10 เมนูขนมหวานจากเตาอบ ทำง่าย: บราวนี่ คุกกี้ เค้ก โดนัทอบ

วันนี้มาเอาใจสายวงสายหวานกันสักหน่อยค่ะ รับรองว่าถ้าใครที่เป็นสาวกพวกขนมหวานหรือเบเกอรี่ต่าง ๆ ต้องไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะสูตรขนมหวานเหล่านี้ทำได้ไม่ยากเลยค่ะ ขนาดว่าดิฉันเป็นคนไม่ได้เก่งในเรื่องอบขนมหรือสายของหวาน ยังสามารถนำมาดัดแปลงและทำได้เลยล่ะค่ะ แค่มีเตาอบไฟฟ้าสักเครื่องก็สามารถรังสรรค์ขนมต่าง ๆ ได้มากมายหลายเมนู ว่าแต่จะมีอะไรกันบ้างนั้น ลองไปดูกันเลยจ้า

1. บราวนี่กร๊อบ กรอบ

บราวนี่กร๊อบ กรอบ
บราวนี่กร๊อบ กรอบ

หากเพื่อน ๆ คนไหนที่ชอบเมนูบราวนี่แล้วล่ะก็ คงถูกใจเมนูนี้มาก ๆ เลยล่ะค่ะ แต่ต้องบอกไว้ก่อนนะคะว่า บราวนี่สูตรนี้จะไม่ใช่สูตรแบบเค้กบราวนี่ หรือ บราวนี่หนุบหนับธรรมดา แต่จะเป็นบราวนี่แผ่นบางกรอบ ที่รับรองว่าต้องมีคนน้ำลายไหลแน่ ๆ เลยค่ะ

วัตถุดิบบราวนี่กรอบ

วิธีทำบราวนี่กรอบ

  • นำเนย และดาร์กช็อกโกแลต ใส่ในชามสแตนเลส เพื่อจะนำไปตั้งบนหม้อที่ใส่น้ำร้อน เพื่อให้ช๊อกโกแลตละลาย คนให้ละลายดี
  • เมื่อเนยและดาร์กช็อกโกแลตละลายดีแล้ว ให้นำไข่ไก่ 1 ฟอง ไข่ขาว น้ำตาล เกลือ ใส่ในชามผสม และคนให้ทุกอย่างเข้ากันจนกระทั่งน้ำตาลทรายละลายดี จากนั้นค่อยใส่กลิ่นวานิลาเพิ่มความหอม หรือหากเพื่อน ๆ จะไม่ใส่ก็ได้นะคะ
  • ทำการร่อนแป้งอัลมอนด์หรือแป้งสาลีอเนกประสงค์ เบกกิ้งโซดา และผงโกโก ลงไปคนให้เข้ากันในอ่างผสมในขั้นตอนที่สอง
  • นำส่วนผสมบราวนี่ใส่ลงในถาด เกลี่ยให้บาง ๆ เท่า ๆ กันทั่วทั้งถาด แล้วก็โรยอัลมอนด์ป่น หรือ เม็ดมะม่วงหิมพานด์ป่นลงไปตามชอบเลยค่ะ
  • นำเข้าอบไฟบนและล่าง ที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 5 – 7 นาที ขึ้นอยู่กับเตาอบแต่ละยี่ห้อ
  • นำออกมาตัดแบ่งในขณะร้อนอยู่ตามขนาดที่ต้องการ และนำเข้าไปอบต่อประมาณ 15 – 20 นาที

เคล็ดลับ:

  • หากเพื่อน ๆ กังวลว่าตัวบราวนี้จะติดบนถาดขนม ให้ใช้กระดาษไขรองอบ หรือ แผ่นซิลิโคนรองอบ จะช่วยให้ตัวบราวนี่ไม่ติดถาดขนมค่ะ
  • ตัดบราวนี่ขณะร้อน ๆ นะคะ จะช่วยให้ตัดง่าย และบราวนี่ของเราจะไม่แตกค่ะ

2. มัฟฟินข้าวโอ๊ต

มัฟฟินข้าวโอ๊ต
มัฟฟินข้าวโอ๊ต

เมนูนี้เอาใจสาว ๆ ที่รักสุขภาพ แต่ก็ไม่สามารถตัดของหวานไปจากชีวิตได้เหมือนดิฉัน อิอิ สูตรนี้ทำง่ายมาก ๆ แถมวัตถุดิบก็หาไม่ยาก และ ใช้วัตถุดิบเพียงไม่กี่อย่าง ก็สามารถอบมัฟฟินข้าวโอ๊ตได้แล้วล่ะค่ะ ไปเตรียมส่วนผสมกันเลยจ้า

วัตถุดิบมัฟฟินข้าวโอ๊ต

  • ข้าวโอ๊ต
  • กล้วยหอมสุก
  • นมจืด
  • ไข่ไก่
  • น้ำตาลทราย
  • เกลือ
  • ผงฟู
  • ดาร์กช็อกโกแลต หรือ ไวท์ช็อกโกแลตสำหรับโรยหน้า

วิธีทำมัฟฟินข้าวโอ๊ต

  • นำกล้วยหอมสุก ๆ มาบดให้ละเอียดด้วยส้อม
  • นำข้าวโอ๊ตลงไปผสมกับกล้วยหอมที่บดละเอียด
  • เทนมจืดลงในอ่างผสม ใส่น้ำตาล เกลือ ผงฟู และคนให้ละลายเข้ากันดี แล้วใส่ไข่ไก่ตีให้เข้ากัน
  • จากนั้นนำส่วนผสมจาก ขั้นตอนที่ 3 ค่อย ๆ เทใส่ลงในส่วนผสมขั้นตอนที่ 2 จากนั้นคนให้เข้ากัน เทใส่ถาดหลมมัฟฟิน ใช้กระดาษคัพเค้กสำหรับอบ หรือ พิมพ์ซิลิโคนรอง โรยหน้าด้วยดาร์กช๊อกโกแลต หรือ ไวท์ช๊อกโกแลตตามใจชอบ
  • เข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ใช้เวลาอบประมาณ 15 – 20 นาที
  • นำออกจากเตาอบ รอให้เย็น แล้วค่อยแกะออกจากพิมพ์ค่ะ

3. คุกกี้ธัญพืชคอนแฟลกซ์

คุกกี้ธัญพืชคอนแฟลกซ์
คุกกี้ธัญพืชคอนแฟลกซ์

เมนูนี้ถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แถมยังเก็บไว้รับประทานได้นาน อีำทั้งยังไม่มีแป้งเป็นส่วนผสม มากวนใจสำหรับคนที่กำลังควบคุมอาหาร แต่ใช้อาหารเช้าซีเรียสอย่างคอนแฟลกซ์แทนค่ะ

วัตถุดิบ

วิธีทำคุกกี้ธัญพืชคอนแฟลกซ์

  • นำคอนแฟลกซ์ ธัญพืชและผลไม้อบแห้งทุกอย่างลงใส่ชามผสม คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  • นำน้ำผึ้งเทลงไปผสมเพื่อเพิ่มรสชาติ เติมเกลือป่นเล็กน้อย คนให้เข้ากัน
  • ใส่เฉพาะไข่ขาวลงไปในชามผสม คนให้เข้ากัน นำมาอัดใส่พิมพ์ตามรูปต่าง ๆ ที่เพื่อน ๆ ชอบ
  • นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 130 องศาเซลเซียสด้วยไฟบนล่าง เป็นเวลา 15 – 20 นาที
  • คุกกี้ที่อบเสร็จแล้ว ควรพักจนเย็นสนิท แล้วรีบแพ็คใส่กล่องหรือภาชนะ และปิดฝาอย่างมิดชิด

เคล็ดลับ:

  • หากต้องการจะเก็บคุ้กกี้ไว้รับประทานนาน ๆ ก้สามารถนำไปแช่ตู้เย็น จะเก็บได้นานเป็นอาทิตย์เลยค่ะ
  • ถ้าคุกกี้ไม่กรอบหรือกรอบน้อย สามารถนำไปอบรอบสองได้ แต่ต้องรอให้รอบแรกเย็นสนิทก่อน
  • เพื่อน ๆ สามารถเปลี่ยนธัญพืชหรือผลไม้อบแห้งตามความชอบความโปรดปรานได้เลยค่ะ

4. เค้กโรลใบเตย

เค้กโรลใบเตย
เค้กโรลใบเตย

เมนูนี้เป็นอีกหนึ่งขนมหวาน ที่ดิฉันโปรดปรานมาก ๆ ทำกี่โรลก็ฟาดเรียบจริง ๆ ค่ะ ด้วยเนื้อเค้กที่ละมุน และวิปครีมสดที่ตีเอง สอดไส้ในเค้กโรลไปอีก คิดแล้วก็อยากกิ๊น อยากกินมาก ๆ เลยล่ะค่ะ

วัตถุดิบเค้กโรลใบเตย ส่วนผสมส่วนที่ 1

  • ไข่แดง
  • แป้งเค้ก
  • ผงฟู
  • น้ำใบเตยคั้น
  • น้ำตาลทราย
  • เกลือ
  • น้ำมันพืช

วัตถุดิบเค้กโรลใบเตย ส่วนผสมส่วนที่ 2

  • ไข่ขาว
  • ครีมออฟทาร์ทาร์ หรือ น้ำมะนาว
  • น้ำตาลไอซิ่ง

วัตถุดิบเค้กโรลใบเตย ส่วนผสมส่วนที่ 3

วิธีทำเค้กโรลใบเตย

  • ทำการร่อนแป้งเค้ก ผงฟู เกลือ และคนให้เข้าด้วยกัน พักรอ
  • ใส่ไข่แดงแลน้ำตาลทรายลงในชามผสม ใช้ตะกร้อมือค่อย ๆ ผสมให้ไข่แดงและน้ำตาลทรายละลายเข้าด้วยกัน
  • ใส่น้ำใบเตยคั้นสด น้ำมันพืช ลงในส่วนผสมขั้นตอนที่ 2 คนผสมให้เข้ากันดี
  • ร่อนแป้งจากขั้นตอนที่ 1 ลงไป และคนด้วยตะกร้อมือให้เข้ากันดี พักรอไว้
  • เตรียมส่วนผสมส่วนที่ 2 โดยการตีไข่ขาว ครีมออฟทาร์ทาร์หรือน้ำมะนาว และน้ำตาลทรายลงไปตีให้ไข่ขาวฟูตั้งยอดด้วยตะกร้อตีไฟฟ้า
  • แบ่งส่วนผลมของไข่ขาวที่ตีไว้เป็น 2 – 3 ส่วน เพื่อนำไปผสมกับส่วนผสมของไข่แดงที่พักไว้ แล้วใช้ไม้พายค่อย ๆ ตะล่อม ๆ ให้เข้ากัน เทใส่พิมพ์ถาดที่รองด้วยกระดาษไข และเกลี่ยให้หน้าเรียบเสมอกัน
  • นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15 – 20 นาที
  • ยกขนมออกจากถาด วางคว่ำพักไว้บนตะแกรง แล้วค่อย ๆ เอากระดาษไขออก ทิ้งไว้ให้ตัวขนมเย็น
  • เตรียมส่วนผสมส่วนที่ 3 โดยตีวิปปิ้งครีมสดและน้ำตาลไอซิ่งจนเป็นเนื้อเดียวและตั้งฟู
  • นำวิปครีมที่ได้ มาปาดลงบนเค้ก แล้วม้วนเป็นโรล จากนั้นนำเข้าตู้เย็นให้เซ็ตตัว
  • นำออกมาจากตู้เย็นแล้วตัดเสิร์ฟเป็นชิ้นขนาดตามต้องการ

5. โดนัทอบ

โดนัทอบ
โดนัทอบ

หากใครที่กำลังหลีกเลี่ยงของทอดแล้วล่ะก็ ลองมาใช้วิธีอบดู ก็อร่อยไม่แพ้กัน อย่างเช่นเมนูขนมโดนัท ที่หลาย ๆ คนคงชื่นชอบ สูตรนี้ทั้งหอมทั้งนุ่ม ชวนละมุนลิ้นสุด ๆ เลยค่ะ

วัตถุดิบโดนัทอบ

  • แป้งสาลีอเนกประสงค์
  • ไข่ไก่
  • น้ำตาลทราย
  • กลิ่นวานิลลา
  • ผงโกโก้
  • นมจืด
  • น้ำมันพืช
  • เนยเค็มละลาย
  • ผงฟู
  • เจลตกแต่งหน้าโดนัท

วิธีทำโดนัทอบ

  • ตอกไข่ไก่ใส่ลงในชามผสม แล้วตามด้วยน้ำตาลทราย ตีกับตะกร้อมือไฟฟ้า จนน้ำตาลทรายละลายดี
  • เทนมจืดลงไปในส่วนผสมขั้นตอนที่ 1 ตีให้เข้ากันดี
  • ใส่น้ำมันพืช และ เนยเค็มละลายลงไป ตีให้เข้ากัน
  • จากนั้นร่อนแป้งอเนกประสงค์และผงฟูลงไป ตีให้เข้ากัน
  • ใส่กลิ่นวานิลลา หรือผงโกโก้ โดยการแบ่งแป้งเป็นสองส่วน แยกใส่วานิลลา หรือ ผงโกโก้ตามชอบ ตีจนเข้ากัน
  • นำมาใส่ถาดพิมพ์รูปโดนัท แล้วนำเข้าอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15 – 20 นาที
  • นำแกะออกจากพิมพ์ ตกแต่งหน้าโดนัทตามชอบ

6. เค้กมัพฟินกล้วยหอม

เค้กมัพฟินกล้วยหอม
เค้กมัพฟินกล้วยหอม

เค้กมัพฟินกล้วยหอมสูตรนี้ ไม่ทำไม่ได้แล้วล่ะค่ะ เพราะพอเอาออกจากเตาอบปุ๊บ ก็ชวนน้ำลายไหลปั๊บ ซึ่งวิธีทำง่าย ๆ แถมเป็นเมนูที่บ้านไหนมีเด็ก ๆ ก็สามารถใช้เวลาทำด้วยกัน ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัวด้วยล่ะค่ะ

วัตถุดิบเค้กมัพฟินกล้วยหอม

  • กล้วยหอมสุก
  • ไข่ไก่
  • น้ำตาลทราย
  • เนยละลาย
  • กลิ่นวานิลลา
  • แป้งเค้ก
  • เกลือ
  • ผงฟู
  • เบกกิ้งโซดา
  • ผลไม้อบแห้ง ตกแต่งหน้ามัฟฟิน

วิธีทำเค้กมัพฟินกล้วยหอม

  • ใช้ส้อมบดกล้วยหอมสุกให้ละเอียด พักไว้
  • ตอกไข่ลงไปในชามผสม และใส่กล้วยหอมบดลงไป ตีให้เข้ากัน
  • ใส่น้ำตาลทราย เกลือป่น เนยละลาย และกลิ่นวานิล คนให้เข้ากันดีจนน้ำตาลทรายละลาย
  • ร่อนแป้งเค้กใส่ลงไป ตามด้วยผงฟู และเบกกิ้งโซดา คนให้ส่วนของเหลวและของแห้งให้เข้ากัน
  • นำส่วนผสมเทใส่ลงพิมพ์จนเกือบเต็ม โรยหน้าด้วยผลไม้อบแห้งตกแต่ง เช่น ลูกเกด แครนเบอรี่
  • นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 25 นาที
  • พักให้เย็นสักครู่ รับประทานได้เลยค่ะ

เคล็ดลับ

  • ใส่กลิ่นวานิลลาไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความหอม แต่ยังดับกลิ่นคาวของไข่ไก่ค่ะ

7. คุกกี้ช็อกโกแลตไร้แป้ง

คุ้กกี้ชอกโกแลตไร้แป้ง
คุกกี้ชอกโกแลตไร้แป้ง

ถ้าจะไม่พูดถึงเจ้าขนมแสนอร่อยอย่างคุกกี้เนี่ย คงไม่ใช่ทางสายหวานที่แท้ทรูใช่มั้ยล่ะค่ะ แต่คุ้กกี้ช็อกโกแลตสูตรนี้เอาใจคนลดหุ่นนะคะ เพราะเราจะใช้แป้งอัลมอนด์แทนแป้งสาลีอเนกประสงค์ และใช้น้ำตาลหญ้าหวาน ซึ่งคนที่กำลังลดน้ำหนักแบบคีโตอยู่ ก็สามารถนำไปลองทำได้อีกด้วยล่ะค่ะ

วัตถุดิบคุกกี้ชอกโกแลตไร้แป้ง

วิธีทำคุกกี้ชอกโกแลตไร้แป้ง

  • นำเนยจืดมาตีด้วยตะกร้อไฟฟ้าให้เนียน
  • เติมน้ำตาลหญ้าหวานลงไป ตีให้เข้ากัน
  • ใส่แป้งอัลมอนด์ กลิ่นวานิลลา เกลือ และผงคาคาวลงไป ตีให้เข้ากัน
  • นำมาปั้นใส่ถาด ตกแต่งด้วยถั่วอัลมอนด์
  • นำเข้าตู้อบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 10 – 15 นาที
  • รอให้เย็น แพ็คใส่กล่องหรือภาชนะ ปิดฝาให้มิดชิดค่ะ

8. ชีสเค้กแมกคาเดเมียคาราเมล

ชีสเค้กแมกคาเดเมียคาราเมล
ชีสเค้กแมกคาเดเมียคาราเมล

ถ้าพูดถึงชีสเค้กแล้วล่ะก็ ดิฉันคนหนึ่งล่ะค่ะที่โปรดปรานเป็นอย่างมาก ถึงมากที่สุด จนต้องบอกตัวเองว่า น้ำหนักเพิ่มไม่กลัว แต่กลัวไม่ได้กลิ่นของอร่อย สูตรนี้จะบอกเลยว่าอร่อย หวานน้อย และที่สำคัญชีสเค้กกับตัวทอปปิ้งอย่างแมคคาเดเมียคาราเมล มันช่างเข้ากันเหลือเกินค่ะคุณขา เอาเป็นว่าตามไปดูวัตถุดิบและวิธีการทำเลยดีกว่าค่ะ

วัตถุดิบของ ทอปปิ้งแมคคาเดเมียคาราเมล

  • ถั่วแมคคาเดเมีย
  • น้ำตาลทราย
  • วิปปิ้งครีม
  • เนย
  • น้ำเปล่า

วัตถุดิบ ส่วนผสมฐานของชีสเค้ก

  • แครกเกอร์
  • เนยละลาย
  • น้ำตาลไอซิ่ง

วัตถุดิบ ตัวชีสเค้ก

  • ครีมชีส
  • โยเกิร์ต
  • ไข่ไก่
  • น้ำตาลทราย
  • กลิ่นวานิลลา

วิธีทำ ชีสเค้กแมกคาเดเมียคาราเมล

  1. เริ่มด้วยทอปปิ้งกันก่อนเลยค่ะ ใส่น้ำตาลทรายและน้ำลงในหม้อ เปิดไฟอ่อน คนให้ละลาย และเคี่ยวจนได้เป็นสีคาราเมล จากนั้นให้ใส่เนยและวิปปิ้งครีมลงไป คนเร็ว ๆ แล้วใส่ถั่วแมคคาเดมียลงไป คนให้เข้ากัน พักไว้
  2. ทำฐานชีสเค้ก: นำแครกเกอร์ใส่ในถุงซิปล็อค ตีให้ละเอียด จากนั้นเทใส่อ่างผสม ใส่เนยละลาย และน้ำตาลไอซิ่งลงไป แล้วนำไปอัดในพิมพ์เค้ก นำเข้าตู้เย็น
  3. ตัวชีสเค้ก
    • นำครีมชีส น้ำตาลทราย และกลิ่นวานิลลามาใส่ในชามผสม ตีให้เข้ากัน
    • นำไข่ไก่มาเทใส่ลงในส่วนผสมในขั้นตอนที่ 1 ตีให้เข้ากัน
    • ใส่โยเกิร์ตลงไปในครีมชีสของขั้นตอนที่ 2 แล้วตีให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน
    • นำลงใส่ในพิมพ์เค้กที่เราทำฐานแครกเกอร์ไว้ แล้วนำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซีนส ประมาณ 45 นาที หรือจนกกว่าขนมจะเซ็ตตัวดี นำเข้าตู้เย็นให้เซ็ตตัว
    • นำชีสเค้กที่เซ็ตตัวแล้ว มาทอปปิ้งด้วยแมคคาเดเมียคาราเมลที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 1 และนำเข้าตู้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง
    • ตัดเสิร์ฟ พร้อมลิ้มลองความอร่อยกันเลยค่ะ

9. ขนมปังไส้กรอก

ขนมปังไส้กรอก
ขนมปังไส้กรอก

ขนมปังไส้กรอก ที่เป็นเมนูล่อตาล่อใจให้กับเด็ก ๆ นี้นั้น ก็ถูกใจผู้ใหญ่อย่างเราไม่น้อยเช่นกันค่ะ ด้วยสูตรนี้ แป้งจะมีผิวเนียน เหนียวนุ่ม เป็นเงา และเก็บไว้ได้นานอีกด้วย ซึ่งอาจจะใช้เวลาในการทำ แต่แน่นอนค่ะว่า อร่อยคุ้มค่ากับการรอคอยอย่างแน่นอนจ้า

วัตถุดิบขนมปังไส้กรอก

  • แป้งขนมปัง
  • แป้งเค้ก
  • น้ำตาลทราย
  • เกลือ
  • ยีสต์แห้งสำเร็จรูป
  • ไข่ไก่
  • นมสด
  • เนยจืดละลาย
  • ไส้กรอก
  • น้ำมันพืช

วิธีทำขนมปังไส้กรอก

  • นำแป้งขนมปัง แป้งเค้ก น้ำตาลทราย เกลือ และยีสต์ เทลงในอ่างผสม โดยให้ยีสต์อยู่ห่างจากเกลือ ผสมของแห้งให้เข้ากัน
  • ใส่ไข่ไก่และนมสดลงในส่วนของแห้งในขั้นตอนที่ 1 จากนั้นคนให้เข้ากันจนเป็นก้อนเดียวกัน พักแป้งไว้ประมาณ 20 -30 นาที
  • เกลี่ยแป้งและนวดไปมา จากนั้นเทเนยจืดละลาย คนผสมให้เนยและแป้งซึมเข้ากันดี
  • นวดและฟาดแป้งสลับไปมาจนแป้งเนียน เด้ง และดึงเป็นฟิล์มบาง ๆ ได้
  • เตรียมภาชนะ ทาน้ำมันพืชบาง ๆ แล้วพักแป้งไว้ 1 ชั่วโมง เพื่อให้แป้งขึ้นรูปเป็น 2 เท่า
  • หลังจากพักแป้งเสร็จแล้ว ก็นำออกมากด เพื่อไล่ฟองอากาศออก
  • แบ่งแป้งเป็น 6 ก้อนเท่า ๆ กัน
  • นำมานวดและขึ้นรูปตามต้องการ จากนั้นพักแป้งไว้อีก 10 – 15 นาที
  • จากนั้น นำแป้งแต่ละก้อนมาคลีงให้บาง เอาด้านหน้าเรียบคว่ำลง ใส่ไส้กรอก แล้วโรล เก็บตะเข็บให้เรียบร้อย พักแป้ง 40 นาที
  • นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15 – 18 นาที
  • นำออกจากเตา ทาด้วยเนยขณะยังร้อน ๆ และเตรียมพร้อมรับประทานค่ะ

เคล็ดลับ:

  • ก่อนนำเข้าอบ ทาด้วยไข่แดงผสมนมสด เพิ่มเงาให้กับขนมปังค่ะ

10. ขนมปังกรอบเนยน้ำตาล

ขนมปังกรอบเนยน้ำตาล
ขนมปังกรอบเนยน้ำตาล

เมนูที่ทั้งหอมเนย หอมน้ำตาล อย่างขนมปังกรอบเนยน้ำตาลนี้ คงเป็นเมนูที่ชื่นชอบของใครหลาย ๆ คน ซึ่งจะบอกว่าเป็นเมนูที่ง่ายที่สุดในบรรดาทุกเมนูที่เอามาฝากในวันนี้ แถมเก็บไว้รับประทานได้นานมาก ๆ แต่แปลกจังที่ดิฉันไม่เคยเก็บไว้ได้นานเลย เพราะรับประทานหมดเร็วมาก ๆ นั่นเองล่ะค่ะ เลยไม่ได้เหลือเก็บไว้ได้นานซักกะที อิอิ

วัตถุดิบขนมปังกรอบเนยน้ำตาล

วิธีทำขนมปังกรอบเนยน้ำตาล

  • นำขนมปังมาเรียงใส่ถาด และนำเข้าอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ใช้เวลาอบประมาณ 10 นาที
  • ผสมเนยสด และ น้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน
  • นำขนมปังที่อบเสร็จแล้วมาทาด้วยเนยน้ำตาลที่ผสมไว้ให้ทั่วแผ่น
  • นำขนมปังที่ทาหน้าแล้วเรียงใส่ถาดและเข้าอบอีกครั้งที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15 นาที
  • อบเสร็จ พร้อมเสิร์ฟ

เคล็ดลับ:

  • การนำขนมปังไปอบในรอบแรกนั้นเพื่อเป็นการไล่ความชื้นของขนมปัง และจะทำให้ขนมปังกรอบนานขึ้นนั่งเองจ้า

เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับเมนูขนมหวานที่เราแนะนำกันไป ทำได้ง่าย ๆ ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ? สำหรับใครที่อยากอ่านบทความเมนูขนมหวานอื่น ๆ เพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของเรา แน่นอนว่าค่ะว่าเรามีมาฝากกันด้วย ไม่ว่าจะเป็น เมนูขนมหวานจากไมโล, เมนูขนมหวานจากกาแฟ, ขนมหวานคลายร้อน, ขนมหวานคีโต, ขนมหวานไร้แป้ง, ขนมหวานไม่ง้อใช้เตาอบ, เมนูจากขนมปังแผ่น และเมนูขนมไทย สำหรับวันนี้ต้องขอตัวลาไปก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีค่ะ

Arrani Benitez

Arrani Benitez

คุณแม่ลูกสอง ผู้รักสุขภาพ และชอบสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกเสมอ ไม่ว่าจะเรื่องของใช้ หรือโภชนาการที่ดี

Next Post