การเข้าไปใช้บริการของหน่วยงานนรัฐนั้นในบางครั้งอาจจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการอยู่บ้าง เนื่องจากเจ้าหน้าที่และผู้ใช้บริการมีจำนวนที่ไม่สมดุลกัน ดังนั้นเมื่อเข้ายุคปี 2020 ที่ทุกคนจำเป็นต้องปรับตัวใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ โดยการเว้นระยะห่างและพยายามหลีกเลี่ยงไม่ไปยังสถานที่ที่ผู้คนแออัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 จึงเป็นที่มาของการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์เสียทีนะคะ
ซึ่งตอนนี้ก็มีหน่วยงานของรัฐบาลที่ต้องให้บริการประชาชนหลาย ๆ ที่เริ่มปรับตัวใช้มาใช้การจองคิวหรือการลงทะเบียนต่าง ๆ ผ่านระบบออนไลน์กันแล้ว ไม่ว่าจะเป็น การใช้บริการของกรมที่ดิน, กรมขนส่ง (การต่อใบขับขี่–ใบขับขี่ดิจิตอล), กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (ทำพาสปอร์ตรุ่นใหม่), การใช้แอปพลิเคชันของ SSO Connect Mobile ประกันสังคม, ใช้แอปพลิเคชันสำหรับหน่วยงานของ กยศ., การจองคิวทำบัตรประชาชนและงานทะเบียนราษฎรต่าง ๆ ของกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย เป็นต้น ซึ่งสำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำการ “จ่ายภาษีรถยนต์ ประจำปี แบบออนไลน์” ที่คุณสามารถทำเองได้ง่าย ๆ จากที่บ้านโดยที่ไม่ต้องเดินทางไปยังสำนักงานขนส่งให้ยุ่งยากอีกต่อ
จ่ายภาษีรถยนต์ ประจำปี แบบออนไลน์
เนื่องจากเราไม่สามารถเดินทางไปยังสำนักงานขนส่งได้ด้วยตนเอง อันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิดที่ยังไม่มีวัคซีนรักษา ดังนั้นเพื่อลดึวามเสี่ยงการติดเชื้อทางกรมขนส่งจึงออกแอปพลิชันตัวใหม่ที่ชื่อว่า “DLT Vehicle Tax” มาใช้สำหรับชำระภาษีรถประจำปี และนอกจากนี้ยังมีตู้ที่สามารถชำระภาษีรถประจำปีได้เช่นกันค่ะ เรียกว่า “ตู้รับชำระภาษีรถประจำปีอัตโนมัติ (Kiosk)” โดยจะเริ่มเปิดให้บริการในวันที่ 20 สิงหาคม ปี 2563 นี้เป็นต้นไป
ข้อดีคือ คุณสามารถเลือกรับเครื่องหมายการเสียภาษีทางไปรษณีย์ หรือคุณจะเลือกให้พิมพ์เครื่องหมายการเสียภาษีและรับเองที่ตู้รับชำระภาษีรถประจำปีอัตโนมัติ (Kiosk) เลยก็ได้ค่ะ โดยที่คุณเป็นคนทำเองทุกขั้นตอน ไม่ต้องผ่านเจ้าหน้าที่ของกรมการขนส่งทางบกให้เสียเวลาเลยค่ะ
สำหรับการชำระผ่านแอปพลิเคชันนั้นหากคุณชำระเรียบร้อยเงินแล้ว ระบบจะแสดงหลักฐานการชำระภาษีรถให้ชั่วคราว เพื่อให้คุณใช้แสดงเป้นหลักฐานว่าคุณชำระภาษีเรียบร้อยแล้ว จนกว่าคุณจะได้รับเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปีจากกรมการขนส่งทางบกค่ะ
เงื่อนไขการจ่ายภาษีรถยนต์ ประจำปี แบบออนไลน์ ผ่าน แอป DLT Vehicle Tax และ ตู้รับชำระภาษีรถประจำปีอัตโนมัติ Kiosk
- สำหรับรถเก๋ง: ต้องเป็นรถยนต์ที่นั่งไม่เกิน 7 คน
- สำหรับรถตู้: ต้องเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลที่นั้งเกิน 7 คน
- สำหรับรถกระบะ: ต้องเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลที่มีอายุไม่เกิน 7 ปี
- สำหรับรถจักรยานยนต์: ต้องมีอายุการใช้งานไม่เกิน 5 ปี
- ต้องไม่มีภาษีค้างชำระหรือค้างชำระไม่เกิน 1 ปี
- ต้องไม่ถูกอายัดทะเบียน
- ต้องไม่ใช่รถที่ใช้เชื้อเพลิงประเภทก๊าซ
- ต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงรถ ที่ผิดไปจากรายการที่จดทะเบียนไว้
- ต้องมีหลักฐานกรมธรรม์ประกันภัยตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535
วิธีใช้ แอปพิลเคชัน DLT Vehicle Tax
ดาวน์โหลด DLT Vehicle Tax (สำหรับ google play และสำหรับ app store)

เริ่มต้นระบบจะให้คุณลงทะเบียนก่อน โดยคุณจะต้องกรอกรายละเอียดตามที่ระบุอย่างถูกต้อง (ตามรูป) และกดรับรหัส OTP และรหัสจะส่งมาตามอีเมลล์ที่คุณกรอกไว้ในตอนแรก จากนั้นให้คุณกรอกรหัสนั้นลงไปและกด “ยืนยัน” ภายใน 5 นาที หากเกินเวลาที่กำหนดจะต้องกดขอรหัส OTP ใหม่ และระบบจะให้คุณกำหนดรัสผ่านสำหรับเข้าใช้แอปครั้งต่อไป 6 หลัก โดยระบบจะให้กรอกยืนยัน 2 ครั้ง (โปรดจำรหัสนี้ไว้ด้วยนะคะ)

เมื่อเข้าระบบสำเร็จแล้วจะขึ้นมาหน้าตาตามรูปเลยค่ะ โดยคุณสามารถเข้าไปแก้ไขข้อมูลส่วนตัว หรือดูประวัติการชำระเงิน ดูตำแหน่งของตู้รับชำระภาษีรถประจำปีอัตโนมัติ (Kiosk) ว่าอยู่ตรงไหนบ้าง รวมถึงคุณสามารถชไระภาษีรถประจำปีได้จากแอปพลิเคชันนี้ค่ะ

ตู้รับชำระภาษีรถประจำปีอัตโนมัติ (Kiosk) ที่ที่ไหนบ้าง
สำหรับตู้ชำระภาษีรถประจำปี Kiosk นั้น ในระยะแรกเริ่มจะทดลองใช้ 10 ตู้ โดยจะตั้งอยู่ที่:
- สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครตู้ละ 1 พื้นที่ (พื้นที่ 1-5)
- กระทรวงคมนาคม 1 ตู้
- ศูนย์บริการร่วมคมนาคม เชิงสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน 1 ตู้
- ศูนย์ราชการบนถนนแจ้งวัฒนะอีก 3 ตู้
ซึ่งหาคุณไม่สะดวกทั้งแบบใช้แอปพลิชัน DLT Vehicle Tax และแบบใช้ตู้ Kiosk คุณสามารถใช้วิธีการส่งผ่านที่ทำการไปรษณีย์ หรือเคาน์เตอร์เซอร์วิสตามสถานที่ต่าง ๆ อย่างร้านสะดวก ธนาคารการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) หรือไปที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบก https://eservice.dlt.go.th/ ก็ได้เช่นกันค่ะ
แต่หากคุณสะดวกไปดำเนินเรื่องเองที่สำนักงานขนส่ง ก็ยังสามารถไปได้เช่นเดิมค่ะ โดยจะมีจ้าหน้าที่คอยให้บริการอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษามาตรการทางด้านสาธารณสุข หากคุณต้องข้อมูลเพิ่มเติมสามารถโทรได้ที่ 0-2271-8888 หรือ 1584
ขอบคุณที่มาจาก กรมการขนส่งทางบก