ลดละ 8 พฤติกรรมพลาดๆ ฟุ่มเฟือย ใช้เงินเยอะ

ในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังแย่แบบนี้ แน่นอนว่าการออมเงินหรือเก็บสะสมเงินของเป็นเรื่องที่ค่อนข้างอยู่พอตัว หลายคนอาจเคยเจอกับเหตุการณ์ที่เปิดบัญชีธนาคารแล้วพบว่าเงินเดือนของคุณหายไปอย่างน่าตกใจ ทั้ง ๆ ที่คุณมั่นใจว่าคุณใช้จ่ายอย่างประหยัดที่สุดแล้ว แต่ในบางครั้งคุณอาจไม่รู้ตัวว่าพฤติกรรมการใช้จ่ายของคุณนั้นเป็นการใช้จ่ายแบบฟุ่มเฟือย

จะดีกว่าไหมครับถ้าเราหันมาสังเกตพฤติกรรมการจ่ายของเราอย่างจริงจัง เพื่อจะทำให้เราได้ทราบว่าเราใช้จ่ายอย่างไรบ้าง ทั้งนี้เราจะได้คำนวนรายจ่ายและเลือกจ่ายเงินไปกับของซึ่งมีความจำเป็นมากที่สุด

8 พฤติกรรมที่ทำให้คุณใช้จ่ายแบบฟุ่มเฟือยโดยไม่รู้ตัว

ส่ิงหนึ่งที่จะทำให้เรารู้ว่าเราจ่ายฟุ่มเฟือยหรือไม่นั้น คือพฤติกรรมการใช้จ่ายของเราเองครับ หลายคนอาจมองว่าพฤติกรรมบางอย่างเป็นตัวช่วยให้คุณสามารถเก็บเงินได้มากขึ้น แต่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดเสมอไป ซึ่งวันนี้เราจะมาเปิดโปงพฤติกรรมการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย เพื่อให้คุณพิจารณาดูว่าคุณเป็นหนึ่งในคนที่มีพฤติกรรมเหล่านั้นหรือไม่ ?




1. กว้านซื้อของถูก

หลายคนมองว่าการซื้อของราคาถูกเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สามารถประหยัดเงินของเราไว้ได้ แต่ทางที่ถูกต้องนั้นเราควรมองที่คุณภาพมากกว่าการมองที่ราคา อย่างเช่นการซื้อ หม้อทอดไร้น้ำมัน, กล้องถ่ายรูป, โน้ตบุ๊ค หรือ รองเท้า Sneaker ซึ่งหลายคนอาจพบเจอกับการซื้อสินค้าราคาถูกแล้วใช้งานได้ไม่นานก็พัง จนสุดท้ายคุณก็ต้องหวนกลับไปซื้อมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อเปรียบเทียบกับคนอีกประเภทหนึ่งที่เลือกซื้อสินค้าคุณภาพ ถึงแม้ว่ามันจะมีราคาที่สูง แต่ประสิทธิภาพและระยะเวลาการทำงานของมันนั้นสามารถใช้งานได้ยาวนานกว่า สุดท้ายเมื่อลองคำนวนดูดี ๆ แล้ว การซื้อของราคาถูกแต่จำเป็นต้องซื้อหลายครั้ง กลับกลายเป็นการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยไปโดยปริยาย

2. ซื้อของในช่วงโปรโมชัน

การซื้อของในช่วงโปรโมชันตามห้างสรรพสินค้าเหมือนจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย แต่บอกเลยว่ามันเป็นแรงจูงใจที่ทำให้คุณเลือกซื้อของที่ไม่จำเป็น เพราะเมื่อคุณเดินแล้วพบเจอกับสินค้าที่คุณจะไม่มีวันซื้อมันในช่วงราคาปกติ แต่ราคาโปรโมชันที่คุณเห็นในตอนนั้นมันน่าเย้ายวนใจจนคุณต้องหยิบบัตรเครดิตขึ้นมารูด แน่นอนคุณอาจมองว่าสิ่งนั้นเป็นเรื่องที่ต้องทำ แต่เปล่าเลยครับ ! มันยิ่งทำให้เงินในธนาคารของคุณหายไปโดยใช่เหตุ

3. บัญชีเก็บเงินที่เข้าถึงได้ง่าย

ด้วยเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาฉะนั้นการโอนและการถอนกลายเป็นเรื่องง่ายที่สามารถใช้นิ้วจิ้มมือถือได้ภายในไม่กี่วินาที แน่นอนว่าเทคโนโลยีเหล่านั้นทำให้ยากต่อการหยุดใช้จ่าย ดังนั้นหากเป็นไปได้คุณควรที่จะเก็บเงินไว้ในบัญชีที่ไม่สามารถถอนได้ หรือทำอย่างไรก็ได้ให้การเข้าถึงบัญชีนั้นเข้าได้ยากที่สุด




4. พฤติกรรมการจ่ายทีเดียวในช่วงเงินเดือนออก

คนไทยหลายคนยังคงมีพฤติกรรมที่รอเงินเดือนออกแล้วจ่ายเงินจำนวนมากในวันเดียว ซึ่งการใช้จ่ายแบบนี้จะทำให้เงินของคุณไหลออกมากโดยไม่รู้ตัว ผมแนะนำว่าหากคุณอยากซื้ออะไรก็ค่อย ๆ ซื้อวันละชิ้น ซึ่งพฤติกรรมนี้จะทำให้คุณเปลี่ยนพฤติกรรมการจ่ายแบบทางอ้อม เพราะคุณจะเห็นจำนวนเงินที่ไหลออกจากบัญชีอย่างช้า ๆ จนเมื่อถึงจุดหนึ่ง คุณจะรู้ตัวเองว่าคุณควรที่จะหยุดใช้จ่ายแบบฟุ่มเฟือยแล้ว

5. ตั้งเป้าหมายการเก็บเงินแบบเกินตัว

แน่นอนครับว่าการตั้งเป้าหมายเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว แต่หากเราตั้งเป้าหมายเกินตัวจนเกินไป เราจะไม่สามารถทำมันได้ในระยะยาว ถ้าให้ผมยกตัวอย่างก็อย่างเช่น หากคุณต้องการ ลดน้ำหนักด้วยการอดอาหารแบบ IF 16:8 แน่นอนว่าการเริ่มต้นจากคนที่กินจุกกินจิกตลอด 24 ชั่วโมงอาจใช้วิธีการลดแบบนี้ได้ยาก ดังนั้นการเริ่มต้นของคุณอาจเป็นการทานอาหาร 3 ชั่วโมงและหยุด 3 ชั่วโมง จากนั้นจึงค่อย ๆ ขยายเวลาไปอย่างช้าเพื่อให้ร่างกายของเราปรับตัว จนในที่สุดคุณก็จะถึงมาตรฐานการลดน้ำหนักตามหลักเกณฑ์การลดครับ


6. ซื้อสินค้าตามใจอยาก

ก่อนออกจากบ้านคุณควรที่จะจดรายการที่คุณต้องการที่จะซื้อ ทั้งนี้ต้องคิดและพิจารณาแล้วว่าของที่จดลงไปนั้นล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่สำคัญกับตัวเรา เมื่อไปถึงห้างหรือซุปเปอร์มาเก็ตให้คุณพุ่งตรงไปยังสินค้าที่เราจะซื้อ และให้หยุดความคิดทันทีเมื่อเจอของล่อตาล่อใจที่อยู่ตรงหน้าซึ่งไม่ได้อยู่ในลิสต์รายการ เพราะหากคุณซื้อนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของพฤติกรรมการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย

7. อย่าเสียเวลาไปกับการหาสินค้าราคาถูก

หยุดใช้เวลาไปกับการหาสินค้าราคาถูก เพราะการคิดและวิเคราะห์เหล่านั้นไม่ได้ทำให้คุณเก็บเงินได้ มันมีแต่การเสียเงินเท่านั้น เราเอาเวลาเหล่านั้นมาหาทางและคิดวิธีในการประหยัดเงินให้คงเหลือในบัญชีได้มากที่สุดไม่ดีกว่าเหรอครับ ?

8. ไม่จัดระเบียบทางความคิด

การจัดระเบียบความคิดเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรามีความคิดที่เป็นขั้นเป็นตอน ทำให้รู้ว่าอะไรสำคัญไม่สำคัญ เราสามารถจัดความสำคัญของทุกสิ่งทุกอย่างได้ โดยการเริ่มต้นการจัดระเบียบทางความคิดนั้นอาจเริ่มด้วยการหยิบ เครื่องดูดฝุ่นด้ามจับ หรือ ไม้กวาดไฟฟ้า มากำจัดฝุ่นภายในห้องและเก็บของที่รกรุงรังภายในห้องให้มีพื้นที่มากขึ้น


แน่นอนครับว่ามันฟังแล้วอาจจะดูแปลก แต่การทำความสะอาดไม่ได้ทำให้เรามีพื้นที่เยอะขึ้น แต่มันยังเพิ่มพื้นที่ในระบบความคิดของเราด้วยว่า จริง ๆ แล้วเราไม่จำเป็นต้องซื้อของราคาแพงหรือตามเทรนต์แฟชั่นเพื่อสร้างความสุขให้กับเรา แต่แค่เห็นห้องที่สะอาดสวยงามมันก็ทำให้เราชื้นใจขึ้นมาได้ไม่มากก็น้อย ดังนั้นระบบทางความคิดตรงนี้แหละครับที่จะทำช่วยทำให้เราประหยัดได้มากขึ้น

Gun Natchapon

Gun Natchapon

สวัสดีครับชื่อ ณัชพล ชนะสิทธิ์ จบจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สาขาวารสารศาสตร์ งานถนัดที่สุดคือการกินและเขียนคอนเทนต์ เวลาว่างส่วนใหญ่หมดไปกับการฟังเพลงและเต้นค่อมจังหวะ

Related Posts

Next Post