สูตร เมนูอาหารใต้ อร่อย รสเด็ด หรอยจังฮู้ หรอยอย่างแรงนิ

ไหนใครชอบทานอาหารใต้ยกมือขึ้น ? บทความนี้เอาใจพี่บ่าวพี่สาวโดยเฉพาะโดยการยกด้ามขวานมาไว้ในครัวของเรา! นั่นก็คือการเปิดตำราแกะสูตรลับกับเมนูอาหารใต้ที่ดูเหมือนจะยากแต่ทำได้ทุกครัวเรือนค่ะ

ต้องบอกก่อนนะคะว่าภาคใต้ของเราเนี่ยค่อนข้างจะมีสภาพอากาศร้อนชื้นมีฝนตกชุก หรือที่เรียกกันว่า “ฝนแปดแดดสี่” (1) ทำให้คนใต้ชอบทานอาหารรสจัดที่มีความเผ็ดร้อนเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายค่ะ ดังนั้นคนใต้จึงนิยมทำแกงเผ็ด ๆ ซะส่วนใหญ่ แล้วด้วยความที่ฝนมันตกบ่อยใช่ไหมคะ ต้นไม้ใบหญ้าเลยงอกงามเป็นพิเศษคนใต้ก็เอาพืชพรรณพวกนี้เนี่ยมาเป็นส่วนประกอบหลักในอาหาร ทำให้แต่ละเมนูเต็มไปด้วยสมุนไพรและสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ตอนนี้หลายคนคงอยากทราบแล้วว่าอาหารใต้ตัวท็อปแต่ละเมนูจะมีวิธีทำอย่างไรบ้าง อย่ารอช้าไปดูกันเลย

1. แกงไตปลา

ขนมจีนแกงไตปลา
ขนมจีนแกงไตปลา

ถ้าพูดถึงอาหารใต้แล้วสิ่งแรกที่เราจะนึกถึงต้องเป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้อย่างแกงไตปลาแน่นอน (คนใต้เรียกว่า แกงพุงปลา) ด้วยรสชาติเผ็ดร้อน กลมกล่อม อัดแน่นไปด้วยคุณค่าของผักต่าง ๆ ที่เป็นวัตถุดิบหลักทำให้เมนูนี้เป็นอาหารปักษ์ใต้ขึ้นหิ้งในใจของใครหลาย ๆ คน และด้วยความที่แกงไตปลาเนี่ยมีส่วนผสมมากมายหลายอย่าง หลายคนเลยคิดว่ามันต้องทำยากแน่ ๆ แต่จริง ๆ แล้วแกงไตปลาทำง่ายราวกับดีดนิ้ว จะทำอย่างไรไปดูกันเลยดีกว่า

วัตถุดิบแกงไตปลา

  • ไตปลาสำเร็จรูป
  • พริกแกงไตปลา
  • ปลาย่าง
  • ใบมะกรูด
  • น้ำมะขามเปียก
  • น้ำตาลปี๊บ
  • ข่า
  • ตะไคร้
  • ผักสด เช่น หน่อไม้ต้มสุก, ฟักทอง, มันเทศ, มะเขือเปราะ, ถั่วฝักยาว, ถั่วพู หรือเม็ดขนุน

วิธีทำแกงไตปลา

ตั้งหม้อใส่น้ำพอประมาณ ใส่ข่ากับตะไคร้ทุบ รอน้ำเดือดแล้วใส่ไตปลาสำเร็จรูปในปริมาณที่พอเหมาะลงไปต้มจนเดือดอีกครั้ง หลังจากนั้นนำมากรองกากเพื่อไม่ให้น้ำแกงขุ่น ตั้งไฟอีกครั้งและใส่เครื่องแกง คนให้เรื่องแกงละลายเติมน้ำมะขามเปียกและน้ำตาลปี๊บลงไป ซึ่งสองอย่างนี้จะช่วยให้น้ำแกงของเรามีรสนุ่มกลมกล่อมค่ะ

เพื่อน ๆ ควรเติมเครื่องปรุงรสทีละน้อย ๆ เพื่อไม่ให้นำแกงมีรสโดดมากเกินไป ชิมรสชาติให้มีรสเผ็ดนำ เค็มตาม ปิดท้ายด้วยรสหวานกลมกล่อม และน้ำแกงไม่ควรมีรสเปรี้ยวนะคะ เพราะเราใส่น้ำมะขามเปียกเพื่อดับความคาวของไตปลาเท่านั้นเอง

หลังจากน้ำแกงเดือดแล้วให้เพื่อน ๆ ใส่ผักลงไปเลยค่ะ ในขั้นตอนนี้ควรใส่ผักแข็งอย่างหน่อไม้, ฟักทอง, มะเขือเปราะ และมันเทศลงไปก่อน พอผักเริ่มนุ่มแล้วใส่เนื้อปลาและผักที่เหลือลงไป คนให้เข้ากันและรอเดือดอีกนิด ชิมรสชาติอีกหน่อย

หลังจากน้ำเดือดแล้วปิดไฟ ยกลงจากเตา และจัดลงจานพร้อมเสิร์ฟเลยค่ะ จะทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ หรือขนมจีนเส้นเหนียวนุ่มก็เข้ากันไปหมด ยิ่งทานเหนาะกับผักสดยิ่งอร่อยและดีต่อสุขภาพมากเลยค่ะ


2. แกงเหลือง ปลากะพงมะพร้าวอ่อน (แกงส้มปักษ์ใต้)

แกงเหลืองปลากะพงมะพร้าวอ่อน
แกงเหลืองปลากะพงมะพร้าวอ่อน

แกงเหลือง เป็นอีกหนึ่งเมนูที่หลาย ๆ คนชื่นชอบด้วยรสชาติเผ็ดเปรี้ยวอร่อยคล่องคอ แต่ถ้าเพื่อน ๆ มาเที่ยวภาคใต้แล้วถามหาแกงเหลืองคนใต้จะงงแน่นอนค่ะ เพราะคนใต้เรียกแกงเหลืองว่า “แกงส้ม” และวิธีทำแกงส้มฉบับชาวใต้ก็มีวิธีต่างจากภาคอื่นนิดหน่อยนั่นก็คือคนใต้จะใส่ “กะปิ” เข้าไปด้วย ทำให้น้ำแกงมีความหอมและรสกลมกล่อมขึ้น ส่วนผสมที่พบเห็นได้บ่อยและเข้ากับแกงเหลืองมาก ๆ เลยก็คือปลาค่ะ ลองคิดถึงตอนที่เราตักเนื้อปลาหวาน ๆ ทานพร้อมข้าวสวยหอม ๆ และซดน้ำแกงเปรี้ยวหวานกลมกล่อมตามสิคะ แค่คิดก็น้ำลายสอแล้ว อย่ารอช้าไปดูวิธีทำแกงเหลืองปลากะพงมะพร้าวอ่อนกันเลยดีกว่า

วัตถุดิบแกงเหลือง

  • ปลากะพงสด
  • ยอดมะพร้าวอ่อน
  • พริกแกงเหลือง
  • กะปิ
  • น้ำเปล่า
  • น้ำปลา
  • น้ำตาล
  • น้ำมะนาว

วิธีทำแกงเหลือง

ตั้งหม้อใส่น้ำ ละลายพริกแกงกับกะปิในปริมาณที่ต้องการ เปิดไฟรอน้ำเดือด ระหว่างรอก็มาหั่นยอดมะพร้าวอ่อนให้มีขนาดพอดีคำจะได้ทานง่ายและสุกเร็วขึ้นด้วยค่ะ หลังน้ำเดือดแล้วปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาล หลังจากชิมจนได้รสชาติที่ต้องการแล้วใส่ยอดมะพร้าวของเราลงไปเลย หลังจากนั้นก็รอวนไป

หลังน้ำแกงเดือดและมะพร้าวอ่อนของเราสุกแล้ว ก็ใส่เนื้อปลาตามไปค่ะ หลังจากใส่เนื้อปลาแล้วรอน้ำแกงเดือดแล้วก็ห้ามคนน้ำแกงเด็ดขาดเลยนะคะ ไม่งั้นน้ำแกงของเราจะคาวและไม่อร่อย หลังจากเนื้อปลาสุกแล้วก็ใส่น้ำมะนาวแล้วปิดไฟทันทีเพื่อไม่ให้น้ำมะนาวขม แค่นี้แกงเหลืองร้อน ๆ รสเผ็ดเปรี้ยวถึงใจก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ





3. คั่วกลิ้งหมูสับ หรือเนื้อสับ

คั่วกลิ้งเนื้อ
คั่วกลิ้งเนื้อ

หันมาเอาใจสายเนื้อกันบ้างกับอีกหนึ่งเมนูเผ็ดร้อนขึ้นชื่อของปักษ์ใต้ และนั่นก็คือ “คั่วกลิ้งเนื้อ” ค่ะ เนื้อนุ่ม ๆ ผัดกับพริกแกงหอม ๆ พร้อมสมุนไพรไทยที่ดีต่อสุขภาพเน้น ๆ ยิ่งทานคู่กับผักสดกรอบ ๆ รับรองว่าเติมข้าวหมดหม้อแน่นอน ซึ่งเมนูก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ดีต่อสุขภาพมาก ๆ เช่นกันนะคะ โดยเฉพาะความเผ็ดร้อนของพริกไทยอ่อนกับเนื้อวัวนุ่ม ๆ ขอบอกว่าเข้ากันสุด ๆ

วัตถุดิบคั่วกลิ้ง

  • เนื้อสันในวัว หรือหมูสับ
  • พริกแกงคั่วกลิ้ง
  • พริกชีฟ้าแดง
  • พริกไทยอ่อน
  • กระชายอ่อน
  • ใบมะกรูด
  • น้ำมันพืช
  • น้ำปลา
  • ซีอิ๊วขาว
  • น้ำตาลทราย

วิธีทำคั่วกลิ้ง

เตรียมเนื้อ หรือหมูสับ หลังจากนั้นซอยพริกชีฟ้า, กระชาย และใบมะกรูดพักไว้

ตั้งเตาใส่น้ำมันเล็กน้อย พอน้ำมันเริ่มร้อนใส่พริกแกงลงไปผัดให้หอม ขั้นตอนนี้ควรใช้ไฟอ่อน ๆ พริกแกงจะได้ไม่ฉุนมากและไม่ไหม้ด้วยค่ะ หลังจากพริกแกงหอมแล้วใส่เนื้อตามไปเลย ผัด ๆ คลุก ๆให้เนื้อเริ่มสุกหลังจากนั้นปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย, น้ำปลา และซีอิ๊วขาว แต่ระวังอย่าใส่น้ำปลาเยอะเกินไปเพราะพริกแกงบางร้านมีความเค็มอยู่แล้วค่ะ หลังจากนั้นชิมรสชาติให้มีความเผ็ด เค็ม และหวานปลายลิ้น

หลังจากปรุงจนได้รสชาติที่พอใจแล้วก็ใส่พริกชีฟ้า, พริกไทยอ่อน และกระชายลงไปผัดให้เข้ากัน หลังจากสมุนไพรของเราหอมได้ที่แล้วก็ปิดไฟและโรยใบมะกรูดปิดท้ายเป็นอันพร้อมเสิร์ฟค่ะ


4. กุ้งผัดสะตอกะปิ

กุ้งผัดสะตอกะปิ
กุ้งผัดสะตอกะปิ

“ด้ามขวานแดนสะตอ” เพื่อน ๆ เคยได้ยินคำนี้ไหมคะ และแน่นอนว่าพูดถึงอาหารใต้แล้วจะไม่มีเมนูสะตอมันก็กระไรอยู่ เราเลยจัดเมนูสุดฮิต “กุ้งผัดสะตอกะปิ” มาเอาใจสาวกอาหารใต้เสียหน่อย ซึ่งอาหารใต้รสกลาง ๆ หญิงทานได้ชายทานดีเมนูนี้ทำง่ายมาก ๆ เลยค่ะ มีส่วนผสมแค่ไม่กี่อย่างแต่รสชาติอร่อยทะลุจักรวาล อย่ารอช้าไปดูวิธีการทำกันเลย

วัตถุดิบผัดสะตอกะปิกุ้งสด

  • กุ้งสด
  • หมูสับ
  • สะตอข้าว
  • กะปิ
  • พริกขี้หนู
  • กระเทียม
  • หอมแดง
  • มะนาว
  • น้ำปลา
  • น้ำตาลปี๊บ
  • น้ำมันพืช

วิธีทำผัดสะตอกะปิกุ้งสด

ปอกเปลือกกุ้งและผ่าหลังเอาเส้นดำออกให้เรียบร้อย ปอกหอม, กระเทียม และเด็ดพริกขี้หนูเตรียมไว้ หลังจากนั้นให้เพื่อน ๆ ตำพริกขี้หนู, กระเทียม, หอมแดง, น้ำตาลปี๊บให้เข้ากันแล้วใส่กะปิเป็นอย่างสุดท้าย ตำต่อจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน

ตั้งกระทะใส่น้ำมัน พอน้ำมันเริ่มร้อนนำส่วนผสมที่ตำไว้ใส่ลงไปผัดให้หอม ถ้าส่วนผสมข้นเดินไปสามารถเติมน้ำได้แต่อย่าให้เหลวเกินไปนะคะ เสร็จแล้วใส่เนื้อหมูลงผัดต่อให้เริ่มสุกตามด้วยกุ้ง ปรุงรสด้วยน้ำปลาเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ

หลังจากหมูและกุ้งสุกได้ที่แล้วก็ใส่พระเอกอย่าสะตอข้าวลงไป ส่วนสาเหตุที่ใช้สะตอข้าวเพราะสะตอชนิดนี้มีรสชาติหวานและกลิ่นไม่แรงเท่าสะตอชนิดอื่นค่ะ หลังใส่สะตอแล้วผัดให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันอีกครั้ง บีบน้ำมะนาวลงไปนิดหน่อยก็พร้อมรับประทานจ้า


5. ขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้

ขนมจีนน้ำยากะทิ
ขนมจีนน้ำยากะทิ

ถ้าเพื่อน ๆ เคยมาเที่ยวภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราชต้องเคยเห็นร้านขนมจีนตั้งเรียงรายอยู่ทุกซอกทุกซอยแน่นอน และน้ำยาขนมจีนแบบปักษ์ใต้ก็เป็นที่ชื่นชอบสำหรับใครหลาย ๆ คน ด้วยน้ำแกงสีเหลืองที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นของน้ำแกงและเนื้อปลาที่อัดแน่นทุกอณูของหม้อ อร่อยจัดจ้านจนต้องยกซดจนหลายคนอยากลองทำดูบ้าง เราเลยแกะสูตรน้ำยาปักษ์ใต้มาแบ่งเพื่อน ๆ ค่ะ

วัตถุดิบน้ำยากะทิ ปักษ์ใต้

  • เนื้อปลา
  • พริกแกงกะทิ
  • กะปิ
  • หัวกะทิและหางกะทิ
  • น้ำปลา
  • น้ำตาลปี๊บ
  • ใบมะกรูด
  • ตะไคร้
  • ส้มแขกแห้ง

วิธีทำน้ำยากะทิ

ตั้งหม้อใส่น้ำและตะไคร้ทุบกับใบมะกรูดรอจนน้ำเดือด ตามด้วยปลาสดต้มต่อจนสุก หลังจากนั้นตักปลาออกเลาะเนื้อออกจากตัวปลาแยกไว้ระวังอย่าให้มีก้างหรือหนังปลาติดมาค่ะ ส่วนน้ำต้มปลาก็เอาไปกรองตะไคร้ใบมะกรูดออกและพักไว้เพื่อทำเป็นน้ำแกง นำเนื้อปลามาโขลกกับเครื่องแกงและกะปิ กะให้มีความเผ็ดตามชอบเลยค่ะ ส่วนน้ำแกงจะข้นมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณเนื้อปลาที่ใส่ไป หลังจากนั้นก็จัดการโขลก ๆ ตำ ๆ ให้ส่วนผสมเนียนและเข้ากัน

ตั้งหม้อใส่พริกแกงที่เราตำไว้ผัดรวมกับหัวกะทิให้แตกมันและหอม หลังจากนั้นใส่น้ำต้มปลาและหางกะทิปริมาณตามชอบเลยค่ะ รอให้น้ำแกงเดือดและปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บและน้ำปลาตามด้วยส้มแขกแห้งสักชิ้นสองชิ้น คนให้เข้ากันสักหน่อย ชิมรสชาติให้ออกเค็มนำหวานตามและมีรสเปรี้ยวนิด ๆ ปลายลิ้น

หลังจากได้รสชาติที่พอใจแล้วเพื่อน ๆ สามารถเติมลูกชิ้นได้นะคะ เสร็จแล้วก็ฉีกใบมะกรูดลงไปสองสามใบเพื่อความหอมแล้วปิดเตา แค่นี้นำแกงขนมจีนกะทิปักษ์ใต้อร่อย ๆ ก็พร้อมเสิร์ฟ เตรียมผักสดรอได้เลยจ้า

ขอกระซิบอีกนิดนึง ถ้าเพื่อน ๆ ไม่ชอบทานกะทิแต่อยากทานขนมจีนน้ำยา ภาคใต้ก็มีน้ำยาขนมจีนที่เรียกว่า “น้ำยาใส” ค่ะ ซึ่งวิธีการทำก็เหมือนน้ำยากะทิเลยแต่ต่างกันที่น้ำยาใสจะไม่ใส่กระทิ หน้าตาของน้ำยาก็เป็นน้ำแกงใส ๆ คล้ายซุปเลยค่ะ อาจจะมีเนื้อปลานอนก้น ถ้าใครชอบทานแบบข้น ๆ ก็คนให้เนื้อปลากระจายตัวหน่อย แต่ถ้าอยากลองทานขนมจีนใส ๆ ก็ตักน้ำด้านบนราดเส้นขนมจีนเลยค่ะ แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าน้ำแกงเผ็ดร้อนเอาเรื่องค่ะ


6. น้ำพริกกุ้งสับ

น้ำพริกกุ้งสับ
น้ำพริกกุ้งสับ

มาถึงเมนูสุขภาพอย่างน้ำพริกกันแล้วนะคะ สายรักสุขภาพต้องชอบแน่นอนเพราะอัดแน่นไปด้วยประโยชน์จากผักและโปรตีนจากเนื้อกุ้ง ซึ่งน้ำพริกก็เป็นอีกหนึ่งเมนูฮิตที่ไม่ว่าจะทานคู่กับผักสดหรือผักสุกก็เข้ากั๊นเข้ากัน ทานเพลิน ๆ ผักหมดครึ่งไร่แน่นอนค่ะ

วัตถุดิบน้ำพริกกุ้งสับ

  • กุ้งสด
  • กะปิ
  • พริกขี้หนู
  • กระเทียม
  • มะเขือพวง
  • มะนาว
  • น้ำตาล
  • น้ำปลา

วิธีทำน้ำพริกกุ้งสับ

นำกุ้งไปย่างหรือต้มหลังจากนั้นนำเนื้อมาฉีกหรือสับหยาบ ๆ หลังจากนั้นนำกะปิไปห่อใบตองแล้วย่างไฟให้หอม โขลกกะปิและกระเทียมให้เข้ากัน ตามด้วยพริกขี้หนูและน้ำตาล หลังจากตำจนเข้ากันดีแล้วใส่มะเขือพวงบุให้พอแตกและใส่เนื้อกุ้งตามลงไป บีบมะนาวปิดท้ายและชิมรสให้ออกเผ็ดเปรี้ยวเค็มตามชอบ ถ้าน้ำพริกข้นเกินไปสามารถเติมน้ำต้มสุกได้ค่ะ ทานคู่กับผักที่เตรียมไว้


7. ใบเหลียงผัดไข่

ใบเหลียงผัดไข่
ใบเหลียงผัดไข่

ใครไม่รู้จักใบเหลียงยกมือขึ้น ✋ ใบเหลียงหรือใบเขลียงก็คือพืชชนิดหนึ่งที่มีเฉพาะในภาคใต้ค่ะ (2) รสชาติจะออกมัน ๆ หวาน ๆ และมีลักษณะคล้ายใบมันปู ทานดิบก็ได้ ทานสุกก็ดี ภาคใต้นิยมนำมาต้มกะทิ, ทานคู่กับน้ำพริก, ผสมในไข่เจียว และอีกเมนูที่นิยมคือผัดกับไข่ค่ะ

วัตถุดิบใบเหลียงผัดไข่

  • ใบเหลียงอ่อน
  • ไข่ไก่หรือไข่เป็ด
  • กระเทียม
  • น้ำมันพืช
  • น้ำปลา
  • น้ำตาล
  • ซอสหอยนางรม
  • ซีอิ๊วขาว

วิธีทำใบเหลียงผัดไข่

เลือกเด็ดเฉพาะใบเหลียงอ่อน ๆ วิธีสังเกตุก็คือใบอ่อนจะมีสีเขียวอ่อนอมน้ำตาล ๆ และหักง่ายค่ะ หลังจากนั้นก็นำไปล้างน้ำและผึ่งพักไว้ ถ้าใบเหลียงมีขนาดใหญ่ก็สามารถตัดได้ตามต้องการเลย ตั้งกระทะรอน้ำมันร้อน ระหว่างนั้นก็หันไปทุบกระเทียมและสับหยาบ ๆ รอไว้ เมื่อน้ำมันเริ่มร้อนแล้วก็ใส่กระเทียมลงไปเลยค่ะ ผัดจนกระเทียมหอมหรือออกสีเหลือง ๆ

เมื่อกระเทียมของเราได้ที่แล้วก็ใส่ใบเหลียงต่อเลย ผัด ๆ คลุก ๆ ด้วยความรวดเร็วจนใบเริ่มเหี่ยวก็เขี่ยไว้ขอบ ๆ กระทะแล้วลดไฟอ่อน หลังจากนั้นตอกไข่ใส่กระทะเลยค่ะ ใช้ตะหลิวยีให้ไข่ผสมกันเล็กน้อยและผัดจนไข่เริ่มเกาะตัวก็ปรุงรสด้วยน้ำตาล ซีอิ๊วขาว และซอสหอยนางรมเล็กน้อย หลังจากนั้นก็เอาใบเหลียงลงมาคลุก

และอีกหนึ่งเคล็ดลับท่าไม้ตายก็คือ เกลี่ยใบเหลียงกับไข่มารวมไว้กลางกระทะ จับขวดน้ำปลาให้มั่น ใช้มืออีกข้างเร่งไฟแรง หลังจากนั้นราดน้ำปลาลงขอบกระทะให้เสียงดังซู่ ๆ ลดไฟแล้วคลุกต่ออีกนิดหน่อย ชิมรสชาติอีกนิดนึงเป็นอันเสร็จเรียบร้อย ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ผัดของเรามีกลิ่นหอมน้ำปลาและตัวไข่จะเกรียมเล็กน้อยนั่นเอง





8. ข้าวยำปักษ์ใต้

ข้าวยำปักษ์ใต้
ข้าวยำปักษ์ใต้

ข้าวยำปักษ์ใต้ หรือ ข้าวยำน้ำบูดู อาหารที่ครบเครื่องไปด้วยสมุนไพรและสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เมนูนี้ถูกใจสายรักสุขภาพแน่นอนค่ะ เพราะตัวข้าวยำประกอบไปด้วยผักพื้นบ้านหลายชนิด เพิ่มรสชาติด้วยความมันของมะพร้าวคั่วและความหอมของน้ำบูดูที่เปรียบเสมือนปลาร้าแดนด้ามขวาน ถ้าจะให้เหมือนต้นตำรับต้องทานกับดอกดาหลาที่มีกลิ่นหอมเย็นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถึงแม้ว่าจะมีวัตถุดิบค่อนข้างเยอะแต่รับรองว่าไม่เกินความสามารถของเพื่อน ๆ แน่นอนค่ะ

วัตถุดิบข้าวยำ

  • ข้าวสาร
  • น้ำเปล่า
  • กุ้งแห้งป่น
  • พริกป่น
  • มะพร้าวคั่ว
  • ถั่วงอก
  • ตะไคร้ซอย
  • มะม่วงเปรี้ยว
  • ถั่วฝักยาวซอย
  • ใบมะกรูดซอย
  • ส้มโอ
  • มะนาวหั่นแว่น
  • ถั่วพูซอย
  • ดอกดาหลา
  • ใบชะพลูซอย

น้ำเคยข้าวยำ

  • น้ำบูดู
  • ปลาอินทรีย์เค็ม
  • น้ำตาลปี๊บ
  • หอมแดง
  • น้ำเปล่า
  • ตะไคร้
  • ใบมะกรูด
  • ข่า

วิธีทำข้าวยำ

ขั้นตอนแรกก็หุงข้าวเตรียมไว้เลยค่ะ เพื่อน ๆ อาจจะใส่ดอกอัญชัญหรือทำเป็นสีสันอื่น ๆ ก็ได้นะคะเพื่อความสวยงามก็เก๋ไปอีกแบบ หลังจากหุงข้าวแล้วก็มาตั้งหม้อต้มปลาอินทรีย์จนสุกแล้วฉีกเอาแต่เนื้อพักไว้ เสร็จแล้วก็ตั้งหม้ออีกครั้ง ใส่น้ำบูดูและเนื้อปลาฉีก ทุบหอม, ตะไคร้ และข่าใส่ลงในหม้อ ฉีกใบมะกรูดตาม เคี่ยวต่อจนน้ำงวดเล็กน้อย ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บให้มีรสเค็มนำและตามด้วยหวานค่ะ เคี่ยวต่อจนน้ำข้นเลย หลังจากน้ำข้นได้ที่แล้วก็นำมากรองและใส่ถ้วยพักไว้

น้ำบูดูพร้อมแล้วก็มาจัดการกับข้าวยำกันต่อ เริ่มด้วยการตักข้าวสวยของเราใส่ถ้วย จัดเรียงผักต่าง ๆ ลงไปให้สวยงาม เวลาทานก็ราดน้ำยำสักสามสี่ช้อน บีบมะนาวนิดหน่อย คลุกเคล้าอีกนิดนึงก็เอนจอยได้เลยค่ะ

ขอแนะนำอีกนิดว่าเครื่องข้าวยำไม่มีกำหนดตายตัว เพื่อน ๆ อยากใส่ผักชนิดไหนก็ได้ตามชอบเลยค่ะไม่ถือว่าผิดสูตร


9. หมูฮ้อง

หมูฮ้อง
หมูฮ้อง

หมูฮ้อง หรือสามชั้นต้มซีอิ๊ว เป็นเมนูเด็ดประจำจังหวัดภูเก็ตค่ะเพื่อน ๆ เมนูนี้เป็นหมูสามชั้นต้มเปื่อย ๆ มีกลิ่นหอมเตะจมูกชวนหิว หากได้ชิมหนึ่งคำแล้วจะโดนคาถาทำให้วางช้อนไม่ได้เลยค่ะ สำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักหรือรักษาหุ่นอยู่ ของอร่อยสิ่งนี้ถือเป็นชาเลนจ์ที่ยากจะห้ามใจ ถ้าเผลอทานไปแล้วก็คิดซะว่ามันคือกะหล่ำปลีต้มก็แล้วกันค่ะ เพื่อความสบายใจเนอะ

วัตถุดิบ

  • เนื้อหมูสามชั้น
  • รากผักชี
  • โป๊ยกั๊ก
  • อบเชย
  • พริกไทยขาวเม็ด
  • พริกไทยดำเม็ด
  • กระเทียม
  • เกลือ
  • น้ำตาล
  • ซีอิ๊วขาว
  • ซีอิ๊วดำหวาน
  • น้ำเปล่า

วิธีทำหมูฮ้อง

ล้างทำความสะอาดและหั่นเนื้อหมูให้มีชิ้นหนาเท่า ๆ กันหมูจะได้สุกทั่วถึงพร้อมกันค่ะ คั่วอบเชย, พริกไทยขาว, พริกไทยดำ, โป๊ยกั๊ก และกระเทียมให้หอม หลังจากนั้นนำมาโขลกรวมกับรากผักชีให้ละเอียด แนะนำให้โขลกพริกไทย, อบเชย, โป๊ยกั๊กให้ละเอียดเป็นผงก่อนนะคะแล้วค่อยใส่กระเทียมกับรากผักชีตามลงไป

หลังจากเครื่องโขลกของเราผสมกันได้ที่แล้วก็ตักใส่กะละมังหรือหม้อ ใส่เกลือ, ซีอิ๊วขาว. ซีอิ๊วดำหวาน และน้ำตาลทรายแดงลงไป ผสมให้เข้ากันแล้วนำหมูลงไปหมักเลยค่ะ อย่าลืมคลุกให้เนื้อหมูผสมกับน้ำหมักให้ทั่วนะคะ ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีให้เครื่องปรุงเข้าเนื้อ

หมักหมูได้ที่แล้วก็ตั้งกระทะแล้วเอาหมูหมักลงไปผัดเลยค่ะ เพื่อน ๆ อาจจะใส่หรือไม่ใส่น้ำมันก็ได้ ผัดจนหมูเริ่มสุกก็ใส่น้ำเปล่าลงไปให้ท่วมเนื้อหมูเลย หลังจากนั้นก็ปิดฝาตุ๋นทิ้งไว้ประมาณหนึ่งชั่วโมงค่ะ หรือถ้าเพื่อน ๆ มีหม้ออัดแรงดันก็จะประหยัดเวลาได้เยอะเลย ครบหนึ่งชั่วโมงแล้วเพื่อน ๆ ก็ค่อยเปิดฝาแล้วเช็คดูให้เนื่อหมูเปื่อยนุ่มแต่ไม่ถึงกับเละ และชิมรสชาติให้ออกเค็ม ๆ หวาน ๆ แล้วมีรสเผ็ดของพริกไทยแรกหน่อย ๆ ก็เป็นอันใช้ได้แล้วล่ะค่ะ ปิดไฟแล้วยกลงจากเตาทานร้อน ๆ ได้เลย


เป็นอย่างไรบ้างคะกับเมนูอาหารใต้ที่เรานำมาฝากวันนี้ แต่ละเมนูนี่แค่อ่านก็ได้กลิ่นหอม ๆ ลอยมาตามลมแล้ว แต่ถ้าเพื่อน ๆ สังเหตุก็จะเห็นได้ชัดเลยนะคะว่าอาหารใต้จะมีรสชาติค่อนข้างเผ็ดร้อนและประกอบไปด้วยสมุนไพรซะเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นอาหารใต้จึงเหมาะสำหรับสายสุขภาพแน่นอน (ยกเว้นเมนูสุดท้าย) ถ้าใครสนใจก็ลองทำตามสูตรที่เรานำมาแนะนำได้นะ รับรองว่าอร่อยไม่แพ้ร้านดังเลย ส่วนทางนี้ขอตัวไปเตรียมหม้อเตรียมกระทะก่อน ไว้เจอกันใหม่ ขอให้เจริญอาหารนะคะ สวัสดีค่ะ

References:

  1. ภาคใต้ประเทศไทย
  2. ผักเหมียง หรือ ผักเหลียง
Ningning

Ningning

Hi guys, I'm Ningning. Graduated from NSTRU in Business English Program. I'd like to sing a song even though my voice is ... Nice to meet you :)

Next Post