโพดเอาเฉพาะเนื้อก่อนเลยค่ะ จากนั้นหันมาตำกระเทียม, พริกไทย และรากผักชีให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกันเลยค่ะ นำมาหมักกับหมูสับและเพิ่มรสชาติด้วยซอสปรุงรสอีกนิด คลุกเคล้าให้เข้ากัน เสร็จแล้วตอกไข่ลงไปเลยค่ะ ตามด้วยข้าวโพดฝาน, แป้งทอดกรอบ และน้ำเย็นจัด คลุกเคล้าให้แป้งละลายและเนื้อเนียนเข้ากันดี หมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีจ้า

ครบเวลาแล้วตั้งกระทะบนเตา เปิดไฟกลาง ใส่น้ำมันพืชให้ท่วมเลยคะ น้ำมันร้อนดีแล้วให้เพื่อน ๆ ปั้นหมูเป็นก้อนไม่หนามากแล้วนำลงทอด เมื่อหมูสุกแล้วจะลายขึ้นมาและไม่ติดกระทะค่ะ พลิกไปพลิกมา ทอดให้หมูสุกทั่วทั้งชิ้น ก่อนตักขึ้นก็เร่งไฟแรงขึ้นมาอีกนิดเพื่อไล่น้ำมันออก ตักขึ้นมาวางให้สะเด็ดน้ำมันหรือวางบนทิชชูอเนกประสงค์ค่ะ หมูไม่ร้อนแล้วก็ตักใส่จาน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มไก่, ซอสพริก หรือซอสมะเขือเทศได้เลย


4. ข้าวโพดทอด

ข้าวโพดทอด
ข้าวโพดทอด

ข้าวโพดทอดเป็นอีกหนึ่งเมนูทานเล่นที่อร่อยถูกใจเด็ก ๆ ที่สุดเลยค่ะ เราจะนำข้าวโพดมาแบ่งเป็นเมล็ด จากนั้นคลุกแป้งทอดกรอบ นำมาทอดจนเหลืองกรอบแล้วคลุกเคล้ากับผงปรุงรสให้ทั่วเลยค่ะ รสชาติของข้าวโพดทอดก็มีความกรอบกร๊อบแกร๊บเลยค่ะ มีรสชาติของผงปรุงรส ได้ความหอมและรสหวานธรรมชาติของข้าวโพด บอกเลยว่าอร่อยและทานเพลินเลยค่ะ

วัตถุดิบข้าวโพดทอด

  • ข้าวโพดต้ม
  • แป้งทอดกรอบ
  • ผงปรุงรสตามชอบ
  • น้ำเปล่า
  • น้ำมันพืช

วิธีทำข้าวโพดทอด

ถ้าเพื่อน ๆ ใช้ข้าวโพดกระป๋องก็สามารถเทกรองน้ำออก ผึ่งให้แห้ง ส่วนถ้าเป็นข้าวโพดฝักอันนี้เพื่อน ๆ ก็ต้องค่อย ๆ แกะเมล็ดข้าวโพดออกที่ละเม็ด ๆ อาจจะเสียเวลาหน่อยแต่เราจะได้ข้าวโพดเต็มเมล็ดที่อร่อยกว่าค่ะ เมื่อได้เมล็ดข้าวโพดมาแล้วก็จัดการนำแป้งทอดกรอบลงมาคลุกเลยค่ะ ค่อย ๆ เทแป้งทีละนิด ๆ ไม่ให้แป้งหนาจนเกินไป จากนั้นเติมน้ำเย็นจัดแล้วผสมให้เข้ากันค่ะ กะให้แป้งเหลวนิดนึงนะคะ ถ้าข้นมากเกินไปแป้งจะเหนียวและข้าวโพดไม่กรอบนะคะ ถ้าแป้งบาง ๆ เราก็จะได้ฟีลแบบเทมปุระอาหารญี่ปุ่นเลยค่ะ

ตั้งกระทะหรือหม้อ ใส่น้ำมันท่วม ๆ เลยค่ะ จากนั้นเปิดไฟกลางค่อนอ่อนแล้วรอจนน้ำมันร้อนได้ที่ ค่อย ๆ ตักข้าวโพดลงทอด แต่เราแนะนำให้เพื่อน ๆ ค่อยหยอดให้ข้าวโพดกระจายตัวไม่เกาะเป็นก้อนนะคะ รอจนข้าวโพดสุกเหลืองได้ที่แล้วก็ตัดขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน ตอนพักก็พยายามเกลี่ยให้ข้าวโพดกระจายตัวนิดนึง ข้าวโพดหายร้อนแล้วคลุกผงปรุงรสแล้วรับประทานได้เลยค่ะ


5. มันทิพย์

มันทิพย์
มันทิพย์

ขนมมันทิพย์เป็นที่นิยมของคนไทยอยู่ช่วงหนึ่ง อาจจะเป็นเพราะรสชาติที่อร่อย เนื้อแน่น ได้รสชาติของมันและข้าวโพดเต็ม ๆ ปิ้งให้หอมอ่อน ๆ ผิวด้านนอกกรอบเกรียมเล็กน้อย แต่เมื่อกัดโดนด้านในก็จะเจอเนื้อนุ่ม ๆ รสหวานอ่อน ๆ จากกะทิเข้ากันได้ดี บอกเลยว่าเมนูนี้ใครไม่เคยทานนี่พลาดมาก ๆ ค่ะ ทำเองทานเองเราจะปั้นก้อนใหญ่แค่ไหนก็ได้ มาดูวัตถุดิบและเข้าครัวกันเลยดีกว่า

วัตถุดิบมันทิพย์

วิธีทำมันทิพย์

ขั้นตอนแรกให้เพื่อน ๆ นำมันที่ที่เลือกมาล้างทำความสะอาดและปอกเปลือกออกก่อนค่ะ จากนั้นหั่นมันเป็นชิ้น ถ้าเพื่อน ๆ ใช้มันสำปะหลังก็อย่าลืมเอาเสี้ยนแข็งที่อยู่ตรงกลางออกด้วยนะ เสร็จแล้วนำมันที่เพื่อน ๆ หั่นเรียบร้อยแล้วไปนึ่งจนสุกเลย ต่อมาก็เตรียมน้ำกะทิโดยการนำกะทิขึ้นตั้งไฟจนร้อน จากนั้นใส่น้ำตาลมะพร้าวเพิ่มความหวาน ตัดรสด้วยเกลือเล็กน้อย เคี่ยวจนน้ำตาลละลายดีแล้วก็ยกลงพักให้หายร้อนแล้วมาฝานข้าวโพดต่อได้เลยค่ะ

เมื่อมันสุกดีแล้วยกออกจากหม้อเลยค่ะ พักให้หายร้อนนิดนึงแล้วเทใส่ภาชนะผสม ใช้ที่บดมันฝรั่งหรือใช้มือของเพื่อน ๆ บีบให้มันแตกร่วน ไม่จับตัวเป็นก้อนแข็ง ๆ จากนั้นนำข้าวโพดผสมลงไป เติมน้ำกะทิทีละนิด ๆ จนมันไม่แตกร่วนและสามารถปั้นได้ จากนั้นปั้นมันเป็นก้อนขนาดตามชอบเลยค่ะ จากนั้นนำขึ้นเตาย่างหรือจี่ในกระทะจนมันส่งกลิ่นหอมและมีรอยเกรียมนิด ๆ ตักใส่จานพร้อมรับประทานได้เลยจ้า


6. คอร์นชีส

คอร์นชีส
คอร์นชีส

ตามมาติด ๆกับของทานเล่นจากฝั่งเกาหลีค่ะ ต้องยอมรับว่าเกาหลีนี่เต็มไปด้วยอาหารอร่อย ๆ และธรรมชาติที่สาวยงาม และคอร์นชีสก็เป็นหนึ่งในเมนูที่ฮิตมาก ๆ ในหมู่วัยรุ่นเกาหลี เพราะมีรสชาติหวาน ๆ จากข้าวโพด มีความครีมมี่เล็กน้อย คือรวม ๆ แล้วรสชาติจะมัน ๆ นัว ๆ อยู่ในปากค่ะ และทีเด็ดก็คือชีสยืด ๆ ที่ท็อปอยู่ด้านบน ทานตอนร้อน ๆ นี่ชีสจะยืดดดดดด และกลิ่นหอมสุด ๆ

วัตถุดิบคอร์นชีส

วิธีทำคอร์นชีส

ขั้นตอนแรกเราจะฝานข้าวโพดก่อนค่ะ จากนั้นตั้งกระทะบนเตา แนะนำให้เป็นกระทะเทฟล่อนนะคะ เปิดไฟกลางแล้วนำเลยลงละลาย ตามด้วยข้าวโพดและมายองเนส ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน เพิ่มความหวานด้วยน้ำตาลอีกเล็กน้อย หลังจากส่วนผสมเข้ากันดีแล้วให้เพื่อน ๆ ลดไฟลงเป็นไฟกลางค่อนอ่อนแล้วโรยมอสซาเรลลาชีสลงไปเลยค่ะ ชอบมากชอบน้อยก็ใส่ลงไปไม่ต้องกลัวเสียดาย ยิ่งใส่เยอะก็จะยิ่งหอมและอร่อย หลังจากนั้นให้เพื่อน ๆ ปิดฝาแล้วปล่อยทิ้งไว้จนชีสละลายดี หรือถ้าใครชอบชีสไหม้ ๆ เกรียม ๆ หน่อยก็นำกระทะเข้าเตาอบแล้วอบต่ออีก 5 นาทีก็จะได้หน้าชีสที่สีสายและเกรียมขึ้นมาอีกนิดนึง รับประทานฟิน ๆ เลย


7. ขนมข้าวโพดห่อกาบ

เปลี่ยนมาทำขนมไทยโบราณกันบ้าง หลายคนอาจจะไม่เคยรู้จักขนมห่อกาบมาก่อน ขนมชนิดนี้จะเป็นการนำเมล็ดข้าวโพดมาตำให้แหลก ผสมกับแป้งจนหนืดขึ้น จากนั้นก็จะห่อในกาบหรือเปลือกข้าวโพดก่อนนำไปนึ่งค่ะ รสชาติก็จะได้ความหวาน ความมันจากกะทิ และหอมกลิ่นข้าวโพดมาก ๆ เนื้อขนมจะเหนียวหนึบหนับแต่ไม่แข็ง ทานตอนที่ยังร้อน ๆ นี่อร่อยเหาะเลยค่ะเพื่อน ๆ

วัตถุดิบข้าวโพดห่อกาบ

  • ข้าวโพดดิบพร้อมเปลือก
  • แป้งข้าวเหนียว
  • กะทิ
  • น้ำตาล
  • เกลือ

วิธีทำข้าวโพดห่อกาบ

ให้เพื่อน ๆ ลอกเอาเปลือกข้าวโพดออกก่อนค่ะ ค่อย ๆ ลอกและระวังไม้ให้เปลือกแตกนะคะ เช็ดให้สะอสดแล้วพักไว้ จากนั้นนำเมล็ดข้าวโพดมาตำจนเนื้อเนียนละเอียด ตักใส่ภาชนะผสมแล้วเติมแป้งข้าวเหนียว, กะทิ, น้ำตาล และเกลืออีกนิดหน่อย คนให้ส่วนผสมทั้งหมเดนียนเป็นเนื้อเดียวกันและน้ำตาลละลาย ส่วนผสมทั้งหมดจะข้นขึ้นค่ะ ตักเนื้อขนมใส่เปลือกข้าวโพด จากนั้นพับให้เป็นแผ่นบาง ๆ นำไปนึ่งจนสุกแล้วหยิบออกมาเรียงใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลยจ้า


8. พายข้าวโพด

พายข้าวโพด
พายข้าวโพด

ทำขนมไทยไปแล้วเปลี่ยนมาทำขนมฝรั่งบ้างดีกว่า พายข้าวโพดเป็นอีกหนึ่งเมนูอร่อยที่เพื่อน ๆ สามารถทำได้ง่ายมาก ๆ เลยค่ะ ยิ่งเดี๋ยวนี้เราไม่ต้องมาบรรจงนวดแป้งเองเพราะมีแป้งสำเร็จรูปขายแล้วยิ่งง่ายขึ้นไปอีก เพียงแค่เพื่อน ๆ ทำไส้ข้าวโพดและนำแป้งพายมาห่อ วางน้อง ๆ เข้าเตาอบแล้วรอให้เตาทำงานดังติ๊ง ๆ ไม่นานพายข้าวโพดของเราก็พร้อมรับประทานแล้วค่ะ ขอบอกเลยว่าสูตรของเราเนี่ยอร่อยไม่แพ้ร้านดังเลย

วัตถุดิบพายข้าวโพด

  • ข้าวโพดต้มสุก
  • มันฝรั่ง
  • ไข่ไก่
  • นมข้นหวาน
  • แป้งพายสำเร็จรูป
  • นมสด

วิธีทำพายข้าวโพด

ขั้นตอนแรกให้เพื่อน ๆ ปอกเปลือกและต้มมันฝรั่งให้สุกก่อนค่ะ จากนั้นหันมาฝานข้าวโพด นำมันฝรั่ง, ข้าวโพดครึ่งหนึ่ง และนมสดมาบดหรือปั่นให้เข้ากันจนเนื้อเนียน นำส่วนผสมที่ปั่นแล้วผัดต่อในกระทะ เติมนมข้นหวานและข้าวโพดส่วนที่เหลือ ผัดจนส่วนผสมทั้งหมดข้นขึ้น ชิมความหวานตามชอบเลย

นำแป้งพายมารีดให้บางด้วยไม้นวดแป้ง จากนั้นตัดแบ่งเป็นชิ้นขนาดตามชอบและขนาดเท่า ๆ กัน นำไส้ที่เราผัดไว้ก่อนหน้าวางตรงกลางแป้งหนึ่งแผ่นแล้วหยิบแป้งอีกหนึ่งแผ่นมาประกบ กดขอบให้แน่นด้วยส้มแล้วใช้ส้อมจิ้มด้านบนของพายให้เป็นรูและตอกไข่ แยกไข่แดงกับไข่ขาว จากนั้นตีไข่แดงให้แตกแล้วนำมาทาลงบนหน้าพาย เสร็จแล้วนำเข้าเตาอบและอบจนกว่าพายจะสุกกรอบ นำออกมาพักและรับประทานได้เลยค่ะ


9. ข้าวโพดคลุกเนย

ข้าวโพดคลุกเนย
ข้าวโพดคลุกเนย

ถึงคิวของเมนูยอดฮิตที่ทานตั้งแต่เด็กจนโต ข้าวโพดคลุกเนยนี่เห็นทีไหนก็ต้องซื้อทุกครั้งเลยค่ะ ด้วยรสชาติหวาน ๆ จากทั้งข้าวโพดและน้ำตาล มีความหอมจากเนยเป็นเอกลักษณ และรสชาติมัน ๆ จากนมข้นหวานเป็นอะไรที่เข้ากันสุด ๆ ทั้งกลิ่นทั้งรสชาติยั่วใจขนาดนี้เป็นใครก็อดใจไม่ไหวค่ะ นอกจากนี้ข้าวโพดคลุกเนยยังเป็นเมนูที่ทำง่ายและใช้เวลาแค่แปปเดียวเท่านั้น บอกเลยว่าทำทานทุกวันจนลืมชั่งน้ำหนักแน่นอน

วัตถุดิบข้าวโพดคลุกเนย

วิธีทำข้าวโพดคลุกเนย

ขั้นตอนแรกให้เพื่อน ๆ แกะเมล็ดข้าวโพดก่อนค่ะ แต่ถ้าไม่มีเวลามากพอก็สามารถซื้อเมล็ดข้าวโพดที่แกะเรียบร้อยแล้วก็ได้นะคะ จากนั้นนำข้าวโพดไปนึ่งจนสุกแล้วตักออกมาใส่ภาชนะผสม ใส่เนยจืด, น้ำตาล, นมข้นหวาน และเกลือนิดหน่อยเพื่อตัดรสชาติ ชิมจนได้ความหวานตามชอบแล้วรับประทานได้เลยค่ะ ง่ายมาก ๆ เลย


10. นมข้าวโพด

นมข้าวโพด
นมข้าวโพด

ปิดท้ายกันด้วยเมนูเพื่อสุขภาพ บางคนอาจจะคิดว่าเอ๊ะ! ข้าวโพดมีน้ำนมด้วยเหรอ บอกเลยว่าคุณสามารถทำได้และอร่อยด้วยนะ น้ำนมข้าวโพดเนี่ยอุดมไปด้วยวิตามินต่าง ๆ มากมายและดีต่อสุขภาพสุด ๆ ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนที่อยู่ในช่วงที่กำลังดูแลตัวเองอยู่นี่ไม่ควรพลาดค่ะ น้ำนมข้าวโพดก็จะมีรสชาติหวาน ๆ ได้กลิ่นหอมข้าวโพด อร่อย ทานง่าย ถ้าทานประจำก็จะช่วยเรื่องผิวพรรณอีกด้วยนะ

วัตถุดิบนมข้าวโพด

  • ข้าวโพดดิบ
  • ใบเตย
  • เกลือ

วิธีทำนมข้าวโพด

ก่อนอื่นให้เพื่อน ๆ ฝานเอาเมล็ดข้าวโพดออกแล้วนำซังหรือแกนข้าวโพดเนี่ยไปต้มกับน้ำเปล่าเพื่อเอาความหวานของข้าวโพดค่ะ ใส่ใบเตยลงไปอีกนิดเพิ่มความหอม ต้มจนซังข้าวโพดสุกเลยนะ

ซังข้าวโพดสุกดีแล้วให้เพื่อน ๆ นำเมล็ดข้าวโพดใส่ในเครื่องปั่น ตักน้ำต้มซังใส่ลงไปแล้วปั่นจนเมล็ดข้าวโพดเป็นเนื้อเนียนละเอียด นำมากรองด้วยกระชอนตาถี่หรือผ้าขาวบางใส่หม้อไว้ จากนั้นนำหม้อขึ้นตั้งไฟแล้วต้มจนน้ำเข้าโพดเริ่มเดือดอ่อน ๆ ใส่เกลือตัดรสนิดนึง คอยคนตลอดเพื่อไม่ให้แป้งในข้าวโพดไหม้ ต้มต่อจนสุกแล้วพักให้หายร้อน จะดื่มตอนอุ่น ๆ หรือแช่เย็นก็อร่อยชื่นใจค่ะ






และทั้งหมดนี้ก็คือ 10 เมนูจากข้าวโพดที่เรานำมาฝากเพื่อน ๆ ค่ะ แต่ละเมนูขอรับรองเลยว่าอร่อยและทำง่ายสุด ๆ อย่างที่เพื่อน ๆ เห็นว่านอกจากต้มแล้วเจ้าข้าวโพดเนี่ยสามารถนำมาดัดแปลงทำเป็นเมนูใหม่ ๆ ได้มากมายเลย ที่เรานำมาแนะนำให้เพื่อน ๆ นี่แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะคะ เพื่อน ๆ สามารถนำข้าวโพดไปดัดแปลงเป็นเมนูอร่อย ๆ ได้อีกมากมายเลยค่ะ นอกจากข้าวโพดแล้วเรายังมีบทความสูตรเมนูอาหารอีกมากมายเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเมนูจากผัก, เมนูสปาเก็ตตี้อร่อย ๆ , เมนูแซนด์วิชง่าย ๆ , เมนูอาหารตามสั่งยอดฮิต, เมนูซีฟู้ดอร่อย ๆ , เมนูอาหารประจำภาค ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคกลาง หรือภาคใต้, เมนูจากหมูสามชั้น, เมนูผัดกะเพรา, เมนูน้ำพริก หรือเมนูข้าวกล่องน่ารักและอร่อยเราก็มีค่ะ เพื่อน ๆ ลองแวะเข้าไปอ่านดูนะคะ


References

  1. ข้าวโพด – วิกิพีเดีย
  2. คุณค่าทางโภชนาการของข้าวโพด – ฐานข้อมูลส่งเสริมและยกระดับคุณภาพสินค้า OTOP
Ningning

Ningning

Hi guys, I'm Ningning. Graduated from NSTRU in Business English Program. I'd like to sing a song even though my voice is ... Nice to meet you :)

Next Post