ปาร์ตี้ปีใหม่ : เมาอย่างสนุก มีสติ – ดื่ม เที่ยว ยังไง ? ให้แคล้วคลาดปลอดภัย

ในช่วงสิ้นปีแบบนี้ ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการปาร์ตี้จริง ๆ เนื่องจากมันเป็นช่วงหยุดยาว มีเทศกาลให้เราได้ใช้เป็นข้ออ้างเพื่อมาฉลองกันได้อย่างเต็มที่ เริ่มตั้งแต่วันคริสต์มาส ลากยาวจนถึงวันปีใหม่ ซึ่งแน่นอนครับว่า มันคือช่วงเวลาแห่งความสุขอย่างแท้จริง เป็นช่วงเวลาที่ทุก ๆ คนได้ลืมเรื่องงานที่วุ่นวาย มาอยู่กับครอบครัวอันอบอุ่น มาสนุกสุดเหวี่ยงไปกับเพื่อนฝูง หรือพาคนรักไปสวีทกันในสถานที่ที่คุณไม่เคยไปมาก่อน ซึ่งทั้งหมดนี้มันคือ “ความสุข” ครับ

แน่นอนครับว่า การเฉลิมฉลองมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะขาดเครื่องดื่ม เราไม่สามารถที่จะปฏิเสธหรือหลีกเลี่ยงมันได้ เพราะฉะนั้นวิธีการที่ดีที่สุดก็คือ คุณต้องเตรียมตัวรับมือให้พร้อม รู้ขอบเขตของตัวคุณเองว่าแค่ไหนถึงพอได้แล้ว จะได้เมาอย่างสนุก แบบมีสติ สามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย ซึ่งในปัจจุบันก็มีการรณรงค์มากมาย และที่เราได้ยินกันอยู่เสมอ ๆ ก็คือ “เมาไม่ขับ” 




การเมาแล้วขับ มันไม่เพียงแต่จะทำให้ตัวเองเดือดร้อนเท่านั้น มันยังทำให้คนอื่น ๆ รวมถึงสังคมก็เดือนร้อนตามไปด้วย สาเหตุก็มาจากการดื่มแบบไม่รู้จักตัวเองนั่นแหละครับ จากเทศกาลแห่งความสุขจะกลายเป็นเทศกาลแห่งความเศร้าเอาได้ง่าย ๆ ซึ่งเราก็น่าจะพบเห็นในข่าวอยู่บ่อย ๆ ทุกเทศกาล และเราเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นในวันนี้เราขอแนะนำ “วิธีการดื่มให้เมาแบบมีสติ” เมาแบบพอประมาณก็สามารถสนุกอย่างเต็มที่ แถมสามารถกลับบ้านไปหาครอบครัวของคุณได้อย่างปลอดภัย ถึงบ้านปุ๊บหลับได้เลย

วิธีการ “เมาอย่างสนุก แบบมีสติ” ที่สามารถทำได้ง่าย ๆ

1. เช็คสภาพร่างกาย และวางแผนให้ดี

“สภาพร่างกาย” คือ สิ่งแรกที่คุณต้องรู้ตัวเองก่อน เนื่องจากมันมีผลเป็นอย่างมาก หากคุณทำงานมาทั้งอาทิตย์แบบไม่ได้พักผ่อน สะสมความเหนื่อยล้ามาเต็มที่ แน่นอนครับดื่มนิดหน่อยก็ออกอาการแล้วเนื่องจากร่างกายมันอ่อนเพลีย แต่ถ้าร่างกายคุณพักผ่อนมาเต็มที่ลิมิตการดื่มของคุณก็จะมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นสิ่งแรกคือ คุณต้องประเมินตนเองก่อน เพื่อ ดูว่าร่างกายคุณพร้อมมากแค่ไหน ? เพื่อที่คุณจะได้ระวังตัวเองได้ถูก ว่าคืนนี้ควรดื่มมากหรือดื่มน้อย สามารถดื่มแบบบ้าจี้กับเพื่อน ๆ ได้ หรือควรดื่มแบบเรื่อย ๆ เพื่ออยู่ให้จบปาร์ตี้

เช็คสภาพร่างกายให้พร้อม

2. หากเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น นั่นหมายความว่าคุณกำลังเมามากขึ้น

เพื่อน ๆ เคยสังเกตกันบ้างไหมครับ ว่าทำไมตามสถานที่บันเทิงต่าง ๆ ห้องน้ำถึงได้เต็มตลอด หลายคนอาจคิดว่าดื่มเยอะ ก็ต้องปวดฉี่เป็นธรรมดา ซึ่งมันก็จริงส่วนหนึ่งครับ แต่อีกส่วนคือ “แอลกอฮอล์” ซึ่งหากในร่างกายมีปริมาณแอลกอฮอล์มากขึ้น มันจะทำให้ไตปล่อยน้ำออกมามากขึ้นเพื่อขับแอลกอฮอล์ออกไปจากร่างกาย ซึ่งกระบวนการนี้ทำให้คุณปัสสาวะมากขึ้นนั่นเอง(1)  ดังนั้น “การปวดปัสสาวะ” ก็คือ ตัวชี้วัดอย่างดีที่สามารถบอกเราได้ว่า เราเมามากขนาดไหนแล้ว หากรู้สึกว่าตัวเองนั่งแปป ๆ ก็รู้สึกปวดฉี่อีกแล้ว ยังไม่ทันได้ดื่มเข้าไปเพิ่มเลย ให้คิดเลยว่า คุณกำลังเมาแล้ว

3. กินกับแกล้ม และเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่ไม่มีแอลกอฮอล์

“กับแกล้ม” คือ ตัวช่วยอย่างดีที่จะทำให้คุณเมาช้าลง ซึ่งในระหว่างที่คุณกำลังดื่มให้หาขนม ของขบเขี้ยว อย่างพวกถั่วหรือเป็นกับข้าวที่มีรสเผ็ด มีน้ำซุปร้อน ๆ หรืออะไรก็ได้ แต่ควรเลี่ยงของมัน ๆ โดยให้ทานเรื่อย ๆ สลับไปกับการดื่ม อย่าทานเข้าไปทีเดียวจนอิ่ม เพราะมันอาจทำให้คุณรู้สึกอยากอาเจียนออกมาได้ นอกจากนั้นให้คุณสั่งน้ำผลไม้ น้ำเปล่า หรือเครื่องดื่มอะไรก็ได้ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ มาดื่มสลับกันก็สามารถช่วยให้คุณเมาช้าลงได้เช่นกัน

ดื่มน้ำเปล่า ช่วยให้สร่างเมา

4. จดจำว่าดื่มไปกี่แก้วแล้ว และระวังคำยุยง

การนับจำนวนแก้วไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณทราบถึงปริมาณที่ดื่มเข้าไป แต่มันสามารถช่วยให้คุณมีสติอยู่ตลอดเวลาขณะดื่มด้วย ซึ่งถ้าหากคุณดื่มโดยไม่ได้มีการนับแก้ว และคิดแต่จะมันส์อย่างเดียว การที่คุณจะหลงไปตามคำยุยงของเพื่อน ๆ ที่แปป ๆ ก็หมดแก้ว ๆ มันสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายมาก เนื่องจากคุณจะคิดถึงแต่ความสนุกเพียงอย่างเดียวทำให้คุณลืมที่จะระวังตัวเอง และก็เมาจนขาดสติในที่สุด

5. ไม่ไหว คือ ไม่ไหว

“ไม่ไหว” ก็คือไม่ไหว ฟังดูเหมือนง่ายครับ แต่ถ้าอยู่ในสถานการณ์จริง ๆ การที่จะขอตัวกลับบ้านก่อนที่ปาร์ตี้จะจบลงมันเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะเมื่อไหร่ที่คุณขอตัวกลับก่อน แน่นอนว่าเพื่อน ๆ ของคุณไม่อยากให้กลับพวกเขาจะดึงรั้งคุณไว้ด้วยวิธีการต่าง ๆ และก็จะพยายามชนแก้วกับคุณเพื่อเป็นการส่งท้ายก่อนกลับ ดังนั้นอย่ารอให้เมาจนไม่ไหวแล้วถึงขอตัวกลับ หากรู้ตัวแล้วว่าคุณกำลังจะไม่ไหวให้รีบขอกลับก่อน อย่าฝืนร่างกาย

6. หลีกเลี่ยงการผสมน้ำหวาน หรือน้ำอัดลม

มีการศึกษาถึงผลของความเข้มข้นระดับแอลกอฮอล์จากชนิดของเครื่องดื่มที่นำมาผสมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมี 3 อย่าง คือ แอลกอฮอล์เพียว ๆ แอลกอฮอล์ผสมน้ำ และแอลกอฮอล์ผสมน้ำอัดลม จากการศึกษาพบว่ามีความแตกต่างกันระหว่างอัตราการดูดซึม โดยแอลกอฮอล์ผสมน้ำอัดลมมีการดูซึมเร็วที่สุด(2) นั่นหมายถึง คุณจะเมาเร็วกว่าการผสมเครื่องดื่มอื่น ๆ นอกจากนั้นแอลกอฮอล์ที่ผสมน้ำอัดลมยังมีรสชาติที่ลื่นคอ อร่อย ทำให้ดื่มได้ง่าย มันยิ่งทำให้คุณเมาเร็วขึ้นอีกด้วยครับ ฉะนั้นเลี่ยงได้ก็เลี่ยงครับ แต่หากชอบในรสชาตินี้จริง ๆ คุณก็ควรตระหนักถึงข้อนี้ด้วย

หลีกเลี่ยงการผสมเหล้ากับ น้ำหวาน หรือน้ำอัดลม
หลีกเลี่ยงการผสมเหล้าน้ำอัดลม

7. มีเพื่อนที่ไว้ใจได้ และดูแลกันได้

คุณจำเป็นต้องมีเพื่อนสนิท ที่คุณสามารถไว้ใจเขาได้ไปกับคุณด้วยโดยเฉพาะสาว ๆ เหตุผลก็เพราะ คุณจะไม่มีทางรู้ล่วงหน้าได้เลยว่า ภายในงานปาร์ตี้จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ซึ่งคุณอาจโดนเพื่อนคนอื่น ๆ ยุยงให้ดื่มมากขึ้นเพื่อจะต้องการทำให้บรรยากาศ มันสนุก เฮฮา ดังนั้นคุณจำเป็นต้องมีเพื่อนสนิทเดินทางมากับคุณด้วย จะทำให้คุณมีคนที่คอยช่วยเหลือ ดูแลคุณ ในตอนที่คุณเมาจนขาดสติ หากว่า 6 ข้อที่ผ่านมาคุณไม่สามารถทำตามได้

มีเพื่อนที่ไว้ใจได้ และดูแลกันได้
มีเพื่อนที่ไว้ใจได้ และดูแลกันได้

ยิ่งเป็นผู้หญิง ยิ่งต้องมีเพื่อนที่สามารถไว้ใจได้ไปด้วย เพราะถ้าหากคุณเมาไม่ได้สติเมื่อไหร่และคุณอยู่ตัวคนเดียว มันจะอันตรายมาก ๆ ครับ ทั้งจากเพื่อนในงานปาร์ตี้ของคุณเอง หรือคนอื่น ๆ เนื่องจากของมึนเมาเหล่านี้ มันเปลี่ยนนิสัยคนได้ครับ ฉะนั้นควรระวังตัวเองให้มาก และจำไว้ว่า “อย่าเมาจนขาดสติเด็ดขาด หากไม่มีใครที่สามารถดูแลคุณได้”

8. การเดินทางกลับ

อย่างที่ได้บอกไปในตอนต้นครับว่า “การเมาแล้วขับ” มันเป็นอันตรายทั้งต่อตัวคุณเอง เพื่อนร่วมทาง และสังคม เพราะฉะนั้นถ้าหากคุณมีอาการเมาคุณก็ไม่ควรขับรถ คุณควรใช้บริการรถโดยสารสาธารณะแทน ในการเดินทางกลับ อย่างเช่นรถแท็กซี่ แกร็บหรืออื่น ๆ แต่ถ้าหากในพื้นที่ของคุณไม่มีรถสาธารณะ ก็ควรหาคนมารับตั้งแต่ก่อนมางานปาร์ตี้ หรือว่าให้เพื่อนที่ไม่เมามาขับรถให้ก็ได้ครับ เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเป็นการเคารพกฎหมายครับ

เมาไม่ขับกลับพร้อมแท็กซี่

การเมาแล้วขับมันเป็นเรื่องใหญ่มาก ๆ หากโชคดีหน่อยก็อาจจะแค่เจอด่านแล้วถูกจับ หรือขับรถลงข้างทาง แต่ถ้าหากโชคร้ายเกิดอุบัตติเหตุชนกับรถคันอื่น ๆ บนท้องถนนซึ่งนอกจากคุณจะเจ็บตัวและรถพังแล้ว คุณยังต้องรับผิดชอบคู่กรณีด้วย แถมยังถูกดำเนินคดีในข้อหาเมาแล้วขับอีกด้วย ดังนั้นลองคิดดูเอาเองครับว่า แบบไหน มันคุ้มกว่ากัน ? จะนอนบ้านจะนอนโรงพยาบาล หรือจะนอนโรงพัก




บทส่งท้าย

ทุกอย่างบนโลกนี้ มันมีทั้งข้อดีและข้อเสียครับ ขึ้นอยู่กับความพอดี ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ หากกิน หรือดื่มมากจนเกินไปมันย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายได้ทั้งนั้น และแน่นอนครับว่าการดื่มเครื่องดื่มมึนเมา มันเป็นอันตรายอย่างมากหากคุณไม่มีการระวังตัวเองเพราะมันจะทำให้คุณขาดสติและสามารถทำอะไรก็ได้โดยที่ไม่รู้ตัว เคยได้ยินคำนี้กันไหมครับว่า “กินเหล้าอย่าให้เหล้ากินเรา” เพราะเมื่อไหร่ที่เราปล่อยให้เหล้ากินเรา “ความซวย” สามารถบังเกิดได้ในทุกรูปแบบ !

เราอยากบอกว่า “สติ” สำคัญที่สุด อย่าดื่มจนขาดสติหากรู้ตัวว่าไม่ไหว ก็ควรหยุด ! เพราะถ้าคุณฝืนร่างกายเรื่องร้าย ๆ ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่มีใครที่อยากให้คนในครอบครัวมานั่งเสียใจในช่วงเทศกาลแห่งความสุขแบบนี้ใช่มั๊ยล่ะครับ ดังนั้นคุณดื่มได้ สังสรรค์ได้ สนุกได้ แต่ควรรู้ลิมิตของตัวเอง และที่สำคัญต้อง “เมาไม่ขับ” ครับ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์, มอเตอร์ไซค์ หรือบิ๊กไปค์ หากรู้สึกว่าเมาแล้วก็ไม่ควรขับกลับครับ เพื่อความปลอดภัย และสุดท้ายนี้เราอยากให้คุณบริหารจัดการเวลาให้ดี ๆ เพราะทุกคนล้วนสำคัญทั้ง ครอบครัว คนรัก และเพื่อนฝูง ดังนั้นคุณควรใช้เวลากับพวกเขาด้วย อย่างเช่น ฉลองคริสต์มาสกับครอบครัว, ซื้อของขวัญให้พ่อ, ซื้อของขวัญให้แม่ ,ซื้อของขวัญปีใหม่ให้คนรัก เพื่อนฝูง หรือหาซื้อกระเช้าของขวัญไปกราบไหว้ขอพรผู้ใหญ่ ถือเป็นการใช้โอกาสในช่วงนี้ เพื่อเติมเต็มความสุขของคุณ จะได้พร้อมที่จะสู้ต่อในปีหน้าครับ

References

  1. Alcohol’s Impact on Kidney Function : ผลกระทบของแอลกอฮอล์ ที่ส่งผลต่อการทำงานของไต
  2. Alcohol concentration and carbonation of drinks: the effect on blood alcohol levels : ความเข้มข้นของแอลกอฮอล์
Palm PN

Palm PN

I with a bachelor degree in Computer Science from Songkhla Rajabhat University. I live in Songkhla. I like to write articles about in IT products and motorcycle accessories.

Next Post