อาการของโควิด 19 สำหรับผู้ที่ติดเชื้อแล้ว

อาการของโรคโควิด 19 นั้นดูเผินๆ อาการอาจจะเป็นเหมือนไข้หวัดธรรมดา ที่หลาย ๆ ก็คงแยกอาการไม่ออก ว่าเราจัดอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อโคโรน่าหรือไม่ ผู้ติดเชื้อบางคน ก็ไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยใด ๆ หรืออาจจะมีอาการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่สำหรับบางคนก็มีอาการที่รุนแรง จนถึงขั้นเสียชีวิตได้ จากข้อมูลศูนย์ควบคุมโรคของจีน ระบุถึงอัตราการเสียชีวิต ว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีอายุมากกว่า 70 ปี หรือเป็นผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ เช่นมีโรคประจำตัว ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิตมากยิ่งขึ้น

จากการเก็บข้อมูลที่ผ่านมา อาการในระยะแรกของผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้น จะเริ่มจากอาการไออ่อน ๆ รู้สึกคอแห้ง และอ่อนเพลีย ไปจนถึงอาการที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจขั้นรุนแรง

ทีมนักวิจัยได้ศึกษาผู้ป่วย 138 ราย จากโรงพยาบาล Zhongnan ในประเทศจีน พบว่าเวลาเฉลี่ยของอาการหายใจลำบากนั้น สามารถเกิดขึ้นได้หลังจาก 5 วัน นับตั้งแต่เริ่มรับเชื้อ และในบางรายจะมีอาการรุนแรงถึงขั้นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งจะพบได้ในในวันที่ 8 นับตั้งแต่เริ่มรับเชื้อ นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่ามีผู้ป่วย 6 รายที่เสียชีวิตจาก 138 ราย คิดเป็นอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 4.3% และสำหรับผู้ป่วยอาการหนักอยู่ที่ 26%

นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นที่นอกเหนือจากที่กล่าวมาอีก อาทิเช่น มีไข้สูง ปวดเมื่อย เหนื่อยล้า หายใจถี่ เป็นต้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วอาการไข้ขึ้นสูงนั้น จะเป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัส คิดเป็นร้อยละ 99 ของผู้ป่วยที่ได้ทำการเก็บข้อมูลศึกษา และยังมีอาการอ่อนเพลีย  ไอแห้งมากกว่าครึ่งหนึ่งอีกด้วย ส่วนอาการปวดกล้ามเนื้อและหายใจลำบากจะอยู่ที่ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยที่ได้ทำการเก็บข้อมูลศึกษา

และจากรายงานของโรงพยาบาล Jinyintan ในอู่ฮั่น ประเทศจีน รายงานว่ามีผู้ป่วยเข้ารักษาโดยระยะเวลาเฉลี่ยของผู้ป่วยตั้งแต่เริ่มแสดงอาการของโรค COVID-19 อยู่ที่ประมาณ 12 วัน โดยร้อยละ 45 ของผู้ป่วย 191 คน ที่ยังคงมีอาการไออยู่หลังจากผ่านไป 12 วัน และอาการหายใจหอบ หายใจถี่จะเริ่มหายหลังจากผ่าน 13 วัน (สำหรับผู้ป่วยที่รักษาหาย)

ยังมีรายงานอีกว่า “ผู้ป่วยทั่วไป”  ที่ติดเชื้อจะไม่แสดงอาการใดๆ หลังรับเชื้อไปแล้ว โดยระบุว่าอาจจะแสดงอาการในวันที่ 5 เป็นต้นไปหรือมากกว่านั้น เนื่องจากโรค COVID-19 นั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกับไข้หวัดธรรมดา จึงเป็นเรื่องยากสำหรับที่ผู้ที่มีอาการจะรู้ได้ว่าตนเองเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโคโรน่าไวรัสหรือไม่

ข้อมูลต่อจากนี้เป็นการเก็บข้อมูลอาการของผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าจากโรงพยาบาลต่าง ๆ ในอู่ฮั่น เพื่อเป็นแนวทางให้คุณได้สังเกตอาการป่วยของตัวเองว่าเข้าข่ายเป็นผู้ป่วยโรค COVID-19 หรือไม่

วันที่ 1

ผู้ป่วยมีไข้ และอาจอ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ รวมถึงไอแห้ง นอกจากนี้อาจจะมีอาการท้องเสียหรือคลื่นไส้ในบางราย คิดเป็น 10% จากกรณีศึกษาผู้ป่วยจากอู่ฮั่น 138 คนที่มีอาการท้องร่วงและคลื่นไส้ ก่อนที่จะมีไข้และหายใจลำบาก ในวันที่ 2-3 นับจากเริ่มรับเชื้อ

วันที่ 5

ผู้ป่วยหายใจลำบาก รู้สึกหายถี่ และจะยิ่งแสดงอาการรุนแรงหากเป็นผู้ป่วยที่มีอายุมาก หรือมีปัญหาสุขภาพมาก่อน รายงานการจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค ระบุว่าอาการที่เกิดนั้นจะอยู่ในช่วง 2 ถึง 14 วัน หลังจากรับเชื้อ คืออาการ ไข้ขึ้น อาการไอ และหายใจลำบาก หายใจถี่ เป็นต้น

วันที่ 7

ณ จุดนี้ ผู้ป่วยที่มีปัหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น หายใจลำบาก หายใจถี่ มักเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล CDC (Centers for Disease Control หน่วยงานป้องกันโรคติดต่อในสหรัฐอเมริกา) แนะนำว่าหากใครที่มีอาการเจ็บหน้าอก หายใจถี่  รวมกับอาการไอ มีไข้ หรือแวดเมื่อยตามตัว ควรไปพบแพทย์ เพราะนั้นเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่าคุณอาจเป็นโรค COVID-19 ทั้งนี้รัฐบาลยังประกาศขอความร่วมมืออีกว่า ถ้าคนที่ป่วยเป็นโรค COVID-19 และอาศัยอยู่กับผู้อื่นในบ้าน สมาชิกทุกคนในครัวเรือนทุกคนจะต้องกักตัวเองอยู่ที่บ้านโดยไม่ออกไปข้างนอกเป็นเวลา 14 วัน เพื่อเฝ้าดูอาการว่าติดเชื้อหรือไม่

วันที่ 8

ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงเกี่ยวกับโรคทางเดินหายใจเฉียบพลัน (ARDS) หมายถึงระบบการหายใจ เกิดการอักเสบ มีการทำลายเนื้อปอดอย่างเฉียบพลัน เกิดความผิดปกติของหลอดเลือดปอด ภาวะปอดบวม เป็นต้น ถือว่ามีอาการรุนแรงถึงขั้นต้องการเครื่องช่วยหายใจ

มีปัญหาเกี่ยวปอด

วันที่ 12

อาการไข้มีแนวโน้มที่หาย นั้นคือระยะเวลาเฉลี่ยของการมีไข้ ดังนั้นสัญญาณเริ่มต้นของ COVID-19 อยู่ที่ประมาณ 12 วัน แต่อาการไออาจอยู่ได้นานกว่านั้น ผู้รอดชีวิตจากโรคนี้ อาการหายใจลำบากจะหยุดหลังจากประมาณ 13 วัน ในขณะที่เวลาเฉลี่ยในการตายคือ 18.5 วัน

ที่มาจาก dailymail.co.uk

Mine Melody

Mine Melody

I am a graduate of Department of Computer Engineering Prince of Songkhla University. I really enjoy writing and reviewing technology and women's products.

Related Posts

Next Post